พอกลับถึงเรือนฝูหรง ไป๋เซียงจู๋เอนตัวลงบนเตียงด้วยความอ่อนล้า เหนื่อย วันนี้มันช่างเหนื่อยเหลือแสน นางเพิ่งสังเกตเห็นหลังจากได้พักว่าแขนข้างที่ได้รับาเ็นั้นสั่นเทาไม่หยุด และบนผ้าพันแผลก็เปื้อนเืเล็กน้อยที่ไม่รู้ว่าไหลซึมั้แ่เมื่อไร
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน นางล้วงยาห้ามเืของตนออกมาแล้วกลืนเข้าไปหนึ่งเม็ด นางไม่ค่อยมีเงินติดตัวนัก ยาพื้นฐานที่ปรุงเองก็น้อยนิด และอันที่จริงนางยุ่งเกินกว่าจะศึกษาด้วย บัดนี้นางมีเงินแล้ว สามารถดำเนินการแผนนั้นล่วงหน้าได้ เพียงแต่การเตรียมยาพวกนี้ต้องใช้เวลาพอสมควร ขณะนี้นางยังไม่มียาทาดีๆ สำหรับตัวเอง ดูท่านี่คงเป็ระยะทิ้งแผลเป็สินะ
ทันใดนั้น สาวใช้สี่เชวี่ยเข้ามาพร้อมกล่องผ้าตาดสามกล่องในมือ “คุณหนูใหญ่ เมื่อครู่คนของเหล่าองค์ชายมาส่งของที่จวนเ้าค่ะ!” สาวใช้ตัวน้อยรายนี้ยังเด็ก นางตื่นเต้นเสียจนใบหน้าแดงก่ำ
เหล่าองค์ชาย?
เหล่า?
ไป๋เซียงจู๋ย่นคิ้วน้อยๆ ด้วยความฉงน “องค์ชายท่านไหน”
สี่เชวี่ยพูดตะกุกตะกักอยู่นานกว่าจะได้ความชัดเจน “ไม่ใช่... ไม่ใช่องค์ชายท่านไหนเ้าค่ะ! เป็องค์ชายสาม องค์ชายเจ็ด แล้วก็... แล้วก็องค์รัชทายาท!”
พวกเขาสามคน? ั์ตาของไป๋เซียงจู๋ขยับวูบ ความคิดนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น เหยียนอี้เฉิน เหยียนอี้เลี่ย และยังมี—เฟิ่งเจาเกอ! พวกเขากำลังคิดการอะไรกันแน่!
สตรีทั่วเมืองหลวง ไม่สิ นี่อาจเป็เกียรติที่สตรีทั่วแผ่นดินไม่เคยได้รับเลยทีเดียว ก็คือเมื่อองค์ชายอันเป็ที่จับตามองสูงสุดทั้งสามพระองค์ส่งของขวัญให้พร้อมกัน!
โดยเฉพาะองค์รัชทายาท เขาเป็บุคคลผู้เปรียบดังขนหงส์เขากิเลน [1] ไม่คิดไม่ฝันว่ากลับส่งของขวัญให้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง นั่นคือยอดบุรุษไร้เทียมทานเชียวนะ
สี่เชวี่ยจัดเรียงกล่องที่สามองค์ชายส่งมาเป็แนวหน้ากระดานอย่างอิ่มอกอิ่มใจ ภายในกล่องมีขวดกระเบื้องเคลือบฝีมือประณีต ตัวยาเนื้อใสด้านในส่งกลิ่นหอมกับกลิ่นเฝื่อนจางๆ
แค่ไป๋เซียงจู๋ดมกลิ่นจากขวดสามใบนั้นก็รู้ได้ว่าส่วนผสมของยาในนี้มีพวกวัตถุดิบชั้นดี ต้องจ่ายเงินไม่ใช่น้อย ประสิทธิภาพสูงทั้งนั้น และอันที่เลิศเลอที่สุดย่อมมาจากเฟิ่งเจาเกอ
สมกับเป็องค์รัชทายาท หน้าใหญ่ใจโตคือเอกลักษณ์ของเขา ทว่า...
“ส่งไปที่อื่นด้วยหรือไม่” ไป๋เซียงจู๋เอ่ยถามเสียงเรียบ
นี่เป็ครั้งแรกที่สี่เชวี่ยเห็นของขวัญมากมายขนาดนี้ ทั้งยังเป็ของที่เหล่าองค์ชายส่งมา หรือว่าคุณหนูของนางกำลังจะได้ดิบได้ดี?
เมื่อได้ยินคำถามของไป๋เซียงจู๋ สี่เชวี่ยก็รีบบรรยายทันที ดวงตาเป็ประกาย “องค์ชายเจ็ดส่งไขบำรุงผิวแบบเดียวกันให้คุณหนูกับคุณหนูรองเ้าค่ะ ท่านบอกว่าบรรเทารอยแผลเป็ได้ดีเยี่ยม เหมือนว่าส่งไปให้คุณหนูมู่ด้วย องค์ชายสามส่งของขวัญอย่างหนึ่งให้คุณหนูมู่ น่าจะเป็พิณ แต่ไม่ได้ส่งอะไรให้ทางคุณหนูรองเลย ส่วนองค์รัชทายาทส่งให้คุณหนูใหญ่เพียงผู้เดียว ไม่มีใครอื่นนอกจากนี้เ้าค่ะ!”
ขวดหยกมันแพะ [2] แวววาวส่องแสงนวลผ่องบนฝ่ามือ ไป๋เซียงจู๋หัวเราะเย้ยหยันอยู่ในลำคอ
เหยียนอี้เลี่ยเอ๋ย ช่างถนอมน้ำใจทั้งสองฝ่ายจริงๆ หากไม่รู้รายละเอียดลึกลงไปคงจะซาบซึ้งขอบคุณเขามาก แต่เมื่อใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วน สิ่งที่เขาส่งให้นางคือยา และเป็เพียงของดีระดับปานกลาง ในขณะที่พิณของมู่จื่อรั่วต้องเป็ชิ้นงานชั้นเอกแน่นอน พอเปรียบเทียบสองสิ่งด้วยกัน ก็ชัดเจนแล้วว่าใครสำคัญ ตอนนี้มู่จื่อรั่วคงกำลังครึ้มอกครึ้มใจยิ่งสินะ! องค์ชายสามเชี่ยวชาญการเล่นลูกไม้แบบนี้มาตั้งนานแล้ว
องค์ชายเจ็ดประทานของเหมือนกันให้ทั้งสองฝ่าย ไม่ลำเอียงโดยสิ้นเชิง ซึ่งมันกลับน่าชื่นชมยิ่งนัก
ส่วนรายสุดท้าย เฟิ่งเจาเกอ—
พอนึกถึงใบหน้างดงามทว่าเ้าเล่ห์แสนกลนั่น ไป๋เซียงจู๋กระตุกมุมปากเผยรอยยิ้ม “สี่เชวี่ย ยาที่องค์ชายประทานมาสองขวดนี้ ส่งไปให้ตู้เจวียนหนึ่งขวด อีกหนึ่งขวดเ้าเก็บไว้เองแล้วกัน ส่วนกล่องนี้ขององค์รัชทายาท... เกินความจำเป็น่ะ ทิ้งไป”
ต่อให้แขนนางต้องเน่าเฟะ นางก็ไม่อยากใช้ของของพวกเขาคนไหนทั้งนั้น สี่เชวี่ยที่กำลังจะคำนับขอบคุณพลันตกตะลึงกับสองประโยคสุดท้ายจากปากไป๋เซียงจู๋ “หา? คุณหนู คุณหนูเ้าคะ คุณหนูไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมเ้าคะ”
เฟิ่งเจาเกอเชียวนะ นั่นองค์รัชทายาทเชียวนะ มีสตรีตั้งเท่าไรที่ฝันใฝ่จะเข้าหา นางพูดว่าทิ้งไปอย่างหน้าตาเฉยได้อย่างไร นี่มันช่าง...
“เ้าคิดว่าข้าชอบล้อเล่นหรือ” ไป๋เซียงจู๋เหล่มองสี่เชวี่ยนิ่งๆ ใต้แสงเทียนสลัว เปลวไฟสั่นไหวส่องกระทบดวงหน้างามเลิศในปฐีของนาง ใบหน้าวิจิตรนั่นแผ่รัศมีพร่างพราว งามเสียจนลืมหายใจ
เฟิ่งเจาเกอคิดจะใช้แผนการบางอย่างกับนางอีกแล้ว เขาทำให้ผู้คนเข้าใจว่านางเป็คนพิเศษ เพื่อบีบนางให้ยอมร่วมมือกับเขา ทว่านางจะไม่ตกหลุมพรางของเขาหรอก!
ลองจินตนาการดู หากเฟิ่งเจาเกอรู้เข้าว่ายาลบรอยแผลที่เขาตั้งใจส่งมาให้นางโดยเฉพาะกลับถูกนางโยนทิ้งไปเสียแล้ว สีหน้าท่าทางนั่นต้องสุดแสนน่าประทับใจเป็แน่!
เมื่อจัดการธุระเหล่านี้เสร็จ สาวใช้บรรจงเตรียมเสื้อผ้ากับน้ำสำหรับอาบและเปลี่ยนใหม่ให้นางไว้พร้อมสรรพ ท่ามกลางไอน้ำสีขาวที่ตลบอบอวล ทุกสิ่งโดยรอบดูขุ่นมัว บนผิวน้ำโรยด้วยกลีบกุหลาบ กระจัดกระจายกลายเป็สีแดงสดผืนเดียวกัน
“คุณหนูใหญ่ น้ำอุ่นพอดีเลยเ้าค่ะ” สี่เชวี่ยบอกด้วยความเอาใจใส่
“อืม เ้าออกไปเถิด ข้าจัดการเอง”
เสียงเนือยๆ ของไป๋เซียงจู๋ดังขึ้นจากด้านหลังฉากกั้น สี่เชวี่ยรีบพยักหน้ารับแล้วออกจากห้องไป และไม่ลืมที่จะปิดประตูให้มิดชิด
หลังผ่านเื่ที่โถงพระในวันนี้มา ไม่มีใครกล้าเพิกเฉยต่อไป๋เซียงจู๋อีก นอกจากนี้สี่เชวี่ยยังเพิ่งได้รับสินน้ำใจจากไป๋เซียงจู๋ แม้ว่าเหล่าองค์ชายตั้งใจมอบให้นาง แต่ยาลบรอยแผลนี้เป็สุดยอดของดี ตนในฐานะสาวใช้ย่อมยากจะเลี่ยงแผลถลอกเล็กๆ น้อยๆ ได้ดูแลบ้างก็ดี หรือจะนำไปขายแลกเงินก็ไม่เลว
กลิ่นกุหลาบหอมละมุนในห้องฟุ้งกระจายไปทั่วเรือน ไป๋เซียงจู๋ถอดกระโปรงจีบสีครามอ่อนออกช้าๆ ผิวขาวดุจหิมะราวกับกระเบื้องเคลือบชั้นเลิศปรากฏ เมื่อแสงไฟสาดส่องก็ประหนึ่งส่องประกายระยิบระยับ เจิดจ้าจนตาพร่าได้
ไป๋เซียงจู๋มองเนื้อหนังชุดนี้ของตน ริมฝีปากแดงคลี่ยิ้มบาง ตัวนางในชาติก่อนไม่ได้มีผิวพรรณนวลเนียนเช่นนี้ พอบำรุงร่างกายด้วยอาหารดีๆ ก็ช่วยฟื้นฟูกลับมา
ผมดำสลวยยาวระพื้นปกคลุมแผ่นหลังของนางไว้รางๆ ในห้องที่ม่านหมอกหนาทึบรายล้อมนี้ นางฉายเสน่ห์อย่างดอกฝิ่นออกมา ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามีพิษ กลับอาลัยอาวรณ์ปล่อยไปไม่ได้ สุดท้ายก็จบลงที่เสพติด ไม่สนเป็ตาย!
นางก็เหมือนยาพิษ ยาพิษก็เหมือนนาง ผู้ใดที่หลงใหลในตัวนางไม่พ้นต้องตายอย่างอนาถ
ขณะกำลังจะก้าวเท้าลงน้ำ จู่ๆ เสียงกลืนน้ำลายที่เบาจนแทบไม่ได้ยินก็เข้าหู เสียงไม่คุ้นเคยแบบนี้ทำให้ไป๋เซียงจู๋รู้สึกได้ว่าเ้าของของมันเป็ผู้ชาย
ไป๋เซียงจู๋เบิกตากว้างในบัดดล เข้าสู่อิริยาบถระวังภัย คว้าชั้นในที่วางอยู่ไม่ไกลมาสวมปกปิดร่างกาย เข็มเงินสามเล่มในมือพุ่งออกไปยังต้นทางเสียงสบถอันแ่เบา “ใครน่ะ!”
เห็นเพียงแต่เงาคนเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อหลบเข็มเงินด้วยความไวปานสายลม ไป๋เซียงจู๋ส่งสายตาอำมหิต พอนางจะซัดเข็มเงินอีกทีกลับถูกดึงข้อมือจากด้านหลัง จากนั้นก็โอบเอวบางของนาง ลมหายใจอุ่นๆ กระซิบกระซาบที่ข้างหู “เ้าแมวน้อย ทำไมดุขนาดนี้เล่า ลอบสังหารองค์รัชทายาทต้องถูกปะาเก้าชั่วโคตรนะ”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ไป๋เซียงจู๋หรี่ตาลง ภายในนั้นส่อความหงุดหงิด เปล่งเสียงฮึอย่างไม่สบอารมณ์ และไม่เก็บซ่อนการกระแนะกระแหนในวาจาแม้แต่น้อย “ข้าเพิ่งรู้ ที่แท้องค์รัชทายาทมีงานอดิเรกเช่นนี้ ชื่นชอบการบุกรุกห้องส่วนตัวของผู้อื่นในยามค่ำคืน!”
“ข้าไม่สนห้องส่วนตัวของผู้อื่นหรอก นอกจากของเ้าเพียงผู้เดียว” คำพูดหน้าไม่อายออกจากปากเฟิ่งเจาเกออีกครั้ง แสงสดใสในดวงตาดอกท้อของเขาสุกสกาวพอจะปกคลุมทั้งตัวนางได้
“ปล่อย ข้าไม่ชอบ” ไป๋เซียงจู๋สั่งเสียงแข็งเพื่อจะสลัดพันธนาการของเขาทิ้ง ทว่ามันไม่ได้ผลโดยสิ้นเชิง
เมื่อเห็นแมวน้อยแสนดุร้ายในอ้อมอกดิ้นรน เฟิ่งเจาเกอรู้สึกเคอะเขินขึ้นมา เขาคือองค์รัชทายาทผู้ทรงเกียรติ ทั้งยังเป็ผู้ปกครองคนต่อไปของแคว้นอี้ ใต้นภาผืนนี้มิมีผู้ใดยิ่งใหญ่ไปกว่าเขาอีกแล้ว ที่ผ่านมีแต่ผู้หญิงแห่แหนวิ่งตามเขา ยินยอมพร้อมใจทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้เจอหน้าเขาสักหน พออยู่กับนาง เขาดันโดนต่อว่าสาดเสียเทเสียไม่ต่างจากพวกชายตัณหาจัดข้างถนน ไม่มีค่าแม้แต่นิดเดียว
เชิงอรรถ
[1]凤毛麟角 ขนหงส์เขากิเลน หมายถึง ล้ำค่าและหายากยิ่ง
[2]羊脂玉 หยกมันแพะ คือ หยกสีขาวชนิดหนึ่ง เป็หยกชั้นยอดในหมู่หยกขาว สีขาวสะอาด เนื้อหยกเนียนละเอียด มันวาวเปล่งปลั่ง ลักษณะคล้ายก้อนไขมันของแพะ
