คำพูดของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วทั้งนอบน้อมและจริงใจ หากเปลี่ยนฮูหยินเยี่ยนเป็คนอื่น ก็คงต้องไม่อาจลงโทษหนักได้ลงแล้วไม่ใช่หรือ? แต่น่าเสียดายที่ความรู้สึกดีๆ ต่อเยวี่ยเจาหรานที่ฮูหยินเยี่ยนสะสมมาอย่างยากลำบากก่อนหน้านี้ ได้มลายหายไปเพราะความเปลี่ยนแปลงของสวี่ชิวเยวี่ยหลังกลับมาจากเขาชิงเฉวียนไปหมดแล้ว จนกลายเป็ติดลบนิดหน่อยเสียด้วยซ้ำ
ดังนั้นภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ฮูหยินเยี่ยนจึงไม่มีการผ่อนปรนต่อคำขอของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเลย กลับกันนางยิ่งโกรธขึ้นไปอีก... เมื่อเห็นสายตาน้อยๆ อันน่าสงสารของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและเยวี่ยเจาหรานแล้ว ฮูหยินเยี่ยนก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงค่อยๆ เอ่ยขึ้น “ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าก็ควรจะเปลี่ยนวิธีลงโทษให้กับภรรยาของเ้าจริงๆ”
......
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่เดิมทีพอมีความมั่นใจอยู่บ้าง ทว่าเมื่อได้ยินมารดาของตนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเช่นนั้น ก็ตื่นตระหนกใจนไม่กล้าเอ่ยอะไร ทำได้เพียงยืนนิ่งงันอยู่กับที่ แต่ก็ยังพยายามกู้สถานการณ์กลับมา “เอ้อๆ ท่านแม่ มีอะไรเราค่อยๆ พูดกันเถอะ อย่าโมโหเลย อย่าโมโหเลย...”
รอยยิ้มของฮูหยินเยี่ยนงดงามขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วใจไม่ดีอย่างยิ่ง นางกับเยวี่ยเจาหรานรีบโบกมือให้กับฮูหยินเยี่ยน เพื่อแสดงออกว่าตนคัดตำราสอนหญิงได้หมดจริงๆ ทั้งยังไม่ต้องลำบากฮูหยินเยี่ยนคิดหาหนทางอื่นอีกแล้ว “ท่านแม่ จริงๆ นะ ข้าคิดว่าสิบม้วนก็ไม่นับว่ามากมายนัก ด้วยความเร็วของมือนาง ต้องคัดเสร็จได้แน่นอน จริงนะขอรับ จริงๆ ...”
“ไม่ๆ ๆ ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าตำราสอนหญิงสิบม้วนมันมากไปหน่อยจริงๆ เช่นนั้นเปลี่ยนเถอะ!” ฮูหยินเยี่ยนยิ่งพูดก็ยิ่งฮึกเหิมขึ้นเรื่อยๆ พลันพูดตัดหน้าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอย่างไม่อ้อมค้อม “ฮองเฮาให้เยียนหรานติดตามไปงานล่าสัตว์ด้วยองค์เอง เื่นี้ไม่อาจล่าช้าอย่างเด็ดขาด ในเมื่อเป็เช่นนี้ การคัดลอกตำราสอนหญิงมากมายขนาดนั้นก็คงไม่อาจเสร็จทันการเป็แน่ ไม่สู้เปลี่ยนเป็...”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและเยวี่ยเจาหรานแทบจะเบิกตากว้างขึ้นมาพร้อมกัน ฮูหยินเยี่ยนมองพวกเขาทั้งสองเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม แล้วค่อยๆ เอ่ยขึ้นมาอย่างเนิบนาบ “ก็เปลี่ยนเป็ให้เยียนหรานนำบ่าวไพร่สาวใช้ในจวนสักสามสี่คน ทำความสะอาดจวนเยี่ยนทั้งจวนสักรอบก็แล้วกัน”
ทำความสะอาดจวนเยี่ยนทั้งจวน?! เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้ยินคำพูดของฮูหยินเยี่ยน ก็ตะลึงงันจนกรามแทบจะหลุดร่วงลงมา “ท่านแม่ท่านบ้าไปแล้ว! ทั้งจวนเยี่ยนกว้างใหญ่เพียงใด ท่านคงไม่ต้องให้ข้าบอกหรอกนะ...”
ที่จริงแล้ว ด้วยตำแหน่งในราชสำนักของแม่ทัพใหญ่เยี่ยน พื้นที่ปลูกสร้างจวนเยี่ยนก็แทบจะพอๆ กับชินอ๋องที่ฮ่องเต้ไว้วางใจที่สุดแล้ว ตามปกติแล้วการทำความสะอาดจวนเยี่ยนทั้งจวนกำลังคนและทรัพยากรที่ต้องใช้ก็เป็สิ่งที่คนข้างๆ นี้ไม่อาจจินตนาการได้เลย เนื่องจากเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วคิดเช่นนั้น จึงนึกไม่ถึงว่ามารดาของตนจะสั่งให้เยวี่ยเจาหรานทำความสะอาดจวนเยี่ยนทั้งจวนเลยหรือนี่?!
“เ้าตื่นตระหนกอะไรกัน! ข้าไม่ได้ให้เ้าทำเสียหน่อย”
อาจเป็เพราะปฏิกิริยาของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วทำให้ฮูหยินเยี่ยนอดสงสารขึ้นมาไม่ได้ ไม่รู้เพราะเหตุใด ตอนที่ฮูหยินเยี่ยนเอ่ยต่อนั้นจึงขาดความมั่นใจไปเล็กน้อย สุดท้ายเมื่อเห็นท่าทางโมโหฟึดฟัดของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็เกิดใจอ่อนขึ้นมา แล้วเอ่ยกลับลำอย่างไม่เต็มใจยิ่ง “ก็ได้ๆ ส่งบ่าวรับใช้ให้เ้าไปคนละห้า เช่นนี้ก็คงไม่เหนื่อยเ้าแล้วใช่ไหม?”
ตอนที่เอ่ยคำพูดนี้ ฮูหยินเยี่ยนก็เหมือนจะเป็การบอกให้เยวี่ยเจาหรานรู้ด้วยเช่นกัน แต่แววตากลับจ้องมองไปที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอยู่ตลอด ราวกับจะสื่อว่าเื่นี้ข้าเพียงเห็นแก่หน้า ‘ลูกชาย’ ของข้าเท่านั้น ส่วนเยวี่ยเยียนหราน… เ้าน่ะไม่มีค่าพอให้ข้าไว้หน้าหรอก
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้ยินว่าจะมีบ่าวรับใช้ตามไปด้วย เมื่อนั้นจึงค่อยผ่อนลมหายใจลงช้าๆ แล้วพยักหน้าให้กับฮูหยินเยี่ยนที่มองมายังตนอย่างเงียบงัน สื่อความว่านางคิดว่าพอได้ รู้สึกว่าไม่เลวทีเดียว ก่อนจะดึงชายเสื้อของเยวี่ยเจาหรานที่อยู่ข้างๆ มาอย่างเงียบๆ อีกครั้ง ได้ยินเพียงเยวี่ยเจาหรานเอ่ยเสียงเบา “เ้าค่ะ สะใภ้จะไม่ทำให้ท่านแม่ผิดหวังแน่นอน”
ผ่านไปครู่หนึ่งโดยไร้ซุ่มเสียง ฮูหยินเยี่ยนเองก็รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาเช่นกัน นางจึงพยักหน้า แล้วหมุนตัวไปด้วยความโมโห ก่อนที่นางจะเดินจากไปยังไม่ลืมเอ่ยกำชับ “พรุ่งนี้ก่อนตะวันลับฟ้าต้องทำความสะอาดให้เสร็จนะ ห้ามทำลวกๆ ล่ะ!”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและเยวี่ยเจาหรานขานรับเป็เสียงเดียวกัน เมื่อนั้นฮูหยินเยี่ยนจึงพอจะรู้สึกพึงพอใจได้ แล้วเดินทอดน่องจากไป
……
เยวี่ยเจาหรานผู้โชคร้ายขมวดคิ้วนิ่วหน้ามองเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเล็กน้อย สองมือกำหมัดแน่น แล้วเอ่ยขึ้น “ช่างเถอะๆ ท่านแม่เ้ายามนี้มีอคติต่อข้า ไม่ว่าเ้าจะพูดอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
แม้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเองก็เข้าใจ ความหวาดกลัวในใจของฮูหยินเยี่ยนที่เกิดจากสวี่ชิวเยวี่ยไม่อาจคลี่คลายได้ในเวลาอันสั้น แต่เมื่อเห็นเยวี่ยเจาหรานเอาแต่ถูกกลั่นแกล้งอย่างไร้ความผิด นางก็ยากจะทนนิ่งเฉยอยู่ได้จริงๆ สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ สิ่งที่เยวี่ยเจาหรานต้องเผชิญหน้าในครั้งนี้นั้นคือการทำความสะอาดทั้งจวนเยี่ยนเชียวนะ!
“ไม่เช่นนั้นข้าไปกับเ้าด้วยดีหรือไม่?” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเอ่ยหยั่งเชิง นึกอยากจะร่วมแบ่งเบาเยวี่ยเจาหรานสักเล็กน้อย
แต่เยวี่ยเจาหรานกลับเพียงแค่ส่ายหน้า มุมปากหยักขึ้นยิ้มหยันตนเอง นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ “ไม่ต้องหรอก อย่างไรข้าเองก็เป็บุรุษ เื่เล็กเช่นนี้คงไม่ถึงกับทำไม่ได้ จริงหรือไม่? ยิ่งกว่านั้นท่านแม่ของเ้ายังส่งบ่าวรับใช้ตั้งหลายคนให้ข้าแล้วไม่ใช่หรือ อย่างมากข้าก็แค่มองพวกเขาทำงาน ตัวเองก็เพียงแกว่งมือชี้นิ้วสั่งก็พอแล้วไม่ใช่หรือ...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่อยู่ข้างๆ ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรมาก ชุ่ยเชี่ยวก็กลับตาเป็ประกายอย่างมีชีวิตชีวายิ่ง แล้วเอ่ยอย่างปกปิดความยินดีไว้ไม่อยู่ “ใช่แล้วเ้าค่ะคุณชาย! เช่นนั้นข้าเองก็ไม่ต้องไปกับท่านแล้วล่ะ... อย่างไรท่านก็แค่ไปแกว่งมือชี้นิ้วสั่งไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นข้าไปก็คงจะเกินความจำเป็ยิ่ง!”
“ไม่ได้! เ้า ต้องไปกับข้า”
เยวี่ยเจาหราน ‘ตำหนิ’ ชุ่ยเชี่ยวที่คิดอยากจะอู้งานด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ทำเอาชุ่ยเชี่ยวตกตะลึงจนร่างสะท้าน นางเบ้ปากเอ่ยจิกกัดเสียงเบา “แล้วเหตุใดข้าต้องไปแต่คุณชายเยี่ยนไม่ต้องไปเล่า...”
“ไม่ว่าอย่างไรเ้าก็ต้องไป!” เยวี่ยเจาหรานยกฝีเท้าเดินไปเบื้องหน้าชุ่ยเชี่ยว ยกมือขึ้นจับมวยผมจุกบนหัวของชุ่ยเชี่ยวเอาไว้ ก่อนจะลากชุ่ยเชี่ยวให้เดินไปข้างหน้าด้วยกัน เดินไปได้ครึ่งทางยังไม่ลืมโบกมือลาให้กับเพื่อนรักเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่กำลังหัวเราะไม่หยุดเพราะานายบ่าวตรงหน้า “ข้าไปล่ะ! วางใจเถอะ!”
ชุ่ยเชี่ยวที่สีหน้าบูดบึ้งถูกคนจับมวยผมจุกเอาไว้ นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บแต่กลับจนปัญญาจะหนี ถมึงทึงราวเผชิญศัตรูตัวฉกาจ แต่ก็ยังไม่ลืมปกป้องชีวิตตน “คุณชายเยี่ยน ช่วยด้วย... ช่วยด้วยเ้าค่า...”
“เ้ารีบเดินเสียทีเถอะน่า!”
ใครจะไปรู้ว่าชุ่ยเชี่ยวยิ่งะโดังขึ้น เยวี่ยเจาหรานก็ยิ่ง ‘โมโห’ การฉุดลากผมจุกของชุ่ยเชี่ยวเองก็ยิ่งป่าเถื่อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองฉุดกระชากลากถูกันไปเช่นนั้นจนพ้นทางเดินใต้ชายคาบ้าน และค่อยๆ ลับไปจากสายตาของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่คืนสติกลับมาเต็มไปด้วยความกังวลต่อสถานการณ์ในภายภาคหน้าของเยวี่ยเจาหราน คิดไปคิดมา ในที่สุดจึงเรียกหลิงหลงมาหา แล้วสั่งให้หลิงหลงแอบส่งคนยังที่ที่ฟังจากเยวี่ยเจาหรานมาอีกสองสามคน เพื่อช่วยให้เยวี่ยเจาหรานทำความสะอาดจวนเยี่ยนอย่างหมดจดได้เร็วขึ้นสักนิด ไม่เช่นนั้นน่ากลัวว่าคืนนี้เยวี่ยเจาหรานคงจะไม่ได้นอนเป็แน่
หลิงหลงไปตามคำสั่ง แต่กลับหยุดฝีเท้าอีกครั้ง แสดงสีหน้าเหมือนกับมีความคิดบางอย่างต่อเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเอียงหัวอย่างสงสัย แล้วเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ “เ้ามองข้าทำไมหรือ?”
หลิงหลงเม้มปากอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงค่อยๆ เอ่ยขึ้น “ท่านไม่กลัวข้าบอกฮูหยินหรือเ้าคะ?”
......
“เพราะฉะนั้นเ้าก็ห้ามทรยศความเชื่อใจที่ข้ามีต่อเ้าเด็ดขาดเลยเชียว!”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่เพิ่งนึกขึ้นได้ทีหลังจึงได้เพิ่งจะค้นพบอย่างเก้อเขิน ทั้งจวนเยี่ยนนอกจากหลิงหลงที่อยู่ข้างกายท่านแม่ของตนแล้ว นึกไม่ถึงว่าตนจะเป็ดั่งจ๊กก๊กไร้ขุนพล [1] ไม่มีใครที่ใช้การได้เลย?! แต่ภายใต้สภาพการณ์ในยามนี้ ก็ทำได้เพียงหวังให้หลิงหลงเป็แม่นางที่ปากหนักคนหนึ่งเท่านั้น
เชิงอรรถ
[1] จ๊กก๊กไร้ขุนพล เลียวฮัวขึ้นนำทัพ (蜀中无大将,廖化作先锋) เป็สำนวนจีนที่กล่าวเปรียบเทียบถึง วาระอันใกล้จะล่มสลายของจ๊กก๊ก ที่ขาดแคลนคนดีมีฝีมือ จนถึงกับต้องแต่งตั้งให้อดีตโจรโพกผ้าเหลืองขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำทัพในระดับนายพล
