“นายเห็นเอกสารหรือยัง” ทีภพถามท่านประธาน โดยเรียกสรรพนามอย่างสนิทสนม
“อืม...ฉันขอแพรมาดูแล้ว นายคิดเห็นว่ายังไงบ้าง”
“ยอดขายที่นครนายกตกติดกันสามเดือน อาจจะด้วยปัจจัยหลายอย่างฉันต้องเรียกผู้จัดการสาขานั้นมาคุยถึงปัญหา ยิ่งไปกว่านั้นคือสาขาที่สระบุรี กับเชียงราย ยอดขายสามเดือนที่ผ่านมาก็ดูผิดปกติไปมาก” แทนคุณพยักหน้าตั้งใจฟังทีภพอธิบายวิเคราะห์ปัญหา
“แต่สาขาที่สระบุรี ฉันอยากให้นายเปลี่ยนผู้จัดการร้านใหม่” แทนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาแปลกใจที่ทีภพอยากเปลี่ยนบุคลากรขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซึ่งโดยปกติการเปลี่ยนบุคลากรมักจะไม่เกิดขึ้นได้บ่อยนักในบริษัทนี้
“ฉันไปสืบมาเรียบร้อยแล้ว ผู้จัดการคือคุณทศพล จัดการงานทุกอย่างตามอารมณ์ เ้าชู้ระดับเทพ พนักงานสาวๆ ในร้านพี่เล่นฟาดเรียบ ไม่สนใจคุณภาพวัตถุดิบที่นำมาทำอาหาร ยอดเริ่มตกมาได้สามเดือน และที่สำคัญั้แ่คุณทศพลเข้ามาเป็ผู้จัดการสาขานี้ ยอดยังไม่ขยับเลยมีแต่ล่วงกับล่วง นึกแล้วเสียดายคนเก่าเป็บ้าไม่น่าลาออกเลย และถ้าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ ชื่อเสียงแบรนด์อาหารนายไปในทางลบแน่นอน เพราะตอนนี้เริ่มมีลูกค้าหลายราย รายงานเข้ามาถึงความไม่พอใจกับการบริการของสาขานี้ที่เปลี่ยนไปมากใน่หลังๆ”
“แล้วกับสาขานครนายกล่ะ” แทนคุณหมุดปากกาในมือครุ่นคิดแล้วถามต่อ
“ฉันอยากให้นายมีคำสั่งปลดผู้จัดการสาขาที่สระบุรีทันทีก่อนที่จะกู้สถานการณ์ไม่ทัน ส่วนสาขาที่นครนายกนั้นฉันจะดูรายละเอียดให้แน่นอนอีกทีเพราะยังไม่มีเวลาเข้าไปจัดการ อีกอย่างฉันไม่ไว้ใจใครให้ทำหน้าที่นี้แทนทั้งนั้น” แทนคุณพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เชียงรายปัญหาคืออะไร”
“สาขาเชียงราย การที่ยอดขายตกนั้นดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับบุคลากรแต่เพราะด้วยปัจจัยอื่นหลายอย่าง นี่ก็พึ่งมีร้านอาหารมาเปิดใหม่เช่นเดียวกับสาขาเรา ยอดขายตกก็ไม่แปลกเพราะคนอยากลองของใหม่ๆ เป็ธรรมดา แต่ฉันมั่นใจว่าสาขาเรามีดีพอที่จะดึงลูกค้าเ่าั้กลับมาได้ คงต้องใช้เวลาสักพัก ดังนั้นสาขาที่เชียงรายคงไม่มีอะไรน่ากังวลมาก”
“ขอบใจมากนะที” แทนคุณถอนหายใจยาว เขาเบาใจเป็อย่างมากเมื่อได้ทีภพเข้ามาช่วยแก้ปัญหา แทนคุณพยักหน้าให้กับทีภพก่อนจะยกหูโทรศัพท์โทรหาเลขา
“คุณแพร คุณช่วยออกเอกสารเลิกจ้างนายทศพล ผู้จัดการสาขาสระบุรีให้ผมเซ็นที เสร็จแล้วอย่าลืมประสานงานกับฝ่ายบุคคลด้วยนะ” คำสั่งประกาศิตนั้นลงดาบนายทศพลทันที ทีภพถอนหายใจยาว ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างคนโล่งใจ กว่าเขาจะหาปัญหาที่แท้จริงได้นั้นใช้เวลาอยู่นานพอสมควร เพราะนายทศพลช่างเ้าเล่ห์รายงานข้อมูลบิดเบือนมาตลอด โยนปัญหาให้เด็กให้ผู้ช่วยรับความผิดแทน คนแบบนี้ควรรีบกำจัดออกไปให้พ้นก่อนที่จะสร้างความเสียหายมากกว่าเดิม
ทีภพหันไปสะดุดตากับหญิงนิรนามที่นั่งฟังเขาสนทนากันอยู่นานสองนาน ก่อนจะเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกได้ว่าเธอคือเพื่อนสาวคนสนิทของพริม วันนี้ดูเธอสวยโดดเด่นกว่าในทุกวันที่เขาเคยเจอ จึงเอ่ยทักพร้อมกับเดินเข้ามาหาอย่างรู้สึกแปลกใจ
“ทิชา แทนให้ย้ายมาฝึกงานที่บริษัทแล้วหรือ” เขาเดินเข้ามาหานันทิชาด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่น
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างมีมารยาทพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนๆ ให้
“เปล่าค่ะ ทิชายังทำหน้าที่เหมือนเดิมค่ะ”
“พริมบ่นถึงคุณไม่หยุดเลยนะ นี่คงไม่ได้เจอกันเลยสิ” ชายหนุ่มเข้ามานั่งด้านข้าง สายตาจ้องมองนันทิชาด้วยความเป็มิตร แววตานั้นบริสุทธิ์ไม่มีสิ่งใดแอบแฝงช่างแตกต่างกับแทนคุณอย่างสิ้นเชิง
“ไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เราไม่ได้เจอกันเลย คงบ่นไปตามประสา เวลาบ่นจะทำหน้าตาละห้อยด้วยใช่ไหมคะ” เธอเห็นหน้าของพริมลอยมาในกระแสความคิด ก่อนที่หญิงสาวจะทำหน้าตาล้อเลียนเพื่อนสาวให้ทีภพดู
“ใช่ ทำหน้าอย่างนี้แหละ ตาละห้อยน่าสงสารเชียว นี่คุณรู้ไหมว่าพริมบ่นถึงคุณ จนผมจะนอนฝันเป็ชื่อคุณอยู่แล้ว” ทีภพพูดพลางยิ้มหัวเราะด้วยความเป็กันเอง พลอยให้นันทิชาหัวเราะตามด้วยอีกคน ก่อนที่เธอจะมองทีภพอย่างแปลกใจ เพราะเขาดูสดใสร่าเริงกว่าที่เคยพบในครั้งแรก กิริยาเป็มิตรผิดกับหน้าที่การงานที่เขาทำ พร้อมทั้งรู้สึกผ่อนคลายเวลาอยู่ใกล้ แทนคุณหมุนปากกาในมือเหลือบมองทีภพก่อนจะส่ายศีรษะไปมา เบื่อกับความเป็กันเองของเพื่อนรัก เขามักจะทายั้แ่ยามหน้าบริษัทจนถึงพนักงานทำความสะอาด
“ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ นี่ก็ปล่อยพริมอยู่สาขาคนเดียว เกรงว่าจะมีปัญหาเพิ่มให้ผมปวดหัวอีก” ทีภพพูดติดตลกอีกครั้ง ทำให้นันทิชาหลุดยิ้มออกมา ก่อนเธอจะยกมือไหว้ลาเขา ร่างหนายิ้มรับพร้อมกับลุกเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้จะหันมาลาเพื่อนรักอย่างแทนคุณ
“หึ ให้มันได้อย่างนี้สิเพื่อน” แทนคุณรู้สึกหมั่นไส้เพื่อน ที่มักจะมองข้ามหัวเขาแบบนี้เสมอ
