ทันทีที่ยายฉินซูหลานดับเตาลง ก็รีบยื่นแป้งทอดร้อนๆ แผ่นหนึ่งให้ชูชิง "กินตอนร้อนๆ นะลูก หอมกรุ่นเชียวล่ะ"
ชูชิงรับมาด้วยความขอบคุณ ท้องไส้ของเธอกำลังประท้วงเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องั้แ่เที่ยง แป้งกรอบนอกนุ่มในจึงหายวับไปในพริบตา
ยายเห็นหลานกินอย่างเอร็ดอร่อยก็อดยิ้มไม่ได้ รีบหยิบให้อีกแผ่น คราวนี้ทาซอสสูตรเด็ดแล้วม้วนใส่ต้นหอมยื่นให้ พร้อมน้ำซุปถั่วเขียวหวานเย็นชื่นใจอีกถ้วย
ชูชิงรับมาซดอึกใหญ่ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ... ั้แ่เล็กจนโต ยายก็ยังเป็คนที่ใจดีกับเธอที่สุดเสมอ
เมื่ออิ่มหนำสำราญ ยายฉินก็จูงมือหลานสาวพร้อมหิ้วถุงแป้งเดินนำเข้าห้องโถง "แป้งสาลีขาวจั๊วะขนาดนี้ หายากนะลูก เก็บไว้ในครัวไม่ได้หรอก เดี๋ยวคนอื่นเห็นเข้าจะยุ่ง ไปซ่อนในห้องกัน"
พอเดินมาถึงห้องโถง ตาต้าเหวินและชูเฉียนที่กำลังเล่นกันอยู่เพิ่งรู้ว่าชูชิงมา
ชูชิงกวักมือเรียกทั้งสอง "คุณตา น้องเฉียน... เข้ามาใกล้ๆ สิคะ หนูมีความลับจะบอก"
ทุกคนมารวมตัวกันพร้อมหน้า ชูชิงยิ้มกว้างก่อนเฉลย
"ความลับก็คือ... หนูขุดเจอสมุนไพรล้ำค่าบนเขาซินซานค่ะ ได้เงินมาเป็กอบเป็กำจนซื้อแป้งได้เป็ถุงๆ แถมยังเหลือเงินอีกเพียบ แล้วก็ข่าวดีอีกเื่... เราแยกบ้านจากย่าได้สำเร็จแล้วค่ะ ได้เงินมาตั้งสองร้อยหยวน รวมๆ กันแล้วตอนนี้เรามีเงินมากพอจะรักษาพ่อกับแม่ให้หายดีแล้วค่ะ"
เสียงเฮดังลั่นห้องโถง ไม่มีใครกังขาในคำพูดของชูชิง ทุกคนต่างดีใจกันถ้วนหน้า ชูเฉียนกระตือรือร้นอาสาจะไปช่วยขุดสมุนไพร ส่วนตายายก็บอกว่าจะลองไปเสี่ยงโชคบนเขาบ้างหลังเกี่ยวข้าวเสร็จ แต่ชูชิงแนะนำให้รอพ่อแม่ออกจากโรงพยาบาลก่อน แล้วเธอจะเป็คนพาไปสอนวิธีดูสมุนไพรเอง
ยายฉินตบถุงแป้งเบาๆ อย่างอารมณ์ดี "หนูชิง... อีกสามวันน่าจะเกี่ยวข้าวเสร็จ พอถึงตอนนั้นหนูพาพ่อแม่มานะ ยายจะทำเกี๊ยวให้กินฉลอง"
ในยุคขัดสนแบบนี้ เกี๊ยวสักมื้อคืออาหารรสเลิศที่หากินไม่ได้ง่ายๆ ชูชิงพยักหน้าอย่างมีความสุข
"ได้เลยค่ะยาย... ตาจ๋า น้องเฉียนจ๋า หนูต้องรีบกลับไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลแล้วนะคะ"
พูดจบ ชูชิงก็ล้วงเงินปึกหนึ่งออกมา "ยายคะ เงินเมื่อวานที่ยายแอบยัดใส่ถุงไข่มาให้ หนูเอาไปจ่ายค่าหมอแล้วนะคะ ส่วนเงินนี่... เป็ส่วนแบ่งจากการขายสมุนไพร พ่อกับแม่มีเงินจากย่าแล้ว หนูไม่จำเป็ต้องใช้ตอนนี้ หนูขอคืนยายนะคะ"
เธอยัดเงินใส่มือยายฉิน ยายไม่ปฏิเสธที่จะรับคืน แต่ก็รีบดึงธนบัตรใบล่ะหนึ่งหยวนสองใบยื่นกลับมาให้
"รับคืนก็ได้ลูก แต่เงินค่าแป้งสาลีนี่ยายต้องจ่ายหนูนะ"
"ไม่เอาเด็ดขาดค่ะยาย" ชูชิงรีบปฏิเสธ "หนูกับน้องมากินของดีๆ บ้านยายตั้งกี่ปี แค่แป้งถุงเดียวถือซะว่าตอบแทนบุญคุณนะคะ ถ้ายายยังเกรงใจหนูอีก ทีหลังหนูไม่กล้ามาแล้วนะ"
ยายฉินจำต้องยอมแพ้ต่อลูกตื้อของหลานสาว แต่ในใจหมายมั่นปั้นมือว่าจะทำของอร่อยๆ ให้หลานกินชดเชยให้จุกไปเลย
...
ชูชิงเดินทางออกจากบ้านตายาย แต่แทนที่จะมุ่งหน้าเข้าเมือง เธอกลับเลี้ยวขึ้นเขาซินซานอีกครั้ง
ระหว่างทาง ภาพของเด็กหนุ่มผิวเข้มที่เจอในอ่างเก็บน้ำก็ผุดขึ้นมาในหัว... หน้าตาคุ้นมาก เหมือนเคยเจอที่ไหนสักแห่งในชาติที่แล้ว แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
เมื่อเดินขึ้นมาได้ครึ่งทางถึงจุดที่ร่มรื่น สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับใบของต้นโสม
เธอรีบเข้ามิติไปเอาอุปกรณ์ขุด และต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าในโกดังมีแป้งสาลีเพิ่มขึ้นมาอีก 20 ถุง นี่มันระบบเติมสต็อกอัตโนมัติหรือไง? แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาหาคำตอบ เธอคว้าเสียมกับตะกร้าแล้วรีบออกจากมิติ
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป โสมป่าหัวสวยขนาดเท่านิ้วโป้งก็ถูกขุดขึ้นมาเชยชม
"โสมต้นนี้... ฉันซื้อ"
เสียงเย็นเยียบดังขึ้นขัดจังหวะความดีใจ ชูชิงหันขวับไปมอง ห่างออกไปสิบเมตร เด็กหนุ่มคนเดิมที่เจอในอ่างเก็บน้ำยืนกอดอกมองอยู่
"อ้าว... นายเองเหรอ?"
"เธอเองเหรอ?" เขาตอบกลับเสียงเรียบ
แม้สีหน้าจะนิ่งเฉย แต่ในใจเขากลับสับสน ก่อนหน้านี้เขาโดนปลิงรุมกัดจนเกือบสติแตก โชคดีที่ได้ยัยนี่ะโบอกวิธี ไม่งั้นคงแย่... แต่ปากหนักเกินกว่าจะเอ่ยคำขอบคุณ แถมยังรู้สึกเสียหน้าที่ต้องมาให้ผู้หญิงเห็นสภาพทุลักทุเล
ชูชิงกวาดตามองเขาั้แ่หัวจรดเท้า "แห้งเร็วนี่"
"พูดมากน่า" เขาตัดบทเสียงห้วน "ตกลงจะขายไหมโสมนั่นน่ะ"
ชูชิงเลิกคิ้ว "แหม... ทักนิดเดียวหาว่าพูดมาก ไม่มีมารยาทเอาซะเลย... ขายสิ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าแพง... ห้าร้อยหยวน"
ราคาตลาดอย่างเก่งก็ร้อยห้าสิบ เธอจงใจโขกราคาเพราะหมั่นไส้ไอ้คนขี้เก๊กนี่แหละ
เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว "นี่กะจะปล้นกันหรือไง? ...สองร้อย ขายไหม?"
ชูชิงกำลังจะปฏิเสธ แต่สายตาเหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มอีกคนเดินโซซัดโซเซตามหลังมา ท่าทางดูอ่อนแอขี้โรคผิดกับคนแรก
แต่... เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้...
'กู้เฉียน'
มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกในอนาคตนี่นา ชาติก่อนเคยเห็นเขาออกทีวีบ่อยๆ จำได้แม่นเลย
คนระดับนี้เื่เงินไม่ใช่ปัญหา งั้นอย่าหวังว่าจะได้ลดราคาเลย ห้าร้อยคือห้าร้อย
กำลังจะอ้าปากยืนยันราคา ก็ได้ยินเสียงกู้เฉียนเรียกเพื่อน
"อี้เฉิน... รอก่อน"
เปรี้ยง เหมือนฟ้าผ่าลงกลางกะโหลกชูชิง
'เถาอี้เฉิน'
มหาเศรษฐีลึกลับผู้โเี้คนนั้น ชาติก่อนเธอเคยทำงานในคลับหรูและเห็นเขาสั่งลูกน้องจัดการผู้หญิงที่ทำให้เขาไม่พอใจอย่างเหี้ยมเกรียม... ผู้ชายที่เกลียดผู้หญิงเข้าไส้คนนั้นน่ะเหรอคือไอ้เด็กขี้เก๊กตรงหน้านี้
ความเย็นะเืแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ชูชิงรีบเปลี่ยนท่าทีแบบ 180 องศา ยกโสมขึ้นถวายใส่พานทันที
ล่วงเกินใครก็ได้ แต่ห้ามล่วงเกินราชสีห์ตนนี้เด็ดขาด ไม่งั้นชีวิตหาไม่แน่
"เอ่อ... เมื่อกี้ล้อเล่นน่ะค่ะ ห้าร้อยอะไรกั๊น... โสมต้นนี้ยกให้พวกคุณฟรีๆ เลยค่ะ ไม่เอาตังค์สักบาท"
เถาอี้เฉินชะงัก แววตาแข็งกร้าวอ่อนลงเล็กน้อย "งั้นก็ขอบใจ... แต่ฉันไม่ชอบติดค้างใคร"
มือเรียวคว้าโสมไปอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่วางกลับมาบนมือของชูชิงคือ...
จี้หยกแกะสลักเนื้อดีขนาดเท่าฝ่ามือ
ชูชิงมองจี้หยกในมือเหมือนมองถ่านร้อนๆ... ของจากคนอันตรายแบบนี้ รับไว้จะซวยไหมเนี่ย?
กู้เฉียนที่ยืนหอบแฮ่กๆ ยิ้มให้อย่างเป็มิตร "ผมชื่อกู้เฉียนครับ คนนี้ชื่อเถาอี้เฉิน แล้วคุณชื่ออะไรครับ?"
เถาอี้เฉินยังคงหน้านิ่ง ไม่พูดไม่จา
ชูชิงรู้สึกหนาวสะท้านท่ามกลางแดดเปรี้ยง รีบยัดจี้หยกคืนใส่มือเถาอี้เฉินแล้วโบกมือปฏิเสธพัลวัน
"มะ... ไม่ต้องรู้จักชื่อหรอกค่ะ ฉันเป็แค่คนสวยใจดีที่ชอบปิดทองหลังพระ... ส่วนหยกนี่ก็รับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ ไปก่อนนะคะ"
