บทที่ 8 เงาริษยา
หลังจากแผ่นหลังองอาจของนายทหารหนุ่มและท่วงท่าที่สุขุมของเซียวจิ่งเหิงลับหายไปกับฝูงชน ตลาดฝูไห่ที่เคยดูสว่างไสวในสายตาของ ฉินอวี้ กลับดูมืดมัวลงอย่างกะทันหัน เธอทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ตัวเก่า ลมหายใจที่พยายามสะกดกลั้นไว้เมื่อครู่ถูกปล่อยออกมาอย่างอ่อนแรง มือที่เรียวบางยังคงสั่นเทาจนต้องซ่อนไว้ใต้ผ้ากันเปื้อน
ไป๋เย่วหลี ยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ในความทรงจำของร่างเดิม... ไม่มีภาพของซุ่นกวางิหรือความสัมพันธ์ใดๆ ระหว่างเขากับฉินอวี้หลงเหลืออยู่เลย บางทีในตอนนั้นเย่วหลีอาจจะยังเด็กเกินไป หรือไม่เื่นี้ก็อาจจะถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิดจนคนนอกเกาะไม่มีทางล่วงรู้
“พี่ฉินอวี้...” เย่วหลีเอ่ยเรียกเบาๆ พลางขยับเข้าไปใกล้ “พี่โอเคไหมคะ?”
ฉินอวี้สะดุ้งเล็กน้อย เธอพยายามปั้นยิ้มที่ดูขมขื่นที่สุดเท่าที่เย่วหลีเคยเห็นมา “พี่ไม่เป็ไรจ้ะเย่วหลี แค่... ในิดหน่อยที่ไม่คิดว่าจะเจอคนรู้จักที่นี่”
“คนรู้จัก... หรือคนแปลกหน้าที่เคยรู้จักคะ?” เย่วหลีถามตรงๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยวุฒิภาวะแบบผู้ใหญ่
ฉินอวี้ชะงักไป เธอเงยหน้ามองเด็กสาวตรงหน้า แววตาของเย่วหลีในตอนนี้ช่างลุ่มลึกจนฉินอวี้รู้สึกเหมือนกำลังคุยกับคนที่ผ่านโลกมามากกว่าเธอเสียอีก แม่ค้าสาวถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมปริปากออกมาในที่สุด
“เขาคือซุ่นกวางิ... ลูกชายคนโตของตระกูลซุ่นที่มั่งคั่งที่สุดในย่านนี้” เสียงของฉินอวี้แ่เบาราวกับกลัวว่าลมทะเลจะพัดเอาความลับนี้ไปให้ใครได้ยิน “เมื่อสองปีก่อน เราเคย... เคยสัญญากันไว้หลายอย่าง แต่กำแพงของเกียรติยศมันสูงเกินกว่าที่ลูกแม่ค้าอย่างพี่จะปีนข้ามไปได้ พ่อแม่ของเขาบุกมาถึงบ้านพี่ วางเงินปึกหนึ่งแล้วสั่งให้พี่เลิกยุ่งกับลูกชายเขาซะ ถ้าไม่อยากให้แม่ของพี่ต้องเดือดร้อน...”
ฉินอวี้หยิบบัญชีขึ้นมาบังใบหน้าที่เริ่มมีหยาดน้ำตาคลอ “นั่นเป็เหตุผลที่พี่ต้องทิ้งความฝันเื่เรียนต่อ แล้วมาจมอยู่กับแผงเครื่องเทศนี่ไงล่ะเย่วหลี”
เย่วหลีนิ่งฟังด้วยความะเืใจ ความอยุติธรรมในยุค 1975 ช่างโหดร้ายและตรงไปตรงมาจนน่ากลัว เธอเอื้อมมือไปกุมมือพี่สาวไว้แน่น “พี่ไม่ต้องพูดต่อแล้วค่ะหนูเข้าใจ... แต่พี่จำไว้นะคะ วันนี้พี่อาจจะเป็แค่แม่ค้าเครื่องเทศ แต่ในอนาคต หนูจะทำให้ทุกคนที่เคยดูถูกพี่ ต้องก้มหัวให้ความสำเร็จของเรา!”
ฉินอวี้ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เธอรู้สึกถึงพลังบางอย่างจากมือเล็กๆ นั้น
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสี่คนยืนคุยกันอยู่หน้าแผงเมื่อครู่นี้ ท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียด สายตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความริษยากำลังจับจ้องมาที่พวกเขาอย่างไม่วางตา
จินเว่ยเว่ย เพื่อนสนิทและสมุนมือขวาของจื่อหลิงก็ว่าได้ กำลังยืนถือตะกร้าจ่ายตลาดอยู่หลังแผงขายปลาแห้งฝั่งตรงข้าม เธอตามแม่มาตลาดในวันนี้และไม่คิดเลยว่าจะได้เห็น เด็ด ขนาดนี้
“นั่นมันนังไป๋เย่วหลี! มันมาทำอะไรกับพี่เซียวจิ่งเหิงกลางตลาดแบบนี้!” เว่ยเว่ยกัดริมฝีปากจนห่อเื ความอิจฉาแล่นพล่านไปทั่วอก เมื่อเห็นรุ่นพี่เซียวส่งยิ้มและพูดคุยกับเด็กสาวชาวประมงชั้นต่ำด้วยท่าทางที่เป็กันเอง
“แม่คะหนูกลับก่อนนะคะ…หนูลืมไปว่าพรุ่งนี้มีการบ้านของครูหลี่คะ วันนี้หนูจะไปทำการบ้านกับจื่อหลิงนะคะ”
“เอ้าลูก!แล้วอาหารค่ำวันนี้!” “ไม่ต้องห่วงหนูคะหนูจะกินที่บ้านจื่อหลิง” พูดจบเว่ยเว่ยรีบวิ่งกลับไปยังทิศทางของหมู่บ้านโรงงานต่อเรือทันที เป้าหมายของเธอคือบ้านหลังใหญ่ที่หรูหราที่สุดในย่านนี้ของจื่อหลิง เว่ยเว่ยหอบหายใจเหนื่อยขณะที่มาถึงหน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีดำ
“จื่อหลิง! จื่อหลิง! ออกมาเร็วเข้า มีเื่ใหญ่แล้ว!” เว่ยเว่ยะโเรียกเสียงหลง จื่อหลิงเดินออกมาจากตัวบ้านในชุดกระโปรงสีชมพูหวานแหวว ในมือถือกระจกเงาบานเล็กกำลังสำรวจความงามของตัวเอง เธอขมวดคิ้วมองเพื่อนสนิทอย่างไม่พอใจนัก “มีอะไรเว่ยเว่ย ะโเสียงดังทำไม พ่อฉันกำลังพักผ่อนอยู่ข้างในนะ”
“นัง... นังไป๋เย่วหลี!ท!ทะที่ตลาด!” เว่ยเว่ยพยายามปรับลมหายใจที่หอบเหนื่อย “ฉันเห็นมัน... ฉันเห็นมันนัดเจอกับพี่เซียวจิ่งเหิงที่ตลาดฝูไห่!”กระจกในมือจื่อหลิงเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น แววตาของเธอเปลี่ยนเป็แข็งกร้าวทันที “เธอว่าอะไรนะ? นังลูกชาวประมงนั่นน่ะเหรอ?”
“ใช่! แถมยังมีนายทหารคนหนึ่งท่าทางหยิ่งยโสอยู่ด้วย พวกเขายืนหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่ที่แผงเครื่องเทศกลางตลาดเลยล่ะจื่อหลิง พี่เซียวดูจะเอ็นดูมันมากเป็พิเศษด้วยนะ ฉันเห็นแล้วมันน่าโมโหจริงๆ!” เว่ยเว่ยใส่ไฟเพิ่มขึ้นอีก
จื่อหลิงกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าไปในเนื้อ ความอิจฉาริษยาแผดเผาใจจนใบหน้าบิดเบี้ยว “นังพรายน้ำนั่น... มันกล้าดีนัดเจอพี่เซียวข้างนอกเชียวเหรอ? ที่ฉันถีบมันตกน้ำวันก่อน!นี่มันยังไม่เข็ดอีกใช่มั้ย?!”
จื่อหลิงโยนกระจกลงบนโต๊ะหินอ่อนข้างกาย แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ “เดี๋ยวเถอะนังไป๋เย่วหลี... พรุ่งนี้ที่โรงเรียน เธอจะไม่มีที่ให้ยืนแน่! ฉันจะลากเธอออกมาประจาน ให้ทุกคนรู้ว่าลูกชาวประมงอย่างเธอมันร้ายกาจแค่ไหนที่บังอาจมาเสนอหน้านัดเจอกับพี่เซียวจิ่งเหิงกลางตลาดแบบนี้!”
เว่ยเว่ยแสยะยิ้มอย่างมาดร้ายเมื่อเห็นเพื่อนรักโกรธจัดตามแผน ทว่าในแววตาส่วนลึกของเธอนั้นกลับยากจะอ่านออกจริง ว่าสิ่งที่ซ้อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้นคือความจงรักภักดีหรือแผนการซ้อนแผนอื่นใดกันแน่... ขณะที่เย่วหลียังคงไม่รู้ตัวเลยว่า พายุลูกใหญ่ที่ร้ายแรงกว่าครั้งไหนๆ กำลังถูกก่อตัวขึ้นเพื่อรอทำลายเธอในวันเปิดเรียนพรุ่งนี้!
