บทที่ 4 ทดสอบพลังพฤกษาเจริญรุ่งเรือง
สภาพกระท่อมหลังนี้เรียกได้ว่าเกินเยียวยา หลังคามีรูโหว่ขนาดเท่าหัวเด็ก ปล่อยให้มองเห็นท้องฟ้าสีครามที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีส้มอมม่วงในยามโพล้เพล้ ฝาผนังดินเหนียวหลุดร่อนเป็ผง พื้นบ้านเป็ดินแข็งปนทรายที่แห้งสนิทจนแทบไม่มีความชื้นหลงเหลือ ลมเยือกเย็นในยามค่ำคืนเริ่มพัดลอดผ่านช่องว่างของฝาบ้าน ทำเอาเงาตะเกียงน้ำมันที่จวนจะมอดดับวูบไหวไปมา ดุจดวงิญญาที่กำลังสั่นเทิ้ม
‘ติดลบ! ทุกอย่างไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่คือติดลบ!’
มู่หลันขบเม้มริมฝีปากแน่น ในฐานะนักบริหารมือโปร เธอรู้ดีว่าหากจะเอาชีวิตรอดและปกป้องลูกน้อยในโลกใบนี้ เธอต้องสร้างอาณาจักรที่แข็งแกร่ง ทว่าการจะเสกกระท่อมซากปรักหักพังให้กลายเป็คฤหาสน์หรูในชั่วข้ามคืนด้วย ‘ระบบห้างสรรพสินค้า’ นั้นย่อมเป็เื่ฆ่าตัวตายชัดๆ ชาวบ้านที่นี่กำลังหิวโหยจนตาลาย ความอิจฉาและความละโมบคือยาพิษที่ร้ายแรงที่สุด หากเธอหยิบยื่นความมั่งคั่งออกมาสุ่มสี่สุ่มห้า มีหวังถูกฝูงแร้งรุมทึ้งจนหมดตัวก่อนจะได้สร้างฐานอำนาจด้วยซ้ำ
‘ฉันต้องหาหน้าฉากที่น่าเชื่อถือ... แหล่งที่มาของเงินและเสบียงที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม’
มู่หลันหลับตาลง เพ่งสมาธิเข้าสู่ระบบห้างสรรพสินค้า หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่ปลดล็อกแล้ว 99% กะพริบเบาๆ ในโสตประสาท สมองของอดีตซีอีโอสาวเริ่มประมวลผลความรู้ทางประวัติศาสตร์และหลักเศรษฐศาสตร์อย่างรวดเร็ว สินค้าอะไรที่คนในยุคโบราณโหยหาและให้มูลค่าสูงที่สุด?
เกลือ? ในยุคนี้เกลือคือทองคำขาว แต่กฎหมายผูกขาดโดยทางการเข้มงวดนัก การมีเกลือบริสุทธิ์ปริมาณมหาศาลโดยไร้ที่มา จะทำให้เธอถูกทหารจับกุมฐานลักลอบค้าเกลือเถื่อน! เสี่ยงเกินไปตอนนี้เธอไม่มีกำลังแม้แต่จะปกป้องตัวดังนั้นสำหรับเกลือเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน
ผ้าไหมและแพรพรรณ? สินค้าล้ำค่าสำหรับชนชั้นสูง... มู่หลันก้มมองสภาพเสื้อผ้าของตัวเองที่ขาดวิ่นและปะชุนจนแทบไม่เหลือสีเดิม กลิ่นดินผสมความซอมซ่อทำให้อดีตซีอีโอสาวถึงกับกุมขมับ สภาพนางในตอนนี้บอกว่าเป็หัวหน้าพรรคกระยาจกยังน่าเชื่อกว่า!
ขืนหอบผ้าไหมเนื้อนุ่มเกรดพรีเมียมจากในห้างไปเสนอขายให้เถ้าแก่ร้านผ้าในเมือง มีหวังยังไม่ทันได้อ้าปากพรีเซนต์สินค้า คงถูกเด็กในร้านหยิบไม้กวาดมาฟาดไล่ตะเพิด โทษฐานเป็ขอทานสติฟั่นเฟือนที่ขโมยของมีค่ามาขายแน่ๆ อีกอย่าง นางไม่มีทักษะการทอผ้าหรือกี่กระตุกสักหลัง การจะอ้างหน้าด้านๆ ว่าเดินไปสะดุดพับผ้าไหมร่วงอยู่กลางป่า... ก็คงดูถูกสติปัญญาคนยุคนี้เกินไปหน่อย หมวดสินค้านี้จึงต้องปัดตกไปอย่างน่าเสียดาย!
เครื่องเทศ? พริกไทยหรือกานพลูมีราคาแพงลิ่ว แต่พื้นที่แถบนี้เป็ที่ราบสูงและแห้งแล้ง เครื่องเทศมักมาจากดินแดนทางใต้หรือโพ้นทะเล การจะโกหกว่าขุดเจอหลังบ้านดูจะดูถูกสติปัญญาคนยุคนี้มากไปหน่อย
‘สมุนไพรหายาก!’
ดวงตาของมู่หลันเบิกกว้าง นี่แหละคือคำตอบ!
สายตาของเธอเลื่อนผ่านโซนอาหารและเครื่องใช้ กวาดตรงไปยังแผนกสมุนไพรและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพบนชั้นวางจำลองปรากฏกล่องไม้บุผ้ากำมะหยี่ ภายในบรรจุ โสมเกาหลีอบแห้ง และ เห็ดหลินจือตากแห้ง เกรดพรีเมียม! ในยุคที่การแพทย์ยังล้าหลังและผู้คนโหยหาการมีอายุยืนยาว โสมป่าอายุร้อยปีคือของบรรณาการล้ำค่าที่เหล่าเศรษฐีและขุนนางกล้าทุ่มเงินทองซื้อหาโดยไม่เสียดาย
และที่สำคัญ การอ้างว่าโชคดีบังเอิญขุดพบสมุนไพรวิเศษในป่าลึก เป็เหตุผลที่คลาสสิกและสมเหตุสมผลที่สุด เพราะมันคือวาสนาที่ใครก็ไม่อาจตั้งข้อกังขา
เธอมองออกไปนอกหน้าต่างที่ไร้บานพับ แสงจันทร์เสี้ยวสาดส่องลงบนเทือกเขาหมื่นลี้ที่ตั้งตระหง่านทะมึนอยู่หลังกระท่อม ูเาลูกนี้เปรียบเสมือนลมหายใจสุดท้ายของชาวบ้านจินเฟิง ร่างเดิมจำได้ดีว่ายามหน้าแล้ง ผู้คนมักจะพากันขึ้นไปขุดหาหัวมันแห้งๆ หรือเก็บกิ่งไม้มาทำฟืนประทังชีวิต
“พลังพฤกษาเจริญรุ่งเรือง...”
มู่หลันพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นเจือแววเ้าเล่ห์
“ชายชราผู้นั้นบอกว่ามันสามารถปลุกชีพพืชที่ตายแล้วให้กลับมามีชีวิตได้สินะ”
แผนการอันแยบยลถูกวาดขึ้นในหัวอย่างรวดเร็ว พรุ่งนี้เช้าเธอจะดึงเอาโสมแห้งในกล่องจากระบบออกมา แล้วนำมันขึ้นไปบนูเาหมื่นลี้ ใช้พลังมหาพฤกษาอัดฉีดเข้าไปเพื่อปลุกชีพรากโสมที่แห้งกรังเ่าั้ให้หลุดพ้นจากความตาย กลับมาเป็โสมป่าสดๆ ที่อวบอิ่ม เปล่งปลั่ง และเต็มไปด้วยพลังชีวิตราวกำเนิดจาก์!
'ทฤษฎีสมบูรณ์แบบ! แต่ปฏิบัติล่ะ?'
ความตื่นเต้นทำให้อะดรีนาลีนสูบฉีดจนมู่หลันข่มตาหลับไม่ลง เธอไม่อาจรอให้ถึงเช้าเพื่อพิสูจน์สมมติฐานนี้ หากพลังนี้ใช้ไม่ได้จริง แผนการทั้งหมดก็คือวิมานในอากาศ
ร่างบางตัดสินใจลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ ย่องผ่านเสี่ยวเปาเปาที่หลับสนิทออกไปยังหลังกระท่อม แสงจันทร์สลัวเผยให้เห็นสภาพสวนหลังบ้านที่น่าอนาถยิ่งกว่าตัวบ้าน พื้นดินที่นี่แข็งกระด้างราวกับแผ่นหิน แตกระแหงเป็ร่องลึกจนสามารถสอดนิ้วมือลงไปได้ ไม่มีวัชพืชสีเขียวแม้แต่ต้นเดียว มีเพียงซากต้นไม้ตายซากสีน้ำตาลกรอบที่ยืนต้นตายบ่งบอกถึงความแห้งแล้งอย่างรุนแรง
"ที่นี่แหละ เหมาะที่สุดสำหรับการทดสอบปาฏิหาริย์"
มู่หลันสูดหายใจลึก เรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาแล้วดึงโสมเกาหลีอบแห้งเกรดพรีเมียมออกมาหนึ่งราก มันอยู่ในสภาพแห้งสนิท เหี่ยวย่น สีน้ำตาลคล้ำ และเบาหวิวไร้น้ำหนัก ดูอย่างไรก็คือซากพืชที่ตายสนิทไปนานแล้ว
เธอนั่งยองๆ ลงกับพื้น ใช้เศษไม้แข็งๆ ขุดดินที่แข็งปานหินอย่างยากลำบากจนได้หลุมตื้นๆ แล้ววางรากโสมแห้งลงไป ก่อนจะโกยดินฝุ่นๆ กลบมันจนมิดก่อนจะหันซ้ายขวา ไม่มีน้ำเธอจำเป็ต้องนำน้ำแร่ออกมาจากห้างสรรพสินค้าและรดลงไป พื้นดินแห้งแล้งดูดซับน้ำเอาไว้อย่างหิวโหยไม่นานก็หายวับไปทิ้งให้บริเวณรอบๆ ต้นโสมเป็รอยชุ่มฉ่ำ
"เอาล่ะนะ! พลังมหาพฤกษา จงตื่น!"
มู่หลันหลับตาลง เพ่งสมาธิไปยังขุมพลังประหลาดที่หลับใหลอยู่ภายในร่างกาย มันให้ความรู้สึกเหมือนเมล็ดพันธุ์แห่งแสงสว่างที่ฝังอยู่กลางอก ทันทีที่เธอตั้งจิตกระตุ้น มันก็ตอบสนองอย่างรุนแรง!
วูบ!
ละอองแสงสีเขียวมรกตสว่างไสวพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้างของมู่หลันราวกับหิ่งห้อยนับหมื่นตัว กลิ่นหอมสดชื่นของป่าฝนและไอดินชื้นๆ ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ขับไล่กลิ่นความแห้งแล้งออกไปจนหมดสิ้น
เธอวางฝ่ามือที่เรืองแสงทาบลงบนพื้นดินเหนือจุดที่ฝังรากโสม
ซู่!
วินาทีนั้นเอง สิ่งมหัศจรรย์ก็บังเกิดต่อหน้าต่อตา! ดินที่แห้งผากและแตกระแหงรอบฝ่ามือของเธอเริ่มเปลี่ยนสี มันเข้มขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น ราวกับมีน้ำทิพย์ที่มองไม่เห็นไหลซึมออกมาจากใจกลางโลก รอยแตกสมานเข้าหากัน ดินที่แข็งกระด้างกลับร่วนซุยและอุดมสมบูรณ์ในพริบตา
เปรี๊ยะ!
ยอดอ่อนสีเขียวสดใสแทงทะลุผิวดินขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับภาพเร่งเวลา มันไม่ได้ค่อยๆ โต แต่มันะเิพลังชีวิตออกมา! ลำต้นยืดขยายสูงขึ้น ใบไม้ห้าแฉกสีเขียวเข้มคลี่ออกและแผ่กิ่งก้านสาขาอย่างสง่างาม ใบไม้ทุกใบดูอวบน้ำและเปล่งปลั่งจนแทบจะมีหยดน้ำค้างเกาะอยู่ ทั้งที่อากาศรอบข้างยังคงแห้งผาก
มู่หลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หัวใจเต้นรัวแรง เธอรีบใช้มือคุ้ยดินที่ร่วนซุยนั้นออกอย่างเบามือ
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่รากโสมแห้งเหี่ยวอีกต่อไป แต่เป็หัวโสมป่าขนาดมหึมา สีขาวนวลอมเหลือง ผิวตึงเปรี๊ยะอวบอ้วน รากฝอยแตกแขนงสลับซับซ้อนดูทรงพลังราวกับัดิน มันแผ่ไอพลังชีวิตที่เข้มข้นออกมาจนเธอััได้
นี่ไม่ใช่แค่การฟื้นคืนชีพ!แต่มันคือการยกระดับ! จากโสมแห้งธรรมดา กลายเป็สุดยอดโสมป่าร้อยปีที่ประเมินค่ามิได้!
มู่หลันประคองโสมหัวนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าท่ามกลางแสงจันทร์
"สำเร็จ! ด้วยพลังนี้ ต่อให้ต้องสร้างูเาทองคำ ฉันก็ทำได้!"
ดวงตาวาววับของมู่หลันมองไปทีู่เาหมื่นลี้ที่ดำทะมึนอยู่ไกลๆ สถานที่ที่ชาวบ้านคุ้นเคยจะกลายเป็สถานที่ซ่อนความลับ และเป็แหล่งกำเนิดความมั่งคั่งขุมแรกของเธอ เธอจะกลายเป็เพียงหญิงหม้ายผู้โชคดีที่เบื้องบนเมตตาประทานขุมทรัพย์ให้ในจุดที่คนอื่นมองข้าม
เมื่อมั่นใจในแผนการ มู่หลันก็รีบเก็บโสมป่าพันปีที่เพิ่งปลุกชีพสดๆ ร้อนๆ กลับเข้าไปในช่องเก็บของของระบบอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กลิ่นหอมและไอพลังชีวิตเตะตาใครในยามวิกาล เธอปัดเศษดินตามเสื้อผ้า แล้วย่องฝีเท้าเบากริบกลับเข้าไปในกระท่อมซอมซ่อ
ลมหนาวรวยรินพัดผ่านรอยแตกของผนังดิน แต่เมื่อสายตาของเธอปะทะเข้ากับร่างเล็กจ้อยที่กำลังหลับสนิท ซุกตัวอย่างเป็สุขอยู่ในผ้าห่มขนเป็ดหนานุ่ม หัวใจที่เคยแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าของอดีตผู้บริหารสาวก็อบอุ่นขึ้นมาทันที
มู่หลันเรียกหน้าต่างโฮโลแกรมของระบบขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ลังเลที่จะตวัดนิ้วไปที่หมวดเครื่องนอน กดสั่งฟูกเมมโมรี่โฟมขนาดพอดีตัว ผ้าห่มนวมเกรดโรงแรมห้าดาว และหมอนหนุนเพื่อสุขภาพสำหรับตัวเองออกมาอย่างรวดเร็ว
วูบ!
เครื่องนอนชุดใหญ่ปรากฏขึ้นเงียบๆ บนพื้นดินแข็งกระด้างข้างเตียงไม้ของเสี่ยวเปาเปา มู่หลันจัดแจงปูที่นอนอย่างคล่องแคล่ว แม้สภาพผนังและหลังคาจะดูเหมือนเพิงพักอนาถา แต่พื้นที่หลับนอนของสองแม่ลูกในตอนนี้กลับหรูหราล้ำยุค ขัดกับบรรยากาศโดยรอบอย่างสิ้นเชิง
ร่างบางล้มตัวลงนอนซุกกายใต้ผ้าห่มผืนหนา ไออุ่นที่แผ่ซ่านโอบล้อมร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ทว่า... ดวงตากลมโตกลับเบิกโพลงท่ามกลางความมืดมิด
จะให้หลับลงได้อย่างไร? ในเมื่อสมองของเธอกำลังแล่นฉิวราวกับเครื่องยนต์ที่เพิ่งสตาร์ทติด!
ภาพของโสมป่าอวบอ้วน มูลค่ามหาศาล แผนการหาเงินก้อนแรก การเจรจาการค้า การขยับขยายที่ดิน และการกวาดแต้มความสุขเพื่ออัปเกรดระบบอีก 1% ที่เหลือกำลังวิ่งวนอยู่ในหัวเป็ฉากๆ อะดรีนาลีนแห่งความตื่นเต้นสูบฉีดไปทั่วร่างจนเธอต้องพลิกตัวไปมาหลายรอบ
มู่หลันตะแคงตัวหันไปมองใบหน้าเปี่ยมสุขของลูกสาว ฟังเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเสี่ยวเปาเปาพลางคลี่ยิ้มกว้างออกมา แววตาของเธอสว่างไสวมุ่งมั่น แข่งกับแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยรั่วของหลังคา
‘รอให้รุ่งเช้ามาเยือนก่อนเถอะ!มารดาคนนี้จะพลิกชะตาชีวิตให้ดู!’
*****
