ยามสายของวันถัดมาซูเยียนกำลังนั่งขัดสมาธิใต้ต้นเหมยพลังสีแดงบางเบาโอบล้อมรอบกายอย่างเชื่องช้านางเริ่มควบคุมลมหายใจได้ดีขึ้นเปลวไฟไม่ปะทุรุนแรงเหมือนวันก่อนเสียงฝีเท้าเบาดังขึ้นบนหิมะ
“หากเ้าฝืนมากเกินไป พลังจะตีกลับ”
เสียงนั้นนุ่ม ต่ำ และเยือกเย็นซูเยียนลืมตา
ชายชุดดำยืนอยู่ไม่ไกลสายตาเขาไม่ได้ดูเยาะเย้ยเหมือนก่อนหน้า
วันนี้…กลับนิ่งสงบ
“ท่านมาเพื่อหัวเราะเยาะข้าหรือ” นางถามเรียบ ๆเขาส่ายหน้าเล็กน้อย
“ข้าเคยผ่านสิ่งเดียวกับเ้า”
คำพูดนั้นทำให้นางชะงัก
“พลังที่ถูกเรียกว่าต้องห้าม” เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว “มันไม่เคยเชื่อฟังผู้ที่เกลียดมัน”
ซูเยียนนิ่งเงียบเทียนอวี้ที่ยืนอยู่ไกล ๆ มองภาพนั้นด้วยสายตาเข้มขึ้นเล็กน้อย
ชื่อของเขาคือ เย่หลันอดีตเทพาผู้ละทิ้ง์
เย่หลันยื่นมือออกมาไม่แตะต้อง เพียงหยุดห่างจากพลังสีแดงรอบกายนางเพียงคืบ
“ลองปล่อยให้มันไหล แทนที่จะกดมันไว้”
ซูเยียนลังเลแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดคำพูดของเขากลับทำให้นางรู้สึก…เข้าใจนางผ่อนคลายไหล่ปล่อยให้พลังขยายออกช้า ๆแทนที่จะะเิมันกลับหมุนวนเป็วงกลมอ่อนโยน
หิมะรอบตัวไม่ได้ละลายแต่เกิดลวดลายสีแดงคล้ายกลีบดอกไม้บนพื้นขาวเทียนอวี้ขมวดคิ้ว
นี่ไม่ใช่การควบคุมแบบที่เขาสอนมันเป็…การอยู่ร่วมเย่หลันยิ้มบาง
“เห็นหรือไม่ มันไม่เคยคิดทำร้ายเ้า”
ซูเยียนมองฝ่ามือตนเองในอกอบอุ่นอย่างประหลาด
“เหตุใดท่านจึงช่วยข้า”
เย่หลันสบตานางตรง ๆ
“เพราะครั้งหนึ่ง ไม่มีใครช่วยข้า”
คำตอบเรียบง่ายแต่ซ่อนความโดดเดี่ยวลึกซึ้งหัวใจของนางสั่นไหวเบา ๆ
ไม่ใช่ความรักแต่เป็ความเข้าใจเมื่อการฝึกสิ้นสุดลงเย่หลันหันกลับไป แต่หยุดเล็กน้อย
“ซูเยียน”
นางเงยหน้า
“หากวันหนึ่งเ้ารู้ความจริงทั้งหมด…อย่าตัดสินตนเองจากสายตาของ์”
คำพูดนั้นทำให้นางนิ่งค้างก่อนจะทันได้ถามเพิ่มเขาก็หายไปกับสายลมเทียนอวี้ก้าวเข้ามาแทนที่สายตาเขานิ่ง แต่ลึกลงไปมีบางอย่างสั่นไหว
“เ้าควรระวังเขา”
ซูเยียนมองเขา
“เหตุใด”
เขาเงียบไปชั่วครู่
“เพราะเขาเคยหันคมดาบใส่์”
นางไม่ตอบทันทีแต่ในใจ…กลับมีคำถามใหม่เกิดขึ้นถ้าผู้ที่หันดาบใส่์คือคนผิดแล้วผู้ที่์หันดาบใส่เล่า…คืออะไร
ลมพัดผ่านอีกครั้งครั้งนี้ หิมะไม่เย็น
แต่หัวใจของทั้งสามคน
เริ่มอุ่นขึ้นในทิศทางที่แตกต่างกัน
