หนึ่งถ้วยชาต่อมา จอมยุทธ์หน้ากากทองก็เรียกตัวมือสังหารหอเงาแล้วออกเดินทางไปยังจุดหมาย ส่วนจูชิงถูกทิ้งไว้อยู่ที่หอย่อย
ครั้นเห็นพวกจอมยุทธ์หน้ากากเงินจากไป จูชิงพลันแสยะยิ้ม นี่อาจเป็การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของจอมยุทธ์หน้ากากทอง เพราะที่นั่นมีปีศาจกระทิงสี่ตัวซุ่มอยู่ หากไม่ตายก็ต้องาเ็สาหัส
หอเงาเป็สถานที่ที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกหล้า
“หอย่อยน่าจะมีมือสังหารเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่ใช่หรือไม่” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
“ส่วนใหญ่ไปกับหัวหน้าหอกันหมดแล้ว น่าจะเหลือแค่มือสังหารหน้ากากเงินสามสิบกว่าคนกับมือสังหารทั่วไปสองร้อยกว่าคนกระมัง” เด็กหนุ่มที่พาจูชิงมาที่นี่ก่อนหน้านี้กล่าว
จูชิงพยักหน้าแล้วเดินผิวปาก ครั้นเขาก้าวเท้าออกไปได้สามก้าว เด็กหนุ่มผู้นั้นก็ถูกเปลวเพลิงผลาญเผาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
รอยประทับกลางระหว่างคิ้วประจักษ์ ภายใต้พลานุภาพของคำสาปผลาญโลหิต เขาสามารถเห็นลมปราณที่อยู่ในร่างกายของคนทุกคนในหอเงาได้ชัดเจน
“ฟู่ว!” ทันใดนั้นจอมยุทธ์หน้ากากเงินคนหนึ่งที่กำลังดื่มชา จู่ๆ ก็พ่นไฟออกมา ไม่นานนักเปลวเพลิงก็ลุกโหมปกคลุมทั้งกายา กลายเป็เถ้าถ่านในพริบตาเดียว
จอมยุทธ์หน้ากากเงินที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่มีเวลาแม้แต่จะกรีดร้อง กายามอดไหม้เป็เถ้าถ่านเช่นเดียวกัน
มือสังหารหอเงาตกอยู่ในความตื่นตระหนก มีคนดับสิ้นวายชีวาไม่ขาดสาย พวกเขาอยากหนีไปจากหอเงา แต่ยิ่งวิ่งหนีเร็วเท่าไหร่ จูชิงก็ยิ่งให้ความสนใจมากเท่านั้น ไม่มีใครหนีรอดไปได้สักคนเดียว
เพียงครึ่งชั่วยาม หอเงาก็กลายเป็หอมรณะ กลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่วทุกหนแห่ง มือสังหารหอเงาสองร้อยกว่าคนตายหมดแล้ว โดยคนที่อาศัยอยู่ในเมืองไม่รู้เื่เลยแม้แต่น้อย
“ดูเหมือนเ้าจะชำนาญคำสาปผลาญโลหิตขึ้นมากแล้ว” เฒ่าปีศาจอดชื่นชมไม่ได้ หลังจากที่สู้กับมือเหล็ก ความคืบหน้าในการใช้คำสาปผลาญโลหิตของจูชิงพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แม้ว่ากายศักดิ์สิทธิ์จะถูกผนึกเอาไว้ ทว่ามหาวิชาพร์นี้เป็พลังของจูชิง เมื่อร่างกายปรับสภาพเข้ากับมหาวิชาพร์จึงสามารถสำแดงพลานุภาพออกมาได้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
อย่างไรเสียที่นี่ก็คือหอเงาย่อย มีกับดักมากมายซ่อนอยู่ ถ้าติดกับดักเข้า เกรงว่าถึงเป็จูชิงก็ลำบากไม่น้อย ดังนั้นเขาจึงเลือกจบศึกให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ปัญหา
“ฟึ่บ!” ฝักดาบจักรพรรดิฟาดฟัน หอเงาถูกบั่นเป็สองส่วน หอหลิงเฟิงที่อยู่ข้างนอกพลันพังทลายลง
ผู้คนที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ในหอหลิงเฟิงรีบวิ่งหนีออกไปในทันที พวกเขามองหอหลิงเฟิงที่กำลังพังทลายด้วยความหวาดผวา เหตุใดจู่ๆ โรงเตี๊ยมถึงพังลงมาล่ะ?
เมื่อจูชิงออกไปจากเมือง พวกหนิวเวยก็สังหารมือสังหารไปประมาณหนึ่งแล้ว มือสังหารที่จอมยุทธ์หน้ากากทองพามาตายหมดไม่มีเหลือ เหลือแค่จอมยุทธ์หน้ากากทองคนเดียว
“ยังมีชีวิตอยู่อีกงั้นรึ” จูชิงมองจอมยุทธ์หน้ากากทองด้วยความประหลาดใจ เขารู้ถึงความแข็งแกร่งของหนิวเวยกับหนิวเซี่ยนดี ทว่าจอมยุทธ์หน้ากากทองกลับรับมือกับพวกมันได้นานขนาดนี้เชียว
“เ้า...เ้าไม่ใช่ศิษย์สำนักสุริยันดุสิตา” ครั้นจอมยุทธ์หน้ากากทองเห็นจูชิงก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง เขาถูกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำหนักหลอกเต็มเปา
“อยากได้แก่นปราณข้า ไม่จ่ายค่าตอบแทนสักหน่อยจะได้อย่างไร?” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
“เ้าเป็ใคร หอเงาไปทำให้เ้าขุ่นเคืองใจตอนไหน?” จอมยุทธ์หน้ากากทองถอยหลังก้าวหนึ่ง ดึงระยะห่างจากหนิวเวยกับหนิวเซี่ยน
“พวกเ้าหอเงาลอบสังหารข้าหลายต่อหลายครั้ง ครั้งนี้ข้าก็ขอกำไรคืนเล็กน้อย” จูชิงสืบเท้าก้าวหนึ่ง คันธนูหลัวโหวประจักษ์ในมือ เขาน้าวสายธนูเล็งไปที่จอมยุทธ์หน้ากากทองคำ
จอมยุทธ์หน้ากากทองคำแค่นเสียง “เ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าเ้าล่วงเกินองค์กรที่น่าพรั่นพรึงเพียงใด เ้าจะต้องอยู่กับความกลัวไปชั่วชีวิต”
จูชิงเหยียดยิ้มไม่แยแส “หอเงา ตอนนั้นในมหาทวีปชางอู๋หลิงเ้าฆ่าข้าไม่สำเร็จ เ้าคิดว่าจะมีโอกาสอยู่อย่างนั้นรึ?”
“จูชิง เ้าคือจูชิง!” จอมยุทธ์หน้ากากทองหน้าเปลี่ยนสี แม้ว่าจะสวมหน้ากากอยู่ หากแต่ก็ยังััได้ถึงสีหน้าตกตะลึงของเขา
“ถ้าเ้าบอกข้าว่าหัวหน้าหอเงาอยู่ที่ไหน บางทีข้าอาจช่วยให้เ้าตายสบายขึ้น” จูชิงกล่าว
จอมยุทธ์หน้ากากทองหัวเราะลั่น “อาจหาญเป็ปรปักษ์กับหอเงา โง่เขลายิ่งนัก ข้าจะล้างแค้นให้กับหอย่อยอย่างสาสม!”
จอมยุทธ์หน้ากากทองใช้กระบี่แทงหัวใจตัวเอง เืหนืดดั่งตะกั่วทะลักทลายทั่วทั้งกายา!
“เ้าไม่จำเป็ต้องฆ่าตัวตายในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าต้องตาย” จูชิงแผดเสียงเย็น
“วิชาต้องห้าม ปีกโลหิต!” จอมยุทธ์หน้ากากทองคำราม เืควบแน่นกลายเป็ปีกโลหิต ปีกทั้งสองขยับ กายาแปรเปลี่ยนเป็แสงโลหิตหายไปในท้องฟ้า
ความเร็วน่าพรั่นพรึงสุดแสน แม้ว่าจูชิงจะเปลี่ยนสภาพเป็ไร้เงาก็ยังไล่ตามไม่ทัน!
“ฟึ่บ!” ธนูเืพุ่งตามจอมยุทธ์หน้ากากทองที่หายลับไป
“โดนหรือไม่โดนขึ้นอยู่กับประสงค์ของพระเ้าแล้ว” จูชิงเก็บธนูหลัวโหวแล้วถอนหายใจ
เขาไม่เคยเล็งยิงด้วยการััลมปราณของจริงมาก่อน เคยแค่เพียงฝึกในโลกหินโลหิต์ ดังนั้นเขาทำได้เพียงกลั้นใจยิงธนูออกไปส่งๆ ตามลมปราณที่ััได้ ไม่รู้ว่าจะยิงโดนหรือไม่โดน
จอมยุทธ์ขั้นเหินนภานั้นประมาทไม่ได้ จอมยุทธ์หน้ากากทองเป็หัวหน้าหอย่อย แสดงว่าต้องเป็คนที่มีฝีมือถึงได้สามารถหนีเอาตัวรอดได้กระทั่งในสถานการณ์เช่นนี้
“ฟึ่บ!” จอมยุทธ์หน้ากากทองสำแดงปีกโลหิตสามารถสกัดลูกธนูของจูชิงได้อย่างง่ายดาย แม้ว่ามันจะสร้างาแเล็กน้อยให้กับเขา ทว่าจอมยุทธ์หน้ากากทองก็ไม่สนใจ สำหรับจอมยุทธ์ขั้นเหินนภาแล้ว ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็หาย
“ให้ตายสิ บีบให้ข้าต้องใช้ปีกโลหิตได้เลยอย่างนั้นรึ ขั้นพลังถดถอยหลายขั้นพลังย่อยเป็แน่” จอมยุทธ์หน้ากากทองโมโหหุนหัน
หอย่อยถูกทำลาย มันเป็เื่ใหญ่โดยไม่ต้องสงสัย เขาต้องนำเื่นี้กลับไปรายงานที่หอหลัก!
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขาขับเคลื่อนลมปราณมาดหมายเหินฟ้า ทันใดนั้นลมปราณในร่างกายกลับปั่นป่วน อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นคล้ายกับน้ำที่กำลังเดือด
“เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของข้า!” จอมยุทธ์หน้ากากทองตะลึงงัน รีบขับเคลื่อนวิชาระงับอาการผิดปกติในร่างกาย
ทว่าลมปราณยังคงเดือดเฉกเช่นเดิม ร่างกายกลายเป็สีแดงก่ำเหมือนกับกุ้งสุก!
“พรึ่บ!” เปลวเพลิงลุกโชนในตันเถียน พริบตาเดียวเปลวเพลิงนั้นก็ลุกลามไปที่แขนขา เมื่อมันพบกับลมปราณก็ราวกับไฟเจอน้ำมัน โหมไหม้อย่างรุนแรง
“ธนูนั่น!” จอมยุทธ์หน้ากากทองอดไม่ได้ที่จะนึกถึงลูกธนูดอกนั้น ทว่ามันสายเกินไปแล้ว ลมปราณในกายาผลาญเผาทุกหนแห่ง ไม่มีโอกาสใดให้กับเขาอีก
ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ไม่มีวันจบสิ้น ร่างกายของจอมยุทธ์หน้ากากทองกลายเป็เถ้าถ่าน
ก่อนที่จะยิงลูกธนู จูชิงผสานเปลวไฟของคำสาปผลาญโลหิตลงไปด้วย พลังของคำสาปผลาญโลหิตไหลจากาแเข้าไปในร่างกายของจอมยุทธ์หน้ากากทอง
จอมยุทธ์หน้ากากทองสำแดงวิชาต้องห้าม ทั้งยังหนีไปไกลหลายพันลี้จึงไม่สามารถยับยั้งพลังของคำสาปผลาญโลหิต ครั้นสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายก็ไม่ทันเสียแล้ว
จูชิงไม่รู้ว่าจอมยุทธ์หน้ากากทองตายแล้ว หลังจากหอเงาย่อยถูกทำลาย เขาก็พาพวกหนิวเวยไปจากอาณาเขตของจักรวรรดิต้าฉี
ครึ่งเดือนต่อมา จูชิงกับพวกหนิวเวยก็ปรากฏตัวที่เทือกเขาแห่งหนึ่ง ว่ากันว่าเทือกเขานี้มียอดเขาอยู่สองแห่งชื่อว่ายอดตัดกระดูก
ยอดเขาทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก เหลือช่องว่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อลมจากอีกด้านหนึ่งของูเาพัดผ่านช่องนี้ มันก็จะกลายเป็ของมีคมถึงขนาดที่สามารถฟันหินให้ขาดได้ ไม่ว่าคนหรือสัตว์ หากบังเอิญเดินผ่านช่องว่างนี้ก็จะถูกตัดมือกับขาเป็ชิ้นๆ หรือบางทีก็ถูกฟันตัวขาดเป็สองท่อน
“เคร้งๆ!” หนิวเวยกับหนิวเซี่ยนยืนอยู่หน้าช่องว่าง ปล่อยให้ลมพัดผ่าน ลมที่สามารถตัดหินแยกทอง เมื่อกระทบกับร่างของพวกมัน กลับส่งเสียงดัง ‘เคร้งเคร้ง’ ไม่ทิ้งร่อยรอยใดๆ เอาไว้บนร่างแม้แต่น้อย
“พวกเ้าหยุดเล่นได้แล้ว ลมนั่นไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกเ้าหรอก” จูชิงเหนื่อยหน่าย เ้ากระทิงสองตัวยืนอุดช่องว่าง ทำให้ลมพัดผ่านมาไม่ถึงตัวเขา
“โอ้!” หนิวเวยกับหนิวเซี่ยนรีบถอย ลมกรรโชกแรงจึงพัดเข้ามาทางจูชิง
ม่านตาของจูชิงหดเล็กเท่ารูเข็ม ขับเคลื่อน《กระดูกปีศาจวายุ》ดูดกลืนพลังลมเข้าไปในกระดูก
“ฟู่ว!” จูชิงเบิกตากว้าง ลมแรงปะทะกับกระดูกของเขาแต่ก็ถูกไขกระดูกกลืนกินไปจนหมด
“เจ็บมาก!” ผ่านไปครึ่งก้านธูป จูชิงเพิ่งหลอมพลังลมไปได้เล็กน้อย อักขระิญญาปีศาจวายุบนกระดูกเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า
“เข้ามา!” จูชิงกัดฟันแแ่ ยืนหยัดยืนอยู่ต่อ
“ฟิ้วว!” ขณะนั้นลมกระโชกสองสายพัดติดต่อกัน จูชิงกลืนกินพวกมันทั้งหมดเข้าไปโดยไม่ปฏิเสธ
“แคร่ก!” เสียงกระดูกหักดังชัดถนัดหูดังสะท้อนจากร่างกายของจูชิง สายลมตัดกระดูกของเขาจนขาดออกจากกัน
ทว่าอักขระิญญาปีศาจวายุยังคงดูดซับพลังของลมอย่างต่อเนื่อง หล่อเลี้ยงกระดูกของจูชิง
《กระดูกปีศาจวายุ》เป็วิชาลับวิชาแรกของจูชิง แต่เพราะข้อจำกัดของสภาพแวดล้อม เขาเลยยังฝึกฝนวิชานี้ไม่สำเร็จ
เมื่อรู้ว่าเทือกเขานี้มียอดเขาตัดกระดูก จูชิงก็มีความคิดว่าจะฝึกฝนวิชานี้ให้สมบูรณ์
ไม่ใช่ทุกคนที่จะทนความเ็ปนี้ไหว กระทั่งจูชิงยังแทบทนไม่ได้
การทนความเ็ปเพียงวันเดียวทำให้รู้สึกเหมือนตกนรก ทว่าจูชิงกลับอยู่ที่ยอดกระดูกนานถึงครึ่งเดือน
ในตอนแรกเขาสามารถต้านทานลมได้เพียงหนึ่งหรือสองสาย ทว่าห้าวันหลังจากนั้น จูชิงสามารถนั่งอยู่ใต้ยอดตัดกระดูก ใช้ลมขัดเกลากระดูกของตัวเองได้ทั้งวันทั้งคืน
