นันทิชาใช้เวลาที่เหลือทำความสะอาดห้องของเ้านายตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย นี่หรือที่บอกว่าเป็การฝึกงานเลขา ไม่เห็นเหมือนที่คิดไว้เลยแม้สักนิด ถ้าไม่ติดเื่เงินเดือนในอนาคต จะไม่มีวันยอมทนอยู่กับเ้านายนิสัยประหลาดแบบนี้เป็แน่ นันทิชาบ่นพึมพำขณะมือน้อยๆ กำผ้าเช็ดถูตามซอกมุมของห้อง ก่อนที่ความคิดถึงบิดาของตนจะทำให้เธอต้องวางผ้าบนมือลง ล้วงหามือถือในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนที่เธอสวมทับชุดนักศึกษาไว้ เพื่อโทรหาบิดาของตน
“ว่าไงลูก” เสียงปลายสายจากบิดาทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“พ่อกินข้าวหรือยังคะ” หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างสบายใจ
“พ่อกินแล้ว โทรมาหาพ่อมีอะไรหรือเปล่า คิดถึงพ่อหรือ” รอยยิ้มยังคงประทับฝังอยู่ในใบหน้าอ่อนเยาว์นั้น
“กินแล้วค่ะ แต่ทิชาคิดถึงพ่อ พ่ออยู่คนเดียวได้แน่นะ”
“ได้สิ” เสียงของนายดินดูสดใส จนทำให้หญิงสาวคลายกังวล
“แล้วเ้านายของลูกเขาดูแลลูกดีไหม”
“ก็ดีค่ะ แต่ทิชาอยากกลับไปอยู่กับพ่อมากกว่า อยากอยู่ใกล้ๆ จะได้ดูแลพ่อได้เหมือนเดิม” คนชรากำมือแน่น ดวงตาเริ่มแดงขึ้นมาเมื่อได้ยินคำของลูกสาว ก่อนพยายามข่มเสียงให้เป็ปกติ
“พ่ออยู่ได้ ลูกไม่ต้องกังวล พ่อขออย่างเดียว หากวันไหนแทนคุณทำไม่ดีกับลูกแม้เพียงสักนิด ขอให้ลูกบอกพ่อ”
“พ่อพูดอะไรคะ ทิชาไม่เข้าใจ”
“พ่อหมายถึง ถ้าเ้านายของลูกไม่ดีกับลูก ขอให้ลูกบอกพ่อ พ่อเป็ห่วง”
“ทิชาก็เป็ห่วงพ่อนะคะ ถ้ามีอะไรพ่อรีบโทรหาทิชาเลยนะ นอนห่มผ้าด้วยนะคะ ทิชาคิดถึงพ่อนะ” หลังจากสายโทรศัพท์ของลูกสาวถูกตัดไป ชายชราเลื่อนสายตาเหี่ยวย่นหันกลับมามองรูปของนันทิชา ที่แขวนไว้ติดผนังไม้ในห้องนอน “นี่เราทำถูกต้องแล้วใช่ไหม” เป็การรำพึงบอกตัวเอง แววตาไร้เดียงสาพร้อมกับรอยยิ้มแสนบริสุทธิ์จากรูปของเด็กสาว เป็ภาพที่สร้างความเ็ปในหัวใจของเขา แต่เมื่อไม่มีทางเลือก ได้แต่หวังว่าชายหนุ่มจะวางความรู้สึกโกรธแค้นลงได้ ในไม่ช้าเื่ราวแย่ๆ จะคงผ่านพ้นไป ชายชราพยายามหลับตาลงช้าๆ เพื่อยอมรับผลของการกระทำตัวเอง เพราะต่อให้เขาพาลูกสาวหนี ก็ไม่มีวันหนีคนอย่างแทนคุณพ้น
“มากันแล้วหรือ นั่งสิแทน” ดนัยผายมือเชิญแขกคนพิเศษเข้าไปนั่ง ก่อนมองหน้าหญิงสาวและยิ้มออกมาอย่างพอใจ เป็ครั้งแรกที่ม่านฟ้าทำได้ถูกใจเขา พาแทนคุณเข้ามาพบถึงในบ้าน โดยที่ไม่ต้องเปลืองแรงลูกน้อง
“สวัสดีครับคุณอาดนัย” แทนคุณยกมือไหว้ตามมารยาท และนั่งลงตามคำเชิญของเ้าของบ้าน
“นายคงทราบดีนะ ว่าวันนี้ที่ฉัน้าพบนาย ฉัน้าจะพูดเื่อะไร ซึ่งจริงๆ แล้วฉันก็้าจะพูดเื่งานแต่ง งานหมั้นหมายมานานพอสมควรละ แต่ว่ายังไม่มีโอกาส และยายม่านก็ขวางฉันตลอด” ชายชราปรายตามองหน้าลูกสาว เพื่อเน้นถึงต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียเวลามานาน แทนคุณหันมองหน้าหญิงสาวที่นั่งหลังตรงอยู่ด้านข้าง มือหนาค่อยๆ เลื่อนลงมากุมมือของเพื่อนสาวไว้ เมื่อมือเรียวเล็กได้รับกำลังใจ จึงกำมือกลับเช่นกัน ทั้งสองส่งยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ แม่บ้านยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง เพราะเห็นภาพมือของสองคนแอบจับกันแน่นภายใต้โต๊ะที่บังไว้
“คุณดนัยอย่าว่าม่านเลยครับ ผมเองก็ตามใจเธอมาหลายครั้ง หากผมหนักแน่นพอ ก็ควรเข้ามาพบคุณ” แทนคุณพูดจาปกป้องม่านฟ้า เขาไม่อยากให้ดนัยต่อว่าเธอต่อหน้าเขา ชายชราพยักหน้ายอมฟังและหยุดต่อว่าลูกสาว หากแต่เปลี่ยนเข้าเื่ในทันที
“นายคบกับม่านจริงจังพอที่จะคิดเื่แต่งงานหรือยัง” ดนัยดึงตรงแบบไม่อ้อมค้อม เพราะเสียเวลากับการตามใจลูกสาวคนเล็กมามากเกินพอ บัดนี้ธุรกิจบางอย่างของเขามีปัญหาจากการบริหารงานสะสมมานาน ดีที่ยังพอดูดเงินจากสามีลูกสาวคนโตมาจุนเจือได้บ้าง แต่ตอนนี้เห็นทีจะลำบากเพราะมุกเองเริ่มไม่ยอมร่วมมือด้วย
“ผมคบกับม่าน ก็ต้องจริงจังอยู่แล้ว แต่เื่งานแต่งนั้นผมขอเวลาอีกหน่อย ผมอาจจะมีข้อบกพร่องสำหรับม่าน ขอเวลาให้เราเรียนรู้กันมากกว่านี้อีกหน่อยเถอะครับ” ชายหนุ่มพยายามต่อรองเพื่อยื้อเวลาออกไปอีกสักพัก เอาเข้าจริงก็ไม่พร้อมที่จะแต่งกับม่านฟ้า ไม่ว่าจะเป็เวลานี้หรือเวลาไหนก็ตาม ตราบใดที่ยังตอบหัวใจตัวเองไม่ได้ว่าความรู้สึกที่มีให้กับม่านฟ้านั้นเรียกว่าอะไร
“เื่เรียนรู้กัน นายกับม่านก็รู้จักกันมาหลายปีมากแล้วนะ จะเรียนรู้กันไปถึงไหน” ดนัยถามต่อด้วยเสียงเรียบเฉย ไม่มีท่าทีโอนอ่อนตามคำของชายหนุ่ม กลับมองว่าทั้งสองรู้จักกันมาั้แ่เรียนมหาวิทยาลัย ข้ออ้างของแทนคุณฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่
“พ่อคะ” ม่านฟ้าหันไปเรียกผู้เป็บิดา เพื่อห้ามปราม
“หยุดเลยยายม่าน เงียบไปเลย” ดนัยหันไปเสียงดังใส่ม่านฟ้า ก่อนจะหันมาเอาคำตอบจากแทนคุณที่นั่งนิ่ง กิริยาเรียบเฉย ไม่มีท่าทีกลัวหรือใอะไร และยังคงกุมมือหญิงสาวไว้แน่น
“ผมขอยืนยันครับคุณอาดนัย ผมกับม่านเราจำเป็ต้องใช้เวลาศึกษากันมากกว่านี้ เวลาแค่ไม่กี่เดือนที่เราสองคนคบกัน มันไม่เพียงพอหรอกครับที่เราจะแต่งงานกัน ส่วนเื่ที่เรารู้จักกันมานานนั้นก็ถูกครับผมไม่เถียง แต่ตอนนั้นเราคบกันในฐานะเพื่อน ยังมีนิสัยแย่ๆ ของผมหลายอย่างที่ม่านไม่รู้ ผมไม่อยากให้ความรักของเราล้มเหลวแบบคนอื่นๆ” แทนคุณสบตาดนัย ด้วยสีหน้าจริงจัง แสดงให้เห็นว่าดนัยเองก็ไม่สามารถบังคับเขาได้เหมือนเช่นบังคับลูกๆ ของตน เหตุผลของแทนคุณทำให้ชายสูงอายุนิ่งเงียบ แทนคุณไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือของเขา ดังนั้นการจะบีบบังคับไม่ใช่เื่ง่ายและแทบเป็ไปไม่ได้หากไม่ใช้ยาแรง
“ได้นะแทน แต่ฉันให้เวลาอีกหนึ่งปีเท่านั้นนับจากวันนี้ ถ้าภายในหนึ่งปีไม่มีงานแต่งงานระหว่างม่านกับนาย ฉันจะจับยายม่านแต่งงานกับคนอื่นทันที ธุรกิจฉันไม่ได้รอนายคนเดียว” ดนัยพยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของแทนคุณ หากแต่ยังมีข้อแม้ด้วยระยะเวลาเพียงหนึ่งปีเท่านั้น แทนคุณก้มหน้าฟังคำของดนัยด้วยสองมือที่ยกมากุมเข้าหากันบนโต๊ะ สีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย
