บทที่ 156 งานชุมนุมโอสถเทียนอวิ๋น
“เฮ้ย!” ลู่ไท่ชังอุทานเสียงหลง เขาเห็นต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นสั่นคลอนเล็กน้อย กิ่งไม้ใบไม้เขย่าไปมา กลีบดอกจำนวนนับไม่ถ้วนปลิวว่อนในอากาศก่อนจะร่วงลงพื้น กลีบดอกสีขาวมุกมากมายโปรยปรายลงมาเพราะการเตะของลู่อวี่ แม้จะเป็ภาพที่งดงามยากจะพรรณนา แต่กลับทำให้ลู่ไท่ชังรู้สึกปวดใจอย่างเหลือแสน จนอดดุด่าออกมาไม่ได้ว่า “เ้าเด็กแสบคนนี้ ถ่อมาถึงที่นี่เพื่อทำลายต้นไม้แสนล้ำค่าหรือ!”
ลู่อวี่เห็นดอกไม้โปรยปรายลงมา ไหนเลยจะกล้ารั้งรออยู่ตรงนี้นาน ลำแสงิญญาไหลเวียนจากมือของเขา ยามที่ซัดเข้าหาอากาศเบาๆ กลีบดอกไม้ที่ปลิวว่อนเ่าั้ก็คล้ายถูกแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น พากันลอยเข้ามารวมตัวกันบนฝ่ามือของลู่อวี่จนกลายเป็ช่อดอกไม้ขนาดเท่ากำปั้น ฟูฟ่องนุ่มนิ่ม จากนั้นก็ถูกลู่อวี่รวบไปทั้งหมด ก่อนจะหันหลังกลับแล้วออกตัววิ่งทันที
แม้เขาจะเป็คนนำต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นกลับมา แต่ที่ผ่านมาผู้เฒ่าสูงสุดลู่ไท่ชังเป็คนดูแลจัดการทุกอย่าง เขาเลี้ยงดูมันเหมือนเป็สมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง ในยามปกติต่อให้เป็ท่านพ่อหรือผู้เฒ่าคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเดินทางมาเพื่อปรึกษาธุระหรือฝึกบำเพ็ญเพียร พวกเขาล้วนถูกผู้เฒ่าสูงสุดกีดกันให้อยู่ห่างจากมันหลายจั้ง ไม่มีใครสามารถเฉียดเข้าไปใกล้ได้ง่ายๆ
หากเขาเอ่ยปากขอกลีบดอกไม้กับอีกฝ่ายตรงๆ ก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ แต่เื่จำนวนคงตกลงกันได้ยาก หากถึงตอนนั้นขึ้นมาจริงๆ แล้วท่านผู้เฒ่าสูงสุดเตรียมการไว้ล่วงหน้า ด้วยพลังที่ฝึกปรือมาของอีกฝ่าย วันหน้าการจะขอกลีบดอกไม้จากอีกฝ่ายคงเป็เื่ยากแล้ว
“ท่านผู้เฒ่าสูงสุด ข้าขอกลีบดอกไม้เหล่านี้ไปใช้ในการปรุงโอสถได้หรือไม่ คงจะพอใช้ได้ไปอีกพักใหญ่ เอาไว้ครั้งหน้ามันผลิบานอีกเมื่อไรข้าค่อยมาเด็ดเพิ่ม!” เสียงของลู่อวี่ลอยมาจากที่ไกลๆ ลู่ไท่ชังได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะควันออกหู ครั้งหน้าจะมาอีก? แล้วยังคิดจะเด็ดเพิ่มอีก? เ้าเด็กหน้าเหม็นผู้นี้!
ทว่าหลังจากลู่อวี่หายไปจากครรลองสายตา ความโกรธขึ้งบนใบหน้าของลู่ไท่ชังก็เลือนหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มอับจนหนทาง ก็แค่กลีบดอกไม้เล็กน้อยเท่านั้น ต่อให้ลู่อวี่ไม่เตะจนมันร่วงลงมาเช่นนี้ อีกไม่กี่วันกลีบดอกไม้เหล่านี้ก็ต้องร่วงโรยลงมาอยู่ดี ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นสักนิด
แต่เื่ที่กลีบดอกไม้เหล่านี้เป็วัตถุดิบปรุงโอสถชั้นยอด เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยสักนิด ดูท่าคราวหน้าหากกลีบดอกไม้นี้ร่วงลงมาอีกเมื่อไร เขาต้องสั่งให้คนเก็บรวบรวมเอาไว้เสียแล้ว มิฉะนั้นเ้าเด็กหน้าเหม็นนั่นคงได้เล่นพิเรนทร์เช่นนี้อีก
เมื่อคิดได้ดังนี้ ลู่ไท่ชังก็หยิบม้วนคัมภีร์หยกออกมาแล้วถ่ายทอดความคิดของตนเองลงไป จากนั้นก็ส่งมันหายวับไปกลางอากาศ มอบหมายเื่นี้ให้ลู่เหว่ยจุนเป็คนจัดการ เื่สำคัญที่สุดสำหรับชายชราอย่างเขาคือการบำเพ็ญเพียร ไหนเลยจะมีเวลามาเฝ้าเก็บกลีบดอกไม้พวกนี้ทุกวัน?
หลังออกจากูเาด้านหลัง ลู่อวี่ก็เดินกลับไปที่จวนของตัวเองอย่างผ่อนคลายไม่รีบร้อน เขาพรูลมหายใจเบาๆ จากนั้นก็หัวเราะขบขันตัวเอง ไม่คาดคิดว่าตนเองจะได้ทำตัวคึกคะนองเช่นนี้ด้วย นิสัยใจคอของเขาได้รับผลกระทบจากร่างเดิมนี้พอสมควร มิน่าเล่าสมัยก่อนถึงได้ยินว่าพวกคนที่ยึดครองร่างผู้อื่นเพื่อต่อชีวิตตัวเอง มักจะมีนิสัยใจคอเปลี่ยนไปไม่น้อย พอมาคิดดูแล้วมันก็เป็เช่นนั้นจริงๆ สิ่งแวดล้อมรอบตัว ครอบครัวและมิตรสหายล้วนเปลี่ยนแปลงไปจนสิ้น นั่นยังเป็เพียงปัจจัยภายนอก จุดสำคัญคือนิสัยเดิมที่มีมาแต่กำเนิดของร่างเดิมกำลังค่อยๆ ผสานรวมกับผู้มาอาศัยร่างในภายหลัง โชคดีที่การเปลี่ยนแปลงของตนเองไม่ได้มีอะไรเสียหาย แล้วก็ไม่ใช่การบังคับชิงร่างมาด้วย ดังนั้นจึงไม่มีอันตรายอะไร
แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หลังจากตนเองล้มเหลวในการผ่านด่านเคราะห์ถึงถูกส่งมาถือกำเนิดใหม่ในร่างกายนี้ เขาพยายามหาเหตุผลเท่าไรก็ไม่เข้าใจอยู่ดี แต่ถึงอย่างไรก็คงหาคำตอบไม่ได้ในเร็ววันนี้อยู่แล้ว ดังนั้นไม่จำเป็ต้องรีบร้อน
ตอนนี้เขาได้กลีบดอกต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นมาแล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้เขาหนิงชุยเฟิงได้อยู่ดีมีสุขอย่างแน่นอน เขาหนิงชุยเฟิงจัดงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะ เช่นนั้นแล้วเขาก็จะจัดงานชุมนุมใหญ่ ตั้งชื่อว่า ‘งานชุมนุมโอสถเทียนอวิ๋น’ ก็แล้วกัน สถานที่จัดงานก็ใช้พื้นที่ติดกับทะเลสาบเทียนอวิ๋น จะได้โจมตีเขาหนิงชุยเฟิงไปพร้อมกับการพัฒนาเมืองเทียนอวิ๋นให้เจริญก้าวหน้า
เมืองเทียนอวิ๋นแม้จะเป็เมืองในเขตปกครองของตระกูลลู่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีประชากรอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น แต่กลับไม่ใช่เมืองของผู้บำเพ็ญเพียรอย่างแท้จริง ต่อให้ตัวเขาจะสร้างจัตุรัสอวี้เ้าขึ้นในเมือง แต่ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ยังเห็นผลไม่ชัดเจนนัก เขาสามารถใช้ ‘งานชุมนุมโอสถเทียนอวิ๋น’ ครั้งนี้ดึงดูดบรรดาผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรให้มาลงหลักปักฐานในเมืองได้
ระหว่างกำลังพิจารณารายละเอียดของ ‘งานชุมนุมโอสถเทียนอวิ๋น’ จู่ๆ ก็มีเสียง ‘ปัง’ ดังสนั่นมาจากภายในเรือน ตามมาด้วยเสียงร้องของเด็กสาวสองคน ลู่อวี่ใรีบเคลื่อนกายเข้าไปในเรือนด้วยความว่องไว เมื่อเห็นว่าด้านในเกิดเื่อะไรขึ้น ลู่อวี่ก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
ตอนแรกลู่อวี่คิดว่าเด็กสาวทั้งสองปรุงโอสถผิดพลาดจนเตาหลอมโอสถเกิดะเิ ซึ่งนั่นเป็เื่ที่อันตรายไม่น้อย ไหนเลยจะคาดคิดว่า การปรุงโอสถของพวกนางนั้นล้มเหลวจริงๆ เพียงแต่เตาหลอมโอสถไม่ได้ะเิ เ้าเด็กซุ่มซ่ามลู่หนานไม่ทันระวังตอนเปิดฝาเตาหลอมออกมา นางขยับเข้าไปใกล้เตามากเกินไป ภายในเตามีอุณหภูมิสูงมาก จึงถูกไอร้อนที่อัดแน่นอยู่ภายในเตาหลอมปะทะใส่หน้า โชคดีที่นางมียันต์คุ้มครองติดตัวอยู่ มิเช่นนั้น ต่อให้ไม่ได้รับาเ็ร้ายแรง แต่ใบหน้าของนางก็คงออกไปพบเจอผู้คนไม่ได้อีกหลายเดือน
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น ใบหน้าน้อยๆ ของเด็กสาวในยามนี้กลับมีเขม่าสีดำติดอยู่เต็มไปหมด นอกจากดวงตากลมโตแวววาวที่มีสีดำตัดขาวชัดเจนของนางแล้ว แม้แต่เส้นผมบางส่วนก็ถูกไอร้อนเผาไหม้จนหงิกงอ สภาพน่าอนาถเกินบรรยาย
หลังได้ยินเสียงหัวเราะของลู่อวี่ เด็กสาวที่นั่งจุมปุ๊กอยู่บนพื้นก็ทั้งโกรธทั้งอาย ในใจของนางรู้สึกเจ็บช้ำยิ่งนัก นางจึงลุกขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าไปกอดเขา พยายามอดทนอยู่สักพัก สุดท้ายก็ทนไม่ไหวร้องไห้ปล่อยโฮออกมา
ลู่อวี่รีบโอบกอดและปลอบประโลมน้องสาว “ไม่ต้องร้อง ไม่ต้องร้อง ก็แค่การปรุงโอสถไม่ใช่หรือ? นักปรุงโอสถคนไหนบ้างที่ชีวิตนี้ไม่เคยผิดพลาดมาก่อน? ลู่หนานของเราฉลาดหลักแหลมและมีไหวพริบดี ขอแค่ใช้ความตั้งใจอีกสักหน่อย การปรุงโอสถเพียงเท่านี้มันจะไปยากอะไร?”
“จริงหรือ?” ลู่หนานฟังที่ลู่อวี่ปลอบแล้วรู้สึกดีขึ้นมาเป็กอง นางแหงนดวงหน้าที่มีคราบน้ำตาขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตจ้องมองอย่างมีความหวัง
แม้ลู่อวี่จะไม่ค่อยมีประสบการณ์ทางด้านการปลอบใจสตรีสักเท่าไร หากตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับสตรีที่มีใจให้ ป่านนี้เขาคงจะทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว แต่ในสายตาของเขา ลู่หนานเป็น้องสาวตัวน้อยที่เขารักและเอ็นดู สำหรับคนเป็พี่ชายแล้ว การปลอบใจน้องสาวจึงไม่ใช่เื่ยากอะไร
“ต้องจริงอยู่แล้วสิ พี่ชายของเ้าผู้นี้นอกจากรับจีชิงรั่วเป็ศิษย์แล้ว ก็มีเพียงเ้าที่ได้รับการชี้แนะจากพี่ชายโดยตรง! หากเ้าไม่มีคุณสมบัติอันยอดเยี่ยม เหตุใดพี่ชายต้องเสียเวลามาสั่งสอนเ้าด้วยเล่า!”
แม้ลู่หนานจะรู้สึกว่าคำพูดของลู่อวี่มันมีบางอย่างแปลกๆ แต่พอลองคิดดูดีๆ แล้ว นอกจากนางและจีชิงรั่วแล้ว ก็มีเพียงผู้เฒ่าห้ากับท่านลุงลู่เหว่ยเฉินเท่านั้นที่ได้รับการชี้แนะจากพี่ชาย แต่พวกเขาล้วนเป็นักปรุงโอสถขั้นห้า ดังนั้นจะเอามานับรวมกันไม่ได้ เช่นนั้นแล้วคุณสมบัติของตนเองคงดีไม่น้อย ไม่อย่างนั้น เหตุใดพี่ชายจะต้องมาอดทนสอนนางเล่า
พอคิดได้เช่นนี้ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ปรุงโอสถพลาดไปเมื่อครู่นี้ก็เลือนหายไปกว่าครึ่งทันที แม้จีชิงรั่วจะปรุงโอสถสำเร็จ แต่นางเป็คนที่มีพร์ด้านการควบคุมไฟอยู่แล้ว ตนเองจะด้อยกว่านางก็ไม่นับว่าแปลกอะไร
หลังจากหาเหตุผลให้ตนเองได้มากเพียงพอแล้ว ลู่หนานจึงผละออกมาจากอ้อมแขนของลู่อวี่ แหงนหน้ามองเขาด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าใบหน้าของตัวเองมีแต่คราบเขม่าเต็มไปหมด นางจึงก้มหน้าลงแล้ววิ่งออกไปทันทีโดยไม่พูดไม่จาแม้แต่ครึ่งคำ
ลู่อวี่โคลงศีรษะอย่างจนใจ แต่หลังจากตรวจสอบโอสถขั้นเก้าที่จีชิงรั่วปรุงออกมาสำเร็จ เขาก็เอ่ยชื่นชมนางอย่างพึงพอใจอยู่หลายคำ ทำเอาเด็กสาวตัวน้อยดีอกดีใจไม่น้อย รีบวิ่งไปหาลู่หนานด้วยท่าทางตื่นเต้น
ลู่อวี่ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ภายในจวนสักพัก ก่อนจะเรียกลู่หงิและลู่เหว่ยเฉินมาปรึกษากันอีกพักใหญ่
ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน เขาหนิงชุยเฟิงที่อาศัยงานเลี้ยงยาอายุวัฒนะเรียกความนิยมกลับคืนมา ก็ทำมาค้าขายได้อย่างเฟื่องฟู โอสถที่พวกเขานำออกมาขายมีราคาถูกกว่าของตระกูลลู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
คนภายนอกต่างมองว่า าาโอสถและศิษย์พี่ของเขาสามารถปรุงโอสถครั้งเดียวได้หลักร้อยถึงหลักหมื่นเม็ด ต้นทุนจะต้องน้อยกว่าของตระกูลลู่อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีโอสถจำนวนมาก ด้วยคุณภาพที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน เพียงอึดใจเดียวก็สามารถก็ชิงเม็ดเงินจากตระกูลลู่กลับไปได้เกือบครึ่ง
แต่ในความเป็จริงแล้ว มีเพียงคนในไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ เสิ่นตานเจวี๋ยกับหวันต่านเยวี่ยปรุงโอสถได้จำนวนนับร้อยนับหมื่นเม็ดก็จริง แต่ทั้งหมดนั้นเป็เพราะใช้เตาหลอมม่วงทองแปดสมบัติของหวันต่านเยวี่ยถึงสามารถทำได้ ทว่าเตาหลอมมีเพียงใบเดียว ต่อให้ทั้งสองคนสลับกันปรุงโอสถทั้งวันทั้งคืน ย่อมไม่มีทางตอบสนองความ้าของนักพรตจำนวนนับไม่ถ้วนในเทียนตูได้ โดยเฉพาะขุมกำลังใหญ่ทั้งหลาย นอกจากพวกเขาจะ้าโอสถไปมอบให้ลูกหลานในตระกูลแล้ว ยังต้องมีเก็บสำรองเอาไว้ด้วย ซึ่งเซียนหยกไม่ใช่ปัญหาของบรรดาขุมกำลังใหญ่เ่าั้แม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนี้เอง แม้เขาหนิงชุยเฟิงในยามนี้จะดูรุ่งเรืองยิ่งนัก แต่พวกเขาต้องเหน็ดเหนื่อยทุกวันและต้องยอมขาดทุน เพื่อรอให้ตระกูลลู่เป็ฝ่ายทนไม่ไหวจนล้มลงไปก่อน จากนั้นพวกเขาจะได้ทวงคืนกำไรและต้นทุนที่สูญเสียไปจากตระกูลลู่คืนกลับมา
เมืองเทียนตูเซียน หอจุ้ยเซียน
“เฮ้อ พี่จาง ่นี้น้องชายการเงินค่อนข้างจะขัดสน ข้าขอยืมเซียนหยกจากท่านไปใช้จ่ายก่อนจะได้หรือไม่?” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยกับชายหนวดเคราครึ้มตรงหน้าด้วยท่าทางกระวนกระวาย
ชายหนวดเคราครึ้มเหลือบมองชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเหยียดหยาม กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พอเถอะ คิดว่าข้ามองเจตนาของเ้าไม่ออกอย่างนั้นหรือ? ตอนนี้เขาลือกันไปทั่วเทียนตูแล้ว ใครบ้างที่มีเซียนหยกอยู่ในมือแล้วไม่นำไปซื้อโอสถ? เขาหนิงชุยเฟิงเผชิญหน้ากับตระกูลลู่ตรงๆ เช่นนั้น ราคาโอสถย่อมถูกลงมาก ขอเพียงมีความสามารถสักนิดก็ย่อมซื้อโอสถกลับมาได้ ข้าดูเหมือนคนโง่เขลาหลอกง่ายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? เื่อื่นข้ายังพอจะคุยกับเ้าได้ แต่เื่ยืมเงินเ้าอย่าหวังเลย!”
“เอ่อ เป็ความผิดของข้าที่คิดอ่านไม่รอบคอบ เฮ้อ เขาหนิงชุยเฟิงนับว่ายอมทุ่มสุดตัวเพื่อต่อสู้กับตระกูลลู่ มิเช่นนั้นในยามปกติแล้ว พวกเราจะมีปัญญาซื้อโอสถวิเศษเ่าั้ได้ที่ไหนกัน? อย่าว่าแต่โอสถขั้นห้าเลย ต่อให้เป็ขั้นหกขั้นเจ็ดก็ยังแพงจนไม่มีปัญญาเอื้อมถึง แต่ไม่ว่าจะเป็เขาหนิงชุยเฟิงหรือตระกูลลู่ก็คงไม่สนใจไยดีสถานการณ์เช่นนี้ เพราะอย่างไรเสียผลแพ้ชนะก็กำลังจะถูกตัดสินออกมาแล้ว หากไม่ฉวยโอกาสตอนนี้ซื้อโอสถจำนวนมากมากักตุนไว้ ภายภาคหน้าเกรงว่าจะไม่มีโอกาสดีๆ เช่นนี้อีกแล้ว ข้ายอมเอาของมีค่าทั้งหมดที่ขายได้ ไปขายแลกเงินเพื่อมาซื้อโอสถหมดแล้ว แต่ตอนนี้กลับซื้อโอสถขั้นห้าได้เพียงสองเม็ดเท่านั้น!” ชายวัยกลางคนเห็นว่าคงจะยืมเงินไม่สำเร็จแน่ คาดว่าคนอื่นๆ ก็คงตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน จึงไม่คิดจะวิ่งเต้นไปขอยืมเงินจากชาวบ้านแล้ว
“ข้าเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเ้านักหรอก ตอนนี้มารอดูกันดีกว่าว่าตระกูลลู่จะโต้ตอบกลับอย่างไร หากว่าโชคเข้าข้าง ถึงตอนนั้นพวกเราอาจจะได้ซื้อโอสถที่ราคาถูกยิ่งกว่านี้เสียอีก!”
“น่าเสียดายที่เื่นี้เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ไม่เช่นนั้นข้าคงจะเก็บหอมรอมริบเซียนหยกเอาไว้ คิดว่าคงจะได้เป็กอบเป็กำเลยเชียว” ชายชราวัยกลางคนกล่าวด้วยท่าทางเสียดาย
ใน่หลายวันที่ผ่านมา มีผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในเมืองเทียนอวิ๋น ส่วนใหญ่มาด้วยความคิดอยากจะฉวยโอกาส เพียงแต่่นี้ตระกูลลู่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ พวกเขาจึงร้อนรนกระวนกระวายไม่น้อย คนที่มีความสัมพันธ์กับตระกูลลู่ถึงขั้นส่งคนไปสืบข่าวคราวถึงที่ตระกูลลู่ อยากรู้ว่าตระกูลลู่จะรับมือกับการโจมตีของเขาหนิงชุยเฟิงอย่างไร
ซึ่งตระกูลลู่ก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ผ่านไปเพียงวันเดียวเท่านั้นก็มีข่าวหลุดออกมาว่า อีกสามวันให้หลังทางตระกูลลู่จะจัด ‘งานชุมนุมโอสถเทียนอวิ๋น’ ขึ้นที่ริมทะเลสาบเทียนอวิ๋น และเริ่มแจกจ่ายเทียบเชิญออกไปเรียบร้อยแล้ว
