เมืองชิงจิง ในลานจัตุรัสของวังหลวง
หวังเค่อยังคงถือพระราชโองการปลอมที่ไม่ปลอมเอาไว้ เป็การบอกทุกคนอย่างชัดเจนกว่าเดิมว่าพระราชโองการนี้เป็ของปลอม!
แต่ตัวร้ายก็โผล่มาแล้วเช่นกัน!
หลังหวังเค่อพูดพล่าม กลุ่มผู้เฒ่าก็พากันส่งเสียงะโราวกับเสียสติ นี่คือของจริง พวกเราน้อมรับเป็ของจริง!
จูเยี่ยนได้แต่ยืนกังวล พวกเ้าเสียสติไปแล้ว! ตระกูลหวังมันกำลังจะฮุบอาณาจักรข้า! พวกเ้าไม่เห็นเรอะ?
ถ้าหากเป็ผู้อื่นที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกคนก็ว่าไปอย่าง ประเด็นคือดันเป็หวังเค่อที่จูเยี่ยนชิงชังที่สุด มันไหนเลยจะยอมทนได้?
หากข้าไม่ได้ เ้าก็อย่าหวังว่าจะได้!
จูเยี่ยนไม่สนใจว่าจะโดนพบตัวอีกต่อไป มันเตรียมตัวพุ่งออกไปฉีกปากหวังเค่อ
“หวังเค่อ เ้าหลอกลวงผู้คนเกินไปแล้ว!” จูเยี่ยนพลันยกหมวกขึ้นก่อนกระโจนออกมา
“บรึ้ม!”
พริบตาที่รัศมีพลังน่าหวาดหวั่นของดวงธาตุทองคำแผ่พุ่ง เหล่าผู้เฒ่าเสียสติรอบด้านก็ถูกคลื่นพลังกระแทกปลิว
ไอมารทมิฬะเิออกรอบตัวจูเยี่ยน ปราณมารพวยพุ่งเทียมฟ้า ทำให้ขุนนางรอบด้านต้องมองอย่างใ
“จูเยี่ยน?” หวังเค่อเอ่ยอย่างตะลึง
“ทะ ท่านอ๋อง?” ขุนนางเก่าทั้งหลายมองจูเยี่ยนอย่างไม่อยากเชื่อ
เมื่อครู่พวกเรายังเปิดประชุมตำหนิจูเยี่ยนกันอยู่เลย หรือมันจะได้ยินทั้งหมด?
“หวังเค่อ ฮ่าฮ่าฮ่า คาดไม่ถึงสิท่า ข้าบรรลุดวงธาตุทองคำแล้ว เ้าขวัญกล้านัก วันนี้แหละ…!” จูเยี่ยนคำรามลั่น
“ฟุ่บ!”
แสงกระบี่สายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าจูเยี่ยน จูเยี่ยนหน้าเปลี่ยนสีก่อนสะบัดมือปัดแสงกระบี่ทิ้ง
“ตูม!”
จูเยี่ยนต้องถอยหลังเจ็ดแปดก้าวกว่าจะตั้งหลักมั่นคง
“อะไรกัน?” จูเยี่ยนหน้าเปลี่ยนสี
มีผู้ฝึกตนอยู่แถวนี้ด้วย? แถมยังซัดข้าถอยหลังได้ในกระบวนท่าเดียว แสดงว่าเป็ดวงธาตุทองคำ?
ก่อนหน้านี้ข้าไม่กล้าโผล่หน้ามาเพราะกลัวจะถูกลอบโจมตี กลัวหวังเค่อมันจะวางกับดักไว้ พอข้านึกว่าคิดมากไปเอง เปิดเผยตัวปุ๊บก็โดนโจมตีปั๊ป?
“หวังเค่อ นี่เ้าวางกับดักข้า?” จูเยี่ยนอุทาน
หวังเค่อเผยสีหน้าตะลึง เ้าว่าอะไร? ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเ้าอยู่ที่นี่ด้วย ทำไมถึงเป็ข้าวางกับดักเ้า?
“มารร้าย เ้ากล้าสอดมือแทรกแซงบัลลังก์โลกมนุษย์!” มีเสียงร้องดังขึ้น
ชายเสื้อฟ้าคนหนึ่งร่อนลงมาจากฟ้าไม่ไกลจากจูเยี่ยน กระบี่ยาวในมือชี้หน้าจูเยี่ยนอยู่
จูเยี่ยนไม่ทราบอีกฝ่ายเป็ใคร มันเพียงหันหลังโกยแน่บอย่างไม่ลังเล
“ฟุ่บ!”
แสงกระบี่ปรากฏฟาดเข้าใส่จูเยี่ยนจากทางด้านหลังอีกครั้ง
“บรึ้มมม~~~~~~!”
จูเยี่ยนตะลึงก่อนจะถอยกรูด
แต่ด้านหลังจูเยี่ยนห่างไปไม่ไกล ชายเสื้อฟ้าอีกคนก็ปรากฏขึ้น ร่างแผ่พลังขั้นดวงธาตุทองคำ กระบี่ยาวในมือชี้ตรงไปยังจูเยี่ยน
“อะไร? ดวงธาตุทองคำสองคน?” จูเยี่ยนอุทานอย่างใ
“ฟุ่บ!” “ฟุ่บ!”
………
ทันใดนั้น แสงกระบี่ก็เบ่งบานขึ้นรอบตัวจูเยี่ยนทั่วทิศทาง กลุ่มชายเสื้อฟ้าพร้อมกระบี่ยาวพากันร่อนลงมาจากฟ้า เพียงพริบตาก็ล้อมกรอบจูเยี่ยนไว้
ยอดมือกระบี่ยี่สิบคนล้อมข้าไว้?
จูเยี่ยนพลันเผยสีหน้าหวาดผวา
“หวังเค่อ เ้า เ้า เ้าหัวใจอำมหิตอะไรขนาดนี้! ถึงกับเรียกฝ่ายธรรมะมากมายมาซุ่มโจมตี!” จูเยี่ยนชี้หน้าหวังเค่ออย่างเดือดดาล
หวังเค่อทำหน้าเหม่อลอย “ข้าไม่รู้เื่นะ? ข้าไม่รู้จักพวกมัน!”
“ไม่รู้จัก?” จูเยี่ยนชะงักไป
“หวังเค่อไม่รู้จักพวกเ้า แล้วพวกเ้ามาหยุดข้าทำไม? ข้าแทรกแซงบัลลังก์โลกมนุษย์? แล้วหวังเค่อมันไม่ได้ทำเรอะ? เ้าไม่รู้จักหวังเค่อแล้วทำไมไม่หยุดมัน?” จูเยี่ยนเอ่ยอย่างโกรธแค้น
ตอนนี้เอง ชายร่างท้วมคนหนึ่งก็ร่อนลงมาจากฟ้า เป็จางเจิ้งเต้าที่ขี่กระบี่บินมา
“อ้าว หวังเค่อ ข้ากลับมาแล้ว ข้าไปเยี่ยมศิษย์ฝ่ายธรรมะในเมืองชิงจิงมาแล้ว พอพวกมันได้ยินว่าเ้ามาด้วย มันก็บอกว่าเป็สหายสนิทของเ้าเลยอยากมาพบ! พวกมันอดใจไม่ไหวมาถึงก่อนข้าเสียอีก!” จางเจิ้งเต้าชี้ไปยังยอดมือกระบี่ชุดฟ้าทั้งยี่สิบคน
หวังเค่อ “…!”
“พี่หวัง ไม่ได้พบกันเสียนาน!” หนึ่งในมือกระบี่ชุดฟ้าพลันเอ่ยกับหวังเค่ออย่างสุภาพ
หวังเค่อตะลึงไป เ้าเป็ใคร? เรารู้จักกันด้วย?
จูเยี่ยนไม่ไกลออกไปล้มพับไปแล้ว
“หวังเค่อ ไอ้หน้าด้าน นี่เหรอไม่รู้จักของเ้า? ตรงไหนของเ้าเรียกไม่รู้จัก? เ้าโกหกข้า!” จูเยี่ยนะโอย่างเศร้าโศกโกรธขึ้ง
เ้าจะพูดความจริงสักคำบ้างได้ไหม?
แม่งเอ๊ย เ้าบอกว่าไม่รู้จักพวกมัน พวกมันกลับสุภาพกับเ้าปานนี้? สหายสนิท เ้าได้ยินไหม? ได้ยินหรือเปล่า? คิดว่าข้าหูหนวกเรอะ?
“ข้า…!” หวังเค่อสีหน้าเหม่อลอย
ข้าไม่รู้จักพวกมันจริงๆ
“หุบปาก เหอะ เ้าก็คืออ๋องต้าชิง? เห็นแก่ตัวไม่คิดกลับใจ เข้าร่วมลัทธิมาร เบียดเบียนชีวิตปุถุชน ต้องถูกลงทัณฑ์!” มือกระบี่ชุดฟ้าคนแรกจ้องเขม็ง
“ฟุ่บ!”
ยอดมือกระบี่ทั้งยี่สิบชีวิตต่างง้างกระบี่ขึ้นทีละคน คล้ายคิดหมายสะบัดบั่นศีรษะจูเยี่ยน
จูเยี่ยนสูดหายใจเย็นเยือกด้วยสีหน้าสิ้นหวัง มันเป็ดวงธาตุทองคำขั้นแรก แค่มือกระบี่คนเดียวก็รับมือไม่ไหวแล้ว ลงมือพร้อมกันยี่สิบคน? ข้าไม่รอดแล้ว?
หวังเค่อ ไอ้โจรถ่อยทรยศ ทั้งหมดเป็ความผิดเ้า ข้าก็บอกแล้วว่ายังไม่พร้อมเปิดเผยตัว บอกแล้วว่าไม่อยากเปิดเผยตัว เป็เ้าทำให้ข้าต้องเผยตัว
“ช่วยข้าด้วย พี่น้องลัทธิมาร ศิษย์ฝ่ายธรรมะคิดลงมือฆ่าคน มาช่วยข้าที~~~~~~!” จูเยี่ยนเงยหน้าแหกปากะโขึ้นฟ้า
อย่างไรเสีย ท่านอาทวดก็มอบป้ายให้ข้าไว้ก่อนจากมา แถมข้ายังไปรายงานต่อลัทธิมารที่ประจำอยู่ในเมืองชิงจิงแล้วด้วย ข้าะโแบบนี้ยังไงพวกมันก็ต้องได้ยิน ตรงดิ่งมาช่วยข้าแน่! ข้าจบสิ้นแล้ว! กว่าพวกมันจะมาไม่รู้จะยังรอดอยู่หรือไม่
“รนหาที่ตายเองแล้วยังกล้าแหกปากขอความช่วยเหลืออีก? ฆ่ามัน!” มือกระบี่ชุดฟ้าะโ
แสงกระบี่กลุ่มหนึ่งกำลังจะฟันใส่จูเยี่ยน จูเยี่ยนเผยสีหน้าสิ้นหวังออกมา
จูเยี่ยนคงนึกไม่ถึงว่าศิษย์ลัทธิมารกลุ่มนั้นจะไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
ภายในสวนหย่อมขนาดเล็ก
“ห้าขีด!”
“แปดหมื่น ไพ่นี้ห้ามใครแตะต้อง ข้าจั่วไปแล้ว!”
“ัขาว เยี่ยมเลย ข้าเองก็จั่วแล้ว พวกเ้าห้ามไปไหนทั้งนั้น ข้าได้เงินมากมายขนาดนี้! ยังไงก็ต้องเล่นไพ่กันให้จบ!”
“รวยเละ! ทำอย่างกับข้าจั่วบ้างไม่ได้ จนกว่าตานี้จะจบห้ามใครลุกไปห้องน้ำทั้งนั้น!”
“เข้ามา ัแดง! เหอะ มาดูกันว่าใครจะครบชุดก่อน!”
………
………
……
……
…
……
เหล่ามารต่างนั่งเล่นไพ่กันอย่างดุเดือด ก่อนพลันมีเสียงร้องะโดังแว่วมาจากในเมือง
“ช่วยข้าด้วย พี่น้องลัทธิมาร ศิษย์ฝ่ายธรรมะคิดลงมือฆ่าคน มาช่วยข้าที~~~~~~!”
เสียงร้องนี้ทำให้เหล่ามารต้องชะงักไป
“เมื่อกี้ได้ยินเสียงหรือเปล่า? คล้ายจะเป็เสียงจูเยี่ยน?”
“จูเยี่ยน? โดนศิษย์ฝ่ายธรรมะไล่ล่าสังหาร? แม่งเอ๊ย ไอ้ตัวหาเื่ เพิ่งมาถึงชิงจิงได้ไม่นานก็ไปหาเื่ศิษย์ฝ่ายธรรมะซะแล้ว!”
“จริงด้วย หาแต่เื่ให้พวกเรา! ถ้าหากมันไม่ได้เป็เหลนทวดท่านเ้าตำหนัก ข้าคงเล่นมันไปแล้ว!”
“ตกลงพวกเราจะยังเล่นไพ่ต่อหรือเปล่า?”
เหล่ามารบ่นพึมพำ
“เอาไงดี? ไปไหม?”
“ท่านเ้าตำหนักสั่งการมาแล้ว พวกเรายังไงก็ต้องไป! แต่เื่ไพ่จะเอายังไง?”
“จริงด้วย ข้ากำลังจะครบชุดแล้วเนี่ย!”
“ข้าจำได้ว่าจูเยี่ยนบรรลุดวงธาตุทองคำแล้วนี่? ต่อให้สู้ไม่ไหว คิดหนีก็คงไม่ยากหรอกมั้ง?”
“ใช่ ใช่ ให้มันหนีเอง! หากต้องช่วยมันทุกครั้งที่มีเื่ ไม่ให้เราเช็ดก้นให้มันเลยเล่า ถุ้ย!”
“อืม งั้นส่งคนไปดูลาดเลาก่อน รอจนพวกเราเล่นไพ่ตานี้จบค่อยไป!”
“เห็นด้วย เห็นด้วย!”
………
………
……
……
…
……
ศิษย์ลัทธิมารระดับหัวหน้าหลายคนร่วมกันตัดสินใจ ศิษย์ลัทธิมารทั่วไปย่อมได้แต่พยักหน้ายอมรับ ทุกคนเล่นไพ่กันก่อน รอลูกพี่ท่านเล่นกันเสร็จแล้วค่อยออกไปช่วยจูเยี่ยนจอมก่อเื่
พวกมันย่อมนึกไม่ถึงว่าจูเยี่ยนเวลานี้ถูกรุมล้อม ไม่เหลือช่องทางให้หนีแม้แต่น้อย
จูเยี่ยนเองก็ย่อมนึกไม่ถึงว่าทุกคนจะเห็นการเล่นไพ่นกกระจอกสำคัญกว่าการช่วยเหลือตน ลัทธิมารเพียงส่งมารฝีมือกระจอกที่สุดออกมาดูลาดเลาเท่านั้น
เวลานี้จูเยี่ยนได้แต่เผยสีหน้าสิ้นหวัง มองดูกลุ่มมือกระบี่ฝ่ายธรรมะเตรียมบั่นศีรษะตน
“ช้าก่อน!” เสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
ธรรมะอธรรมไม่อาจอยู่ร่วม จะมาช้ากงช้าก่อนอะไร! แต่ครั้งนี้ต่างออกไป หัวหน้ามือกระบี่ชุดฟ้าส่งเสียง “หยุดมือ! ฟังพี่หวังพูด ช้าก่อน!”
“ขอรับ ศิษย์พี่ใหญ่!” กลุ่มมือกระบี่พลันรั้งกระบี่กลับไปทันที
มีเพียงจูเยี่ยนที่มองดูกลุ่มมือกระบี่ด้วยเหงื่อท่วมตัวสลับกับหวังเค่อที่เพิ่งะโว่า ‘ช้าก่อน’
หวังเค่อมีอำนาจขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่? เพียงออกคำสั่งฝ่ายธรรมะก็ทำตามทันที? ยังจะบอกว่าไม่รู้จักพวกมันอีก?
เมื่อครู่ที่กลุ่มมือกระบี่ลงมือทำเอาจูเยี่ยนกลัวจนแทบฉี่ราด
“พี่หวัง ท่านมีคำสั่งใดหรือไม่?” หัวหน้ามือกระบี่ชุดฟ้ามองหวังเค่อ
หวังเค่อมองมือกระบี่ชุดฟ้าอย่างสงสัย “ท่านคือ…?”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า พี่หวัง ท่านจำข้าไม่ได้หรือ? จริงสิ นี่ก็ผ่านมาเป็ปีแล้ว แถมข้าก็ไม่ได้ผอมแห้งติดกระดูกเหมือนก่อน ท่านจำได้ไหม? เกาะเทพัไง! ข้ากับเถี่ยหลิวหยุนถูกขังคุกไว้ด้วยกันบนเกาะเทพั เป็ท่านช่วยพวกเราไว้ พี่หวังเป็แบบอย่างฝ่ายธรรมะ เสี่ยงอันตรายแฝงตัวเข้าสู่ลัทธิมาร ทำความดีโดยไม่หวังชื่อเสียงลาภยศ! ข้าคือศิษย์พี่ใหญ่พรรคเซี่ยงชุ่น จ้าวซื่อ!” ชายชุดฟ้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เซี่ยงชุ่น? จ้าวซื่อ?” หวังเค่อชะงักไป
“พรรคเซี่ยงชุ่นเราเป็สำนักเซียนขนาดเล็กทั่วไป ไม่อาจเทียบสำนักเซียนชั้นแนวหน้าอย่างพรรคเทพหมาป่า์ได้ แต่พวกเราเองก็เป็คนฝ่ายธรรมะเหมือนกัน! ครั้งนี้ข้าและคนจากพรรคเซี่ยงชุ่นรับหน้าที่เฝ้าดูแลเมืองชิงจิง! นึกไม่ถึงว่าจะได้พบกันอีก พี่หวัง โอกาสแบบนี้หายากนัก!” จ้าวซื่อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ที่แท้ก็เป็พี่จ้าว!” หวังเค่อกล่าวด้วยสีหน้าประหลาด
“พี่หวังเกรงใจเกินไปแล้ว พี่หวัง เ้าจูเยี่ยนนี่ข้ารู้ว่ามัน้าทำร้ายท่านบนเกาะเทพั! มันกลายเป็มารไปแล้ว แต่ยังคิดหวงบัลลังก์แดนมนุษย์อยู่ ท่านจะเก็บมันไว้ทำไม? ฆ่าทิ้งไปเถอะ!” จ้าวซื่อพลันกล่าวขึ้น
จูเยี่ยนเหงื่อแตกพลั่กทันที
“ไม่ได้ พวกท่านทุกคนเข้าใจผิดแล้ว! จูเยี่ยนมันไม่ได้แทรกแซงบัลลังก์ มันมาเพื่อช่วยข้าต่างหาก!” หวังเค่อส่ายหน้าตอบ
ตนเองกับจูเยี่ยนสะสางความบาดหมางกันไปนานแล้ว ถึงมันจะไม่ได้มาช่วยเหลือตน แต่ไม่เห็นแก่หน้าสงฆ์ก็เห็นแก่หน้าพระพุทธรูปบ้าง! มันเป็เหลนทวดของจูหงอี มันจะไปตายที่ไหนข้าไม่สนใจ แต่ขืนมาตายต่อหน้ากลับไปมีหวังโดนจูหงอีด่าเปิงแน่
“มันมาเพื่อช่วยท่าน?” กลุ่มมือกระบี่ต่างขมวดคิ้วใส่จูเยี่ยน
“ใช่ ใช่ ขะ ข้ามาเพื่อช่วยหวังเค่อ!” จูเยี่ยนรีบตอบอย่างตื่นเต้น
ตอนนี้ขอเพียงมีเสี้ยวเศษความหวังรอดชีวิต จูเยี่ยนก็พร้อมจะคว้าไว้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด หวังเค่อก็ยื่นเบ็ดมาให้แล้ว หากไม่ร่วมมือก็มีแต่ตาย!
“ถูกต้อง พวกท่านอาจไม่ทราบ แต่ขุนศึกแห่งเมืองชิงจิงเป็ญาติผู้พี่ของข้าเอง! ข้ามาครั้งนี้ก็เพื่อช่วยดูแลสถานการณ์ของพี่ใหญ่! ช่วยเกลี้ยกล่อมขุนนางเก่าให้ลงมือช่วยทำเพื่อผู้คน! ช่วยจบานี้โดยเร็วที่สุด อย่างไรเสีย คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือคนรากหญ้า!” หวังเค่อกล่าวด้วยความเมตตาเพื่อนมนุษย์
“พี่หวังมีเมตตาต่อปุถุชน สมเป็แบบอย่างของพวกเราโดยแท้!” จ้าวซื่อเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
ไม่ว่าในใจของศิษย์ฝ่ายธรรมะจะมีความคิดอ่านเช่นไร พวกมันก็ไม่เคยลังเลที่จะช่วยเหลือชีวิตผู้คน นี่ก็คือแบบอย่างของฝ่ายธรรมะ ดังนั้นทันทีที่หวังเค่อกล่าวว่า้าช่วยชีวิตผู้คน ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ ทุกคนก็ต้องแสดงท่าทีว่ารู้สึกนับถือพร้อมบอกว่าข้าเห็นด้วยออกมา
“ใช่แล้ว ทั้งหมดก็เพื่อผู้คน! เมื่อครู่นี้ พวกท่านอาจไม่ทราบว่าพวกมันคือขุนนางเก่าที่พยายามทำเพื่อประชาชน เพื่อจบานี้โดยเร็ว หากท่านไม่เชื่อ ท่านก็ถามพวกมันดูได้!” หวังเค่อชี้ไปทางขุนนางเก่าไกลออกไป
กลุ่มผู้เฒ่าพากันพยักหน้ารับทีละคน ดวงตาสาดประกายมุ่งมั่น
“ส่วนจูเยี่ยน? มันเคยเป็อ๋องต้าชิงที่ทำเื่น่าโมโหหลายอย่างจนผู้คนต้องอยู่อย่างยากลำบาก ถึงขนาดราชวงศ์ต้าชิงล่มสลาย! แต่หลังจากที่ฟังข้าอธิบายไปเมื่อครู่ ดวงจิตของมันสมควรได้รับการชำระล้าง จึงคิดทำบางสิ่งเพื่อราษฎร!” หวังเค่ออธิบาย
ไม่ไกลออกไป จูเยี่ยนถลึงตาใส่หวังเค่อ ดวงจิตข้าถูกเ้าชำระล้าง? ชำระล้างน้องสาวเ้าสิ!
แต่เมื่อมีกระบี่ยี่สิบเล่มพาดลำคออยู่ จูเยี่ยนก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับทั้งน้ำตา ข้าโดนบังคับ!
“มัน? อาศัยมัน? มันก็คิดอยากทำเพื่อราษฎร? มันเป็มารนะ!” จ้าวซื่อเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ
“เป็ความจริง! ขุนนางเก่าเหล่านี้คิดรับ่ต่อราชวงศ์ต้าชิงที่ล่มสลาย ทำตามพระราชโองการของบรรพชน! ถึงจูเยี่ยนจะไม่อาจครองอำนาจในโลกปุถุชนได้ แต่มันก็ยัง้าลงมือทำบางสิ่ง มันสาบานต่อฟ้าดินเพื่อพิสูจน์ว่าพระราชโองการนี้เป็ของจริง แถมตัวมันก็เตรียมร่างพระราชโองการอีกฉบับเพื่อมอบตำแหน่งให้พี่ใหญ่ข้า! สามารถกล่าวได้ว่าเป็จุดจบอันสมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตที่ขาดแหว่งของมัน!” หวังเค่ออธิบาย
จ้าวซื่อกับคนที่เหลือต่างหันไปมองจูเยี่ยนอย่างไม่อยากเชื่อ
จูเยี่ยนฟังหวังเค่อแล้วก็แทบสำรอก แต่ในเมื่อกระบี่ยี่สิบเล่มยังชี้หน้าอยู่ มันจะทำอะไรได้? ข้าเองก็ขายหน้าเป็เหมือนกันนะ!
“ใช่ ข้ากำลังจะลงมือแล้ว แต่พวกเ้ามาขวางเสียก่อน!” จูเยี่ยนที่ถูกบีบคั้นเอ่ยอย่างขมขื่น
จ้าวซื่อกับคนที่เหลือขมวดคิ้ว
“พี่จ้าวซื่อ ช่วยอะลุ้มอล่วยหน่อยเถอะ!” หวังเค่อประสานมือคารวะให้จ้าวซื่อ
สีหน้าจ้าวซื่อแปรเปลี่ยน มันพลันจำได้ว่าหวังเค่อตรงหน้าไม่ใช่เพียงศิษย์ฝ่ายธรรมะทั่วไป แต่ยังเป็ศิษย์ธรรมะที่แฝงตัวเข้าลัทธิมาร แถมยังช่วยเหลือศิษย์ฝ่ายธรรมะที่โดนจับขังไว้ได้สำเร็จ! หวังเค่อยินดีเล่นเป็เพื่อนกับมารร้าย เสียสละตนเองเพื่อช่วยเหลือศิษย์ฝ่ายธรรมะ ไหนเลยจะทำให้แผนการของพี่หวังต้องติดขัดได้?
“พี่หวัง ท่านพูดอะไรอย่างนั้น? ข้าเชื่อใจท่าน ท่านว่าอะไรข้าล้วนเชื่อทั้งนั้น!” จ้าวซื่อตอบอย่างหนักแน่น
“ขอบคุณ!” หวังเค่อยิ้มรับ
“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านจะปล่อยมารตนนี้ไปไม่ได้นะ!” ศิษย์น้องคนหนึ่งเอ่ย
“หุบปาก ไม่ได้ยินที่ข้าพูดรึ? ฟังพี่หวังเค่อไป!” จ้าวซื่อถลึงตา
ศิษย์น้องทั้งหลายได้แต่อับจนคำพูด
จ้าวซื่อหันมามองจูเยี่ยน “เอาละ จูเยี่ยนใช่ไหม? เหอะ พี่หวังออกหน้าแทนเ้า ไม่อย่างนั้นเ้าไม่รอดแน่! ตอนนี้ก็มาดูกันว่าเ้าหลอกลวงพี่หวังหรือไม่! เขียนราชโองการเร็ว! ถ้าเ้าหลอกพี่หวัง ข้าจะฆ่าเ้าทันที!”
จูเยี่ยน “…!”
แม่งเอ๊ย ข้าต้องเขียนจริงๆ?
ไม่ไกลออกไป พี่ใหญ่ก็รีบให้คนจัดแจงเตรียมพู่กัน น้ำหมึก กระดาษ และตลับหมึกมา ทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ รอเพียงจูเยี่ยนเขียนราชโองการส่งมอบบัลลังก์ก็เป็อันเสร็จ
การสนับสนุนของข้าหลวงเก่าล้วนเพียงพอให้ราชวงศ์ต้าชิงฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง บัดนี้เมื่อได้อดีตอ๋องจูเยี่ยนช่วยเขียนพระราชโองการ ทุกอย่างล้วนสำเร็จเสร็จสิ้นอย่างมั่นคง
จูเยี่ยนมาได้จังหวะพอดี!
หวังเค่อก็คิดไม่ถึงว่าจูเยี่ยนจะมาได้จังหวะประจวบเหมาะขนาดนี้! ข้ายังขาด ‘เครดิต’ สุดท้ายอยู่พอดี เ้าก็เลยมาช่วยประเคนให้ถึงที่?
ในภายภาคหน้า ผู้ใดจะยังกล้ากังขาอีก?
จูเยี่ยนได้แต่เขียนราชโองการทั้งน้ำตาอย่างเคืองแค้น
ในบรรดาขุนนางเก่า ยังมีบางส่วนที่ภักดีต่อตระกูลจูอย่างดื้อด้าน ตอนนี้ขนาดจูเยี่ยนยังลงมือเขียนราชโองการ แล้วพวกเราจะยังดื้ออยู่ทำไม? ตระกูลประจำอ๋องต้าชิงถูกเปลี่ยนแล้ว!
“หวังเค่อ นี่เื่อะไรกัน? จูเยี่ยนมาได้ยังไง?” จางเจิ้งเต้าถามเสียงแ่
“ข้าก็ไม่รู้ แต่มันโผล่มาช่วยข้าตอนหัวเลี้ยวหัวต่อทุกครั้ง! ข้าอยากขอบคุณมันเหลือเกิน!” หวังเค่อตอบด้วยสีหน้าพิกล
จางเจิ้งเต้ากลอกตา
เวลานี้เอง บนต้นไม้ใหญ่นอกวังหลวง มีมารตนหนึ่งที่ถูกส่งมาตามหาจูเยี่ยนยืนเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ก่อนมันจะเบิกตากว้าง
“นี่เื่บ้าอะไร? จูเยี่ยนมันหลอกลวงผู้คน? โดนศิษย์ฝ่ายธรรมะไล่ล่าบ้านเ้าสิ! ทำไมพวกมันถึงล้อมวงดูเ้าลงอักษรด้วย? พวกมันอยากเรียนวิชาคัดลายมือจากเ้ารึไง?” มารตนนั้นปีนลงจากต้นไม้สูงอย่างมึนงง
มารตนนั้นก้มหน้าขบคิดไม่รีบกลับไปรายงาน ข้าจะอธิบายกับลูกพี่ยังไงดี? จูเยี่ยนมันเสียสติ เรียกพวกเราไปลงอักษรคัดลายมือด้วยกัน? อยากให้พวกเราไปชื่นชมลายมือเ้า? ถุ้ย บัดซบ! จะกลับไปรายงานลูกพี่แบบไหนยังคิดไม่ออกเลยโว้ย!
