เมื่อออกจากร้านเครื่องประดับของเถ้าแก่หง สองคนพ่อลูกก็เดินไปยังที่ว่าการของตำบลหย่งฝู เพื่อสอบถามเื่ร้านค้า หากวันนี้สามารถซื้อได้เลยจะเป็การดีมาก
“น้องชายไม่ทราบว่าใต้เท้าอยู่หรือไม่ พอดีข้ากับบุตรสาวจะมาสอบถามเกี่ยวกับ การซื้อร้านค้าที่ติดป้ายประกาศขายน่ะ”
“ท่านมาติดต่อซื้อร้านค้าเช่นนั้นหรือ ใต้เท้ากงอยู่ด้านในห้องทำงานนี่แหละ เดี๋ยวพวกท่านสองคนเดินตามข้าเข้ามาก็แล้วกัน”
“ขอบใจน้องชายท่านนี้มากนะ”
ลู่เวินและลู่ชิงเดินตามทหารคนนั้นเข้าด้านในศาลาว่าการ เพื่อเข้าไปพบใต้เท้ากง ที่นั่งอ่านรายงานการทำงานของลูกน้องอยู่ พอได้ยินเสียงคนเดินมาก็เงยหน้าขึ้นมองและเอ่ยถามออกไป
“เ้าพาผู้ใดมารึ แล้วพวกเขามาติดต่อเื่อะไร”
“เรียนใต้เท้า พวกเขาสองคนพ่อลูกบอกว่า จะมาติดต่อเื่การซื้อร้านค้าขอรับ”
“อืม เช่นนั้นเชิญท่านทั้งสองนั่งรอก่อนสักประเดี๋ยว ข้าจะเอารายละเอียดของร้านค้ามาให้พวกท่านได้เลือกนะ” ใต้เท้ากงหยิบกระดาษแผ่นใหญ่มากางบนโต๊ะ ให้ลู่ชิงกับบิดาได้เลือกร้านค้าที่้า
“ขอบคุณใต้เท้ามากขอรับ/ขอบคุณใต้เท้าเ้าค่ะ”
นั่งรอเพียงไม่นานใต้เท้ากง ก็เดินถือเอกสารมาวางบนโต๊ะ ดูคร่าว ๆ น่าจะมีมากกว่าสามร้าน คงต้องถามทำเลที่ตั้งของร้านก่อนว่า มีร้านไหนเป็ทำเลทองสำหรับเปิดกิจการของตนหรือไม่
“นี่เป็ร้านค้าที่้าขายอยู่ในตอนนี้ ร้านที่ทำเลดีที่สุดจะอยู่เยื้องกับโรงน้ำชาขนาดใหญ่ เป็ร้านค้าสองชั้นสภาพถือว่ายังดีอยู่มาก หาก้าปรับปรุงก็มีเพียงจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าซื้อร้านนี้ถือว่าคุ้มแน่นอน ส่วนอีกสองร้านจะอยู่ทางทิศตะวันตกของตำบล คนละฝั่งถนนแต่ผู้คนไม่ค่อยไปเดินแถวนั้นสักเท่าไหร่ พวกเ้าลองปรึกษากันก่อนถ้าตัดสินใจอย่างไรก็บอกข้าได้เลย”
ลู่เวินและลู่ชิงมองรายละเอียดของร้านแล้ว ก็เห็นด้วยกับใต้เท้ากง สองร้านนั้นราคาไม่แพงมาก แต่อยู่ในที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน จึงไม่เหมาะกับการทำร้านค้าสักเท่าไหร่ ทั้งสองคนเห็นตรงกันว่าร้านแรกทำเลดีที่สุด เพราะเคยเดินผ่านร้านนี้ไปหลายครั้งเหมือนกัน
“รบกวนถามใต้เท้าเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าร้านค้าร้านแรกตั้งราคาขายอยู่ที่เท่าไหร่หรือเ้าคะ”
“เ้าของร้านตั้งราคาขายไว้ที่เจ็ดร้อยห้าสิบตำลึงทอง พวกท่านรับได้กับราคานี้หรือไม่เล่า”
“อืม ใต้เท้าพอจะลดให้สักหน่อยได้ไหมเ้าคะ ข้ายังต้องใช้เงินในการปรับปรุงและตกแต่งภายในร้านอยู่ไม่น้อยเลยเ้าค่ะ”
ใต้เท้ากงมองลู่ชิงและใช้ความคิดไปด้วย เขาไม่คิดว่าแม่นางน้อยคนนี้จะเฉลียวฉลาดไม่น้อย เพราะนางรู้จักต่อรองราคาเพื่อไม่ให้ตนเสียเปรียบจนเกินไป
“ข้าตกลงขายให้พวกท่านที่เจ็ดร้อยยี่สิบตำลึงทองก็แล้วกัน ลดราคาให้พวกท่านได้เท่านี้จริง ๆ คงจะลดมากกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ”
“ตกลงเ้าค่ะพวกเราซื้อที่ราคานี้ รบกวนใต้เท้าเื่เอกสารและโฉนดร้านค้าให้พวกเราด้วยนะเ้าคะ”
“รบกวนใต้เท้าแล้วขอรับ หากร้านค้าของพวกเราเปิดเมื่อไหร่ ข้าจะมาเชิญใต้เท้าไปร่วมงานอย่างแน่นอนขอรับ”
“ขอบคงขอบคุณอะไรกันข้าก็ทำตามหน้าที่เท่านั้น พวกท่านรอที่นี่สักประเดี๋ยว ข้าจะทำเื่เอกสารและออกโฉนดร้านค้าให้ทันที”
“ขอรับใต้เท้า”
“ท่านพ่อเ้าคะ ประเดี๋ยวหากได้โฉนดร้านมาแล้ว พวกเราแวะดูร้านสักหน่อย อ้อ ข้าเกือบลืมว่าจะให้ท่านพ่อซื้อเกวียนวัวสักเล่มด้วยเ้าค่ะ ถ้าเราปรับปรุงร้านเสร็จจะได้ขนของมานอนที่ร้านก่อน และให้นายช่างไปสร้างบ้านของเราที่หมู่บ้านอันผิง ว่าแต่ท่านพ่อเองพอจะรู้จักนายช่างที่รับสร้างบ้านหรือไม่เ้าคะ”
“พ่อเคยได้ยินคนในหมู่บ้าน ที่มาทำงานในตำบลพูดถึงเหมือนกัน น่าจะชื่อนายช่างหาน ถือว่ามีชื่อเสียงด้านการรับสร้างบ้านพอสมควร เ้าจะจ้างให้นายช่างหานไปปรับปรุงร้าน และสร้างบ้านของเราใช่หรือไม่”
“ท่านพ่อเข้าใจถูกต้องแล้วเ้าค่ะ อันดับแรกปรับปรุงร้านค้าก่อนคงจะใช้เงินไม่มากเท่าไหร่ ส่วนการสร้างบ้านข้าจะทำหลังใหญ่สักหน่อย มีห้าห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว ห้องโถงรับแขกและห้องครัวขนาดใหญ่เ้าค่ะ เท่าที่ข้าได้เดินดูพื้นที่รอบ ๆ บ้านของพวกเราน่าจะมีอยู่ประมาณเกือบสิบหมู่ คงจะพอสร้างบ้านหลังใหญ่ได้รวมถึงแบ่งพื้นที่ เพื่อทำแปลงผักสวนครัว หลังจากนายช่างปรับปรุงร้านเสร็จแล้ว ข้าจะให้ไปสร้างบ้านของพวกเราต่อทันที และจะสร้างกำแพงล้อมรอบบริเวณบ้าน สร้างให้สูงสักหนึ่งจั้งเ้าค่ะ”
“บริเวณบ้านของเราก็ถือว่ามีพื้นที่กว้างอยู่หลายหมู่ หากจะสร้างกำแพงล้อมไว้ก็เป็การป้องกันอันตรายได้เช่นกัน และยังป้องกันการสอดรู้สอดเห็นของชาวบ้านบางคน ที่อิจฉาริษยาผู้อื่นที่ได้ดีกว่าตนอีกทางหนึ่ง”
ระหว่างที่สองคนพ่อลูกกำลังปรึกษา เื่การปรับปรุงร้านค้าและสร้างบ้านอยู่นั้น ใต้เท้ากงก็เดินเอาโฉนดร้านค้ามาส่งให้พอดี ซึ่งมันใช้เวลาแค่เพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น
“นี่เป็โฉนดร้านค้าของพวกท่าน ข้าจัดการเปลี่ยนชื่อเ้าของร้านเป็ชื่อพวกท่านเรียบร้อยแล้ว ขอให้การค้าของพวกท่านเจริญรุ่งเรืองขายดิบขายดีนะ”
“ขอบคุณใต้เท้ามากขอรับ หากเรียบร้อยแล้วข้ากับบุตรสาวขอตัวกลับก่อนนะขอรับ”
ใต้เท้ากงพยักหน้าและส่งยิ้มให้เป็คำตอบ ยืนส่งพวกเขาอยู่ในห้องทำงาน จนทั้งสองคนเดินพ้นประตูออกไป เขารู้สึกอิจฉาลู่เวินที่มีบุตรสาวที่เฉลียวฉลาดเช่นนี้
ลู่เวินและลู่ชิงพากันเดินออกจากศาลาว่าการ แล้วตรงไปร้านค้าที่เพิ่งซื้อมาเพื่อดูรายละเอียดว่า มีจุดไหนที่ต้องทำการปรับปรุงบ้าง จะได้คำนวณราคาเผื่อเอาไว้ก่อน พอได้เห็นตัวอาคารของร้าน ลู่ชิงก็รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจซื้อที่นี่ เพราะมันเป็ทำเลที่ดีใช้ได้เลย หน้าร้านกว้างมีพื้นที่วางของได้สองฝั่ง
ครัวด้านหลังอากาศก็ถ่ายเทสะดวก เวลาทอดหมูทอดไก่กลิ่นควันจากเตาไฟก็พัดออกทางด้านหลัง ไม่มีลอยไปหน้าร้านแน่นอน ชั้นสองคงทำห้องพักสักสองห้อง ไว้นอนพักชั่วคราวระหว่างรอให้บ้านสร้างเสร็จ ร้านนี้เป็ที่ถูกใจลู่ชิงมาก ด้านหน้าขายน้ำซู่ซ่าส่วนด้านหลังทำอาหารช่างลงตัวอะไรขนาดนี้
“ท่านพ่อเ้าคะ เท่าที่ดูชั้นล่างจะปรับปรุงเพียงพื้นให้แข็งแรง และเรียบเสมอกันไม่ให้มีจุดที่เดินสะดุดได้ง่าย ส่วนชั้นสองก็ปรับปรุงเป็สองห้องนอนสำหรับพักชั่วคราว ส่วนพวกโต๊ะและเก้าอี้ไว้ให้ลูกค้านั่ง ทานอาหารเดี๋ยวค่อยเอาออกมาจากในมิติก็ได้เ้าค่ะ ท่านพ่ออยากปรับปรุงตรงไหนเพิ่มเติมอีกหรือไม่เ้าคะ”
“เท่าที่เดินดูด้วยกัน พ่อคิดว่าปรับปรุงอย่างที่เ้าว่ามาก็ดีแล้วล่ะ อาจจะมีให้คนงานมาถางหญ้าด้านหลังร้าน และทำที่จอดเกวียนวัวเพิ่มก็น่าจะพอ”
“ข้าก็คิดเอาไว้เช่นนั้นเหมือนกันเ้าค่ะ เดี๋ยวเราปิดร้านต่อด้วยไปซื้อเกวียนกับวัวเสร็จแล้วค่อยกลับบ้าน เพื่อบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันนะเ้าคะ”
“ได้สิลูก หน้าที่นี้ยกให้พ่อจัดการเอง”
พวกเราเดินมาทางทิศตะวันออกไม่ไกล ก็เจอกับร้านที่ขายทั้งรถม้าและเกวียนวัว บริเวณฝั่งนี้จะเป็พื้นที่สำหรับการค้าขายสัตว์เป็ส่วนใหญ่ ทั้งสองคนเดินไปสอบถามร้านที่ดูสะอาดมากกว่าที่อื่น
“นายท่านไม่ทราบว่า้ารถม้าหรือเกวียนวัวขอรับ ลองเดินเลือกดูก่อนถ้าถูกใจตัวไหนสามารถบอกข้าได้เลยขอรับ” คนงานร้านนี้ต้อนรับลูกค้าอย่างมีมารยาท
“ข้าอยากได้เกวียนสักเล่มพร้อมกับวัวสองตัว ที่ดูแข็งแรงหน่อยเ้าพอจะแนะนำให้ได้หรือไม่”
“เชิญนายท่านตามข้ามาทางด้านนี้เลยขอรับ มีวัวหนุ่มอายุสองสามปีอยู่หลายตัวท่านเลือกดูได้เลยขอรับ”
“ท่านน้า ไม่ทราบว่าวัวหนุ่มพวกนี้ราคาตัวละเท่าไหร่เ้าคะ”
“วัวหนุ่มเช่นนี้ทางร้านเราขายตัวละสามตำลึงเงินขอรับ”
“อืม ถือว่าราคาไม่ได้แพงเกินไปเช่นนั้นก็เอาวัวสองตัวนี้ แล้วเกวียนร้านของเ้าขายเล่มละเท่าไหร่เล่า” ราคาวัวพอรับได้ลู่เวินจึงถามเื่เกวียนวัวเพิ่ม
“เกวียนวัวปกติไม่มีหลังคาจะขายเล่มละสองตำลึงเงิน ส่วนเกวียนที่มีหลังคาจะขายเล่มละ สามตำลึงเงินห้าร้อยอีแปะขอรับนายท่าน ไม่ทราบว่านายท่านสนใจแบบไหนดีขอรับ”
“ท่านพ่อเอาเกวียนแบบมีหลังคาน่าจะดีกว่าเ้าค่ะ อย่างน้อยก็กันแดดกันฝนได้ด้วย”
“พ่อก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน คงต้องรบกวนน้องชายนำวัวสองตัวนี้ไปเทียมเกวียนให้ด้วยก็แล้วกันนะ”
“ได้ขอรับนายท่าน รอสักประเดี๋ยวข้าจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยขอรับ”
คนงานดีใจมากที่วันนี้ เขาสามารถแนะนำให้ลูกค้าซื้อทั้งวัวและเกวียนได้ คงจะได้ค่าแรงพิเศษจากเถ้าแก่ไม่น้อย เขารีบนำวัวสองตัวไปเทียมเกวียน ไม่นานก็บังคับเกวียนกลับมาหาทั้งสองคนทันที
“นายท่าน เกวียนของท่านเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ขอบใจเ้ามาก นี่เป็เงินค่าเกวียนและวัวทั้งสองตัว รวมแล้วก็เก้าตำลึงเงินห้าร้อยอีแปะ ส่วนสิบอีแปะนี่ข้าให้เป็ค่าน้ำใจ ที่เ้าจัดการทุกอย่างได้รวดเร็ว”
“ขอบคุณนายท่าน ๆ ขอรับ”
ลู่เวินพยักหน้ารับคำของคนงานแล้ว จึงพาลู่ชิงขึ้นเกวียนวัวเพื่อกลับบ้าน ไปบอกข่าวดีเื่ร้านค้าให้กับทุกคน และจะได้ไปหารือกับหัวหน้าหมู่บ้าน เื่อาชีพเสริมที่บุตรสาวอยากช่วยเหลือชาวบ้านเสียที
