และแล้วก็ถึงวันหยุดที่จ้าวจางิ่ได้พูดไว้ ซึ่งวันนี้นางจะไปยังหมู่บ้านหลิ่วซู่ของหนิงอวี่ ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองเหอเฟยมากนัก นั่งรถม้าไปเพียงสองเค่อก็ถึงหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว
ครั้งนี้จ้าวจางิ่ให้เหล่ยหง เสียอี้และซีหยุนติดตามไปดูแล ด้านหนิงอวี่ดีใจที่จะได้กลับไปเยี่ยมครอบครัว แม้ไม่รู้ว่าพวกเขาจะยินดียามที่เห็นตนเองหรือไม่ แต่หนิงอวี่ยังมีใจซื้อข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงผ้าอีกหนึ่งพับไปเป็ของฝาก
ส่วนจ้าวจางิ่ไม่ได้แต่งกายหรูหราอันใด นางสวมใส่ชุดสำหรับเด็กทั่วไปเพียงแค่เนื้อผ้า อาจจะดูดีกว่าเล็กน้อยเท่านั้น เพราะนางไม่คิดว่าจะต้องแต่งกายไปอวดผู้ใด
ก่อนจะออกเดินทางจ้าวจางิ่ไม่ลืมกำชับพ่อบ้านห้าว เื่ของคนที่พักอยู่ในเรือนเล็ก “ลุงพ่อบ้านข้าฝากดูแลคุณชายเสิ่นด้วยนะเ้าคะ หากเขา้าสิ่งใดเพิ่มเติมก็จัดหาให้ ไม่เกินยามเซินพวกข้าก็กลับมาแล้วล่ะ”
“ขอรับ บ่าวจะดูแลคุณชายเสิ่นเป็อย่างดีขอรับ เหล่ยหงพวกเ้าสามคนดูแลคุณหนูให้ดีเล่า อย่าให้เกิดเื่ไม่ดีกับคุณหนูเป็อันขาด”
“พ่อบ้านวางใจเถิด หากใครกล้าคิดทำร้ายคุณหนูล่ะก็ รับรองพวกมันไม่มีโอกาสได้ร้องขอความเมตตาแน่”
“น้าเหล่ยหงไปกันเถิด หากช้ากว่านี้แดดจะร้อนเอาได้ ไว้กลับมาพวกท่านค่อยทำที่บังแดดด้านนอกนะเ้าคะ จะได้ใช้บังแดดบังฝนเวลาออกเดินทาง” จ้าวจางิ่ลืมเื่นี้เสียสนิท ถึงพวกเขาจะเป็ลูกจ้างแต่ก็เจ็บป่วยได้
“ทราบแล้วขอรับคุณหนู”
รถม้าคันใหญ่สวยงามแปลกตา วิ่งออกจากเมืองเหอเฟยไม่เร็วเกินไปนัก ภายในรถม้าหนิงอวี่นั่งเงียบบีบมือไปมา คล้ายกับมีเื่ให้กังวลใจ จ้าวจางิ่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“พี่หนิงอวี่ไม่สบายใจเื่อันใดหรือไม่เ้าคะ พอจะเล่าให้ข้าฟังได้ไหม ไม่ดีใจแล้วรึที่จะได้กลับไปเยี่ยมครอบครัว”
“เอ่อ บ่าวเรียนคุณหนูตามตรง คราแรกบ่าวดีใจมากที่คุณหนูมีวันหยุด และยังอยากไปเยี่ยมหมู่บ้านของบ่าว แต่พอมาคิดอีกทีบ่าวกลัวว่าครอบครัวของบ่าว จะทำเื่น่าอับอายต่อหน้าคุณหนูเ้าค่ะ” หนิงอวี่รู้นิสัยของคนในครอบครัวดี
“หืม ครอบครัวท่านเป็คนเช่นไรงั้นหรือ บอกให้ข้ารู้สักหน่อยเถิดจะได้ระวังตัวไว้ก่อน แต่พวกเราก็มีน้าเหล่ยหงมาด้วยนะเ้าคะ หากใครกล้ารังแกพวกเราข้าจะให้น้าเหล่ยหงอัดให้น่วมเลย”
“คุณหนูครอบครัวของหนิงอวี่ไม่ชอบบุตรสาว รักแต่บุตรชายมิเช่นนั้นจะนำนางมาขายที่จวนหรือเ้าคะ” ฮุยอินตอบคำถามแทนสหาย
“อ้อ คนที่เห็นบุตรสาวเป็เพียงสาวใช้ในบ้าน เป็ตัวหาเงินส่งเสียครอบครัวเพราะคำว่ากตัญญูสินะ แต่บุตรชายเลี้ยงดูอย่างดีประหนึ่งเทพเซียน หึ พี่หนิงอวี่ไม่ต้องคิดมากพอไปถึงบ้านของท่าน ข้าวของพวกนี้อย่าเพิ่งนำลงไป มาดูกันสิว่าเมื่อท่านกลับไปเยี่ยมมือเปล่า ครอบครัวของพี่หนิงอวี่จะพูดจาเช่นไร” คนจำพวกนี้ควรสั่งสอนเสียให้เข็ด
“เ้าค่ะคุณหนู” หนิงอวี่ทำตามคำสั่งของจ้าวจางิ่ เพราะเชื่อว่าเ้านายของตนต้องมีแผนการบางอย่างเป็แน่
สิ่งที่สตรีในรถม้าพูดคุยกันคนด้านนอกย่อมได้ยิน พวกเขาเคยเห็นมาไม่น้อยกับครอบครัวเห็นแก่ตัวเช่นนี้ หากบุตรชายได้ดีก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าบุตรชายไม่เอาไหนสุดท้ายล้มเหลวไม่เป็ท่า ทำให้ตระกูลอับอายไปทั่วจนไม่กล้าสู้หน้าผู้อื่น ก็ยังปกป้องเอาไว้สุดชีวิตเช่นเดิม
รถม้าวิ่งออกมาจากเมืองเหอเฟยได้สองเค่อ ก็เริ่มทางเข้าหมู่บ้านหลิ่วซู่ของหนิงอวี่ สองข้างทางมีชาวบ้านประปราย ที่เดินไปยังที่ดินของตนซึ่งเป็ทุ่งนาอยู่ติดเชิงเขา ทุกคนมองตามรถม้าคันใหญ่ด้วยความสงสัย เนื่องจากหมู่บ้านของตนไม่เคยมีคนร่ำรวย หรือเศรษฐีนั่งรถม้าเข้ามาเลยสักครั้ง คนที่อยากรู้แน่นอนว่าย่อมกึ่งวิ่งกึ่งเดิน เพื่อตามรถม้าให้ทันว่าจะไปหยุดอยู่ที่ใดของหมู่บ้าน
หนิงอวี่เปิดผ้าม่านบอกที่ตั้งของบ้านกับเหล่ยหง “พี่เหล่ยหงบ้านของข้าอยู่ด้านซ้ายมือ ตรงกลางหมู่บ้านหลิ่วซู่พอดีเ้าคะ”
“หืม ใช่บ้านหลังถัดไปจากนี้อีกสองหลังหรือไม่หนิงอวี่”
“ใช่แล้วเ้าค่ะพี่เหล่ยหง”
กุบกับ! กุบกับ! ยู๊ว์
เมื่อรถม้าคันใหญ่หยุดอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลหนิง คนภายในบ้านต่างพากันออกมาดู ว่าใครที่อยู่ในรถม้าและมีเหตุอันใด ถึงได้มาหยุดที่หน้าบ้านของพวกเขา
นางฮันซื่อคอยืดคอยาวมองดูก่อนจะหันไปถามสามี “นี่ตาแก่รถม้าผู้ใดกันดูท่าจะราคาแพงเอาการนะ แต่มาหยุดที่หน้าบ้านของเราทำไม”
“โอยยย ข้าก็อยู่กับเ้าตรงนี้แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าใครเป็เ้าของหรือคนด้านในเป็ผู้ใด คิดดีแล้วใช่ไหมที่ถามออกมาเช่นนี้ ฮึ่ย!” หนิงโจวผู้เป็สามีหันไปพูดเสียงเข้มกับนางฮันซื่อเล็กน้อย
“ท่านพ่อท่านแม่ข้าว่าสตรีที่ลงมาคนแรก หน้าตาคลับคล้ายคลับคลาหนิงอวี่นะขอรับ” หนิงลู่บุตรชายคนเล็กจ้องมองไปที่รถม้า และเห็นหนิงอวี่เป็คนแรกจึงบอกกับบิดามารดา
“ใช่นางหนิงอวี่จริง ๆ ด้วยท่านพ่อ ร้อยวันพันปีไม่เห็นโผล่หัวมา เหตุใดวันนี้นางถึงกลับมาเหยียบที่นี่ได้” หนิงหั่วบุตรชายคนโตที่ทำงานอะไรก็ไม่รอด สุดท้ายก็กลับมาช่วยบิดาทำนาไปบ้างไม่ไปบ้าง
หนิงโจวผู้เป็บิดาพยายามมองตามที่บุตรชายบอก จนเห็นคนกลุ่มนี้เดินเข้ามาด้านใน พอแน่ใจแล้วว่าคือบุตรสาวของตน ก็เกิดความไม่พอใจที่หนิงอวี่ส่งเงินมาเพียงน้อยนิด แค่ค่าตำราของบุตรชายคนเล็กยังไม่พอด้วยซ้ำ
หนิงอวี่ไม่รู้ตัวว่าคนในครอบครัวของตน กำลังคิดกับนางเช่นไรในตอนนี้ เพราะกำลังพาจ้าวจางิ่เดินผ่านประตู “คุณหนูอย่าถือสาบ้านหลังเล็ก ๆ เก่า ๆ ของบ่าวเลยนะเ้าคะ บ้านของชาวนาก็เป็เช่นนี้เกือบทุกครอบครัวเ้าค่ะ”
“พี่หนิงอวี่อย่าได้กล่าวเช่นนั้น หากฐานยากจนแต่ขยันทำงานรู้จักอดออม อย่างไรเสียวันหนึ่งย่อมมีเงินเก็บอย่างที่ตั้งใจนะเ้าคะ” อย่าว่าแต่โลกนี้ที่มีคนยากจนเลย แม้โลกจะพัฒนาไปไกลเพียงใดคนยากจนยังคงมีอยู่เช่นเดิม
เพราะฮุยอินที่เดินตามมิได้ประคองจ้าวจางิ่เช่นหนิงอวี่ จึงคว้าร่างเล็กเอาไว้ไม่ทันเมื่อหนิงอวี่ถูกใครบางคน ปรี่เข้ามาอย่างรวดเร็วและกระชากแขนอย่างแรง
“ฮึ่ม! มานี่เลยนางลูกอกตัญญู”
หมับ! โอ๊ย เพี๊ยะ! ตุบ ตุบ
“คุณหนู!/คุณหนู!”
“คุณหนูเ้าคะ เจ็บที่ใดหรือไม่รีบบอกบ่าวมาเร็วเข้า”
ทั้งฮุยอินและบุรุษทั้งสามไม่ทันตั้งตัว ด้วยไม่คิดว่าบิดาของหนิงอวี่จะทำร้ายบุตรสาวเช่นนี้ ฮุยอินรีบเข้าไปประคองจ้าวจางิ่ หนิงอวี่ที่ไม่สนใจว่าตนจะเจ็บหรือไม่จากฝ่ามือของบิดา ก็รีบคลานกลับมาหาร่างเล็กที่ล้มลงกับพื้นทันที
“คุณหนูบ่าวขอโทษเ้าค่ะ คุณหนูเจ็บมากหรือไม่เ้าคะ” หนิงอวี่รีบตรวจตามมือ แขนและขาของจ้าวจางิ่
“ข้าไม่เป็อันใดมากหรอกอย่าห่วงเลย แต่พี่หนิงอวี่คงเจ็บมากกว่าหลายเท่านะเ้าคะ” จ้าวจางิ่จ้องมองรอยฝ่ามือบนแก้มข้างซ้ายของสาวใช้ ที่เดิมแดงเห็นเป็รอยขึ้นมาทีละนิด
เหล่ยหงเห็นว่าจ้าวจางิ่ไม่เป็อันใด ก็ให้เสียอี้และซีหยุนยืนบังทั้งสามคนไว้ ก่อนจะหันไปต่อว่าหนิงโจวด้วยน้ำเสียงดุดัน
“เสียอี้ ซีหยุน พวกเ้าสองคนดูแลคุณหนูกับพวกนางให้ดี ส่วนเ้าไม่มีตาหรืออย่างไร ว่าหนิงอวี่กำลังประคองคุณหนูเดินเข้ามา ใครให้ความกล้ากับเ้าถึงได้ตบตีสาวใช้ของคุณหนู คิดจะตีสุนัขก็ต้องดูเ้าของ ในเมื่อพวกเ้าขายบุตรสาวให้จวนขุนนางแล้ว นั่นหมายความว่านางไม่ใช่สมบัติของพวกเ้าอีก” เหล่ยหงมิได้พูดธรรมดาเขาใช้สายตาเรียบนิ่ง มองคนตระกูลหนิงประหนึ่งอยากสังหารพวกเขาทิ้งเสีย
“แล้วอย่างไร ในเมื่อนางทำงานกินดีอยู่ดีในจวนขุนนาง ก็ควรตอบแทนบุญคุณบิดามารดาให้มากกว่านี้สิ” หนิงโจวเถียงกลับ
“ใช่ นางทำงานมีข้าวกินอิ่มท้อง มีเสื้อผ้าใหม่ ๆ ทุกปีจากเ้านาย เงินเบี้ยหวัดที่ได้ก็ควรส่งมาทั้งหมดนั่น มิใช่ส่งมาแค่ไม่กี่อีแปะมันจะไปพอยาไส้ได้อย่างไร” นางฮันซื่อแม้จะกลัวสายตาของเหล่ยหง แต่ก็หลบอยู่หลังสามีพูดสมทบออกมาอีกคน
“นี่!! เหอะ ข้าไม่เคยพบเจอครอบครัวเช่นนี้จริง ๆ เห็นแก่ตัวจนไม่นึกถึงจิตใจผู้อื่นสักนิด” เหล่ยหงไม่รู้จะด่าคำไหนกับคนพวกนี้
“หึ ตอนนี้เ้าควรมอบเงินที่ติดตัวมาเสีย เพราะน้องชายของเ้าต้องไปซื้อตำรามาอ่านเพิ่ม ใกล้จะสอบเข้ามาทุกทีแล้วนะหนิงอวี่” ซูซื่อภรรยาของหนิงหั่ว เห็นหนิงอวี่แต่งกายดูดีจึงสั่งให้นางมอบเงินออกไป
“เ้าเป็ใครสาระแนเื่เงินทองของสาวใช้ข้าก็ได้รึ หิวเงินกันทั้งบ้านกระมัง เป็บิดามารดาเช่นไรถึงไม่สั่งสอนบุตรให้ดี ดูจากท่าทางของบุตรชายคนเล็กของพวกเ้าแล้ว อายุยี่สิบปีแต่ยังสอบไม่ผ่านสักอันดับ แล้วจะดันทุรังร่ำเรียนไปด้วยเหตุใด” จ้าวจางิ่ทนไม่ไหวกับการกระทำของคนตระกูลนี้ จึงก้าวออกไปต่อว่าด้วยตนเอง
“นี่! ถึงเ้าจะเป็เ้านายของหนิงอวี่ แต่ควรเคารพผู้อาสุโวบ้างนะ อย่าได้ทำตัวไร้มารยาทขาดการอบรมสั่งสอนเช่นนี้” หนิงลู่โมโหกลบเกลื่อนที่ถูกจ้าวจางิ่รู้ทัน
“ผู้าุโที่ทำตัวไม่น่าเคารพเช่นพวกเ้า ข้าไม่เคารพให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์แน่ ทำไม? รับไม่ได้กับสิ่งที่ข้าพูดเช่นนั้นรึ”
“คุณหนูของข้าทำไมต้องเคารพพวกเ้า คนที่ต้องให้ความเคารพคือพวกเ้าทุกคนต่างหาก เงินที่ขายหนิงอวี่ได้ตั้งหลายตำลึงเงิน หากกินใช้ประหยัดย่อมอยู่ได้หลายปี หรือพวกเ้าไม่คิดจะขวนขวายหามาเพิ่ม รอให้เงินหมดค่อยทำงานหาเงินงั้นรึ?” ฮุยอินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จ้าวจางิ่ ก็พูดด้วยความโมโหบ้าง
“คนของข้าต้องไม่ถูกทำร้ายฝ่ายเดียว น้าเหล่ยหงเ้าคะ”
“ขอรับคุณหนู”
“พี่หนิงอวี่ถูกกระทำเช่นไร รบกวนส่งคืนกลับไปให้คนที่ทำด้วยเ้าค่ะ”
“รับทราบขอรับ” เหล่ยหงเข้าใจคำสั่งนี้ของจ้าวจางิ่ทัน
หนิงโจวที่ยืนนิ่งเพราะเถียงไม่ออก ก็ถูกฝ่ามืออันแข็งแกร่งของเหล่ยหง ตบเข้าที่ใบหน้าโดยไม่ยั้งแรงจนได้เื และทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างแรง
ตึก ตึก ผัวะ!! ตุบ อ่ะ
“หึ อย่าหวังว่าจะข่มขู่เอาเงินจากคนของข้า เ้าเป็บุตรชายคนโตมีหน้าที่เลี้ยงดูบิดามารดามิใช่รึ? เหตุใดมือไม้ถึงไม่หยาบกร้านสักนิด อ้อ เพราะี้เีแต่รักสบายสินะ งานหนักไม่เอางานเบาไม่สู้ จะให้คนแก่หาเลี้ยงเ้าไปจนตายหรืออย่างไร”
“เ้าก็อีกคนในเมื่อสอบไม่เคยผ่าน ควรสำนึกเห็นใจบิดามารดาได้แล้ว และตั้งใจช่วยงานในครอบครัวให้มาก หรือไม่ก็ออกไปหางานทำนำเงินมาจุนเจือครอบครัว ส่วนลูกสะใภ้หน้าเงินเช่นนี้ ก็เลี้ยงไว้เป็ตัวล้างผลาญต่อไปเถิด” จ้าวจางิ่ขอสั่งสอนคนจิตใจมืดบอด จนลืมไปว่าตนเองอายุหกหนาวกว่า ๆ เท่านั้น
“คุณหนูกลับจวนดีกว่าเ้าค่ะ ต่อไปบ่าวจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกแล้ว พวกเขาไม่เคยเห็นบ่าวเป็คนในครอบครัว ตอนนี้บ่าวเป็สาวใช้ของคุณหนู คำสั่งของเ้านายคือสิ่งสำคัญที่สุดเ้าค่ะ” หนิงอวี่ดีใจที่นางเชื่อคำพูดของจ้าวจางิ่ ที่มิได้นำของฝากที่ซื้อไว้ลงมาจากรถม้า
“จำเอาไว้ให้ดีนี่คือการสั่งสอนเบา ๆ เท่านั้น หากพวกเ้าคิดจะตามไปร้องแร่แห่กระเชอที่จวนของข้าละก็ คนของข้าจะตามมาสังหารพวกเ้าทิ้งเสีย อยู่ไปก็เปลืองอากาศหายใจ หากไม่เชื่อจะลองดีดูสักครั้งก็ยังได้นะ ข้ายินดีทำตามคำพูดเสมอ หึ ไปพวกเรากลับไปทำของอร่อยกินดีกว่าเ้าค่ะ” จ้าวจางิ่ไม่ได้แค่ขู่เล่น ๆ แต่นางจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ
“ขอรับคุณหนู/เ้าค่ะคุณหนู”
คนโลภมากเห็นแก่ตัวสุดท้ายไม่ได้อะไรเลย ทั้งยังถูกชาวบ้านนินทาไปทั่วหมู่บ้านอีก ทำให้ตระกูลหนิงไม่กล้าออกจากบ้านไปหลายวัน ส่วนจ้าวจางิ่พอขึ้นรถม้าได้ ก็ซื้อน้ำแข็งกับระบบและยาทา เพื่อรักษาหนิงอวี่ทันทีก่อนที่รอยฝ่ามือจะช้ำไปมากกว่านี้
