เสียงของจางเหวินดังขึ้นผ่านแหวนมิติอย่างเรียบเฉย
“ปล่อยนางเอาไว้แบบนั้นแหละ ดูเหมือนว่าจะมีคนสามารถหยุดยั้งพิษของข้าได้เหมือนกัน… แต่ก็แค่หยุดยั้งเท่านั้น”
“ข้ายังััพิษที่หลงเหลืออยู่ในตัวนางได้ ดังนั้นไม่จำเป็ต้องทำอะไรตอนนี้ นางจะต้องสลบไปอีกหลายวัน เ้าคอยตรวจดู ห้ามให้ใครขับพิษทั้งหมดออกจากร่างกายของนางได้ก็พอ แล้วพยายามดึงความเกลียดชังทั้งหมดไปให้หอการค้าเมฆา”
คังห่าวหลับตาลงเล็กน้อยก่อนตอบกลับผ่านพลังจิต
“เข้าใจแล้ว”
การเชื่อมต่อถูกตัดขาด
ความเงียบกลับเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง
ในวินาทีนั้นเอง ร่างของเฉินเหยาที่เพิ่งฝืนพลังสะกดพิษก็สั่นไหวอย่างรุนแรง
พรึ่บ!
เืสีแดงสดพุ่งออกจากปากของนางราวกับน้ำพุ ไหลลงสู่พื้นจนเกิดแอ่งเืสีเข้ม กลิ่นคาวโลหะคละคลุ้งในอากาศทันที
“เฉินเหยา!”
กัวหนิงร้องขึ้นด้วยความใ นางรีบพุ่งเข้าไปประคองร่างอีกฝ่ายทันที มือขาวเรียวสั่นเล็กน้อยขณะเปิดแหวนมิติ หยิบโอสถรักษาระดับสูงออกมา
“กินเข้าไปก่อน!”
เฉินเหยาส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง นางยกมือขึ้นช้า ๆ เพื่อปฏิเสธ
“ไม่… ไม่จำเป็…”
น้ำเสียงของนางแ่เบาแต่มั่นคง
ก่อนที่นางจะค่อย ๆ นั่งขัดสมาธิลงบนพื้น เืที่มุมปากยังคงไหลหยดเป็สาย พลังลมปราณภายในเริ่มไหลเวียนอย่างเชื่องช้า เส้นพลังสีเงินจาง ๆ ค่อย ๆ แผ่กระจายออกจากร่างของนางเพื่อซ่อมแซมความเสียหายภายในิญญาอย่างระมัดระวัง
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจหนัก ๆ และเสียงหยดเืที่ตกกระทบพื้นเท่านั้น
หลิวหลงถอนหายใจลึกก่อนหันไปทางคังห่าว เขาประสานมือเล็กน้อย
“ขอบคุณท่านเ้าเมืองสำหรับความช่วยเหลือ”
คังห่าวยิ้มบาง ๆ สีหน้าอ่อนโยนลงเล็กน้อย
“ข้ายินดีเสมอ”
เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนสายตาจะกลับมาเฉียบคมอีกครั้ง
“แต่ตอนนี้พวกเราควรมาคุยเื่หอการค้าเมฆากันเถอะ เหตุผลหลักที่ข้ามาที่นี่วันนี้… ก็เพราะว่าข้า้าความช่วยเหลือจากพวกท่านในการเปิดโปงความชั่วร้ายของหอการค้าเมฆา”
หลิวหลงเงียบไปเล็กน้อย เขานึกถึงเื่ที่คังห่าวแสดงให้ดูก่อนหน้านี้พร้อมแววตาเริ่มจริงจังขึ้น
“ท่านมีแผนอย่างไร ข้าขอฟังก่อน เพื่อที่จะได้วิเคราะห์สถานการณ์…”
แต่ยังไม่ทันที่คังห่าวจะตอบ เสียงของกัวหนิงก็ดังขึ้นทันที
“ข้าตกลง!!!”
ทั้งคังห่าวและหลิวหลงหันไปมองนางพร้อมกัน
กัวหนิงกำหมัดแน่น ใบหน้าที่งดงามของนางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ดวงตาสีเขียวเข้มส่องประกายเย็นะเื
“ไอ้สารเลวนั่นกล้าทำร้ายคนของข้า… แล้วยังทำร้ายพี่สาวเฉินเหยา!!”
เสียงของนางสั่นเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่แทบจะควบคุมไม่อยู่
“ไอ้เวรหวังเฉียงนั่น… ต้องชดใช้ด้วยชีวิต”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
“หลิวหลง ไปเรียกผู้าุโของหอการค้าสาขาหลักมาซะ”
คำสั่งนั้นหนักแน่น ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ หลิวหลงนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
เขาก้าวเข้าไปหากัวหนิง ก่อนหันไปทางคังห่าว
“ท่านเ้าเมือง ขอเวลาสักครู่ เื่นี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนสำหรับหอการค้าพวกเรา”
คังห่าวพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เชิญตามสบาย”
ทันใดนั้น หลิวหลงยกมือขึ้น
วูมมม!
ม่านพลังสีดำสนิทกางออกทันที คลื่นพลังหนาทึบปกคลุมกัวหนิง เฉินเหยา และหลิวชิงเอาไว้ แยกพื้นที่ภายในออกจากภายนอกอย่างสมบูรณ์ ทิ้งให้คังห่าวนั่งอยู่ด้านนอกเพียงลำพัง
แต่หลิวหลงยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น
เขาสะบัดมืออีกครั้ง ม่านพลังอีกชั้นหนึ่งถูกสร้างขึ้นกั้นเฉินเหยาออกไปเพื่อไม่ให้นางได้ยินบทสนทนา
หลิวหลงก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“คุณหนู… ได้โปรดใจเย็นก่อน”
กัวหนิงกัดฟันแน่น
“ข้าไม่สนใจ ข้าจะฆ่ามัน!”
หลิวหลงหลับตาครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างหนักแน่น
“ท่านก็รู้… หวังเฉียงคือคู่หมั้นของท่าน การนำคนจากหอการค้าหลักมาสังหารเขา จะทำให้ภาพลักษณ์ของหอการค้าพวกเราเสียหายอย่างรุนแรง”
กัวหนิงหันมามองเขาด้วยสายตาเ็า
“แล้วไง…เขามันก็แค่คนที่ถูกไล่ออกจากตระกูลหวังเท่านั้น”
หลิวหลงถอนหายใจลึก
“ข้าเข้าใจ แต่หอการค้านกยูง 7 สี ไม่ได้แข็งแกร่งจนทำอะไรตามอำเภอใจได้ทุกอย่าง พวกเรายังมีคู่แข่งทางการค้ามากมาย…เช่น หอการค้าทองคำ หอการค้าดอกบัว์”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“หากพวกเราฆ่าหวังเฉียงอย่างไร้เหตุผล เ้าพวกนั้นจะใช้โอกาสนี้ประโคมข่าวปลอม โดยไม่สนว่าเราจะถูกหรือผิด เป็เื่จริงหรือเื่โกหก พวกมันมีวิธีเป็หมื่นวิธีที่จะทำลายความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของพวกเราจนเราสูญเสียฐานลูกค้าไปได้”
แววตาของกัวหนิงสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่หลิวหลงจะพูดต่อ
“ท่านน่าจะเข้าใจว่าธุรกิจของหอการค้าไม่ได้ยืนอยู่บนพลังเพียงอย่างเดียว… แต่มันยืนอยู่บนความเชื่อถือ”
“แล้วต่อให้ไม่ว่า หวังเฉียงจะถูกขับไล่ออกจากตระกูลหวังไปแล้ว… สุดท้ายเขาก็ยังเป็สายเืของตระกูลหวังอยู่ดี”
เขาหยุดเล็กน้อย แววตาคมกริบหรี่ลงอย่างครุ่นคิด
“ถ้าให้ข้าเดา พวกคนชุดดำที่ติดตามเขาอยู่… ก็คงเป็หน่วยลับของตระกูลหวังแน่นอน และที่สำคัญ การหมั้นหมายระหว่างท่านกับเขา… มันยังคงมีผลอยู่”
ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง กัวหนิงกำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นที่หลังมือปูดขึ้น เสียงลมหายใจของนางสั่นเล็กน้อย ก่อนนางจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อัดแน่นด้วยความอัดอั้น
“แต่ข้าไม่ได้ชอบเขา… และก็ไม่เคยชอบมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว!”
ดวงตาสีเขียวเข้มสั่นไหวราวกับเปลวไฟที่ถูกลมกระโชก
“ข้าแค่้ามีชีวิตที่เป็อิสระ… แค่นั้นมันยากนักหรือไงกัน!”
คำพูดนั้นก้องสะท้อนอยู่ภายในม่านพลังสีดำ ราวกับเสียงร้องของนกที่ถูกขังอยู่ในกรงทองคำ
หลิวหลงหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนจะเปิดขึ้นอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็า
“คุณหนู… งานหมั้นในครั้งนี้ มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ทั้งสองคนเป็คู่รักกัน”
น้ำเสียงของเขาเ็าลงเรื่อยๆ
“มันเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองกองกำลัง”
“ข้าเข้าใจว่าท่านไม่เต็มใจ… แต่การหมั้นหมายครั้งนี้ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าท่านรักหรือเกลียดหวังเฉียงเลยแม้แต่น้อย”
ม่านพลังสีดำสะท้อนเงาของทั้งสองคนราวกับโลกที่ถูกตัดขาดจากภายนอก
“มันถูกกำหนดขึ้นั้แ่แรกแล้วว่าเพื่อสร้างพันธมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากร เพื่อเสริมสร้างซึ่งกันและกัน และที่สำคัญเพื่อสร้างพื้นที่ให้ทั้งสองกองกำลังมีที่ยืนในโลกที่แสนจะคับแคบได้ในอนาคตอย่างแน่นอน”
เสียงของเขาหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย
“การแต่งงานแบบนี้… ไม่ใช่เื่ของหัวใจ ไม่ใช่เื่ของอารมณ์ความรู้สึก แต่มันคือพันธะที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากหน้าที่ อำนาจ ความจำเป็ เพื่อกลายเป็เสาหลักที่ต้องแบกรับความมั่นคงของทั้งสองฝ่าย”
กัวหนิงกัดฟันแน่น เล็บของนางจิกลงในฝ่ามือจนเืซึมออกมาเป็เส้นบาง ๆ หยดลงบนพื้นอย่างเงียบงัน
ความโกรธ ความเสียใจ และความสิ้นหวัง ปะทะกันอยู่ในดวงตาของนาง
หลิวหลงมองภาพนั้นอย่างเงียบงัน ก่อนลดเสียงลงเล็กน้อย
“ในโลกที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจและพลัง… คนที่เกิดมาในตระกูลใหญ่ที่ไม่มั่นคง มักจะไม่มีสิทธิ์เลือกเส้นทางของตัวเอง”
กัวหนิงยืนนิ่ง ร่างบางสั่นเล็กน้อยเหมือนกำลังต่อสู้กับบางอย่างภายในตัวเอง
หลิวหลงจ้องมองนางอยู่นาน ก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง เสียงของเขาแ่เบาลงแต่เย็นเฉียบขึ้น
“แต่… พวกเรายังสามารถใช้สถานการณ์นี้ให้เป็ประโยชน์ได้”
กัวหนิงเงยหน้าขึ้นทันที
“ข้าจะโยนความผิดทั้งหมด… ไปให้เ้าเมืองดาบ์”
คำพูดนั้นทำให้อากาศรอบตัวแข็งค้างทันที กัวหนิงชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนนางจะส่ายหน้าอย่างแรง
“ข้าทำไม่ได้”
น้ำเสียงของนางสั่นเล็กน้อย แต่หนักแน่น
“เขาช่วยชีวิตหลิวชิงเอาไว้… และเขายังช่วยพวกเรา”
หลิวหลงนิ่งไป
สายตาของเขาจ้องมองกัวหนิงอย่างลึกซึ้ง ราวกับมองย้อนกลับไปยังวันเวลาที่เขาเฝ้าดูนางเติบโต ั้แ่เด็กหญิงตัวเล็กที่ยังจับดาบไม่มั่น… จนกลายเป็ผู้นำของสาขาหอการค้าในวันนี้ เขาแทบจะอยู่กับนางมาตลอดชีวิต
ความเงียบยาวนานปกคลุมระหว่างทั้งสองคน ในที่สุด หลิวหลงก็ค่อย ๆ ถอนหายใจ
ก่อนที่เขาจะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว แล้ว…
คุกเข่าลง
เสียงผ้าคลุมกระทบพื้นดังอย่างแ่เบา แต่หนักแน่นราวกับคำสัตย์สาบานแห่งชีวิต
กัวหนิงดวงตาเบิกกว้างทันที
“หลิวหลง… เ้าจะทำอะไร!”
หลิวหลงก้มศีรษะลงต่ำ น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความแน่วแน่ที่ไม่เคยสั่นคลอน
“ขออนุญาตให้คุณหนู… หลับไปสักครู่”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของกัวหนิงกระตุกอย่างรุนแรง
“เมื่อท่านตื่นขึ้นมา… ทุกอย่างจะเรียบร้อยแล้ว”
เขาก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับกัวหนิงแต่ภายใต้ใบหน้านั้นดวงตาของเขาคมกริบและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ข้าขอสัญญา… ด้วยชีวิตของข้า”
กัวหนิงชะงักงัน ร่างบางแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็ง ความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านสัญชาตญาณของนาง
แต่ก่อนที่นางจะทันได้ขยับตัว
ฟึ่บ!
ร่างของหลิวหลงหายวับไปจากตำแหน่งเดิมในพริบตา!
ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้านางทันที!
ปลายนิ้วของเขาพุ่งเข้าหาหน้าผากของกัวหนิงอย่างแม่นยำราวกับสายฟ้า
“หลับเสียเถิด… คุณหนู… แล้วข้าจะเตรียมขนมที่ท่านโปรดปรานไว้ให้เมื่อท่านตื่นขึ้นเพื่อเป็การไถ่โทษ”
แตะ!
พลังลมปราณสีดำอ่อนซึมผ่านปลายนิ้วเข้าสู่จุดชีพจรสำคัญในทันที
ดวงตาของกัวหนิงเบิกกว้าง ความใฉายชัดอยู่ในแววตา ก่อนม่านสายตาจะพร่าเลือนลงอย่างรวดเร็ว
“เ้า…”
เสียงของนางขาดหายกลางอากาศ
ร่างบางอ่อนแรงลงทันที ก่อนทรุดลงไปด้านหน้า หลิวหลงใช้พลังิญญาออกไปรับร่างของนางไว้ก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้น
เขามองใบหน้าที่สงบนิ่งของนางเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง แววตาที่เ็าเมื่อครู่… สั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง
ม่านพลังสีดำรอบด้านสั่นไหวเล็กน้อย
