เฉินเฟิงรำลึกถึงความฝันจนจบ เขารู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก
เพราะความฝันนั้นคล้ายคลึงกับเื่จริงของเขา ทว่ากลับมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย หากเปรียบเทียบกันแล้ว ชีวิตในฝันนั้นมันช่างน่าอนาถ
ในฝันเขาไม่สามารถปลดผนึกความทรงจำจนต้องจบชีวิตลงในโลงศพ
อย่างไรก็ตาม เฉินเฟิงยังคงรับรู้ได้อย่างชัดเจน
เขาเป็เพียงผู้บุกรุก อาศัยร่างกายของเฉินเฟิงในโลกคู่ขนานนี้ดำเนินชีวิต
เดิมทีตามข้อกำหนดของระบบััประสบการณ์ชีวิตรายสัปดาห์ เขาต้องััชีวิตที่แตกต่างนี้เป็เวลาเจ็ดวัน
แต่ชีวิตลูกเขยแบบนี้ช่างน่าอนาถยิ่งนัก เขาไม่อยากอยู่ต่อแล้ว
เฉินเฟิงจึงถามในใจ
'ระบบ อยู่หรือเปล่า? ผมไม่อยากรับรู้เกี่ยวกับชีวิตของเฉินเฟิงคนนี้แล้ว
ผมจบภารกิจล่วงหน้าแล้วกลับโลกเดิมของผมเลยได้ไหม? จะปี 2021 หรือ 1995 ปีไหนก็ได้
เทียบกับชีวิตการเป็ลูกเขยแล้วปีไหนก็ได้ทั้งนั้น
ถ้าจะให้พูด ถูกรักแรกกับเพื่อนสนิทสวมหมวกเขียวยังดีกว่าชีวิตลูกเขยของเฉินเฟิงโลกนี้มาก'
เขาไม่ได้คาดหวังว่าระบบจะตอบกลับ
[โฮสต์หากคุณััประสบการณ์ชีวิตครบเจ็ดวัน คุณจะสามารถพลังทั้งหมดของตัวทั้งสองอันได้แก่ เทพาผู้พิชิตสนามรับและเซียนแพทย์เทวะได้
แต่ตอนนี้โฮสต์ััประสบการณ์บนโลกนี้เพียงสองวัน หาก้าจบทุกอย่างก่อนกำหนด คุณจะได้รับพลังเพียงสองในเจ็ดเท่านั้น
โฮสต์้าจบประสบการณ์ก่อนกำหนดหรือไม่? โปรดคิดให้ถี่ถ้วนและเลือกอย่างรอบคอบ]
เฉินเฟิงตอบกลับเด็ดเดี่ยว
’สองในเจ็ดก็น่าจะพอสำหรับรักษาโรคเบาหวานของพ่อแม่กับถางเฉินแล้ว’
เฉินเฟิงไม่ได้มีความ้าสูง เขารู้สึกว่าพลังสองในเจ็ดส่วนจากสถานะเทพากับเซียนแพทย์ก็น่าจะเพียงพอสำหรับรักษาโรคเบาหวานได้แล้ว
สำหรับความรู้สึกเกี่ยวกับโลกนี้ เขาไม่มีความรู้สึกผูกพันใดๆ อย่างสิ้นเชิง เขาไม่อยากััประสบการณ์อะไรที่โลกนี้อีกต่อไปแล้ว
เมื่อระบบได้ยินการยืนยันของเฉินเฟิง ระบบจึงทำการส่งเสียงแจ้งเตือนกลับ
‘ติ๊ง’
[โฮสต์ตัดสินใจสิ้นสุดประสบการณ์ชีวิตเจ็ดวันล่วงหน้า ได้รับความสามารถของเฉินเฟิงในโลกคู่ขนานสองในเจ็ด
ระบบจะเริ่มการนำโฮสต์กลับไปปี 1995 ขณะนี้มีเื่น่าใที่คาดไม่ถึงรอคุณอยู่]
เมื่อเฉินเฟิงได้ยินแจ้งเตือนจากระบบ หัวใจเริ่มเต้นรัว เพราะคำว่าเื่น่าใคาดไม่ถึง น้ำเสียงนั้นแฝงด้วยความหมายว่า ‘ต้องระวังตัว’
แต่เฉินเฟิงก็ทำได้เพียงรับเื่ราวไม่คาดฝันนี้แบบจำยอม เพราะเขาต้องพึ่งพาระบบเพื่อกลับไปยังปี 1995 เหมือนเดิม
หลังจากนั้น สติของเขาก็ค่อยๆ ถูกดึงออกจากร่างเทพาในโลกคู่ขนานนี้ คืนสู่ตัวตนดั้งเดิมของเขาเอง
และเฉินเฟิงก็กลับมาในปี 1995 ในที่สุด
เมื่อสะดุ้งลืมตาตื่นอย่างแรง เฉินเฟิงพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงใหญ่
สังเกตจากการจัดวางของในห้อง เฉินเฟิงพบว่าเขากำลังนอนอยู่ในห้องรับแขกบ้านหลิ่วอีอี
ยิ่งไปกว่านั้น
ข้างเตียงใหญ่ ปรากฏหญิงสาวคนหนึ่งนอนหลับอยู่
แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าแต่เฉินเฟิงก็จำได้ในทันทีทันใดว่าเธอคือจ้าวฉินเสวีย
"จ้าวฉินเสวีย? ทำไมเป็เธอ? หายไปอยู่โลกคู่ขนานมาสองวัน
โลกนี้ก็น่าจะผ่านไปสองวันเหมือนกัน สลบไปสองวัน"
เฉินเฟิงพึมพำกับตัวเองไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็น
จ้าวฉินเสวียเป็คนนอนหลับไม่ลึก เธอตื่นเพราะเสียงพึมพำของเฉินเฟิงจึงลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
เมื่อเธอเห็นว่าในที่สุดเฉินเฟิงก็ตื่นขึ้นมาแล้ว เธอะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
"เฉินเฟิง นายตื่นแล้ว... สองเดือน นายสลบไปสองเดือน!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินเฟิงจึงถามอย่างงุนงง
"สองเดือน? นานเป็บ้า!
เดี๋ยวนะ แล้วทำไมเป็เธอ? อีอีอยู่ไหน?"
จ้าวฉินเสวียสะดุ้ง พลางตอบอย่างลุกลี้ลุกลน
"เอ่อ...อีอี เธอยุ่งมาก เธอเป็คนดูแลเฟิงฮวาเจว๋ต้ายกรุ๊ปแทนนาย
โดยเฉพาะไอ้อาคารค้างเติ่งสองหลังที่นายซื้อไว้ก่อนหมดสติไปนั่นแหละ กับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เขตชานเมืองตอนนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วนะ พรุ่งนี้เป็วันเปิดขายโครงการแล้ว แต่ในที่สุดนายก็ตื่นสักที ดีจริงๆ
อีอี เธอเก่งมากเลยนะ เทียบกับเธอแล้วฉันก็แค่แจกัน สวยแต่ไร้ประโยชน์ คงได้แค่เข้าวงการบันเทิงเท่านั้นแหละนะ"
หลังจากฟังคำพูดของจ้าวฉินเสวียจบ เฉินเฟิงมองเธออย่างครุ่นคิด
เฉินเฟิงรู้สึกว่าผ่านไปเพียงแค่สองเดือน แต่ผู้หญิงคนนี้กลับเปลี่ยนไปมากทีเดียว
“ทำไมเธอถึงดูเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้? แม่ดอกฟ้าดาวมหาลัยผู้หยิ่งยโสคนเดิมหายไปไหนแล้วอะ?” เฉินเฟิงอดกลั้นความสงสัยไว้ไม่อยู่จนต้องถามออกมา
“เฉินเฟิง เรากลับมาเป็เหมือนเดิมได้ไหม? ฉันไม่้าสถานะอะไรทั้งนั้น แค่อยากคบกับนายแบบจริงๆ จังๆ อยากแก้ตัวทำรักแรกพบของนายที่ไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์" จ้าวฉินเสวียพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ เธอมองเฉินเฟิงด้วยสายตาคาดหวัง
“อันนี้... เธอเปลี่ยนไปมากเกินไปจนผมรับมือไม่ทันแล้ว” เฉินเฟิงรู้สึกพิศวง
“สองเดือนที่ผ่านมา ฉันเป็คนดูแลเื่อาหาร การกิน การนอน การใช้ชีวิตของนาย
แม้แต่ตอนที่นายต้องกินอาหารเหลว ฉันก็ยังเป็คนป้อนให้นายด้วยปากของตัวเอง…”
จ้าวฉินเสวียตัดสินใจเปิดเผยทุกอย่าง เธอเล่าอย่างละเอียดว่าเธอคอยดูแลเฉินเฟิงที่นอนสลบอยู่สองเดือนที่ผ่านมา
เฉินเฟิงฟังแล้ว รู้สึกตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม
"เป็ไปไม่ได้ ไม่มีทาง อย่าคิดว่าผมรวยแล้วจะมาเล่นละครตีหน้าเศร้าเกาะผมได้นะ!"
เฉินเฟิงิญญาล่องลอยข้ามมิติไปยังโลกคู่ขนาน ได้ััชีวิตของ ‘เฉินเฟิง’ บุรุษผู้เป็ทั้งขุนศึกผู้เก่งกล้า หมอยาผู้เลิศล้ำ และลูกเขยตระกูลใหญ่เป็เวลาสองวัน
ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร เขาเข้าใจเื่นี้ดี
ต่อให้ ‘จ้าวฉินเสวีย’ คนนี้จะดีกว่า ‘จู้เจินฉิน’ แบบอยู่กันคนละโยชน์ก็ตาม แต่เื่ที่ว่าเธอพร้อมใจกับฮูอวี่แทงข้างหลังเขาก็ยังเป็ความจริงอยู่
ส่วนเื่ที่จ้าวฉินเสวียเคยบอกว่าไม่เคยขึ้นเตียงกับฮูอวี่ ยังเป็สาวบริสุทธิ์อยู่นั้น
ตอนนี้เฉินเฟิงได้ความสามารถสองในเจ็ดของเซียนแพทย์สามารถดูออกได้ทันทีว่าเธอยังเป็เช่นนั้นจริงตามที่เธอว่า
"ไม่เชื่อก็รออีอีกลับมาแล้วถามเธอได้ ตอนนี้ฮาเร็มของนายก็ไม่เล็กเลยนะ
อีอีดูแลบริษัทเฟิงฮวาเจว๋ต้ายทั้งหมด จางหลิงเจี๋ยกับหลินชิวหยุนดูแลโรงแรมกับร้านอาหาร
ส่วนฉัน สาขาที่เรียนมาไม่ตรงกับที่พวกเธอ้าก็เลยได้แต่หมกตัวอยู่ที่บ้านคอยดูแลนาย
แล้วก็เป็เพราะฝีมือของฉันใน่สองเดือนที่ผ่าน เมื่อวานนี้อีอีเลยได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเฟิงฮวาเจว๋ต้ายเอนเตอร์เทนเมนต์และเซ็นสัญญากับฉันอย่างเป็ทางการแล้ว"
จ้าวฉินเสวียพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ เธอเล่าความจริงอย่างหมดเปลือก
ั้แ่เฉินเฟิงหมดสติไปอย่างกะทันหัน เธอมีโอกาสคิดเื่หัวใจตนเองถี่ถ้วน
ความบริสุทธิ์ยังอยู่ดี เื่จะแย่สักแค่ไหนกันเชียว?
เมื่อก่อนเธอแค่โลภเงินของฮูอวี่เท่านั้น แต่เธอเพิ่งค้นพบว่าตัวเธอเองตกหลุมรักเฉินเฟิงที่ทุ่มเทตามจีบเธอนานถึงสามปี
เธอจึงกลับตัวกลับใจอย่างเด็ดขาด ตั้งใจจะติดตามเฉินเฟิงไปอย่างไม่มีเงื่อนไข
แม้ว่าสักวันเขาจะไม่มีเงินแล้ว เธอก็จะไม่ทิ้งเขา
"เอาเถอะ งั้นก็ลองสักตั้ง ปีแรกเธอทำงานกับบริษัทเฟิงฮวาเจว๋ต้ายเอนเตอร์เทนเมนต์ฟรีไปก่อน
แต่อย่างน้อยผมจะทุ่มเททรัพยากรให้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างจุดยืนในวงการบันเทิงให้เธอ"
หลังจากได้ลองเป็เทพาผู้ไร้พ่ายสองวัน เขาไม่ได้เป็แค่เศรษฐีมีอันจะกินธรรมดาๆ อีกต่อไป แต่เขายังมีจิติญญาเทพาด้วย
"ทำงานฟรีก็ทำงานฟรี ขอแค่นายเลี้ยงข้าวฉันก็พอ ถึงต้องทำงานฟรีฉันก็ยินดี"
จ้าวฉินเสวียเตรียมจะถอดเสื้อผ้าออก เพื่อบริการเฉินเฟิงเป็พิเศษโดยไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน
