ภายในสวนหย่อมของเรือนน้ำชากงอี้!
บรรยากาศเปลี่ยนเป็กระอักกระอ่วนสุดเปรียบ! โม่ซันซันไหนเลยจะคาดคิด ตนทั้งปลอมเสียงทั้งอำพรางกลิ่นอายแต่ก็ยังถูกจับได้? แม่งเอ๊ย ไอ้พวกจิตป่วง! พวกเ้าจะมองเกือกคนอื่นทำซากอะไรนักหนา?
“เ้าตำหนักโม่ อันที่จริงแล้วพวกเราต่างก็อิจฉาพวกที่ขยันเอาการเอางานแบบท่านมาโดยตลอด พวกเรากวดขันลงแรงแค่ในเขตแดนมนุษย์ก็เหนื่อยพอแล้ว ไม่เหมือนอย่างท่านที่คิดจะทำอะไรก็ทำได้ คิดจะซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็ได้อีก ท่านทำให้ผู้อื่นต้องอิจฉาตาร้อนแท้ๆ!” หวังเค่อทอดถอนใจ
โม่ซันซันเบิ่งตามองหวังเค่อ นี่เ้ากำลังชมข้าหรือว่าด่าข้าอยู่กันแน่?
ข้าเ้าตำหนักหมาป่าประจิมผู้เกรียงไกรอุตส่าห์ปลอมตัวมาทั้งทีแต่กลับถูกพวกเ้ามองปราดเดียวก็จับได้? แล้วข้าจะเอาหน้าไปไว้ไหน?
“หวังเค่อ? เหอะ เ้าตาดีเหลือเกินนะ! แต่รู้ไหมว่าข้ามาทำอะไรที่นี่?” โม่ซันซันถามเสียงเย็น
“นั่นไม่สำคัญหรอก! ท่านมาได้เวลาก็ดีแล้ว! ขอบคุณท่านมากจริงๆ!” หวังเค่อว่า
โม่ซันซัน “…!”
ไม่สำคัญ? ขอบคุณข้าทำอะไร?
“เ้าตำหนักโม่ ท่านคงจะไม่ได้มาจัดการเราหรอกนะ?” จางเจิ้งเต้าถามอย่างวิตก
“เ้าตำหนักโม่จะมาจัดการพวกเราได้ยังไง? เขาคือเ้าตำหนักพรรคเทพหมาป่า์ ข้าเองก็เ้าตำหนัก เ้าเองก็ผู้าุโ! จะเป็ไปได้ยัง? ทุกคนล้วนเป็พวกเดียวกัน จางเจิ้งเต้า เ้าห้ามพูดจาเหลวไหล!” หวังเค่อยิ้มแย้ม
โม่ซันซันมองหวังเค่ออย่างเ็า “เ้าตื่นตูมเกินไป สำนักเดียวกันแล้วไง? หากข้ามาจัดการพวกเ้าจริงแล้วพวกเ้าจะทำยังไง?”
“อ๋า?” จางเจิ้งเต้าเปลี่ยนสีหน้า
“มีอันใดยาก แค่ประโยคเดียวก็จบแล้ว!” หวังเค่อว่า
“มันคือั์ใหญ่ทารกแกนิญญาเชียวนะ! หากมัน้าเล่นงานพวกเราจริง พวกเราไม่จบเห่กันรึ? หวังเค่อ เ้าไม่ได้ยินมันพูดว่าจะจัดการพวกเราหรือไง?” จางเจิ้งเต้าร้อนใจสุดขีด
อย่างไรเสีย ทำไมครั้งนี้หวังเค่อถึงได้ออกมาจากพรรคเทพหมาป่า์? ยังไม่ใช่เพราะ้าหนีสวะเฒ่าโม่ซันซันนี่อีกหรือ? แม่งเอ๊ย ตามมาถึงนี่ไม่พอ เล่นพูดออกมาโต้งๆ เลยว่าจะเอาชีวิตพวกตน จะทำยังไงดี?
“ประโยคเดียวก็จบ? ประโยคอะไรของเ้า?” โม่ซันซันเองก็เผยสีหน้ากินแหนงแคลงใจออกมา
เห็นหวังเค่อสูดลมเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนเงยหน้าขึ้นฟ้า
เงยหน้าขึ้นฟ้า?
โม่ซันซันจางเจิ้งเต้ามองตามหวังเค่อไปบนฟ้าอย่างเคลือบแคลง
บนฟ้า นอกจากแสงจันทร์นวลตาก็ไม่มีอะไรอยู่อีก มันมองอะไรของมัน?
“ทุกคนฟังให้ดี โม่ซันซันเ้าตำหนักหมาป่าประจิมพรรคเทพหมาป่า์วันนี้มาเยี่ยมข้าหวังเค่อในฐานะแขก!” หวังเค่อะโขึ้นฟ้าไปด้วยพลังเสียงก้องกังวาน
เสียงนั้นผ่านฟากฟ้าก่อนกระจายไปทั่วหย่อมบริเวณเมืองจูเซียน
จางเจิ้งเต้า “…!”
โม่ซันซัน “…!”
ทั้งสองไหนเลยจะคาดคิด หวังเค่อเงยหน้าขึ้นก็จริงแต่ไม่ได้มองท้องฟ้ายามราตรีแต่อย่างใด มันกำลังรวบรวมพลังปราณในจุดตันเถียนเพื่อขับเสียงออกไปให้ไกลที่สุดต่างหาก
เป็ไปตามคาด ทุกคนในเมืองพลันสะดุ้งตื่นเพราะเสียงของหวังเค่อโดยพลัน
“ทราบแล้วๆ ประมุขหวัง พรุ่งนี้ข้าจะไปลงทะเบียน! ขอฝากตัวกับเ้าตำหนักหมาป่าประจิมด้วย!”
“ประมุขหวัง ข้าไม่ไปหาท่านแล้ว ข้ากลัวตาย ข้าไม่อยากสู้!”
“ประมุขหวัง ท่านช่างกว้างขวางนัก!”
“หวังเค่อ ไอ้เด็กขี้อวด แค่มีแขกมาหาเ้าก็ต้องป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ด้วยรึ?”
“หวังเค่อ คนเขาจะหลับจะนอนแหกปากหาอะไร?”
………
……
…
ทั้งเมืองพลันคึกคักกระตู้วู้
โม่ซันซันยืนเบื้อใบ้อยู่อย่างนั้นนานครึ่งค่อนวัน ไม่รู้ว่าควรเอ่ยอะไรออกมาดี
“เอ๊าะอ๋อ ข้าเข้าใจแล้ว เป็เื่ที่จบได้ด้วยประโยคเดียวจริงๆ นั่นแหละ หากคืนนี้ข้ากับหวังเค่อมีอันเป็ไป เ้าตำหนักโม่ก็จะกลายเป็ผู้ต้องสงสัยรายที่หนึ่งไปโดยปริยาย เฉินเทียนหยวนจากพรรคไปต่างแดนก็จริง แต่ถ้ากลับมาแล้วพบว่าหวังเค่อไปเฝ้ายมบาลแล้วละก็ มันจะต้องตามสืบมาถึงนี่ได้แน่! เว้นแต่ว่าท่านจะทำการล้างบางคนทั้งเมือง!” จางเจิ้งเต้าอุทาน
“จะเป็ไปได้ยังไง ล้างบางเมืองจูเซียนทั้งเมือง ใครมันจะกล้า! แม้แต่คนจากลัทธิมารก็ยังไม่กล้าเลย! อีกอย่าง ขอเพียงขาดตกไปสักคน เื่นี้ย่อมเป็ที่รับรู้กันทั่วหล้า กลับกลายเป็ศัตรูของทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรม!” หวังเค่อส่ายหน้า
“ไม่ใช่แค่นั้น ชื่อเสียงฉาวโฉ่นี้จะเป็ชนักติดหลังไปตลอดชีวิต พ้นสิบหมื่นมหาบรรพตไปเข้าร่วมขุมกำลังสักแห่งของโลกภายนอก เมื่อมีการสืบสาวร่องรอยเกิดขึ้นด้านมืดก็จะถูกเปิดเผย ต้องถูกฝ่ายผดุงธรรมไล่ล่าเอาชีวิตแน่!” จางเจิ้งเต้าว่า
โม่ซันซันหน้าดำทะมึน แม่งเอ๊ย เื่จบลงในประโยคเดียวจริงๆ ด้วย มารดามันคงจะคาดคิดว่าหวังเค่อไอ้สันขวานนี่จะใช้วิธีการสุดโต่งรับมือกับปัญหาแบบนี้! ตัวข้าเป็คนทำงานอยู่ใต้ดิน เ้าเล่นส่องไฟสว่างโร่จากทั่วทิศทาง แล้วข้าจะทำอย่างไรได้? ประเด็นคือเื้ัหวังเค่อยังมีเฉินเทียนหยวน ข้าจะทำอย่างไรได้?
“ฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า หวังเค่อ จางเจิ้งเต้า เมื่อกี้เป็แค่การอำกันเล่น!” โม่ซันซันเอ่ยด้วยสีหน้าแข็งทื่อ
เคราะห์ดีที่โม่ซันซันอยู่ภายใต้ชุดคลุมดำ ดังนั้นทั้งสองจึงไม่เห็นสีหน้าค่าตาของมัน
“ข้ารู้อยู่แล้วหรอก! ไม่งั้นเมื่อกี้ข้าคงจะไม่แหกปากบอกทุกคนว่าท่านมาเป็แขกข้าในราตรีนี้ แต่ต้องบอกไปแล้วว่าท่านมาเพื่อเอาชีวิตข้า! ข้าก็บอกแล้วว่าเื่นี้ประโยคเดียวก็จบแล้ว แต่ท่านก็ไม่เชื่อเอง ยังมาถามข้าว่าประโยคอะไรอีก ข้าก็เลยต้องจำใจะโออกไปให้ท่านได้ดู!” หวังเค่อคลี่ยิ้ม
โม่ซันซันหน้ากระตุก สรุปแล้วเป็ความผิดข้า?
“จะว่าไปแล้ว เ้าตำหนักโม่ ทำไมท่านถึงมาโผล่อยู่นี่ได้?” หวังเค่อถามอย่างใคร่รู้
ทำไมข้ามาโผล่อยู่นี่ได้? โม่ซันซันหดหู่เหลือแสน ตนให้ถงอันอันขโมย ‘จมูกสุนัข’ ใช้กลยุทธ์ตั๊กแตนจับแมลง นกกระจิบตามหลัง ส่วนตนเองก็เป็นักล่าที่อยู่ด้านหลังนกกระจิบอีกทีหนึ่ง ตนอุตส่าห์ชักใยอยู่เื้ัซะดิบดี แต่ไหนเลยจะคาดคิดว่าพวกถงอันอันจะไม่ได้เื่ซะขนาดนั้น แค่ไม่กี่วันก็สิ้นท่าในเงื้อมมือของหวังเค่ออีกแล้ว? แม่งเอ๊ย พวกเ้าเป็ดวงธาตุทองคำเก๊กันใช่ไหม? แพ้ภัยตนเองไม่พอยังเผื่อแผ่มาถึงข้าด้วย?
“ข้ามีเื่จะปรึกษาหารือกับเ้าสักหน่อย!” โม่ซันซันสีหน้าสลับซับซ้อน
“อ้อ? เ้าตำหนักโม่ ท่านกับข้าเราต่างเป็ศิษย์ร่วมสำนัก ไม่จำเป็ต้องมากพิธี มีอะไรเชิญว่ามาได้เลย!” หวังเค่อพยักหน้า
“ก็เื่พลพรรคถงอันอันนั่นแหละ คราวก่อนข้าไม่ทันระวังเผลอทำหลุดมือไป สุดท้ายก็ตามรอยมาถึงนี่!” โม่ซันซันเอ่ยอย่างหดหู่
“ข้าเพิ่งจับพวกมันได้เมื่อกี้นี้เอง! เ้าตำหนักโม่คงจะไม่ได้มาแย่งหน้าข้าหรอกใช่ไหม?” หวังเค่อนิ่วหน้า
โม่ซันซันสีหน้าไม่น่าดู ถงอันอันไอ้พวกขยะไม่ได้ความ นี่พวกเ้าถูกจับได้อีกแล้วรึ แม่งเอ๊ย ทำไมต้องถูกหวังเค่อจับด้วย!? ยุ่งยากจริงๆ!
“คืออย่างนี้ ตำหนักหมาป่าประจิมข้ารับผิดชอบเื่การสอดส่องสถานการณ์ของสิบหมื่นมหาบรรพต พวกถงอันอันมีปูมหลังลึกซึ้งกับลัทธิมาร ครั้งก่อนไม่ทันระวังเผลอปล่อยพวกมันหลุดมือไป ข้าพยายามสืบมาตลอด หวังว่าจะขุดเอาความลับเื้ัของพวกมันมาตีแผ่ให้ได้! นี่ล้วนเป็ผลดีต่อฝ่ายธรรมะและทุกๆ คน!” โม่ซันซันเอ่ยอย่างขึงขัง
“เ้าตำหนักโม่ ข้าเองก็ไม่อยากพูดแบบนี้ แต่ท่านรู้ไหมว่าตอนนั้นกว่าข้าจะจับถงอันอันได้ข้าต้องเหนื่อยยากขนาดไหน? ข้าจับพวกมันมาได้อย่างยากเย็นเข็ญใจ แต่สุดท้ายกลับต้องยกให้พวกท่าน? ท่านทำให้ความพยายามของข้าละลายลงแม่น้ำไปสิ้น! มิสู้ฆ่าทิ้งให้หมดแล้วรับเอากุศลไปคนเดียวยังดีซะกว่า!” หวังเค่อเอ่ยอย่างหดหู่
จางเจิ้งเต้าทางด้านข้างมองหวังเค่ออย่างทึ่งๆ ต้องเหนื่อยยากขนาดไหนกว่าจะจับถงอันอันมาได้รึ? ไม่ใช่ว่าตอนอยู่อาคารเสินหวังเ้าแค่เปิดประตูก็จับได้แล้วรึไง? เ้าไม่ได้ลงเรี่ยวลงแรงเลยด้วยซ้ำ!
“ข้ารู้ ข้ารู้ว่ากว่าเ้าจะจับมาได้ไม่ใช่ง่ายๆ แต่ เื่นี้เกี่ยวโยงถึงฝ่ายธรรมะ! ต้องเสียมารยาทแล้ว! เอาอย่างนี้ พวกมันมีกันสิบเอ็ดตน ประเดี๋ยวข้าจะชดใช้กุศลคืนตามจำนวนให้!” ถงอันอันส่ายหน้า
“งั้นก็ได้! ต่างทำเพื่อฝ่ายธรรมะเหมือนๆ กัน แบบนี้ก็ไม่เลว!” หวังเค่อพยักหน้า
“จริงรึ? หวังเค่อ ต้องรบกวนเ้าแล้ว งั้นเ้ายกพวกถงอันอันให้ข้าเลยได้หรือไม่?” โม่ซันซันตาลุกวาว
“หมายความว่าอะไร? ที่ท่านหมายถึงไม่ใช่เื่ครั้งก่อนที่ข้าจับถงอันอันมาได้หรอกรึ? ครั้งก่อน!” หวังเค่อเอ่ยอย่างกังขา
โม่ซันซันหน้าดำ แม่งเอ๊ย หวังเค่อเ้าจะใจจืดใจดำไปแล้ว ครั้งก่อนตอนทำถงอันอันหลุดมือไป ท่านอาจารย์เ้าเฉินเทียนหยวนก็ช่วยเ้าได้รับผลประโยชน์ไปหมดแล้ว อ้อ นี่เ้ากำลังจะแก้เผ็ดข้าอีกใช่ไหม?
“หวังเค่อ ข้ากำลังหมายถึงครั้งนี้ต่างหาก เมื่อกี้ที่พวกเ้ากับศิษย์พรรคอีกาทองคำจับถงอันอันได้น่ะ! ครั้งนี้!” โม่ซันซันนิ่วหน้ากล่าวคำ
“ก็ถูกแล้วนี่! ท่านคงจะไม่พาพวกมันไปทั้งแบบนี้หรอกนะ? กว่าพวกเราจะจับมาได้ไม่ง่ายเลย!” หวังเค่อพยักหน้า
โม่ซันซันนึกอยากตบไอ้ลูกตัวบัดซบตรงหน้าให้ตายคามือไปเสียเดี๋ยวนั้น!
“พวกถงอันอันกุมความลับลัทธิมารเอาไว้ เื่นี้สำคัญมาก! ข้าจำต้องสอบสวนพวกมันโดยละเอียด คงต้องรบกวนเ้าแล้ว ว่าอย่างไร?” โม่ซันซันเอ่ยอย่างหดหู่
หากไม่ใช่ว่าเมื่อครู่หวังเค่อแหกปากจนคนทั้งเมืองล่วงรู้กันหมดละ ตนมีหรือจะถูกมัดมือชกอยู่แบบนี้?
“ท่านก็บอกมาแต่เนิ่นๆ ซี ข้ายกให้ท่านได้อยู่แล้ว!” หวังเค่อว่า
โม่ซันซัน “…!”
แล้วเมื่อกี้ที่ข้าพูดไม่ใช่เื่นี้รึไง?
จางเจิ้งเต้าดึงหลังเสื้อหวังเค่อยิกๆ ราวกับกำลังห้ามไม่ให้หวังเค่อตกปากรับคำอย่างออกนอกหน้าแบบนั้น
“จางเจิ้งเต้า เ้ามาดึงข้าทำอะไร? เ้าตำหนักโม่กำลังทำดีเพื่อส่วนรวม แค่มารไม่กี่ตนจะเป็ไรไป? เ้ายังจะขอผลประโยชน์จากเขาอีกรึนี่? เ้ามันหน้าไม่อายจริงๆ!” หวังเค่อหันมาถลึงตาใส่จางเจิ้งเต้า
จางเจิ้งเต้าเผยสีหน้ากระอักกระอ่วน ขณะเดียวกันก็มองหวังเค่ออย่างพิศวงงงงวย
ไม่น่าจะใช่นะนี่!? หวังเค่อใจกว้างแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่? อย่าบอกนะว่าเป็เพราะโม่ซันซันคือทารกแกนิญญามันก็เลยไม่กล้ารีดเอาทรัพย์? เฮอะ นี่ไม่ใช่นิสัยเ้าเลย!
“เ้าตำหนักโม่ ท่านสบายใจได้ ในเมื่อครั้งนี้ท่านออกหน้าเอง เพราะฉะนั้นข้าก็ต้องไว้หน้าท่าน! ถงอันอันกับสิบหัวโล้นล้วนยกให้ท่านพาไปได้เดี๋ยวนี้เลย ขอให้ครั้งนี้ท่านสืบสอบข้อมูลที่เป็ประโยชน์ต่อฝ่ายธรรมะเราให้ได้มากๆ!” หวังเค่อเอ่ยอย่างขึงขังหนักแน่น
โม่ซันซันมองหวังเค่ออย่างไม่อยากเชื่อ ครั้งนี้หวังเค่อกลับจริงใจตรงไปตรงมาขนาดนี้? ทำไมจู่ๆ หัวใจข้าถึงได้คันยุบยิบขึ้นมากันนะ?
“ได้เลย ขอบคุณมาก!” โม่ซันซันรับปากโดยไม่ต้องคิด
แม้จะยังมีความรู้สึกว่าตนกำลังถูกหวังเค่อขุดหลุมดักอยู่ในใจ แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาลังเลรีรออันใดทั้งนั้น ไว้พาตัวไปได้ก่อนค่อยว่ากัน
“แต่ข้ามีเื่เล็กๆ อยู่เื่อยากจะขอความช่วยเหลือจากท่านหน่อย เป็แค่เื่เล็กๆ เท่านั้นจริงๆ!” หวังเค่อรีบบอกออกไป
“อ้อ?” โม่ซันซันหรี่ตา
ต้องแบบนี้สิ จากข้อมูลที่ข้าได้รับมา เ้าไม่ใช่คนประเภทยอมให้ใครมาเอาเปรียบอยู่แล้ว หากเ้าไม่ยอมเรียกร้องอะไร ใจข้าย่อมไม่มีวันสงบลงได้
“คืออย่างนี้ขอรับ ท่านคงรู้เื่ระหว่างข้ากับจางหลี่เอ๋อร์ใช่ไหม?” หวังเค่อมองโม่ซันซัน
“จางหลี่เอ๋อร์?” โม่ซันซันชะงักไป
โม่ซันซันมองดูศิษย์พรรคอีกาทองคำที่กำลังสลบอยู่ตรงมุมหนึ่งไม่ไกลออกไป?
“ศิษย์พรรคอีกาทองคำช่วยเ้าจัดการพวกถงอันอันใช่ไหม? แถมยังช่วยพวกเ้าเฝ้าระวังอยู่ข้างนอกอีก? หรือว่านี่จะเป็ฝีมือของจางหลี่เอ๋อร์...!” โม่ซันซันถามอย่างสงสัย
“มิผิด เป็ เป็ปัญหาด้านความสัมพันธ์เล็กน้อย!” หวังเค่อพยักหน้า
โม่ซันซัน “…!”
โม่ซันซันไม่ว่ายังไงก็คาดคิดไม่ถึงว่าหวังเค่อจะมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับจางหลี่เอ๋อร์ นี่ไม่สมจริงเลยสักนิด! ขอบเขตเซียนเทียนอย่างเ้าเพิ่งจะเข้าร่วมสำนักได้ปีกว่าๆ แล้วจางหลี่เอ๋อร์มีฐานะแบบไหน? พวกเ้าจะไปมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กันได้ยังไง?
“เ้ากับจางหลี่เอ๋อร์มีปัญหาด้านความสัมพันธ์แบบไหน?” โม่ซันซันใคร่รู้เป็กำลัง
“นางตามเซ้าซี้ข้าไม่เลิกเลยขอรับ บอกว่าข้าเบ้าหน้าฟ้าประทาน! ข้าล่ะอยากจะสวนนางไปเหลือเกินว่าใครบ้างไม่รู้เื่นี้? แต่การที่นางมาตามเซ้าซี้ข้าอย่างเอาเป็เอาตายแบบนี้ก็ทำให้ข้าหืดขึ้นคอเลยขอรับ! ทุกวันนี้ข้ารู้สึกเหมือนถูกกุมบังเหียน รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ตลอดเวลา การเกาะติดแบบนี้ ออกจะ...ออกจะ...ท่านเข้าใจข้าใช่ไหม?” หวังเค่อแสนขื่นขมอาดูร
โม่ซันซัน “????”
โม่ซันซันเบิ่งตามองหวังเค่อ นี่ข้าเพิ่งได้ยินอะไรมา? จางหลี่เอ๋อร์ตามเกาะติดชีวิตเ้า? นางเคยเจอเ้าสักกี่ครั้งกัน!?
จางเจิ้งเต้าทางด้านข้างเองก็เผยสีหน้าไม่ยอมเชื่อ แต่ตนก็ไม่มีหลักฐานนี่นะ แม่งเอ๊ย ถูกวาจายกหางตัวเองชอนไชเข้าหูแบบนี้ข้าล่ะอยากเอาน้ำล้างหูเหลือเกิน ไม่งั้นหูข้าต้องเน่าก่อนแน่ๆ!
“หวัง หวังเค่อ เ้าพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบด้วยนะ! เื่บางอย่างไม่อาจเอามาพูดส่งเดชได้!” โม่ซันซันเตือน สีหน้าพิลึกสุดกู่
“ข้าพูดมั่วตรงไหน? ท่านถามจางเจิ้งเต้าได้เลยขอรับว่าเป็ความจริงหรือไม่ ระหว่างทางมานี้ จางหลี่เอ๋อร์นำศิษย์น้องของนางตามข้ามาไม่ลดละ ยังไม่ใช่เพราะ้าขโมยหัวใจข้า? แต่ตัวข้านั้นมีคนรักอยู่แล้ว ข้าที่เป็คนรักเดียวใจเดียวไหนเลยจะหวั่นไหวปันใจไปให้ใครได้อีก? ข้าต้องเหนื่อยกายลำบากใจอยู่บนเส้นทางสายนี้มาขนาดไหนท่านรู้บ้างหรือไม่?” หวังเค่อเอ่ยระรัว
“ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ เล่าเถอะ” โม่ซันซันปลอบ
“ต่อให้ค่อยๆ เล่าเื่มันก็เหมือนเดิมนั่นแหละ! ท่านดู กลุ่มศิษย์พรรคอีกาทองคำลงหลักปักฐานกันอยู่ที่นี่ กันท่าไม่ให้ข้าไปไหนได้ เจตนาให้ข้ารอจางหลี่เอ๋อร์มาตอนฟ้าสางเพื่อคุยกันให้รู้เื่! ท่านก็รู้ว่าข้าเป็คนยังไง ข้าเป็พวกใจอ่อนใช่ไหมล่ะ! ถึงตอนนั้นเกิดนางมาร้องห่มร้องไห้ขู่ว่าจะแขวนขอตัวเองขึ้นมาจะทำยังไง? ข้าไม่อาจทำให้คนรักข้าต้องผิดหวัง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจทำให้สตรีนางหนึ่งต้องหลั่งน้ำตา ชีวิตข้าช่างอาภัพจริงๆ!” หวังเค่อตัดพ้อ
โม่ซันซัน “…!”
“ไม่นานมานี้ ท่านคงทราบดีกว่าใคร หลังจากพิธีเปิดบริษัทเสินหวัง ทุกคนแยกย้ายกันไปหมด เหลือแต่จางหลี่เอ๋อร์ที่ไม่ยอมจากไป นอนเฝ้าข้าอยู่นอกสำนักสองวันสองคืน ้าเห็นหน้าข้าให้ได้! ท่านว่า ภายใต้สถานการณ์แบบนั้น ข้าสามารถไปเจอนางได้หรือไม่? แค่มอบความหวังให้นางสักเสี้ยวก็ยังถือเป็การทำร้ายนางเลย! ดังนั้นข้าจึงไม่ยอมเผยหน้าออกไปให้เห็น ข้าต้องมอบความสิ้นหวังให้นาง ทำแบบนี้เป็ผลดีทั้งกับข้าและกับนาง ขณะเดียวกันก็เป็การช่วยให้นางหลุดออกจากความสัมพันธ์นี้โดยเร็วที่สุด แต่ใครจะไปรู้ว่านางกลับยิ่งอาการหนักกว่าเดิม?” หวังเค่อตัดพ้อไม่เลิก
โม่ซันซัน “…!”
ไม่นานมานี้ ตอนที่บริษัทเสินหวังเพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน จู่ๆ จางหลี่เอ๋อร์ก็คลุ้มคลั่งขาดสติเข้าฉะกับมู่หรงลวี่กวงอยู่นาน ะโหาตัวหวังเค่ออยู่นอกสำนักสองวันสองคืนถึงค่อยยอมกลับไปเพราะได้เฉินเทียนหยวนช่วยกล่อม
ตอนนั้นโม่ซันซันไม่ทราบชัดถึงสถานการณ์ แต่ตอนนี้พอได้ยินคำของหวังเค่อ อย่าบอกนะว่าจางหลี่เอ๋อร์ตามเซ้าซี้หวังเค่อจริงๆ?
จะว่าไปก็ใช่ ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเปิดบริษัทเสินหวัง มู่หรงลวี่กวงไม่อาจเอาชนะใจจางหลี่เอ๋อร์ไม่ว่าจากทางใดก็ตาม จางหลี่เอ๋อร์กลับแย้มยิ้มให้หวังเค่อ แถมยังให้น้องชายตนเองพาศิษย์พรรคอีกาทองคำไปเป็ยามให้อาคารเสินหวังอีกด้วย
หากนี่ไม่ใช่เพราะความชอบเป็พิเศษ แล้วจะทำสิ่งเหล่านี้ออกมาได้ยังไง?
จางหลี่เอ๋อร์กระทั่งเข้าร่วมพิธีตัดริบบิ้น ควรรู้ว่านางทำหน้าเป็ตัวแทนพรรคอีกาทองคำในเวลานั้น! เพื่อหวังเค่อ นางถึงกับให้พรรคอีกาทองคำมารับหน้าแทน?
ทั้งหมดนี้ก็พิสูจน์แล้วไม่ใช่รึว่าจางหลี่เอ๋อร์กำลังตามเอาชนะใจหวังเค่ออยู่?
โลกยุคปัจจุบันเปลี่ยนเป็เช่นนี้แล้ว? เปลี่ยนเป็สตรีไล่ตามบุรุษ? แถมยังเป็โฉมสะคราญล่มโลกาขอบเขตดวงธาตุทองคำขั้นสูงสุดไล่ตามหนุ่มน้อยหน้าขาวที่ไม่มีข้อดีอะไรสักอย่าง? ถุย บอกว่าหนุ่มน้อยหน้าขาวยังยกยอมันเกินไปเลยด้วยซ้ำ แม่งเอ๊ย ทำไมตอนนั้นข้าถึงไม่เจอเื่ราวดีๆ แบบนี้บ้างนะ!?
สิ่งสำคัญคือเ้าลูกตัวบัดซบหวังเค่อกลับทำท่ารังเกียจเดียดฉันท์ออกมา?
“เ้าตำหนักโม่ ตอนนี้ท่านคงรับรู้ความลำบากของข้าแล้วสินะ? ข้าปฏิเสธนางไปชัดเจนแล้ว แต่นางก็ยังไม่ยอมเลิกราสักที! ดังนั้นข้าเลยอยากให้ท่านช่วยเป็คนกลางไกล่เกลี่ยให้ข้าที! เปลี่ยนใจนางให้ได้ ได้หรือไม่?” หวังเค่อมองโม่ซันซันด้วยสายตาเปี่ยมความคาดหวัง
โม่ซันซัน “…!”
“ช่วยทำให้จางหลี่เอ๋อร์เปลี่ยนใจทีเถอะ ท่านช่วยข้าบอกนางทีว่าข้าหวังเค่อนอกจากหนังหน้าฟ้าประทานนี้ก็ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง! ให้นางลืมข้าไปได้แล้ว!” หวังเค่อเว้าวอน
โม่ซันซัน “…!”
จางเจิ้งเต้าทางด้านข้างเร่งยกมือปิดปาก ร่ำๆ จะขย้อนของเก่าออกมาอยู่รอมร่อ มันทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ นี่มันไร้ยางอายเกินไปแล้ว!
