บทที่ 96 เริ่มการล่าสังหาร
ร่างของเลี่ยนหยินหูชะงักลงเล็กน้อย การโจมตีทางจิตหยุดนางได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น จากนั้นระหว่างมือทั้งคู่ราวกับมีอสรพิษสีเงินหลายสิบตัวทะยานออกไป พุ่งเข้าสู่ความมืดในประตูอย่างซึ่งหน้า มันคือผ้าไหมเส้นยาวที่ทอด้วยด้ายเงิน แต่เมื่ออยู่ในมือของเลี่ยนหยินหูมันกลับดูราวกับมีชีวิตขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น
“ระบำจิ้งจอกเก้าหยิน!” ศิษย์าเผ่าเร้นลับเอ่ยออกมา ในสายตาปรากฏความดีใจออกมาชัดเจน ระบำจิ้งจอกเก้าหยินเป็วิชาจากสายเืจิ้งจอก์แห่งเผ่าอสูร ตำนานของเคล็ดวิชาต่อสู้นี้กล่าวว่ามาจากศิลาิญญายุทธ์จิ้งจอก์ อย่างน้อยระบำจิ้งจอกเก้าหยินในโลกชั้นล่างก็นับว่าเป็ทักษะการต่อสู้ชั้นสูง เช่นนี้ดูท่าแล้วเลี่ยนหยินหูผู้นี้คงเป็อัจฉริยะจากตระกูลจิ้งจอก์เป็แน่
“ปัง ปัง... ” เสียงโจมตีดังต่อเนื่องเหมือนลูกโป่งจำนวนมากที่ปะทะเข้ากับอสรพิษสีเงินจนแตก บรรดาสัตว์ประหลาดที่ดูคล้ายแมงกะพรุนเป็เหมือนลูกโป่งที่ถูกเข็มแทงจนะเิออกทันที
ลั่วถูตะลึงไปเล็กน้อย เมื่อครู่ลูกศรที่เขายิงออกไปไม่อาจสร้างอาการาเ็ให้ปีศาจเพลิงประหลาดได้เลย ทว่าสตรีเผ่าอสูรนางนี้ถึงกลับใช้เพียงผ้าไหมไม่กี่เส้นทำให้พวกแมงกะพรุนะเิได้ นี่ทำเอาเขาประหลาดใจยิ่งนัก
“ระวัง... ” แต่ลั่วถูผงะไปเมื่อได้เห็นว่าหัวของแมงกะพรุนะเิออก แต่ไม่ตาย ตอนนี้หนวดสีดำราวเส้นผมจำนวนนับไม่ถ้วนดีดออกจากส่วนหัวที่ะเิไป ตามมาด้วยผ้าไหมโจมตีกลับเข้าใส่เลี่ยนหยินหู และเมื่อของเหลวที่ะเิออกมาจากหัวของมันซึ่งกำลังปลิวออกไปก็ราวกับดินะเิโดนไฟ ในเสี้ยววินาทีนั้นกลายเป็ลูกไฟทะยานออกไปทั่วทุกทิศทาง
เลี่ยนหยินหูใมาก เปลวเพลิงเ่าั้มาพร้อมแสงสีฟ้า คล้ายกับว่านางััได้ถึงอันตราย ร่างกายพลันถอยหนีไปอย่างรวดเร็ว พลางเก็บผ้าไหมสีเงินที่ดูราวกับอสรพิษกลับมาด้วย แต่ผ้าไหมของนางเพิ่งเข้ามาในแขนเสื้อได้ไม่ทันไร กลับต้องสั่นสะท้านเพราะหอกหลายทะยานออกมาอย่างเฉียบพลันและตรึงผ้าไหมเงินเอาไว้บนหินสีดำทันที
“รนหาที่ตายนัก... ” เลี่ยนหยินหูโมโหเป็ฟืนเป็ไฟ หอกสองสามเล่มนั้นเป็ฝีมือของลั่วถูที่อยู่ไม่ไกลจากนางนั่นเอง ทั้งตำแหน่งและเวลาแม่นยำราวจับวาง นี่เป็การท้าทายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
การที่ลั่วถูลงมืออย่างฉับพลัน ทำเอาชุยซินถงแห่งเผ่าปีศาจและเหวินป้าเทียนแห่งเผ่ามารทำหน้านึกสนุกบนหายนะของชาวบ้านพลางมองไปทางลั่วถู พวกเขาอยากจะรู้นักว่าเ้าเด็กที่กล้าลงมือท้าทายอัจฉริยะเผ่าอสูรจะเป็อย่างไรต่อ แต่เผ่าผีกับเผ่ากระดูกไม่ได้ส่งเสียงอะไรสักคำ ั้แ่เข้ามาในวิหารก็เอาแต่เงียบมาตลอด เหมือนกับภูตผีที่แทบจะหลอมรวมหายไปในความมืดยิ่งขึ้นทุกขณะจิต
“พี่สาวเลี่ยน อย่าเพิ่งโมโหไป ท่านลองมองที่ผ้าไหมของท่านให้ดีๆ ก่อน” ลั่วถูที่พอเห็นเลี่ยนหยินหูกำลังจะะเิอารมณ์ ก็ได้แต่โบกไม้โบกมือชี้ไปยังผ้าไหมเงินหลายเส้นที่ว่า
เลี่ยนหยิงหูมองลั่วถูด้วยความแคลงใจ พอเบนสายตามองไปยังผ้าไหมของตน กลับได้เห็นว่ามีเส้นใยสีแดงขนาดจิ๋วที่มองแทบไม่เห็นกำลังเลื้อยเข้าหามือของนางอย่างรวดเร็ว ราวกับปรสิตตัวจ้อย ทำเอานางผงะไปในทันที เปลวเพลิงสีขาวสาดออกไปในเสี้ยววินาที เส้นใยสีแดงที่เดิมทีกำลังเลื้อยเข้าใกล้มือของนางกลับส่งเสียงกรีดร้องพลางบิดตัวงอไปมา เส้นใยที่ยาวหลายฉื่อขมวดเป็ก้อนราวเม็ดถั่วในเสี้ยววินาที
“เอ๊ะ... ” ตอนนี้เองผู้คนถึงได้พบว่ามีบางอย่างผิดปกติไป
“ฟุ่บ ฟุ่บ... ” ลั่วถูลงมือว่องไวราวกับสายฟ้าฟาด เอาหอกออกมาเล่มหนึ่งจากนั้นเคาะลงกับพื้น เม็ดถั่วพลันะเิออกเป็ของเหลวสีเขียว
“พวกมันกลับยังไม่ตาย!” ทุกคนพากันใไปตามๆ กัน เมื่อครู่เ้าหนอนพวกนี้ถูกเผาในเปลวเพลิงไปแล้ว จากนั้นหดตัวกลายเป็ก้อน จากนั้นกลายเป็แมลงปีกแข็งตัวเล็กะโหนีไปทางประตูที่มืดดำ ว่องไวราวกับบิน ทว่าความเร็วของลั่วถูยังเหนือชั้นกว่าอยู่ดี...
“กี๊ซ กี๊ซ... ” หนอนตัวเท่าเม็ดถั่วถูกทุบจนเละเป็ชิ้นๆ แมงกะพรุนที่ะเิออกหลายตัวกรีดร้องเสียงแหลมเสียดแทงยิ่งกว่าเดิมออกมา อย่างกับกำลังโมโหอย่างมาก พวกมันเสียหัวขนาดใหญ่ไป ทว่าหนวดจำนวนมากกลับเริ่มถักทอเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ใต้เยื่อหุ้มส่วนท้องที่เสียหายไปตอนนี้ราวกับกลายเป็เสื้อคลุมที่ทำมาจากหนวดสานเข้าด้วยกัน หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงสุดพิลึกพิลั่น จนตอนนี้มันดูเหมือนกับอสรพิษยาวลายฉื่อไปเรียบร้อยแล้ว
“พวกมันเป็ตัวอะไรกันแน่... ” ครั้งนี้ ทุกคนล้วนใกันถ้วนหน้า พวกเขาไม่ได้ใในความแข็งแกร่งของสัตว์ประหลาดตัวนี้ แต่เป็เพราะร่างกายที่แปลกประหลาด จนเหมือนกับไม่รู้จักตายอย่างไรอย่างนั้น ร่างกายของสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่ถึงกับเปลี่ยนร่างได้เช่นนี้ ผู้คนได้แต่จะก้าวถอยหลังไปหลายก้าว แววตาของเลี่ยนหยินหูกะพริบด้วยความซาบซึ้งใจ แม้นางจะไม่รู้ว่าหากสัตว์ประหลาดที่ดูราวกับปรสิตััมือของนางแล้วจะเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้น แต่ต้องไม่ใช่เื่ดีแน่ เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่เป็เพราะลั่วถูอยู่ใกล้นาง ถึงได้มองเห็นสิ่งที่แม้แต่นางก็ยังมองไม่เห็นว่าตอนที่ศีรษะขนาดใหญ่ถูกะเิ ในของเหลวพวกนั้นมีปรสิตบางอย่างเกาะอยู่บนผ้าไหมของนางด้วย
“ทุกคนระวังตัวด้วย จุดตายของเ้าสัตว์ประหลาดนี่ไม่ใช่ที่หัว ครั้งนี้ทุกคนลองโจมตีที่หนวดกับดวงตาของพวกมันกันเถอะ” ลั่วถูเองก็ถอยตามไปก้าวหนึ่งเช่นกัน ฝูงปีศาจเพลิงประหลาดออกมาจากประตูดำเสียแล้ว ดูราวกับิญญาที่ลอยละล่องอยู่กลางอากาศ หนวดไม่เพียงเคลื่อนไหวไปบนพื้น แต่สะบัดหนวดไปมากลางอากาศด้วย เมื่อฟาดลงบนหินสีดำล้วนส่งเสียงเหมือนเหล็กกระทบกันออกมา ปีศาจเพลิงประหลาดที่ออกมาจากประตูทั้งสี่ด้านมีเกือบร้อยตัว ไม่สิ เหมือนจะมีร้อยตัวพอดี... ในบรรดาพวกมันมีหลายตัวที่กลายร่างเป็อสรพิษสามตาไปแล้วด้วย
“จะสู้จนตัวตายหรือสะสมหนึ่งพันคะแนน!” ศิษย์าเผ่าเร้นลับมองผู้คนด้วยหางตา จากนั้นค่อยๆ เอ่ยออกมา แต่ขณะกล่าว เขากลับก้าวเดินไปยังประตูทิศเหนือไปด้วย
ทุกคนพลันหวนนึกถึงเสียงที่ส่งมาจากวิหารเลี่ยหมอเสิน ดูท่าคำพูดนี้คงไม่ได้ล้อเล่นเสียแล้ว จึงไม่มัวลังเลอีกต่อไป เผ่าผีและเผ่ากระดูกสบตากัน และเลือกประตูทางทิศตะวันตกด้วยกัน ส่วนเผ่าปีศาจกับเผ่ามารไปทางทิศตะวันออก อย่างไรเสียชุยซินถงแห่งเผ่าปีศาจก็เป็ถึงยอดฝีมือขั้นแปด
คนร่างใหญ่แห่งเผ่าโบราณมองทุกคนครั้งหนึ่ง จากนั้นพุ่งตามหลังศิษย์าเผ่าเร้นลับไป ชายหนุ่มเผ่าิญญาผู้เ็าลังเลเล็กน้อย และเตรียมจะก้าวไปทางเลี่ยนหยินหู
“ข้าไม่ชอบเ้าหน้าขาว เชิญเ้าไปทางอื่นเถิด... ” เลี่ยนหยินหูหัวเราะเย็น ทำเอาชายหนุ่มรูปหล่อตะลึงงันไปเลย หลังจากคิดไปคิดมา เขาก็กลับหันหน้ามุ่งหน้าไปทางเผ่าผีและเผ่ากระดูก เขาไม่เลือกทางเดียวกับเผ่าเร้นลับ
“พี่สาวเลี่ยน ให้ข้าอยู่กลุ่มเดียวกับเ้าเถอะนะ!” โฉมงามเผ่าปีกหัวเราะเปี่ยมเสน่ห์พลางเข้าใกล้นาง
“สหายน้อยเ้ามีนามว่าอะไร” เลี่ยนหยินหูมองไปทางลั่วถู
“ลั่วถู...”
“ลั่วถัว[1]? อูฐหรือ? ช่างเป็ชื่อที่ฟังดูเหมือนกับพวกข้าเผ่าอสูรยิ่งนัก!”
“...” ลั่วถูเหงื่อแตกพลั่ก
“เ้าเป็อูฐเ้าต้องมีแรงเยอะแน่ๆ เลย... ” แม่นางตัวน้อยเผ่าปีกเรียกออกมาอย่างจริงใจ...
“ !!!... ” ลั่วถูหมดคำจะกล่าว ได้แต่เกาหัวและส่งยิ้มแห้งไปสองที จากนั้นหันหน้าไปยังปีศาจประหลาดที่ยืนอออยู่ทางประตูทิศใต้และใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว
“ข้าชื่อไป๋หลิง เ้าจะเรียกข้าว่าหลิงเอ๋อร์ก็ได้... ” แม่นางตัวน้อยเผ่าปีกจู่ๆ ก็กางปีกออกละบินไปข้างกายลั่วถูอย่างแช่มช้า
“อืม ไป๋หลิง!” ลั่วถูทำเพียงพยักหน้ารับ เท้าของเขาหยุดอยู่ห่างจากปีศาจกลุ่มนั้นหลายจั้ง ััได้ถึงลมปราณที่ชั่วร้ายที่คละคลุ้งไปทั่วราวกับไอน้ำแถมยังกระจายไปทั่วร่างเขาอีกต่างหาก ถึงกับแทบแพร่กระจายเข้าสมองของเขาอยู่แล้ว
“ช่างเป็ลมปราณที่แปลกพิลึกเสียจริง!” ลั่วถูอดกล่าวกับตัวเองไม่ได้
“เป็ตัวอะไรกันแน่ น่าขยะแขยงจริง!” เลี่ยนหยินหูเองก็ตกตะลึงเช่นกัน ในความทรงจำของนางไม่เคยมีข่าวคราวเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตประหลาดชนิดนี้แม้แต่น้อย
“กี๊ซ กี๊ซ... ” ขณะที่ทั้งสามมองสัตว์ประหลาดยี่สิบกว่าตัวตรงหน้า ฝูงสัตว์ประหลาดพลันกรีดร้องเสียงแหลมออกมา
สีหน้าของไป๋หลิงเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ร่างที่บินอยู่กลางอากาศสั่นสะท้านราวกับจะตกลงมา เสียงนี้เป็การโจมตีทางจิต ทำให้ลั่วถูเองก็รู้สึกเ็ปเช่นกัน และตอนนี้เองที่เงาของฝูงสัตว์ประหลาดดีดออกมา หนวดเ่าั้หดยืดราวกับธนู จากนั้นร่างกายที่ดูราวกับฟองอากาศก่อเป็กำแพงประหลาดดูคล้ายร่ม ส่วนหนวดหลบอยู่หลังร่างกายที่ตอนนี้ดูคล้ายร่มนั่นเอง ทำให้ไม่มีทางถูกโจมตีแน่นอน แม้แต่ดวงตาทั้งสามก็เหมือนจะหลบไปด้านหลังด้วย เรียกได้ว่าหลบหน้าหนีตากันไปเสียแล้ว
“ถอยก่อน... ” ลั่วถูส่งเสียงเบา เขารู้ดีว่าขืนโจมตีจากด้านหน้าเข้าไปตรงร่มของสัตว์ประหลาดพวกนี้ ไม่เพียงไม่อาจทำอันตรายฝูงสัตว์ประหลาดได้ แต่ยังทำให้พวกเขาต้องกลายเป็ฝ่ายถูกกระทำเสียอีก ไม่ว่าจะเป็ปรสิตที่เหมือนกับหนอนหรือของเหลวที่กระเด็นจากร่มและกลายเป็เพลิงสีฟ้า ล้วนไม่ใช่ของที่เขาจะรับไหว
ลั่วถูก้าวถอยหลัง แต่ในมือกลับมียันต์ิญญาปรากฏออกมา อักขระอาคมเริ่มทำงานแล้วและถูกโยนเข้าใส่ปีศาจเพลิงประหลาดที่พุ่งเข้าหา อุณหภูมิในวิหารลดวูบลงทันที
“ปัง ปัง... ” เสียงะเิดังขึ้นหลายเสียง ยันต์ิญญาแตกออก จากนั้นกลายเป็ใบมีดน้ำแข็งทะยานออกไป
“ฟู่ ฟู่... ” ราวกับคมมีดร้อนหันเนย มีดน้ำแข็งแทงเข้าไปในฟองอากาศที่ดูเหมือนร่มเข้าไปโดยไร้สิ่งกีดขวาง
“เปรียะ เปรียะ... ” เสียงแตกหักดังออกมา ฝูงร่มถูกแทงทะลุในเสี้ยววินาที บรรดาปีศาจส่งเสียงกรีดร้องประหลาด เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตของคนแต่อย่างใด เพียงดังเหมือนไส้เดือนถูกไฟเท่านั้น หนวดหดกลับคืน ของเหลวที่เดือนพล่านเตรียมพ่นออกจากบริเวณที่เป็รู เพียงแต่ด้วยผลกระทบที่ได้รับจากน้ำแข็ง ของเหลวเหล่านี้กลับไม่ลุกไหม้แถมของเหลวในฟองอากาศรูปร่มที่ไม่ได้พ่นออกมาก็ทนความเย็นไม่ไหวจนกลายเป็น้ำแข็ง ด้วยเหตุนี้เองฝูงปีศาจจึงร่วงลงพื้นกันระนาวราวกับก้อนหินตกพื้น
“เป็วิธีที่ไม่เลว...” เลี่ยนหยินหูหัวเราะขึ้น ผ้าไหมในมือคลี่ออกเป็เส้นตรงจนดูราวกับดาบคม เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมดาบผ้าไหมฟาดฟันไปยังหนวดที่ขยับอยู่ แต่เนื่องจากศีรษะที่กลมราวกับฟองอากาศหนักขึ้นอย่างฉับพลัน หนวดเหล่านี้แม้จะไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรนัก ทว่าตอนนี้กลับไม่ชินกับน้ำหนักในตอนนี้ ได้แต่เดินเซไปเซมาทันที
“เคร้ง เคร้ง เคร้ง... ” ในตอนนั้นเองขนนกทะยานว่องไวราวประกายไฟออกไปไม่หยุด หนวดปีศาจที่เซไปเซมาถูกตรึงเอาไว้บนพื้นสีดำ เป็ฝีมือของไป๋หลิงนั่นเอง อดชมไม่ได้เลยว่ามีดแหลมที่ดูราวกับขนนกช่างงดงามยิ่งนัก เผ่าปีกชื่นชอบอาวุธลับเหล่านี้มากทีเดียว
“กึง กึง... ” ผ้าไหมของเลี่ยนหยินหูถึงจะคมเหมือนดาบ แต่กลับตัดหนวดเหล่านี้ไม่ขาด อย่างกับฟันใส่เอ็นวัวหนาๆ อย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ทำเอาร่างกายของฝูงปีศาจถูกกระแทกจนกลิ้งไปกับพื้น ร่มั์ที่ดูราวกับฟองสบู่ถูกแช่แข็งพอถูกแรงโจมตีอันรุนแรงซัดเข้าก็แตกกระจายเป็เศษน้ำแข็งทันที ส่วนหนอนสีดำยังไม่ได้ปรากฏตัวออกมาแต่อย่างใด
[1] นามสกุลลั่ว(骆) ของลั่วถู เขียนด้วยอักษรลั่วตัวเดียวกับอักษรลั่วในคำว่าอูฐซึ่งออกเสียงว่าลั่วถัว(骆驼) และยังออกเสียงคล้ายกับชื่อของลั่วถูอีกด้วย
