ลู่ชิงเห็นพ่อบ้านชิมอาหารด้วยความตื่นเต้นดีใจ จึงหันไปหาพี่ชายอย่างลู่เสียนเพื่อขอให้พี่ชายมาช่วยห่อข้าว นางจะคุยเื่ราคาอาหาร และ้าให้ทางพ่อบ้านส่งคนมารับอาหารที่นี่แทน หากจะให้นำอาหารไปส่งที่เมืองหย่งจินคงจะขาดคนทำงานเป็แน่
“ท่านพ่อบ้านเ้าคะ อาหารที่ท่านสั่งข้าคิดราคาแตกต่างกันสักหน่อย อย่างข้าวผัดหมูและผัดกะเพรา ข้าจะทำใส่หม้อใบใหญ่อย่างที่ท่านเห็น ราคาจะอยู่ที่หม้อละห้าสิบตำลึงเงิน ส่วนหมูทอดไก่ทอดจะใช้วัตถุดิบอย่างละยี่สิบจิน รวมสามอย่างก็หกสิบจินคิดราคาสิบห้าตำลึงเงิน รวมทั้งหมดคือหนึ่งร้อยสี่สิบห้าตำลึงเงิน ท่านพ่อบ้านคิดว่าราคานี้เป็อย่างไรเ้าคะ” ลู่ชิงไม่ได้เอากำไรมากมาย เพราะราคาที่บอกไปมันเป็กำไรล้วน ๆ ต่างหาก
“อืม ราคาที่เ้าพูดมาก็ถือว่าไม่แพงจนเกินไป แค่เนื้อก็ราคาสูงกว่าอย่างอื่นอยู่แล้ว ข้าตกลงสั่งอาหารกับเ้าในราคาที่เ้าเสนอมา” พ่อบ้านคำนวณแล้วถือว่าราคาถูกกว่า ไปสั่งอาหารที่เหลาอาหารในเมืองเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้นเื่ของรสชาติอาหาร ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“ขอบคุณเ้าค่ะ เช่นนั้นเช้าวันงานรบกวนท่านพ่อบ้าน ให้คนมารับอาหารที่แผงขายของนี้ ทางเราจะมีของแถมเป็น้ำสมุนไพรบำรุงร่างกายให้ด้วยอีกห้าไหเ้าค่ะ” มีของแถมให้นิดหน่อยจะได้เป็ลูกค้าต่อไปนาน ๆ
“ได้ ๆ ข้าจะจัดการเตรียมคนมารับอาหารด้วยตนเอง เ้าเขียนสัญญาและรับเงินมัดจำไปก่อนครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งข้าจะฝากมาพร้อมคนที่มารับอาหารอีกครั้ง” เพื่อป้องกันความผิดพลาดย่อมต้องมีหนังสือสัญญาเป็หลักฐานเอาไว้
“ได้เ้าค่ะ ต้องขอบคุณท่านพ่อบ้านอีกครั้ง ที่ไว้ใจให้ร้านของข้าได้ทำอาหารต้อนรับแขกในงานเลี้ยง พิธีปักปิ่นของบุตรสาวท่านเ้าเมืองในครั้งนี้นะเ้าคะ”
“ไม่ต้องขอบคุณ อาหารของเ้าอร่อยใครได้ชิมก็ต้องติดใจทั้งนั้น เอาล่ะในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อนละนะ ไว้มีโอกาสข้าจะมาชิมอาหารฝีมือเ้าอีกก็แล้วกัน” เขาต้องรีบเอาอาหารอร่อยเหล่านี้ไปให้นายท่านได้ลิ้มลองโดยเร็ว
“ทานให้อร่อยนะเ้าคะ เดินทางปลอดภัยเ้าค่ะ” ลู่ชิงยืนโค้งขอบคุณตามหลังพ่อบ้านไปอีกที
เป็อีกวันที่ครอบครัวของลู่ชิงมีความสุขยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียว อาหารใหม่ก็ขายดีแล้วยังได้รับการสั่งอาหาร จากจวนเ้าเมืองหย่งจินอีก สรุปวันนี้ขายอาหารได้เงินมากที่สุดั้แ่เปิดร้านมาเชียวนะ
และในคืนวันเดียวกันเมื่อถึงยามจื่อ เซียวหนิงหลงกับผู้ติดตามก็เตรียมตัวออกไปสืบเื่พ่อค้าเร่ตัวปลอมเ่าั้ ที่แอบเช่าบ้านอยู่ทางทิศตะวันตกของตำบลหย่งฝู ทั้งสามคนใช้วิชาตัวเบาะโขึ้นไปแอบฟังอยู่้าหลังคาบ้าน เพื่อฟังแผนการของสายลับแคว้นตงหนาน
“วันนี้พวกเ้าแยกกันออกไปสำรวจพื้นที่ ของตำบลหย่งฝูแล้วเป็อย่างไร มีเส้นทางไหนที่จะสามารถ พาคนของแคว้นเราเข้ามาโดยที่พวกแคว้นฉู่ไม่รู้ได้บ้าง” เหยียนซุ่นหัวหน้าสายลับกลุ่มนี้ ถามลูกน้องใต้บังคับบัญชาของตน
“เรียนหัวหน้า พวกเราไปสำรวจกันมาครบทุกทางแล้วขอรับ มีอยู่ที่หนึ่งเงียบสงบไม่ค่อยมีคนขึ้นไปบนเขาลึก ที่นั่นคือูเาด้านหลังของหมู่บ้านอันผิงขอรับ ชาวบ้านที่นั่นจะเข้าไปถึงแค่ป่าชั้นกลางเท่านั้น หากเราจะพาทหารเข้ามาทางนี้แล้วละก็ แค่ท่านหัวหน้าส่งจดหมายไปถึงเสนาบดีกรมโยธา เพียงเท่านี้พวกเราก็สามารถเข้ามาในแคว้นฉู่ โดยที่ทางการของที่นี่ไม่มีทางรู้อย่างแน่นอนขอรับ” จวนอวิ๋นรายงานการสำรวจพื้นที่ของตำบลหย่งฝู เพื่อพาทหารเข้ามา
ยึดเอาเมืองชายแดนแห่งนี้ของแคว้นฉู่
“เป็อย่างที่จวนอวิ๋นพูดมาขอรับหัวหน้า เส้นทางนี้เหมาะสมเป็อย่างมาก ที่จะใช้เป็ทางเดินทัพของแคว้นเรา เพราะหมู่บ้านอันผิงมีชาวบ้านอยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยหลังคาเรือนด้วยซ้ำ ยิ่งเป็เื่ง่ายแค่พวกเราสังหารชาวบ้านพวกนั้นให้หมดก็สิ้นเื่ คราวนี้ทหารของแคว้นตงหนานจะได้เข้ามายึดเมืองชายแดนแห่งนี้แล้วค่อยบุกไปยึดเมืองต่อ ๆ ไปขอรับ” เหลียนเฉิงพูดสำทับ กับการรายงานของจวนอวิ๋นอีกที จากที่เขาสังเกตคนในหมู่บ้านอันผิงไม่มีใครที่มีวรยุทธ์ หากชาวบ้านคิดสู้สุดท้ายก็ถูกทหารฝ่ายของพวกตนสังหารอย่างง่ายดายอยู่ดี
“ดีมาก คราวนี้แคว้นตงหนานจะมีอาณาเขตขยายเพิ่มขึ้นอีก พวกเ้ารีบส่งจดหมายแจ้งไปยังท่านแม่ทัพ หากพวกเขาพร้อมก็ออกเดินทางได้เลย เมื่อท่านแม่ทัพตอบจดหมายกลับมา พวกเราจะไปรอรับที่ด้านหลังูเาหลังหมู่บ้านอันผิงทันที ่นี้พวกเ้าก็พักผ่อนกันตามสบายได้” เหยียนซุ่นสั่งการลูกน้องทั้งสองเสร็จ ก็เอ่ยอนุญาตให้พวกเขาพักผ่อนได้ ่ที่รอกองทัพของแคว้นตงหนาน
สามคน้าหลังคาได้ฟังแผนการทุกอย่างแล้ว ก็แยกกันไปจัดการทันที เซียวหนิงหลงให้ชุนชานไปจัดการคนที่ออกไปส่งจดหมาย ส่วนตัวเขาและตันเจียงจะลงไปจัดการ จับตัวสองคนที่เหลือในบ้านเอง
“ซื่อจื่อขอรับชื่อหมู่บ้านที่พวกมันพูดถึง ดูเหมือนว่าจะเป็หมู่บ้านที่คุณหนูลู่ชิงอาศัยอยู่นะขอรับ” ตันเจียงเอ่ยกับนายน้อย ที่ตอนนี้ทำหน้าบอกบุญไม่รับพร้อมฆ่าคนได้ตลอดเวลา
“พวกมันไม่มีทางทำสำเร็จและนางจะปลอดภัย พวกเราลงไปจัดการจับตัวพวกมัน เพื่อพาตัวกลับไปให้เสด็จพ่อสอบสวน” ทันทีที่เซียวหนิงหลงพูดจบก็ะโลงไปพร้อมกับตันเจียง ยืนประจันหน้ากับสายลับแคว้นตงหนานอย่างรวดเร็ว
“พวกเ้าเป็ใคร! บุกเข้ามาเช่นนี้้าสิ่งใดกัน” เหยียนซุ่นยังแสร้งวางท่าเป็พ่อค้าเร่ ที่ไม่รู้ว่าสองคนที่เผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ ้ามาปล้นหรือ้าอย่างอื่นจากพวกตนกันแน่
“อย่าเสแสร้งอีกเลย ข้ารู้หมดแล้วว่าพวกเ้าเป็สายลับของแคว้นตงหนาน เข้ามาเพื่อหาเส้นทางนำทหาร มาบุกยึดเมืองชายแดนแห่งนี้” ตันเจียงชี้ดาบไปที่เหยียนซุ่น
“ฮ่า ๆ ๆ พวกเ้ารู้แล้วจะทำอันใดได้เล่า อีกไม่นานกองทัพอันยิ่งใหญ่จากแคว้นตงหนานของพวกข้า ก็จะมายึดที่นี่แล้วคนของข้าออกไปส่งจดหมายถึงท่านแม่ทัพ ก่อนที่พวกเ้าจะเข้ามา มันสายไปแล้วเ้าพวกโง่ ฮ่า ๆ ๆ” เหยียนซุ่นและจวนอวิ๋นต่างพาหัวเราะ เพราะคิดว่าเซียวหนิงหลงมาช้าไปเสียแล้ว
“เ้ามั่นใจได้อย่างไรว่า คนของเ้าจะส่งจดหมายนั่นได้สำเร็จ คิดว่าข้ามากันเพียงแค่สองคนเช่นนั้นรึ เป็ข้าหรือเ้ากันแน่ที่โง่ ลองทบทวนให้ดี ๆ เสียหน่อยจะเป็ไร” เซียวหนิงหลงพูดด้วยน้ำเสียงเ็า ชวนให้คนได้ยินขนลุกแปลก ๆ
“เ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!! อย่าคิดทำอันใดกับคนของข้าเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” เหยียนซุ่นไม่คิดว่าเขาจะถูกพวกแคว้นฉู่ตลบหลังได้ ทั้งที่ลูกน้องของเขาทั้งสามคน ก็ปลอมตัวได้แเีแล้วแท้ ๆ
“ก็หมายความว่าตอนนี้ คนที่เ้าให้ออกไปส่งจดหมาย ถูกคนของเราตามไปจับตัวเอาไว้แล้วน่ะสิ ฉลาดขึ้นมาบ้างหรือยังเล่า” ตันเจียงพูดอย่างผู้มีชัยเหนือกว่า
“ตันเจียงอย่าได้พูดให้เสียเวลา รีบจับตัวพวกมันยังมีงานรออยู่อีกมากอย่าได้ชักช้า” เซียวหนิงหลงพูดจบก็พุ่งเข้าไปหาเหยียนซุ่นทันที
การต่อสู้ในครั้งนี้พวกเขาต่างชิงไหวชิงพริบ ผู้ใดเกิดเพลี่ยงพล้ำก่อนผู้นั้นย่อมเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ และนั่นต้องไม่ใช่เซียวหนิงหลงผู้มีวรยุทธ์เป็เลิศ เหยียนซุ่นไม่สามารถเข้าใกล้เซียวหนิงหลงได้เลย กลับกลายเป็เขาที่ได้รับาแทุกครั้ง สู้ไปได้อีกไม่กี่กระบวนท่า ปลายดาบของเซียวหนิงหลงก็พาดอยู่บนคอของเหยียนซุ่น ด้านตันเจียงนั้นเขาจับลูกน้องของอีกฝ่ายได้ ั้แ่ยี่สิบกระบวนท่าแล้วยังไม่ทันเหนื่อยเลยด้วยซ้ำ
เซียวหนิงหลงกับตันเจียงเอาตัวสายลับทั้งสองคน กลับไปสมทบกับชุนชานที่คาดว่าจะไปรออยู่ที่บ้านเช่าแล้ว “พรุ่งนี้เช้าข้ากับตันเจียงจะออกไปหารถม้าที่ตลาด จะได้รีบพาพวกมันกลับเมืองหลวง ชุนชานเ้าเฝ้าเอาไว้ให้ดี ค้นเอาอาวุธหรือของมีคมออกมาให้หมด อย่าให้พวกมันหนีไปได้เด็ดขาด ให้พวกมันดื่มน้ำชั่วยามละหนึ่งถ้วยชาก็พอ” เซียวหนิงหลงแค่อ้างเื่อาสาออกไปหารถม้าด้วยตัวเอง
แต่ที่จริงเขาอยากไปเจอแม่ค้าตัวน้อยสักครั้ง ก่อนจะเดินทางกลับเมืองหลวงเท่านั้นเอง โดยที่ในหัวของเซียวหนิงหลงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เมื่อได้เจอหน้าลู่ชิงแล้วเขาต้องพูดทักทายกับนางเช่นไร
“ขอรับซื่อจื่อ” ชุนชานรับคำแต่เขายังไม่เข้าใจ ที่ซื่อจื่ออาสาไปหารถม้า พอหันไปหาสหายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กัน ก็ได้รับการส่ายหน้าเป็คำตอบ
วันนี้เป็วันแรกที่นายช่างหานพาคนงานเข้ามาปรับปรุงร้าน หลังจากที่ขายของหมดแล้วลู่ชิงจึงขออนุญาตบิดาเดินไปดูเสียหน่อยเพราะไม่ได้อยู่ไกลมากนัก แม้จะยังมีผู้คนเดินอยู่มากมายแต่ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป
“คุณชายท่านนี้ช่วยหลีกทางด้วยเ้าค่ะ ข้ามีธุระต้องรีบไปทำ” ลู่ชิงเดินมายังไม่ถึงหนึ่งจิบชา ก็มีคนมายืนขวางหน้านางเสียอย่างนั้น ดูท่าทางจะเป็คุณชายเสเพลเอาแต่ใจด้วยสิ
“น้องสาวจะรีบไปที่ใดเล่า ให้พี่ชายไปเป็เพื่อนดีหรือไม่ หรือว่าจะไปเล่นสนุกด้วยกันก่อนดี ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ชิวไท่เป็บุตรชายของพ่อค้าร้านขายธัญพืชในตำบลหย่งฝู มีนิสัยเกเรมักจะให้บ่าวไพร่จับตัวบุตรสาวชาวบ้าน ไปบำเรอตนเองและใช้เงินปิดปาก แถมข่มขู่จะฆ่าทิ้งหากไปแจ้งทางการ
“ข้าไม่มีเวลาว่างไปทำเื่ไร้สาระพวกนั้น กรุณาหลีกทางข้าขอเตือนท่านด้วยความหวังดี” คิดว่านางจะกลัวหรือไรก็แค่พวกอันธพาล ในมือของนางตอนนี้ มีมีดด้ามเล็กปลายแหลมรอเสียบคนอยู่ แต่ลู่ชิงคงไม่ต้องลงมือเองแล้วล่ะ เพราะเสียงทุ้มมีเสน่ห์ดังมาจากด้านหลังของนางแล้ว
“เมื่อครู่เ้าบอกว่าจะพานางไปทำอันใดนะ? ข้าฟังไม่ค่อยชัด เ้าลองพูดให้ฟังอีกครั้งสิ” เซียวหนิงหลงไปหาลู่ชิงที่ร้านแต่ไม่เจอ จึงเดินตามหาและเห็นว่านาง กำลังถูกบุรุษขวางทางเอาไว้ จึงรีบเข้าไปยืนบังลู่ชิงอย่างรวดเร็ว
“เ้ายุ่งอะไรด้วยจะไปไหนก็ไป! หมูจะหามอย่าเอาคานเข้ามาสอด”
“อ้อ แล้วถ้าข้าอยากจะเอาคานเข้าไปสอดเื่ของเ้าเล่า เ้าจะทำอะไรข้าเช่นนั้นงั้นรึ” เซียวหนิงหลงเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อย
ตันเจียงรู้ว่าซื่อจื่อเริ่มจะอารมณ์ไม่ดีแล้ว จึงเอ่ยเตือนชิวไท่ไปอีกครั้ง “นี่น้องชาย ข้าขอเตือนเ้าด้วยความหวังดี รีบกลับบ้านไปเสียเถิดนะ ก่อนที่เ้าจะไม่ได้กลับไปแบบมีลมหายใจ”
“ชิงเอ๋อร์มายืนอยู่ด้านหลังของพี่เดี๋ยวนี้!” เซียวหนิงหลงไม่อยากให้ลู่ชิงเห็นภาพที่ไม่น่ามองสักเท่าไหร่ จึงเรียกให้มายืนอยู่ด้านหลังตนเอง
“ห๊ะ!! ท่านเรียกข้าหรือเ้าคะ อ่ะ อ่ะ อ้อ ไปก็ได้เ้าค่ะ” ลู่ชิงยังไม่เข้าใจอยู่เล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินไปแต่โดยดี เพราะรู้สึกว่าน้ำเสียงที่ได้ยินนั้นเหมือนเตือนว่าอย่าดื้อเด็ดขาด
“พวกเ้าคิดจะขวางทางข้างั้นรึ อยากจะลองดีเช่นนั้นข้าจะตามใจเ้าก็แล้วกัน” ชิวไท่ยังไม่ทันสั่งการลูกน้องก็มีเสียงร้องออกมาทันที
“ฉัวะ!!! อ๊ากกกกก เ้า ๆ ๆ ทำอะไรลงไป อ๊ากกก เจ็บข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว”
“ข้าทำอะไรงั้นหรือ ก็แค่ช่วยเ้าไม่ให้ขยายเผ่าพันธุ์ ที่มีนิสัยต่ำช้าออกมาอีกอย่างไรเล่า พวกเ้าพาเขากลับไปได้แล้ว คิดให้ดีก่อนจะพูดอะไรออกมา หากข้ารู้รับรองว่าพวกเ้าจะไม่มีโอกาสได้พูดอีกต่อไป” ทำตัวเช่นนี้กับสตรีเ้าก็กลายเป็ขันทีไปตลอดชีวิตเสียเถอะ
“ขะ ขะ ขอรับ ๆ ๆ พวกเราไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยขอรับ” พวกบ่าวรีบพาเ้านายกลับจวนและตามหมอมารักษาแทบไม่ทัน
“ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยเหลือเ้าค่ะ เอ๊ะ พี่ชายท่านนี้ดูหน้าคุ้น ๆ เหมือนจะเคยเจอกันมาก่อนนะเ้าคะ” ลู่ชิงเอ่ยขอบคุณทั้งสองคนแต่เอะใจเพราะคุ้นหน้าตันเจียงเสียก่อน
“เมื่อวานข้าเพิ่งไปเหมาอาหารที่ร้านของคุณหนูอย่างไรเล่าขอรับ”
“อ้อ ข้าจำได้แล้วเ้าค่ะ แล้วพี่ชายสุดหล่อท่านนี้เล่าเ้าคะคือใครงั้นหรือ” เขาอุตส่าห์ช่วยก็เอ่ยชมเสียหน่อย แต่เขาหล่อมากจริง ๆ นะเหมือนพระเอกที่เล่นซีรี่ย์จีนโบราณเลย
“นี่ก็คือคุณชายของข้าเองขอรับมีชื่อว่าคุณชายเซียว” ตันเจียงรีบแนะนำชื่อของซื่อจื่อให้นางได้รู้ทันที
“ข้าชื่อลู่ชิงเ้าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักและขอบคุณพี่ชายเซียวอีกครั้ง ที่ช่วยเหลือให้รอดพ้นจากอันธพาลเมื่อครู่นี้เ้าค่ะ” ผู้มีพระคุณหน้าตาหล่อเหลาเสียด้วยสิ ว้าวุ่นแล้วมั้ยล่ะลู่ชิงเอ๋ย ชาติที่แล้วยังไม่ทันมีคนรักก็มาด่วนตายเสียก่อน ชาตินี้มาเกิดใหม่หากมีบุญวาสนา ก็ขอมีคนรักหน้าตาหล่อเหลา รักเดียวใจเดียวเป็ของตนเองสักคนเถิดนะเ้าคะท่านเทพ
เซียวหนิงหลงที่ได้ยินเสียงไพเราะของลู่ชิงใกล้ ๆ เขาถึงกับเกิดอาการหัวใจเต้นแรงขึ้นมาฉับพลัน จนเกรงว่าคนที่ฝึกวรยุทธ์คงจะได้ยินหากอยู่บริเวณนี้ เขาเผลอมองหน้าของลู่ชิง จนเกิดความเงียบขึ้นเสียอย่างนั้น
