“ตกลง!” มหาบัณฑิตโม่รับคำท้า
“ข้าขอถาม” มหาบัณฑิตโม่ลูบเครา
“ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ตกทางทิศตะวันตก แล้วยามค่ำคืนดวงอาทิตย์ไปหลบพักผ่อน ณ ถ้ำแห่งใดในจักรวาล?”
คำถามเชิงปรัชญาปนความเชื่อโบราณ เหล่าบัณฑิตยิ้มเยาะ เด็กน้อยย่อมตอบว่าเป็ถ้ำัหรือทะเลทิศอุดรแน่ๆ ซึ่งผิดหลักตำราโบราณ
ซูซินถอนหายใจ “คำถามพื้นฐานระดับประถม”
นางเรียกหน้าจอระบบขึ้นมา [หมวด หนังสือและการศึกษา] [เลือกสินค้า สารานุกรมภาพสำหรับเด็ก (ฉบับความรู้วิทยาศาสตร์) - 25 แต้ม]
นางทำท่าล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ แล้วหยิบหนังสือเล่มหนาปกแข็งสีน้ำเงินสดใสออกมา กางออกดังพรึ่บ!
“ดวงอาทิตย์ไม่ได้ไปพักผ่อนที่ถ้ำไหนเ้าค่ะ” ซูซินตอบพร้อมชี้รูปประกอบในหนังสือ (ซึ่งเป็ภาพระบบสุริยะจักรวาลที่วาดสวยงาม) “ดวงอาทิตย์ลอยนิ่งๆ อยู่ตรงกลาง ส่วนโลกที่เราอยู่นี่ต่างหาก ที่หมุนรอบตัวเอง พอเราหมุนหนี ดวงอาทิตย์ก็ลับสายตาไปโผล่อีกซีกโลกหนึ่งเ้าค่ะ”
“เหลวไหล! โลกหมุนงั้นรึ! ถ้าโลกหมุน ตัวข้าก็ต้องกลิ้งตกโลกไปแล้ว!” บัณฑิตโม่ะโ
“แรงโน้มถ่วง เ้าค่ะท่านปู่” ซูซินตอบเนือยๆ “เหมือนแม่เหล็กที่ดูดเหล็ก โลกก็ดูดท่านไว้ ในหนังสือ์เล่มนี้บันทึกไว้หมดแล้ว ท่านอยากเถียงกับ์รึ?”
คำว่า '์' ทำให้ทุกคนชะงัก
หยางเจี้ยนรีบพูดสนับสนุน “จริงด้วยท่านอาจารย์! ข้าเคยเห็นแผนที่ดวงดาวที่ซูซินวาด มันตรงกับการโคจรของดาวเหนือเป๊ะเลย!”
มหาบัณฑิตโม่หน้าแดงก่ำ เถียงไม่ออกเพราะไม่มีหลักฐาน
“ข้อ...ข้อแรกถือว่าเ้าแถได้ดี มาเจอข้อสอง!”
“ในยามที่ตั๊กแตนระบาด กัดกินพืชผลจนหมดสิ้น ถามว่าตั๊กแตนหนึ่งฝูงมีกี่ตัว และพวกมันมีอายุขัยกี่วัน?”
คำถามกวนประสาทที่ไม่มีใครตอบได้เป๊ะๆ แต่ซูซินไม่ตอบเอง นางหันไปหาตัวช่วย
[ระบบ! แลกซื้อแท็บเล็ตเพื่อการศึกษารุ่นสำหรับเด็กแบบใส่ถ่าน - 150 แต้ม]
“แพงหน่อย แต่คุ้มค่าการลงทุน”
ซูซินหยิบแผ่นกระดานสี่เหลี่ยมสีดำขอบยางกันกระแทกสีส้มออกมา
“นี่คือ 'กระดานชนวนปัญญาญาณ'”
นางกดปุ่มเปิดเครื่อง เสียงดนตรีติ๊งต่องดังขึ้น ทำเอาเหล่าบัณฑิตสะดุ้ง
ซูซินพิมพ์คำว่า 'ตั๊กแตน' ลงในแอปพลิเคชันสารานุกรมออฟไลน์ (ที่ระบบลงไว้ให้)
“จากข้อมูลสถิติ...” ซูซินอ่านหน้าจอ “ตั๊กแตนระบาดหนึ่งฝูง กินพื้นที่เฉลี่ย 1 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 40 ถึง 80 ล้านตัว อายุขัยเฉลี่ย 3 ถึง 5 เดือนขึ้นอยู่กับสายพันธุ์...อ้อ แล้วพวกมันกลัวเชื้อราเมธาไรเซียมด้วยนะเ้าคะ ถ้าจะกำจัดต้องใช้เชื้อรานี้”
ความเงียบเข้าปกคลุมลานหิน ไม่ใช่เพราะคำตอบที่ละเอียดถี่ยิบ แต่เป็เพราะ...
“สี่...สี่สิบล้านตัว!” มหาบัณฑิตโม่มือสั่น “เ้าไปนับมาเมื่อไหร่ แล้วไอ้กระดานที่มีแสงเรืองๆ นั่นมันรู้ได้อย่างไร!”
“มันเชื่อมต่อกับคลังปัญญา์เ้าค่ะ” ซูซินตอบหน้าตาย “ท่านจะถามเื่มด ไส้เดือน หรือจำนวนขนบนตัวลา มันก็ตอบได้หมด”
อ๋องรุ่ยที่นั่งดูอยู่ หัวเราะชอบใจ “ฮ่าๆๆ ยอดเยี่ยม ข้าชอบความแม่นยำนี่”
มหาบัณฑิตโม่กัดฟันกรอด เขาจะแพ้เด็กไม่ได้!
“ข้อสุดท้ายคณิตศาสตร์! ศาสตร์แห่งการคำนวณคือหัวใจของการบริหารแคว้น”
เขาสั่งให้ลูกศิษย์กางม้วนกระดาษยาวเหยียด
“นี่คือบัญชีภาษีประจำปีของ 12 มณฑล ข้าให้เวลาเ้า 1 ชั่วยาม (2 ชั่วโมง) จงคำนวณยอดรวมภาษี หักลบกลบหนี้ค่าใช้จ่าย และหาผลกำไรสุทธิส่งเข้าท้องพระคลัง!”
โจทย์นี้ยากมหาหิน ปกติต้องใช้เ้าหน้าที่กรมคลังสิบคนช่วยกันดีดลูกคิดเป็วันๆ ลูกคิดไม้ถูกนำมาวางตรงหน้าซูซิน
ซูซินมองลูกคิด แล้วส่ายหน้า “ชักช้า”
นางล้วงมือเข้ากระเป๋าเสื้อ [ระบบ แลกซื้อเครื่องคิดเลขพลังงานแสงอาทิตย์ 12 หลัก - 20 แต้ม]
แล้ววางเครื่องคิดเลขสีเงินปุ่มใหญ่ลงบนโต๊ะ “ท่านมหาบัณฑิต ท่านบอกตัวเลขมา เดี๋ยวข้าจะดีดให้ดู”
มหาบัณฑิตโม่เริ่มอ่านตัวเลขด้วยความเร็ว หวังจะให้ซูซินตามไม่ทัน
“มณฑลที่หนึ่งรายรับ 54,321 ตำลึง รายจ่าย 12,450 ตำลึง ภาษีค้างชำระ...”
ต๊อก-แต๊ก-ต๊อก-แต๊ก เสียงนิ้วป้อมๆ ของซูซินรัวลงบนปุ่มพลาสติกดังเป็จังหวะที่น่าฟัง นางไม่ต้องทดเลข ไม่ต้องขยับเม็ดลูกคิด สายตาจ้องที่ตัวเลขที่วิ่งบนหน้าจอ LCD
“มณฑลที่สองรายรับ 88,900 หักค่าซ่อมเขื่อน...”
มหาบัณฑิตโม่เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเริ่มซึมหน้าผาก แต่ซูซินยังคง ต๊อก-แต๊ก ด้วยใบหน้าเรียบเฉย มือซ้ายเท้าคาง มือขวากดเครื่องคิดเลข
ผ่านไปเพียง 'ครึ่งก้านธูป' (ไม่กี่นาที) มหาบัณฑิตโม่อ่านตัวเลขตัวสุดท้ายจบ
“เสร็จ!” ซูซินกดปุ่มดังปึก!
“ยอดรวมสุทธิคือ 5,492,108.50 ตำลึงเ้าค่ะ!” ซูซินอ่านตัวเลขบนหน้าจอ
มหาบัณฑิตโม่ยืนนิ่งค้าง
ลูกศิษย์คนหนึ่งที่แอบดีดลูกคิดตามอยู่ข้างหลัง ร้องเสียงหลง
“ตะ...ตรงเป๊ะ! ข้าน้อยเพิ่งดีดได้แค่สามมณฑล แต่องค์หญิงตอบยอดรวมได้แล้ว แถมยังมีทศนิยมด้วย!”
“เป็ไปไม่ได้...” มหาบัณฑิตโม่ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ “ไม่มีมนุษย์คนไหนคำนวณได้เร็วปานนี้ เ้า...เ้าใช้วิชาภูตผีปีศาจอะไร!”
ซูซินหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมา ชูให้ทุกคนดู แผงรับแสงอาทิตย์สะท้อนแสงวิบวับ
“นี่คือ 'เครื่องคำนวณเทวะ' เ้าค่ะ มันกินแสงอาทิตย์เป็อาหาร และคายคำตอบที่ถูกต้องออกมาเสมอ ตราบใดที่ท่านไม่กดผิด”
นางเดินเข้าไปหามหาบัณฑิตโม่ที่กำลังหมดสภาพ
“ท่านปู่โม่เ้าคะ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ความรู้ไม่ได้มีไว้แบกไว้บนบ่า แต่มีไว้ 'เรียกใช้' เมื่อจำเป็ และเครื่องมือพวกนี้ ก็มีไว้เพื่อให้สมองของท่านได้ไปคิดเื่ที่สำคัญกว่าการมานั่งบวกลบเลขไงเ้าคะ”
มหาบัณฑิตโม่มองเด็กน้อยตรงหน้า ความโกรธหายไป เหลือเพียงความทึ่งและความพ่ายแพ้ราบคาบ
“...ข้าแพ้แล้ว”
เสียงปรบมือดังสนั่นมาจากอ๋องรุ่ย ตามด้วยหยางเจี้ยน และเหล่าบัณฑิตหนุ่มรุ่นใหม่ที่ตาลุกวาวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เอาล่ะ!” ซูซินหันกลับมาประกาศด้วยน้ำเสียงนักการตลาด
“ตามสัญญา สำนักราชบัณฑิตจะต้องเปิด 'มุมหนังสือ์'!”
“และสำหรับพวกท่านที่อยากได้ 'เครื่องคำนวณเทวะ' หรือ 'กระดานชนวนปัญญาญาณ'...” ซูซินแสยะยิ้ม “กรุณาเข้าแถวลงชื่อสมัครสมาชิกและเตรียมทองคำมาให้พร้อม ความรู้คือการลงทุนนะเ้าคะ!”
วันนั้นซูซินไม่เพียงแต่ชนะใจนักปราชญ์ แต่ยังกวาดรายได้จากวงการการศึกษาไปอย่างถล่มทลาย และที่สำคัญ นางเพิ่งวางรากฐาน “การปฏิรูประบบการศึกษา” ของแคว้นฉิน โดยไม่ได้ตั้งใจ (หรือตั้งใจกันแน่นะ?)
แต่ในขณะที่ซูซินกำลังกอบโกยคะแนน ระบบก็แจ้งเตือนข้อความสีแดงกะพริบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
[คำเตือน การแทรกแซงความรู้ระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อเส้นเวลา]
[ภารกิจบังคับ จงใช้กำไรที่ได้นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของ 'ราษฎรนอกวัง' ภายใน 7 วัน มิฉะนั้นระบบจะทำการยึดคืนสินค้าทั้งหมด!]
ซูซินชะงัก “ราษฎรนอกวัง? งานงอกแล้วไง ฉันยังออกจากวังไม่ได้เลย!”
“โหดร้าย!” ซูซินโวยวายเสียงหลง “นี่มันสัญญาจ้างทาสชัดๆ! ฉันเพิ่งจะรวยได้ไม่ถึงสองวัน จะมายึดทรัพย์กันดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้นะ!”
ชุนหลันที่กำลังนวดขาให้เ้านาย สะดุ้งสุดตัว “องค์หญิงเป็อะไรเพคะ ใครจะมายึดทรัพย์ ท้องพระคลังรึเพคะ!”
“์น่ะสิ!” ซูซินกัดฟันกรอด นางลุกขึ้นเดินวนไปวนมาในห้อง
“ชุนหลันฟังนะ บริษัทที่ดี...เอ้ย คนดีๆ เวลาได้กำไรแล้วต้องรู้จัก 'คืนกำไรสู่สังคม' เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ยั่งยืน”
“คืนกำไรสู่สังคม?” ชุนหลันทำหน้างงเป็ไก่ตาแตก
“ช่างมันเถอะ เอาเป็ว่า ข้าต้องออกไปนอกวังเดี๋ยวนี้!”
.……….
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ประตูวังทิศใต้
รถม้าคันใหญ่หรูหรา (แต่ระบบกันะเืแย่มากในความรู้สึกของซูซิน) จอดรออยู่ บุรุษร่างสูงในชุดลำลองสีดำยืนกอดอกพิงรถม้าอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาแต่เ็าทำให้ทหารยามไม่กล้าสบตา
“ท่านอา!” ซูซินในชุดเด็กผู้ชาย (ปลอมตัวเพื่อความคล่องตัว) วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าไปหา
อ๋องรุ่ยหลงเว่ย ก้มมองหลานสาวตัวแสบ
“ข้าได้รับจดหมายด่วนจากเ้า บอกว่ามีเื่คอขาดบาดตายเกี่ยวกับความอยู่รอดของราษฎรจะหารือ นึกว่าจะให้ข้าไปปราบฏที่ไหน ที่แท้จะให้พาหนีเที่ยวรึ”
“มิใช่หนีเที่ยวเพคะ แต่เป็การลงพื้นที่สำรวจตลาด” ซูซินแก้ต่าง “ท่านปู่เซียนบอกว่า ภัยพิบัติกำลังจะเกิดหากข้าไม่ไปโปรดสัตว์ ท่านอาอยากเห็นราษฎรเดือดร้อนรึเพคะ”
“อ้างท่านปู่เซียนอีกแล้ว” อ๋องรุ่ยถอนหายใจ แต่เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่า เด็กคนนี้จะทำอะไรอีกหลังจากที่เพิ่งถล่มสำนักราชบัณฑิตไปหมาดๆ
“ขึ้นรถ” อ๋องรุ่ยสั่ง “แต่ถ้าเ้าแค่จะไปซื้อขนม ข้าจะจับเ้าตีก้นกลางตลาด”
.…………
ย่านสลัมทิศตะวันตก
รถม้าของอ๋องรุ่ยเคลื่อนผ่านย่านการค้าอันคึกคัก เข้าสู่เขตที่อยู่อาศัยของชนชั้นแรงงาน ทันทีที่เข้าเขตนี้ กลิ่นเหม็นเน่าของขยะและสิ่งปฏิกูลก็โชยมาเตะจมูก
ซูซินรีบควัก 'ยาดมสมุนไพร' (ราคา 2 แต้ม) ออกมายัดใส่รูจมูกทั้งสองข้าง
“โอ้โห กลิ่นนี้มันฆ่าคนได้เลยนะ ระบบสุขาภิบาลติดลบ!”
อ๋องรุ่ยขมวดคิ้ว “นี่คือความจริงของเมืองหลวงซูซิน ไม่ใช่ทุกคนจะมีชีวิตหรูหราเหมือนในวัง ่นี้แล้งหนัก น้ำสะอาดหายาก ราษฎรต้องใช้น้ำขุ่นคลั่กจากแม่น้ำ ประทังชีวิต”
ซูซินมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นชาวบ้านผอมโซ เข้าแถวยาวเหยียดหน้าบ่อน้ำเก่าๆ แห่งหนึ่ง ที่นั่นมีกลุ่มชายฉกรรจ์ถือกระบองยืนคุมอยู่ คอยเก็บเงินชาวบ้านที่มาตักน้ำ
“นั่นอะไรเพคะ” ซูซินชี้
“แก๊งพยัคฆ์ดำ” อ๋องรุ่ยตอบเสียงเรียบ แววตาฉายแววรังเกียจ “พวกมันยึดบ่อน้ำบาดาลแห่งเดียวในย่านนี้ แล้วขายน้ำในราคาขูดเืขูดเนื้อ ทางการพยายามปราบปราม แต่มันก็ติดสินบนเ้าหน้าที่ท้องถิ่น แอบเปิดๆ ปิดๆ”
ซูซินตาลุกวาว
[พบเป้าหมาย การผูกขาดตลาดสินค้าจำเป็ น้ำแพง, น้ำสกปรก, ผู้มีอิทธิพล ทำลายการผูกขาดด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่า]
“ท่านอา ท่านอยากเห็นปาฏิหาริย์ไหมเพคะ” ซูซินหันมาแสยะยิ้ม
