บทที่ 120 ล้วนกังวล
เอ้อพั่งมีความมั่นใจในตัวเอง ความจริงก็เป็เช่นนี้ สำนักชิงหยุนในตอนนี้ไม่มีลูกศิษย์ของส่วนใดสามารถเข้ามาโอ้อวดแสนยานุภาพในหอศิษย์รับใช้แห่งยอดเขาชิงจู๋ได้จริงๆ
เพราะอะไร?
เป็เพราะในหอใหญ่ศิษย์รับใช้ของยอดเขาชิงจู๋มีคนโหดอยู่นะสิ! ไปยั่วแหย่ฉินชู ก็เหมือนแกว่งเท้าหาเสี้ยน ฉินชูไม่ใช่คนที่ยอมไว้หน้าผู้อื่น ซูซานเหอ จางจี้ล้วนเคยถูกหักหน้ามาก่อน
นานวันเข้า ศิษย์รับใช้ของยอดเขาชิงจู๋ต่างก็รู้จักชื่อฉินชูดี แล้วก็รู้ว่าฉินชูศิษย์รับใช้คนนี้โเี้มากขนาดไหน แต่สิ่งที่พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้คือเหตุใดฉินชูถึงยังอยู่ที่หอศิษย์รับใช้ และยังเป็ศิษย์รับใช้เช่นเดิม
ฉินชูยังลงสนามประลองอยู่สองครั้งสองครา แต่ยังคงไม่มีผู้ใดท้าประลองเช่นเดิม ฉินชูมาถึงตำหนักหลัก เขา้าพบหลัวเจิน เนื่องจากหากการประลองยังคงดำเนินต่อไปก็ไร้ความหมาย หากดำเนินการต่อไปอีก ไม่ต้องพูดถึงผลลัพธ์
ฉินชูที่อยู่ด้านในตำหนักยอดเขาหลัก ได้เจอกับหลัวเจินและลู่หยวนแล้ว
“มาแล้วหรือ ่นี้เป็อย่างไรบ้าง?”หลัวเจินเอ่ยปากถาม เขารู้สถานการณ์ของฉินชูดี แต่ก็จำต้องถามไถ่ ถ้าหากฉินชูมีความคิดเห็นอะไรในใจ เขาจะได้รับรู้
“ศิษย์สบายดี การท้าประลองนี้ไม่มีความจำเป็จะต้องดำเนินการต่อไปอีก พวกเขาเอาชนะข้ามาไม่ได้ แล้วก็ไม่คิดที่จะสู้สักคน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ข้ายังต้องไปที่ลานฝึกยุทธ์เพื่อรอการท้าประลองอีกหรือไม่ นี่ไม่เป็การสร้างแรงกดดันให้พวกเขาหรอกหรือ อาจถึงขนาดก่อเกิดจิตมารก็ได้” ฉินชูพูดวัตถุประสงค์ในการมาของตนเอง
“สิ่งที่เ้าพูดก็ถูก ต่อไปไม่ต้องไปรอการท้าประลองที่ลานฝึกยุทธ์อีกต่อไปแล้ว เื่ราวนานวันเข้า เดี๋ยวก็จางหายไป”หลัวเจินคิดว่าที่ฉินชูพูดก็มีเหตุผล
เมื่อลังเลเล็กน้อย ฉินชูจึงมองไปทางหลัวเจิน “ครั้งนี้ที่เ้าสำนักไปเมืองหลวงต้าเฉียน การเจรจากับเฉียนหลิงเทียนเป็อย่างไรบ้าง?”
“เื่นี้กล่าวได้ว่าเ้าเป็ตัวประสานให้เกิดความสำเร็จ ดังนั้นข้าจะไม่ปิดบังเ้า พวกเราเจรจาได้อย่างราบรื่น ่เวลาที่พวกเขา้า สำนักชิงหยุนของพวกเราจะช่วยราชสำนักต้าเฉียนทำให้สถานการณ์ของดินแดนนี้มั่นคง ในขณะเดียวกันถ้าหากเรามีความ้า ราชสำนักต้าเฉียนก็จะช่วยเหลือสำนักชิงหยุนของเราด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป้าหมายต่างกัน การร่วมมือก็ไม่มีปัญหา” หลัวเจินเอ่ยปากกล่าว
“แบบนี้ดีที่สุด ศิษย์เองก็วางใจได้แล้ว!”ฉินชูพยักหน้า เขาหวังจะได้เห็นฉากอย่างเช่นตอนนี้มากที่สุด
“สำหรับเื่นี้เ้าคือบุคคลผู้สร้างคุณูปการให้แก่ดินแดนนี้ อีกอย่างองค์หญิงเฉียนหลิงอู่ฝากบอกกับข้าว่า หากเ้ามีเวลาว่างก็ไปหานางด้วย” หลัวเจินเอ่ยปากกล่าว เขาคิดว่าฉินชูมีความสัมพันธ์อันดีกับราชสำนักต้าเฉียนทางด้านนั้นก็ไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไร เนื่องจากฉินชูไม่มีทางทรยศสำนักชิงหยุนเป็แน่
ฉินชูพยักหน้า ไปพบเฉียนหลิงอู่เขาไม่ขัดแย้ง เขากับเฉียนหลิงอู่ติดต่อกันได้อย่างสบายอกสบายใจ แต่ตอนนี้เขามีธุระที่สำคัญกว่าต้องไปทำ เขาใกล้จะได้เบาแสของต้นกำเนิดของตัวเองแล้ว อีกอย่างการประลองลูกศิษย์สี่สำนักใหญ่รุ่นอายุน้อยก็ใกล้จะเริ่มขึ้น เขาจำเป็ต้องเข้าร่วมในฐานะตัวแทนสำนักชิงหยุน นี่คือสิ่งที่เขาเคยตกปากรับคำโม่เต้าจื่อเอาไว้
พูดธุระจบ ฉินชูโค้งคำนับหลัวเจินและลู่หยวน จากนั้นก็จากตำหนักใหญ่ไป
จ้องมองภาพด้านหลังของฉินชูเดินออกไปจากตำหนักใหญ่ ในดวงตาของลู่หยวนเต็มไปด้วยความชมเชย “ตอนที่เขามาที่สำนักชิงหยุนครั้งแรก เขาเคยพูดประโยคหนึ่งที่ชวนให้ข้าสนใจ นั่นก็คือสำนักชิงหยุนจะต้องเจริญรุ่งเรืองเพราะเขา ดูสิ ตอนนี้เขาทำสำเร็จแล้ว”
“ความห่วงใยที่เฉียนหลิงอู่ผู้นั้นมีต่อเขามากเกินไปหน่อยไหม แต่ก็ไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไร ฉินชูเป็คนมีหลักการ” หลัวเจินเอ่ยปากกล่าว
“ศิษย์น้องหลัว เ้ารู้สึกผิดไปแล้วใช่หรือไม่?” ลู่หยวนจ้องมองไปทางหลัวเจิน
“เื่นี้พูดยากนัก”
เมื่อออกจากยอดเขาหลัก ฉินชูจ้องมองไปทางศาลาพักของโม่เต้าจื่อ ครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ไม่ได้เข้าไป และตรงกลับไปที่ยอดเขาชิงจู๋เลยทันที เขาคิดว่าถ้าถึงเวลาที่สามารถพยากรณ์ได้แล้ว โม่เต้าจื่อจะมาหาเขาเอง ตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งให้เขาทราบ นั่นก็คือยังไม่ถึงเวลา
กลับมาถึงยอดเขาชิงจู๋ ฉินชูกับเอ้อพั่งจึงดื่มเหล้าด้วยกันจอกหนึ่ง
“หัวหน้า เป็เพราะการมาถึงของท่าน ทำให้หอศิษย์รับใช้มีเกียรติ ทำให้ข้าเอ้อพั่งมีเกียรติ” เอ้อพั่งยกจอกเหล้าให้แก่ฉินชู
“เอ้อพั่ง ถึงแม้ว่าผลการฝึกตนของเ้าไม่เลว แต่ยังต้องหมั่นเพียรฝึกฝน เกียรติและศักดิ์ศรีล้วนเป็สิ่งที่แสวงหามาด้วยตนเอง เ้าไม่คิดหรือว่า อันที่จริงพวกเราเป็ลูกศิษย์ระดับชั้นไหนก็ไม่ใช่เื่สำคัญ สิ่งที่สำคัญก็คือพวกเรามีหรือไม่มีพละกำลัง พวกเรามีหรือไม่มีคุณค่า พวกเรามีความสามารถติดตัวหรือไม่ แม้จะเป็ศิษย์รับใช้ก็ไม่มีผู้ใดกล้าดูถูก”ฉินชูหยิบจอกเหล้าขึ้นมา ชนกับเอ้อพั่งทีหนึ่ง
เอ้อพั่งนำเหล้าในจอกดื่มรวดเดียวจนหมด “หัวหน้า ท่านวางใจได้ ข้าจะพยายามให้มากขึ้น จะพยายามเป็ศิษย์รับใช้ผู้แข็งแกร่งอันดับสอง”
ฉินชูหัวเราะ ผู้แข็งแกร่งอันดับสองก็ไม่เลวเช่นกัน ใครใช้ให้ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งเป็เขากันเล่า
ดื่มเหล้ากับเอ้อพั่งแล้ว ฉินชูจึงกลับมาที่ผาหินตัด ฉินชูโดดขึ้นบนหลังคาของบ้านไม้ จากนั้นก็เอนตัวลงไป
แหงนหน้ามองดูดวงดาวบนท้องฟ้า ไม่รู้ว่าตนเองยังมีญาติพี่น้องคนไหนที่ยังมีชีวิตที่อยู่ภายในท้องนภาผืนนี้อยู่อีกหรือไม่ ไม่รู้ว่าญาติพี่น้องคนไหนจะเป็เหมือนกันกับเขา ที่กำลังเฝ้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าเหมือนกัน
จิตใจและอารมณ์ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ฉินชูจึงไม่ได้ฝึกฝน เพียงอยู่บนหลังคาครู่หนึ่ง ก็กลับมาพักผ่อน
ใช้ชีวิตผ่านไปอย่างเรียบง่าย ชีวิตของฉินชูผ่านไปอย่างมั่นคงปลอดภัย ไป๋อวี้และหลินเจิงสองสามคนมักจะมาหาเป็ประจำ พวกเขาอยู่ที่หอศิษย์สายในก็จริง แต่ก็ไม่ได้ลืมเรือนหอศิษย์รับใช้บ้านหลังนี้
หลิวเสวี่ยและถางอวี่ก็มาด้วยกัน ศิษย์สายหลักที่สำนักชิงหยุนนับว่าเป็สมาชิกคนสำคัญที่แท้จริง แต่ว่าหลังจากที่พวกเขาไปถึงเรือนหอศิษย์รับใช้แห่งยอดเขาชิงจู๋ ต่างก็ทำตัวค้อมต่ำมาก
เหตุการณ์นี้ทำให้ศิษย์รับใช้ที่มาใหม่รู้ว่าคำที่เอ้อพั่งพูดนั้นไม่ใช่เื่เท็จ เรือนศิษย์รับใช้แห่งยอดเขาชิงจู๋ ศิษย์สายหลักไม่กล้าทำอะไรตามอำเภอใจจริงๆ
ผลการฝึกตนในวันนี้ของฉินชูสำเร็จอีกครั้ง เขาทะลวงพลังอยู่ที่ขั้นหลิงหยวนระดับสอง นั่นทำให้เขาดีอกดีใจไม่น้อย
แต่ฉินชูยังคงซ่อนพลังของตนเองไว้ที่ขั้นเจินหยวนเช่นเดิม เขาไม่รู้ว่าที่สำนักชิงหยุนมีสายสืบของสามสำนักใหญ่หรือไม่ ตนเองสามารถซ่อนได้ก็ต้องซ่อนเอาไว้เสียหน่อย ค่อยะเิออกตอนที่ถึงเวลาสำคัญ นั่นจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
การประลองของสำนักใหญ่มีกฎเกณฑ์ฉินชูทราบดี คืออายุต่ำกว่ายี่สิบปี ที่อายุโครงร่างไม่เกินยี่สิบปีสามารถเข้าร่วมได้ ส่วนผลการฝึกตนกับพลังรบเป็อะไร นั่นก็ต้องดูที่ความสามารถส่วนบุคคล
ฉินชูคิดว่าต่อให้คนอายุน้อยกว่ายี่สิบปีฝึกตนมากกว่าเขา ก็ไม่เป็ไร พลังในการต่อสู้แข็งแกร่งถึงจะเป็ผู้แข็งแกร่งจริงๆ
วันนี้ตอนที่ฉินชูฝึกฝนกระบี่เฉียนหลาง โม่เต้าจื่อก็มาถึง
เมื่อเห็นการมาของโม่เต้าจื่อ ฉินชูจึงเก็บกระบี่ จากนั้นเชิญโม่เต้าจื่อนั่งลง ถึงแม้ไม่ได้พูดจา แต่บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“คืนวันนี้ ก็คือวันที่ท้องฟ้าเกิดปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ทั้งเจ็ดเรียงกัน การเตรียมตัวบางอย่างข้าทำไว้เรียบร้อยแล้ว” หลังจากนั่งลงโม่เต้าจื่อก็เอ่ยปากกล่าว
ฉินชูโค้งตัวคำนับโม่เต้าจื่อ เขาไม่ใช่ไก่อ่อนที่เพิ่งเข้าสู่ยุทธภพ รู้ว่าการโหราพยากรณ์มีราคาที่ต้องจ่าย แน่นอนว่าราคาที่ต้องจ่าย เขาก็ยังไม่รู้แน่ชัด
“เ้าตื่นเต้นมากใช่หรือไม่ อันที่จริงข้าเองก็เป็กังวลมาก เนื่องจากทันทีที่รู้เบาะแสแล้ว เ้าอาจจะต้องจากไป เ้าเป็ต้นกล้าพันธุ์ดี การจากไปของเ้า สำหรับสำนักชิงหยุนเป็ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่ง” โม่เต้าจื่อเอ่ยปากกล่าว
“ท่านโม่ สำนักชิงหยุนในใจของฉินชูมีความสำคัญมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กราบไหว้อาจารย์ แต่ท่านก็เป็อาจารย์ หากสำนักชิงหยุนมีความ้าช่วยเหลือ ไม่ว่าฉินชูจะอยู่ที่ไหน จะต้องมาในทันที”ฉินชูเอ่ยปากกล่าว
“ข้าวางใจในตัวเ้ามาก แต่ในใจมีความกังวลเล็กน้อย ไปเถิด! ไปหอของข้า ข้าเองก็อยากรู้มากว่าเ้าหนุ่มน้อยเช่นเ้าจะมีภูมิหลังเช่นไร” โม่เต้าจื่อลุกขึ้นยืน
