พลังทั่วร่างของเจียงเฉินไห่เดือดพล่านขึ้น เขามองต่ำลงมาราวกับมองมดตัวหนึ่ง ทว่าเขาที่เป็อาจารย์ของสำนักซิงเฉินหากลงมือฆ่าเต้าหลิงไปก็ต้องถูกลงโทษ แต่ถึงอย่างนั้นเื่นี้ก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย
“ฮ่าๆ ท่านพี่ อย่างที่ท่านกล่าว หลินซือซือถูกวิชามายาครอบงำอยู่” เจียงชุนเย่ลุกยืนขึ้น มุมปากของนางมีเืไหลออกมา ดวงตาคมดุจงูพิษมองไปที่เต้าหลิงพลางแสยะยิ้ม “อึ้งอะไรอยู่ ยังไม่รีบมารับความตายไปอีก”
เจียงเฉินไห่ก้าวเท้าเดินออกมา พลังฟ้าดินบริสุทธิ์เอ่อล้นทะลักออกมาประหนึ่งมหาสมุทร พวกมันหมุนวนไปมาอยู่กลางอากาศ ทำให้พื้นที่โดยรอบทั้งสี่ทิศสั่นะเื
“เต้าหลิง ทำยังไงดี เขาเป็จอมยุทธ์ขั้นกำเนิดพลังนะ” ฝ่ามือเรียวสวยของหลินซือซือกำแน่นพลางส่งเสียงผ่านจิตออกไปว่า “ที่เ้าว่ามีเนื้อกินตอนนี้เกรงว่าจะเป็พวกเราน่ะสิที่ถูกกิน”
“อย่าเอ่ยถึงเลย ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะเปลี่ยนจากขาวมากลายเป็ดำเช่นนี้ หน้าไม่อายจริงๆ เหตุใดสำนักซิงเฉินถึงได้มีอาจารย์แบบนี้” เต้าหลิงฝืนยิ้ม เขาคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมาเจออาจารย์แบบนี้ จากนั้นก็กล่าวออกมาต่อว่า “ในตอนนี้อีกฝ่ายน่าจะยังไม่รู้พลังของข้า รอโอกาสก่อนแล้วค่อยหนี”
“ยังจะหลอกซือซืออีกอย่างนั้นหรือ เ้ามันรนหาที่ตาย!” เจียงเฉินไห่โกรธมาก จิต์ของเขาแข็งแกร่งยิ่งเขาััได้ว่าพวกเขาทั้งสองคนได้พูดคุยกันผ่านทางจิต์ ฝ่ามือก็ง้างออกพุ่งไปข้างหน้าด้วยโทสะ
ฝ่ามือที่โจมตีเข้ามานั้นพลังฟ้าดินบริสุทธิ์ปลดปล่อยคลื่นพลังที่น่ากลัวออกมา แต่ละเส้นพลังสามารถบดขยี้มวลอากาศให้แหลกเป็ผุยผง เป็พลังที่แข็งแกร่งอย่างมาก
เต้าหลิงรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่บีบอัดเข้ามา เขากำหมัดแน่น สายตาจ้องมองไปทางด้านหลังแล้วแผดเสียงคำรามออกมาว่า “ยาศักดิ์สิทธิ์ นั่นมันยาศักดิ์สิทธิ์”
“ว่าไงนะ ยาศักดิ์สิทธิ์!?” เจียงเฉินไห่ใจนแทบจะทรุดลงไปกับพื้น เขาหันหัวกลับไปมองด้วยร่างที่สั่นเทา
ในเวลานั้นผู้คนที่อยู่รอบๆ ก็พลันตกตะลึงไปตามๆ กัน พวกเขารีบหันหลังกลับไปมองพลางกวาดสายตาไปรอบๆ แล้วลงมือสำรวจอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ทว่าเบื้องหน้าของพวกเขานั้นกลับมีแค่ความว่างเปล่า ทำให้พวกเขาแต่ละคนแทบจะกระอักเืสดๆ ออกมา
เจียงเฉินไห่ที่กวาดสายตามองหลายต่อหลายครั้งในตอนนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าตนถูกหลอกเข้าให้แล้ว เขาโกรธมากจนริมฝีปากสั่นก่อนที่จะแผดเสียงคำรามดังออกมา “เ้าเด็กบ้า ไม่ว่าใครก็ช่วยเ้าไม่ได้ ตายเสียเถอะ!”
เขาหันหลังพลางปล่อยฝ่ามือออกไป พลังงานขนาดใหญ่ประหนึ่งสายน้ำพุ่งทะลวงออกไปข้างหน้าทำเอาพื้นดินแตกร้าวเป็ทางยาว
“เ้าจะหนีไปไหน” เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว เจียงเฉินไห่ก็พลันเกิดโทสะขึ้น สายตาของเขามองไปยังคนที่กำลังวิ่งอยู่ภายในแปลงยา ฝ่ามือของเขาโจมตีออกไปอีกครั้ง คลื่นลูกใหญ่เป็ชั้นๆ ม้วนตัวพัดเข้าใส่
ในตอนนั้นเอง พัดล้ำค่าห้าสีก็ปรากฏขึ้นในมือของเต้าหลิง เขาโบกสะบัดพัดออกไปครั้งหนึ่ง ลมพายุห้าสีก็ะเิออกมา ฟ้าดินพลันบิดเบี้ยวปรากฏปราณลมสามเส้นพุ่งออกไปข้างหน้า
ครืน
ทั่วทั้งแปลงยาโบราณสั่นไหว คนโดยรอบที่วิ่งเข้าไปข้างในถูกโจมตีจนกระอักเื พวกเขาเกือบจะตายอยู่ข้างในนั้นแล้ว
“ของล้ำค่าพิสดารที่ทำมาจากขนชีวิต” เจียงเฉินไห่ะโออกมาด้วยความปีติ สายตาของเขาจับจ้องไปที่พัดล้ำค่าห้าสี
“ท่านพี่ตามไปเร็ว จะต้องนำของสิ่งนั้นมาให้ได้ ถ้ามันได้ถูกหลอมเพิ่มละก็จะต้องกลายเป็ของล้ำค่าชั้นยอดแน่” เจียงชุนเย่กล่าวด้วยความตื่นเต้นพลางแผดเสียงคำรามลั่น “แล้วก็เ้าหลินซือซือ เ้าหนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้าหรอก!”
“ข้าจะฆ่าเขา จะฆ่าเขา” ชิงโปคำรามอย่างบ้าคลั่ง เขาโกรธจนแทบบ้า เมื่อครู่เขาได้คุกเข่าต่อหน้าเต้าหลิง นั่นเป็ความอัปยศที่น่าอับอายเป็อย่างมาก
ความเร็วของเต้าหลิงนั้นว่องไว เขาพาซือซือวิ่งเข้าไปข้างในโดยที่ไม่หยุดพักแม้แต่หนึ่งลมหายใจ
สถานที่โบราณแห่งนี้กว้างใหญ่เป็อย่างมาก อีกทั้งยังเก็บฟ้าดินในสมัยโบราณเอาไว้ พลังบริสุทธิ์ที่ปลดปล่อยออกมานั้นเข้มข้นมากจนถึงขีดสุด ทว่าฟ้าดินนี้อยู่ได้ไม่นานก็ค่อยๆ หายไป
“ยอดฝีมือขั้นกำเนิดพลังแข็งแกร่งจริงๆ ข้าจะต้องทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาสูงสุด ถึงจะมีพลังพอประมือกับเขาได้”
เต้าหลิงระวังตัวเป็อย่างดี เมื่อเขาััได้ว่าพลังแข็งแกร่งที่อยู่ข้างหลังหายไปก็ถอนหายใจออกมาแล้วกล่าวขึ้น
“ว่ากันว่าขั้นพลังนี้ทะลวงได้ยากเป็อย่างมาก เจียงเฉินไห่เพิ่งจะเข้าสู่ขั้นกำเนิดพลังก็มีพลังมากขนาดนั้นแล้ว” หลินซือซือเม้มริมฝีปากสีแดง หัวใจที่บีบรัดของนางผ่อนคลายลงไม่น้อย
“เ้าคนไร้ศีลธรรมนั่น อีกเดี๋ยวได้เห็นดีกับข้าแน่” เต้าหลิงฉีกยิ้มมุมปาก ก้าวเดินเข้าไปข้างใน ในตอนนั้นเองเขาก็สังเกตเห็นวิหารหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในส่วนลึก
“ที่นี่น่าจะเป็ที่ที่จอมยุทธ์โบราณใช้ปิดขั้นพลัง ขนาดข้างนอกยังมีสมุนไพริญญามากขนาดนั้น ข้างในวิหารนี้คาดว่าน่าจะมีของล้ำค่าของจอมยุทธ์โบราณอยู่เป็แน่”
ดวงตากลมโตของหลินซือซือจับจ้องไปที่วิหารที่ปกคลุมด้วยหมอกสลัวๆ ความเร็วของพวกเขาทั้งสองคนเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้มีคนจำนวนมากที่เข้าไปหาของล้ำค่า ถ้าไปช้าแม้แต่นิดเดียว เพียงขนสักเส้นก็จะหาไม่เจอ
เมื่อเริ่มเดินเข้ามาใกล้วิหาร เต้าหลิงก็รู้สึกได้พลังต้นกำเนิดที่เข้มข้นมากขึ้น เขากล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจว่า “จะต้องมีพลังงานต้นกำเนิดจำนวนมากอยู่แน่ หวังว่าจะหาถ้ำิญญาโบราณเจอนะ”
ในตอนนี้เต้าหลิงไม่สนใจพวกของล้ำค่า เขา้าแต่พลังต้นกำเนิด อย่างไรเสียสิ่งสำคัญที่สุดก็คือพลัง
ภายในวิหารตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายพลังที่น่าเกรงขาม เ้าของถ้ำนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหนนั้นยากที่จะคาดเดา ทั้งๆ ที่ตายไปนานมากแล้ว แต่พลังก็ยังมีอยู่มาจนถึงตอนนี้ ยากที่จะจินตนาการว่าคนแบบไหนที่เป็เ้าของถ้ำ
มีคนจำนวนหนึ่งที่เข้ามาภายในวิหาร สายตาของเต้าหลิงกวาดมองไปรอบๆ ภายในนี้มีวิหารย่อยอยู่เยอะมาก เขาเลือกวิหารแห่งหนึ่งพลางเดินขึ้นบันไดหินแล้วพุ่งทะยานเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว
พลังฟ้าดินบริสุทธิ์ภายในวิหารนั้นเข้มข้นมากเหมือนกับคลื่นน้ำที่ไหลทะลักอยู่กลางอากาศ ภายในมีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่กำลังยืนมองกำแพงอยู่รอบๆ
“นี่คืออะไร” เต้าหลิงก้าวฝีเท้าเดินออกไป
“น่าจะเป็กำแพงหินที่จอมยุทธ์ทิ้งเอาไว้ ข้าเคยเห็นมาก่อนในขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ก็มีของสิ่งนี้อยู่ซึ่งมันสามารถเพิ่มประสบการณ์ในการฝึกฝนได้แข็งแกร่งมากขึ้นหลายเท่า” หลินซือซือกล่าว
“อ่อก” เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้สายตาจับจ้องไปยังกำแพงหินกระอักเืออกมา เขาใมากจนหน้าขาวซีด เท้าเหยียดถอยหลังไป
“จะต้องเป็กำแพงหินที่แข็งแกร่งมาก ถ้าหากมีขั้นฝึกฝนไม่ถึงก็จะมองไม่เห็นภาพที่อยู่ข้างในและถูกโจมตี” หลินซือซือกระชับฝ่ามือเรียวสวย
เต้าหลิงเกาหัวพลางใช้สายตามองกำแพงหินอย่างอดไม่ได้ ชั่วพริบตาเขาก็ได้มาเยือนโลกที่น่ากลัวแห่งหนึ่ง ฟ้าถล่มดินทลาย หุบเขาสั่นไหวไม่หยุด
“แกว๊ก แกว๊ก!” เสียงนกร้องคำรามะเิดังออกมา พลังที่น่ากลัวปกคลุมไปทั่วทั้งฟ้าดิน ปรากฏร่างเงาร่างหนึ่งขึ้นปิดบังห้วง์กดทับทุกสรรพสิ่ง ราวกับความมืดได้เข้ามาเยือน
นก์ตนหนึ่งรูปร่างใหญ่โต ไม่รู้ว่ามันบินฝ่าทะลวงอากาศมาแล้วกี่ลี้ ร่างของมันเป็สีทองประหนึ่งทำมาจากทองคำ แสง์ส่องสว่างจ้าละลานตา ดวงตาสีทองทั้งสองดุจดวงอาทิตย์ที่แผดเผา
สัตว์ปีก์นั้นน่ากลัวเป็อย่างยิ่ง ปีกั์ทั้งสองกางออกราวกับูเา์ขนาดั์ ฟ้าครามนับหมื่นลี้ถูกฉีกขาด คลื่นพลังที่น่ากลัวะเิออกมาเป็ระลอกๆ
“ครืน”
แสง์ทั้งสองเส้นะเิออกมาราวกับแม่น้ำ์ ทะลวงฝ่าท้องนภากดทับเก้านรกดวงจันทร์ดวงอาทิตย์สั่นไหว ดวงดาราร่วงหล่น พื้นดินทรุดตัวยวบลงไปจนเกิดเหวลึกดำมืดไร้ที่สิ้นสุดขึ้น
“โฮก!”
ลิงั์สีทองยืนตระหง่านอยู่กลางฟ้าดิน ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยขนสีทองแสง์สว่างไสว ภายในดวงตาทั้งสองมีภาพนิมิตฟ้าถล่มดินทลายปรากฏขึ้นมา
ลิงั์ดูดกลืนพลังทั่วทั้งแปดทิศ กำปั้นหมุนควงโจมตีขึ้นฟ้า ห้วงมิติแต่ละชั้นปริแตกออก หมัดสีทองขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับดวงดาราั์ที่พุ่งขึ้นไป แรงพลังทั้งหมดนั้นทำให้ทั่วทั้งสิบย่านฟ้าสั่นสะท้าน
การต่อสู้ของสัตว์อสูรทั้งสองตนนั้นน่ากลัวเป็อย่างยิ่ง พวกมันโจมตีจนจันทราอาทิตย์มอดดับแสงโกลาหลเริงระบำล่องลอยแข็งแกร่งมากจนถึงขีดสุด
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่รู้ว่าสู้ไปแล้วนานเท่าไร ร่างของนก์สีทองโชกไปด้วยเืราวกับอสูรปีศาจ กระบวนท่าการโจมตีที่ปล่อยออกไปครั้งหนึ่งทำให้ฟ้าดินสั่นะเื มันดูดกลืนพลังเข้ามาท่ามกลางฟ้าดินปรากฏร่างเงานก์ขึ้น มันพุ่งโจมตีเข้าใส่ลิงั์อย่างไร้ความปรานี จนสุดท้ายปีกั์ของมันก็ตัดผ่านหัวของลิงั์
ภาพเบื้องหน้าสลายหายไป เต้าหลิงหอบหายใจถี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง สัตว์อสูรทั้งสองนั่นน่ากลัวมากเกินไปแล้ว แต่ละกระบวนท่าทำเอาฟ้าดินแหลกสลาย โลกทั้งโลกยังรับพลังของมันไม่ไหว
ใบหน้าของหลินซือซือซีดขาว นางดูได้แค่ครู่เดียวก็ถูกดึงออกมา
“ไปเถอะ รอกลับมาแล้วค่อยดู ตอนนี้ไปหาของล้ำค่าก่อนจะดีกว่า” เต้าหลิงกล่าว เขาอยากจะมาดูกำแพงหินนี้อีกครั้งหนึ่งในภายหลัง มันจะต้องมีประโยชน์ต่อการฝึกฝนมากเป็แน่ เพราะมันก็คือมรดกสืบทอดชนิดหนึ่ง
ภายในวิหารที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ มากมาย เสียงสังหารคำรามลั่นดังสนั่นไปทั่วบริเวณ มีหลายคนที่ตาแดงก่ำ เพราะมีคนเจอยาโอสถโบราณทำให้เกิดานองเืขึ้น จนสุดท้ายยาโอสถโบราณก็ถูกทำลาย
มีคนที่ได้ม้วนคัมภีร์ฝึกฝนของจอมยุทธ์โบราณทำให้ถูกผู้คนจำนวนมากลอบโจมตี ของสิ่งนี้ล้ำค่าเป็อย่างยิ่ง ไม่ว่าใครที่เห็นก็ต้องตาเป็มัน
เต้าหลิงไม่รอช้า เขาจะไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่นิดเดียว อีกเดี๋ยวหากมีจอมยุทธ์ขั้นกำเนิดพลังมาที่นี่ ถึงตอนนั้นเขาก็จะไม่ได้อะไรเลย
