Quinnton Rooftop Bar
หลังจากตกลงกันว่าจะไปหาที่นั่งชิลกันต่อ ทั้งห้าคนเลยออกมาจากคลับของมหาวิทยาลัยแล้วมุ่งหน้าตรงมายังรูฟท็อปบาร์ที่อยู่ภายในเขตของควินตัน และแน่นอนว่าที่นี่เปรียบเสมือนบาร์บนโรงแรมทั่วไป แต่แค่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำหน่ายเลยสามารถใช้คำว่านั่งชิลได้จริง ๆ
รถซุปเปอร์คาร์ทั้งสี่คันขับเข้ามาจอดเรียงกันด้านหน้าอาคารสูงหลายสิบชั้นพร้อมเหล่าบรรดาทายาทมหาเศรษฐีที่พากันเปิดประตูก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางสง่างาม และความสวยหล่อที่กินกันไม่ลงจนคนบางกลุ่มที่เดินผ่านไปผ่านมายังต้องพากันหันมามอง
สาวผมลอนยาวลงมาจากรถคันสีม่วง รถคู่ใจเพื่อนสาวสุดแซ่บของเธอก่อนจะเดินอ้อมไปควงแขนเจนีนเพื่อพากันเดินขึ้นบันไดตรงไปยังลิฟต์แก้วหน้าอาคารสูงโดยมีสามหนุ่มเดินประกบปิดท้ายราวกับบอดี้การ์ดประจำตัวเ้าหญิง ทั้งห้าคนเข้ามาอยู่ภายในลิฟต์ตัวเดียวกันโดยมีฟาเดลเป็คนกดปุ่มไปยังชั้นบนสุดของอาคารแห่งนี้ ร่างกายสูงโปร่งกำยำของผู้ชายทั้งสามคนทำให้สองสาวแทบมองไม่ให้ภาพวิวทิวทัศน์ด้านนอกเลย แม้ทั้งสามหนุ่มจะพยายามยืนลีบตัวแล้วก็ตาม
“พวกนายโตกันเป็ควายขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย ทำไมตัวใหญ่กินพื้นที่แบบนี้นะ”
เจนีนบ่นอุบออกมาอย่างตั้งใจส่วนเวนดี้ก็พยักหน้ารัว ๆ เห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนสาวคนสนิทพูด เพราะสิ่งที่เจนีนเพิ่งพูดออกมาทำให้เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าเพื่อนที่เล่นกันมาั้แ่เด็กได้โตเป็หนุ่มหล่อกันหมดแล้ว จนตัวเองก็ยังแปลกใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาทำไมถึงได้ไม่เคยสังเกตเห็นเลย
“จะชมพวกกูว่าหล่อนั่นแหละ แต่ปากหมาไปหน่อย”
“แค่บอกว่าตัวใหญ่จ้ะ!”
ติ๊ง!
เสียงรองเท้าส้นสูงสองคู่เดินนำออกมาจากลิฟต์หลังจากที่เจนีนสะบัดบ็อบใส่เคนโน่ และตอกกลับไปโดยไม่ได้หันหน้ากลับไปมองหนุ่มจอมกะล่อนที่ชอบกวนประสาทเธอ สองสาวเดินตรงไปหาพนักงานของร้านแล้วให้พนักงานหญิงคนนั้นเป็ฝ่ายเดินนำพาทั้งห้าคนไปยังโต๊ะโซนเอาท์ดอร์ด้านนอกที่เห็นบรรยากาศ และชายหาดจากมุมสูงของตึกสูงห้าสิบสองชั้น ห้าหนุ่มสาวนั่งลงกันคนละฝั่งโดยมีฟาเดลชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่นั่งแบบไม่มีใครหันหน้าเข้าประกบ ซึ่งเขาก็จะเลือกนั่งแบบนั้นเป็ปกติ โดยให้เห็นผลว่าไม่้านั่งแบบเผชิญหน้ากับใคร อยากมองวิวมองบรรยากาศมากกว่า…
“รออาหารกับเครื่องดื่มสักครู่นะคะ”
พนักงานของร้านเอ่ยก่อนจะเดินห่างออกไปเพื่อจัดการกับออเดอร์ทั้งหมดที่ลูกค้าทั้งห้าคนสั่ง
“เออ ตอนปิดเทอมมึงหายไปเลย ทำไรวะ”
เคนโน่ชะโงกหัวไปถามชายหนุ่มข้างเลออน
“กูไปฝรั่งเศสเพิ่งกลับมา ยุ่ง ๆ ว่ะ่นั้น”
เวนดี้มองผู้ชายหน้าดุที่เพิ่งตอบเพื่อนแสนกะล่อนของเขาไป แต่ตาของฟาเดลกลับมองมาที่เธอเสียอย่างนั้น
“Bonjour ~ ธุรกิจรัดตัวรวยตายห่าเลยดิ”
“เครียดฉิบหายดิ”
ฟาเดลตอบเลออนก่อนจะยกแก้วเครื่อมดื่มที่เพิ่งถูกนำมาเสิร์ฟกระดกเข้าปากไป เขาลดแก้วในมือลงเล็กน้อยเพื่อมองน้ำสีแดงสวยตรงหน้าแล้ววางมันกลับลงบนโต๊ะตามเดิม
“ได้สาวฝรั่งเศสบ้างปะวะมึง เป็ไงอะ?”
ั์ตาของเคนโน่เป็ประกายขึ้นมาทันที สายตาแพรวพราวของหนุ่มเพลย์บอยฉายออกมาชัดเจนจนเจนีนยังอดเบะปากส่ายหัวไม่ได้
“ไอ้พวกผู้ชายเนี่ยน้าาา”
เคนโน่หันมายักคิ้วส่งให้สาวผมสั้นแล้วหันกลับไปรอฟังคำตอบจากปากของฟาเดลต่อ
“ไม่มี ไม่ชอบทรงนั้น”
ปากหยักตอบนิ่ง ๆ พลางเหลือบสายตามามองคนตัวเล็กที่นั่งเยื้องคนละฝั่งกับเขา ซึ่งเวนดี้ก็รีบเบี่ยงตาหลบแบบไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะหลบไปทำไม
“เออว่ะ รู้จักกันมาตั้งนานไม่เคยรู้เลยว่าพวกมึงไทป์เป็แบบไหน ไหนพูดมาทีละคนดิ๊!”
หนุ่มจอมกะล่อนคนเดิมพูดโพล่งออกมาหลังจากเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่รู้ความชอบของกัน และกันเลย
“จำเป็ต้องรู้ด้วยหรอวะ?”
“นั่นสิ”
เลออนถามออกมาด้วยความงุนงงส่วนเจนีนก็พนักหน้าเห็นด้วย
“เอ้า กูก็หาเื่คุยไปเรื่อยจะได้ไม่เครียด จะให้ถามแต่เื่งานรึไงล่ะ”
“ก็จริง”
“เลออน นายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่นะ”
“ฮ่า ๆ”
สาวสวยเด็กสุดของกลุ่มอดไม่ไหวที่จะพูดดักคอเพื่อนชายคนสนิทของตัวเองออกไป เพราะเธอเห็นว่าเลออนกลับคำไปมาหลายครั้งแล้วจนเจนีนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลั้นขำไว้ไม่อยู่
“ร้ายนะเวนดี้เดี๋ยวนี้ เราเป็พันธมิตรกันไม่ใช่หรอ”
ผู้ชายที่ดูจะปลอดภัยที่สุดของกลุ่มถึงกับนั่งเอนหลังพิงพนักพิงแล้วกอดอกมองสาวผมลอนที่นั่งตรงข้ามเขา เลออนหรี่ตาลงแสดงความเ้าเล่ห์ออกมาทันที
“ล้อเล่นน่าาา เอฟซีพี่เลออนเสมอค่ะ”
คนตัวเล็กฉีกยิ้มกว้างแล้วทำมือเป็รูปหัวใจส่งกลับไปให้แบบไม่คิดอะไร
“ขนลุกเหมือนกันนะบางที…อืมม งั้นกูบอกไทป์ตัวเองก่อนละกันจะได้แฟร์ ๆ เพราะกูเป็คนถาม”
เคนโน่พูดจบละก็นิ่งคิดไปพักหนึ่งถึงได้พูดต่อออกมา
“…กูว่ากูน่าจะชอบผู้หญิงแบบแซ่บ ๆ หน่อย แต่สวยอะแน่ ๆ ต้องสวยแซ่บ ถ้าหวานคงไม่ใช่ทาง”
เคนโน่พูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจังแบบคนกำลังนึกคิดว่าตัวเองชอบผู้หญิงแบบไหน
“ไม่แปลกใจ กะล่อนแบบนายผู้หญิงหวาน ๆ ไร้เดียงสาก็ไม่น่าจะเอาปะ”
“หมายถึงไม่เอามันสินะ”
“ฮ่า ๆ แม่ง! ไอ้ฟาเดลพูดออกมาแต่ละทีกูอยากจะร้องไห้
เจนีนพูดขึ้นมาเป็คนแรกทำให้ฟาเดลที่นั่งเงียบมาสักพักมีโอกาสได้พูดเสริมขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่ผู้ชายหน้าดุพูดออกมากลับสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนอื่น ๆ ในวงสนทนา จะเว้นก็แต่หนุ่มกะล่อนที่ไม่มีพวกนั่นแหละที่ต้องนั่งเงียบเพราะโดนรุม
“เออ ปากดีนัก ไหนพูดมาดิ๊ ไทป์ตัวเองอะ”
เคนโน่ทำไม่สนใจแล้วโบ้ยปากไปทางเจนีนให้เพื่อนสาวผมสั้นตอบบ้าง
“ฉันว่าฉันชอบผู้ชายทะเล้นนะ แบบดูเ้าชู้ แต่ไม่เ้าชู้อะ แบดบอย แต่ไม่แบดแล้วก็หล่อ”
สาวหน้าเก๋ทำหน้าเพ้อฝันเมื่อได้นึกถึงผู้ชายแบบที่จะทำให้ตัวเองใจเต้น
“ทำไมฟังดูย้อนแย้ง สรุปจะแบด หรือจะดี?”
คิ้วของเคนโน่ขมวดเข้าหากันเป็ปม
“ลุคดูเ้าชู้ แต่จริง ๆ เป็คนดีไง…โอ๊ะ มึงนี่เข้าใจไรยากวะ”
“เก่งมากเลออน”
แปะ แปะ แปะ
เจนีนยกมือขึ้นปรบให้กับเลออนที่เขาเข้าใจในสิ่งที่ตัวเธอ้าจะสื่อออกไป
“ส่วนกู…อืมมมม คิดว่าชอบผู้หญิงน่ารักนะ แบบไม่แรงเกินอะ แต่แซ่บหน่อยก็ดีแซ่บแค่กับกูพอนะ”
“โอ้โห ๆ แววพ่อหนุ่มขี้หึงขี้หวงมาเลยนะเนี่ยเพื่อนผมมม”
“จริง ไม่คิดว่าจะเป็สไตล์นี้นะ”
ฟาเดลไม่ได้พูดอะไรก็จริง แต่เขาพยักหน้าเห็นด้วยกับเจนีน เพราะขนาดตัวเขาเองที่สนิทกับมันพอสมควรยังไม่เคยรู้ว่าเพื่อนตัวเองมีทรงเป็ผู้ชายขี้หวงแบบนี้
“อย่าแซวดิ๊ ว่าแต่เราอะ ไทป์เป็แบบไหนครับ”
เลออนรีบเบี่ยงประเด็นออกจากตัวแล้วส่งให้เวนดี้หญิงสาวฝั่งตรงข้ามทันที ทำให้ตอนนี้ทุกสายตาต่างหันมาจ้องรวมอยู่ที่เธอคนเดียว
กดดันเหมือนกันนะเนี่ย…
“…ชอบผู้ชายอบอุ่นนะ ดูเป็ผู้ใหญ่ ยิ้มแล้วน่ารัก อืม แล้วก็ใจดี”
คนตัวเล็กกรอกตานึกแล้วค่อย ๆ เรียบเรียงตอบออกมาตามภาพที่เห็นในหัว
“โห เพื่อนฉันชอบผู้ชายแบบนี้หรอเนี่ย แต่เดี๋ยวนะแอบเหมือนไอ้เลออนปะวะเคนโน่ ฟาเดล?”
“เออออ! ยังไง ๆ”
“ตรงไหน”
“อ้าว คนเขากำลังจับจิ้นไอ้ฟาเดลแม่งขัดซะหมดมู้ดเลย”
ไม่ทันที่บทสนทนาจะได้เข้าสู่การชงให้เลออนกับเวนดี้คู่กัน ผู้ชายหน้าดุก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน ทำให้สองหนุ่มสาวตัวชงพากันเบรกตัวโก่งชนิดล้อฟรี
“งั้นไหนคุณฟาเดลบอกผมมาสิครับว่าไทป์คุณฟาเดลเป็แบบไหน ผู้หญิงที่ชอบอะครับ”
เวนดี้มองเลออนที่เป็คนถามแล้วหันไปมองผู้ชายที่เพิ่งเบรกเจนีนกับเคนโน่ไปตัวโก่งเมื่อสักครู่ เธอตั้งตารอฟังคำตอบจากปากเขา ซึ่งตอนนี้ตาคมก็กำลังมองสบกลับมาที่เธอเช่นกัน…
“ไม่บอก”
วงสนทนาเงียบสงัดแบบไม่มีคำพูดของใครเอ่ยขึ้นมาเลยเพราะทุกคนต่างก็มองไปที่ฟาเดลเป็ตาเดียวด้วยความไม่เข้าใจ
“ความลับ เห็นกูมีเมียเดี๋ยวก็รู้เอง”
“โห หมกเม็ดฉิบหาย นางงามจักรยานล่ะมั้งนั่น”
เคนโน่บ่นกระปอดกระแปดออกมาแล้วตักอาหารเข้าปากแก้อารมณ์เสีย
“อือ กินข้าวดีกว่า ฟาเดลใจร้ายเกิ๊นนน ฟังของเพื่อนทุกคนจนหมดละเนี่ย”
“หึ”
เขาหัวเราะในลำคอแล้วตักอาหารตรงหน้าเข้าปากไปบ้างพลางเหลือบตามองเวนดี้ที่เอาแต่จ้องตามองหน้ากับเขามาสักพักโดยไม่ได้พูดอะไร
ฉันว่าหมอนั่นแปลก ๆ อยู่นะ่นี้…
