บทที่ 1 : การเจรจาค้าขายด้วยชีวิต
บรรยากาศภายในห้องโถงไว้อาลัยเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเทียนไขปะทุ จั๋วชิงเหยายืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของบ่าวไพร่ แววตาที่เคยมองพื้นอย่างนอบน้อม บัดนี้กลับจ้องมองแม่เฒ่าหลินเขม็งราวกับราชสีห์จ้องเหยื่อ
แม่เฒ่าหลินอ้าปากพะงาบๆ นิ้วที่ชี้หน้านางสั่นระริก "จะ... เ้า! เ้ากล้าขู่ข้าหรือ? เป็แค่ลูกสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้าบ้าน คิดจะมางัดข้อกับแม่สามี ช่างอกตัญญูนัก! ใครก็ได้! จับนางมัดเดี๋ยวนี้ เอาผ้าอุดปากนางไว้!"
บ่าวชายสองคนทำท่าจะขยับเข้ามาอีกครั้ง แต่จั๋วชิงเหยากลับไม่ถอยหนี นางแสยะยิ้มเ็า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
"อกตัญญูหรือ? เทียบกับเื่ที่ 'หลินจื่อหยวน' สามีผู้ล่วงลับของข้า แอบยักยอกเงินกองทัพไปปล่อยกู้หน้าเื แล้วยังลักลอบค้าเกลือเถื่อนร่วมกับพ่อค้าแดนใต้... เื่ไหนมันอกตัญญูต่อแผ่นดินมากกว่ากันเ้าคะ ท่านแม่?"
เปรี้ยง!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้อง แม่เฒ่าหลินหน้าซีดเผือดจนไร้สีเื ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนต้องทรุดลงไปนั่งแปะกับเก้าอี้ไม้จันทน์ แม่สื่อโจวที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับทำพัดร่วงหลุดมือ
"จะ... เ้าพูดเื่เหลวไหลอันใด!" หญิงชราชี้หน้านางเอก เสียงสั่นเครือจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ "ลูกข้าเป็วีรบุรุษ เขาตายในหน้าที่!"
"วีรบุรุษที่ไหนจะมีบัญชีลับซ่อนอยู่หลังภาพวาด 'พยัคฆ์ลงดอย' ในห้องหนังสือเล่าเ้าคะ?"
จั๋วชิงเหยาเอียงคอเล็กน้อย แววตาฉายแววรู้ทันทุกอย่าง ความทรงจำของร่างเดิมอาจจะเลือนรางในบางเื่ แต่เื่ความลับนี้ จั๋วชิงเหยาคนเก่าเคยบังเอิญไปเห็นเข้าและถูกสามีข่มขู่จะฆ่าให้ตายหากแพร่งพราย แต่วันนี้... ความลับนั้นคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในมือของ CEO สาว
"ในบัญชีเล่มนั้น ลงรายชื่อผู้ร่วมขบวนการไว้ครบถ้วน ทั้งใต้เท้ากรมคลัง ทั้งพ่อค้าสกุลหวัง... หากข้าส่งสมุดเล่มนั้นให้มือปราบศาลต้าหลี่ ท่านแม่ลองคิดดูสิว่า ตระกูลหลินจะเหลือรอดสักกี่คน? ปะาเก้าชั่วโคตร... คงรวมถึงท่านแม่และหลานๆ สายรองด้วยกระมัง?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง คราวนี้เป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม่เฒ่าหลินเหงื่อกาฬแตกพลั่ก นางรู้ดีว่าลูกชายตนเองไม่ใช่คนดีเด่ แต่ไม่คิดว่าสะใภ้ที่ดูหัวอ่อนจะกุมความลับสำคัญขนาดนี้ไว้
"เ้า... เ้า้าอะไร?" หญิงชราถามเสียงแหบแห้ง ท่าทีหยิ่งยโสเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความกลัวตาย
จั๋วชิงเหยาปัดเศษฝุ่นออกจากแขนเสื้อ เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตำแหน่งประธานอย่างถือวิสาสะ ราวกับนางคือผู้นำตระกูลตัวจริง
"ง่ายมากเ้าค่ะ เรามาเจรจาธุรกิจกัน"
หญิงสาวชูนิ้วเรียวงามขึ้นมาทีละนิ้ว
"ข้อแรก... เขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ให้ข้า ระบุว่าข้าจั๋วชิงเหยา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลหลินอีกต่อไป เป็หม้ายที่หลุดพ้นจากพันธะ ไม่ต้องไว้ทุกข์ ไม่ต้องปรนนิบัติแม่สามี"
"ข้อสอง... คืนสินเดิมของข้ามาให้ครบทุกอีแปะ รายการสินเดิมมีอะไรบ้างข้าจำได้แม่น ทั้งที่ดิน ร้านค้า เครื่องประดับ และเงินสดห้าร้อยตำลึงทอง"
"และข้อสาม..." จั๋วชิงเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากดูเ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอก "ค่าทำขวัญที่ท่านแม่คิดจะขายข้าให้ชายแก่... ข้าขอเป็รถม้าหนึ่งคัน กับเสบียงอาหารแห้งสำหรับเดินทาง ห้ามขาดแม้แต่อย่างเดียว!"
แม่เฒ่าหลินกัดฟันกรอดด้วยความเสียดายทรัพย์สิน "สินเดิมเ้าข้าเอาไปใช้หนี้พนัน... เอ้ย! ใช้จัดงานศพไปบางส่วนแล้ว จะคืนครบได้อย่างไร!"
"นั่นไม่ใช่ปัญหาของข้า" จั๋วชิงเหยาตอบเสียงเรียบ "หากของขาดไปแม้แต่ชิ้นเดียว สมุดบัญชีเล่มนั้นจะไปวางอยู่บนโต๊ะท่านมือปราบพรุ่งนี้เช้า เลือกเอาเถิดเ้าค่ะ... จะเสียทรัพย์ หรือจะเสียหัว?"
บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก แม่เฒ่าหลินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางมองสะใภ้ตรงหน้าด้วยความเคียดแค้น แต่ความกลัวตายมีมากกว่า สุดท้ายจึงจำใจพยักหน้าให้พ่อบ้าน
"ไป... ไปเอาสินเดิมของนางมาคืนให้หมด! แล้วเขียนหนังสือตัดขาดให้นางเดี๋ยวนี้! ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าข้า!"
...
หนึ่งชั่วยามต่อมา
รถม้าสภาพกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งเคลื่อนตัวออกจากประตูหลังของจวนตระกูลหลิน ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา
ภายในรถม้า จั๋วชิงเหยานั่งพิงผนังรถอย่างอ่อนล้า ร่างกายนี้บอบช้ำกว่าที่คิด ทั้งแผลที่ศีรษะและความอ่อนเพลียจากการอดอาหาร แต่ถึงกระนั้น ดวงตาของนางกลับเป็ประกายสดใส นางกอดหีบใส่ตั๋วเงินและโฉนดที่ดินไว้แน่น นี่คือ 'เงินทุนก้อนแรก' สำหรับชีวิตใหม่
"ฮูหยิน... ฮึก... ฮูหยินเ้าขา บ่าวกลัวเหลือเกิน"
เสียงสะอื้นไห้ดังมาจากสาวใช้ตัวเล็กที่นั่งคุดคู้อยู่มุมรถ 'เสี่ยวเถา' สาวใช้คนสนิทที่จงรักภักดี ยอมติดตามนางออกจากจวนโดยไม่ลังเล แม้จะตัวสั่นงันงกก็ตาม
"หยุดร้องได้แล้วเสี่ยวเถา" จั๋วชิงเหยาเอ่ยพลางยื่นมือไปลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ แม้น้ำเสียงจะดุเล็กน้อยแต่อ่อนโยน "น้ำตาไม่ช่วยให้ท้องอิ่ม และไม่ได้ช่วยให้เรารวยขึ้น"
"แต่... แต่เราไม่มีที่ไปนะเ้าคะ สามีก็ตาย บ้านเดิมก็คงไม่ต้อนรับเราที่เป็หม้าย แถมยังโดนไล่ออกมากลางดึกเช่นนี้"
"ใครว่าเราโดนไล่? เราเป็ฝ่ายทิ้งพวกเขาต่างหาก" จั๋วชิงเหยาแก้คำผิด นางเลิกม่านหน้าต่างรถม้าออก มองดูป้ายคำว่า 'จวนสกุลหลิน' ที่ค่อยๆ ห่างออกไปในความมืด
"โลกใบนี้กว้างใหญ่นักเสี่ยวเถา ตราบใดที่เรามีเงินและมีสมอง เราไม่อดตายหรอก"
นางเปิดหีบสินเดิมออก ตรวจนับทรัพย์สินอย่างคล่องแคล่ว ...เงินสดห้าร้อยตำลึงทอง เครื่องประดับหยกและทองคำอีกสามหีบ โฉนดที่ดินร้านค้าเก่าๆ ในตลาดทิศใต้หนึ่งแห่ง และที่ดินรกร้างแถบชานเมืองอีกสิบไร่...
เทียบกับทรัพย์สินหมื่นล้านในชาติก่อน นี่มันเศษเงินชัดๆ! แต่สำหรับยุคนี้ มันมากพอที่จะใช้ตั้งตัวได้
"ฮูหยิน เราจะไปที่ไหนกันดีเ้าคะ?" คนขับรถม้า (ซึ่งจั๋วชิงเหยาจ้างมาเฉพาะกิจ) ะโถามแข่งกับเสียงฝน
จั๋วชิงเหยาหลับตาลงนึกถึงแผนที่เมืองในความทรงจำ "ไปตรอกฉางเล่อ ทิศใต้... ข้าจำได้ว่ามีเรือนหลังเล็กท้ายร้านค้าในสินเดิมของข้าที่พอจะซุกหัวนอนได้"
"ขอรับ!"
รถม้ากระชากตัวออกมุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของค่ำคืน จั๋วชิงเหยาสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นฝนปนกลิ่นดินโคลนทำให้รู้สึกถึงอิสรภาพ
ในชาตินี้ นางจะไม่มีวันยอมให้ใครมากดขี่ จะไม่มีวันยอมแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ และที่สำคัญ... นางจะใช้ความรู้ที่มี สร้างอาณาจักรการค้าให้ยิ่งใหญ่จนแม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจ!
แต่ก่อนอื่น...
"จ๊อกกก..."
เสียงท้องร้องดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะปณิธานอันยิ่งใหญ่ จั๋วชิงเหยาหน้าแดงระเรื่อ ขณะที่เสี่ยวเถาก็หยุดร้องไห้แล้วหันมามองตาแป๋ว
"เอ่อ... ฮูหยิน หิวหรือเ้าคะ?"
"ข้าไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้วนี่นา" จั๋วชิงเหยาถอนหายใจ ยิ้มแห้งๆ "เอาเถอะ ถึงที่พักเมื่อไหร่ พรุ่งนี้เช้าเราค่อยหาลู่ทางทำเงินกัน... กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ฉัน... เอ้ย! ข้าจะไม่ยอมตายเพราะความหิวเด็ดขาด!"
ภารกิจแรกของอดีต CEO หมื่นล้าน ไม่ใช่การครองโลก แต่คือการหาข้าวกินให้อิ่มท้องต่างหาก!
และนางหารู้ไม่ว่า... ในตรอกมืดท้ายตลาดที่นางกำลังจะเดินทางไปนั้น มี "บางสิ่ง" หรือ "บางคน" ที่กำลังนอนหายใจรวยรินรอคอยการช่วยเหลืออยู่
บางคนที่ในอนาคต... จะกลายมาเป็เ้าหนี้ชีวิต (และเ้าหนี้หัวใจ) ที่นางสลัดอย่างไรก็ไม่หลุด!
