สายลมพัดโหมกระหน่ำ ฝนตกไม่ยอมหยุด
เสียงกลองศึกดังกึกก้องสนั่นฟ้า เสียงะโโห่ร้องฆ่าฟันดังไม่ขาดสาย
ภายใต้การโจมตีของสัตว์อสูรเผ่าสมุทร ชายฝั่งของเกาะสามเซียนถูกย้อมไปด้วยเื ทัศนียภาพชายฝั่งยาวหลายร้อยลี้กลายเป็สีเืทั้งหมด
สัตว์อสูรเผ่าสมุทรหาใช่ปีศาจร้ายไม่ หากแต่เป็สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเลล่วนซิง
เมื่อหลายพันปีก่อน เผ่ามนุษย์เพิ่งเริ่มก่อตั้งขั้วอำนาจในทะเลล่วนซิง ่แรกพวกเขาอยู่ร่วมกับเผ่าสมุทรอย่างสงบสุข เนื่องจากต่างฝ่ายต่างอาศัยอยู่ในพื้นที่ของตน ฝ่ายหนึ่งอยู่บนบก อีกฝ่ายหนึ่งอยู่ในทะเล ไม่รุกรานซึ่งกันและกัน
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป เผ่ามนุษย์เห็นแก่ผลประโยชน์ของตน จึงเริ่มออกล่าสัตว์อสูรเผ่าสมุทรอย่างบ้าคลั่ง กินเนื้อของพวกมัน นำแก่นอสูรมาหลอมสร้างอาวุธ และยังต่อสู้แย่งชิงสมบัติล้ำค่า ทำลายสภาพแวดล้อมทางทะเลอย่างรุนแรง จนนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างเผ่ามนุษย์กับเผ่าสมุทรที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะแก้ไขได้
จนกระทั่งวันหนึ่ง บุตรชายของผู้นำเผ่าสมุทรถูกเผ่ามนุษย์สังหาร ความขัดแย้งจึงปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ในทะเลล่วนซิง
หลายพันปีมานี้ การสังหารหมู่ยังคงดำเนินต่อไป ความแค้นใหม่ทับถมความแค้นเก่า เผ่ามนุษย์กับเผ่าสมุทรจึงกลายเป็ศัตรูคู่อาฆาต จะไม่มีฝ่ายใดหยุดจนกว่าอีกฝ่ายจะถูกกำจัดจนสิ้นซาก
เผ่ามนุษย์ทำเพื่อผลประโยชน์และทรัพยากร จึงยังคงออกล่าสัตว์อสูรเผ่าสมุทรและยึดครองดินแดนต่อไป
ส่วนเผ่าสมุทร้ากำจัดเผ่ามนุษย์ออกไปจากทะเลแห่งนี้ กวาดล้างเผ่ามนุษย์ให้สิ้นซาก
เนื่องจากเผ่าสมุทรมีอัตราการแพร่พันธุ์ที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้นในทุกๆ ่เวลาหนึ่ง พวกมันจะรวมตัวกันเป็คลื่นน้ำสีเื ก่อให้เกิดการนองเืไปทั่วผืนทะเล เมื่อผ่านไปนานวันเข้าเผ่ามนุษย์จึงค่อยๆ ตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบ
แน่นอนว่าผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์มีพลังที่แข็งแกร่ง มีอาวุธวิเศษมหัศจรรย์และค่ายกลอันประหลาดล้ำ แม้จะตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบ แต่พวกเขาก็ยังสามารถต้านทานเผ่าสมุทรได้ จึงทำให้สถานการณ์ในทะเลล่วนซิงเป็ดังเช่นทุกวันนี้
เพียงแต่คลื่นน้ำสีเืครั้งนี้มีขนาดใหญ่เป็ประวัติการณ์ มันโอบล้อมพื้นที่ทะเลของเกาะสามเซียนทั้งหมด เกือบจะตัดขาดกับโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
……
ภายในจวนเ้าเมือง ผู้คนมากมายมารวมตัวกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ฝ่ายเกาะสามเซียน นำโดยเ้าเกาะทั้งสามคน มีเ้าเมืองหวู่อันถงกับจี้ไป๋อี้ยืนอยู่เคียงข้าง
จากนั้นก็เป็ตัวแทนของขั้วอำนาจต่างๆ เช่น อวี๋เจิ้นซานผู้าุโแห่งเกาะเซวียนิ เหลิ่งเฟิ่งเซียนศิษย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักเซวียนหนี่ว์ จู้หย่งเลี่ยเ้าสำนักน้อยแห่งเกาะชื่อหลง… แน่นอนว่ายังมี ลวี่หยวนเจี๋ยบุตรชายประธานสมาคมการค้าห้าแคว้น และผู้สืบทอดจากตระกูลวิถีเซียนที่มีชื่อเสียงอีกหลายคน
ส่วนฝ่ายผู้บำเพ็ญเซียนพเนจร แม้จะมีจำนวนมาก ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ มีเพียงยอดฝีมือระดับเปิดชีพจรขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ออกเสียง เช่น จวินซางกับจุ้ยเจียงหูแห่ง ‘คู่หูสุรากระบี่’ ‘กระบี่นักฆ่า’ ว่านเฉิน ‘บุรุษอัปลักษณ์’ ดาบใหญ่เถาเหมิน รวมไปถึง ตู้คุนกับตู้เผิงพี่น้องฝาแฝดแห่ง ‘ฝาแฝดโฉดชั่ว’
นอกจากนี้ด้านนอกจวนเ้าเมืองยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังรอคอยผลการประชุมอย่างใจจดใจจ่อ
……
เนื่องจากอวี๋เจิ้นซานมีความาุโสูงสุด เขาจึงเป็ฝ่ายเอ่ยปากก่อน “ท่านเ้าเกาะทั้งสาม เื่นี้พวกท่านควรจะหาวิธีรับมือได้แล้ว! ที่นี่คือเกาะสามเซียน ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับพวกท่าน พวกข้ายินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่”
เมื่อเอ่ยจบ ผู้คนมากมายต่างพยักหน้าเห็นด้วย บ่งบอกว่าทุกคนล้วนคิดเช่นนี้…ที่นี่คือดินแดนของพวกเ้า เกิดเื่ยุ่งยากขึ้นมา พวกเ้าก็ต้องรับผิดชอบ คุ้มครองความปลอดภัยให้พวกเรา มิเช่นนั้นพวกเราจะก่อเื่วุ่นวายขึ้นอีก
ในความเป็จริงก็เป็เช่นนี้ ผู้ที่เข้าร่วมต่อสู้กับคลื่นน้ำสีเื ล้วนเป็คนของเกาะสามเซียนทั้งสิ้น ขั้วอำนาจต่างๆ กับผู้บำเพ็ญเซียนพเนจรล้วนทำตัวเป็ทองไม่รู้ร้อน ไม่ยินยอมออกแรงแม้แต่น้อย
สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ เกาะสามเซียนย่อมรู้ดีแก่ใจ แต่ทำอะไรมิได้…จะให้พวกเขาจะจับคนพวกนั้นมาล้างสมอง? หรือใช้อำนาจข่มขู่เล่า?
หากเกาะสามเซียนกล้าทำเช่นนั้น าภายในคงจะปะทุขึ้นในทันที
“สหายทั้งหลาย…”
เหมยซิ้งหงกระแอมเสียงสองครั้งพลางกล่าวอย่างสุขุม “หากเป็คลื่นน้ำสีเืในอดีต ด้วยการป้องกันของเกาะสามเซียน พวกเราย่อมสามารถต้านทานเอาไว้ได้ ไม่จำเป็ต้องให้ทุกท่านลงมือ ทว่าคลื่นน้ำสีเืครั้งนี้แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด ขนาดของกองสัตว์อสูรที่รุกรานครั้งนี้ใหญ่เกินไป พวกมันล้อมพื้นที่ทะเลของเกาะสามเซียนเอาไว้หมดแล้ว…แต่พวกมันกลับไม่ยอมโจมตี เหมือนกับกำลังเตรียมการสร้าง ‘แท่นบูชา’ ของเผ่าสมุทรเพื่อปิดล้อมพื้นที่ทะเลแห่งนี้ ทำให้ข่าวสารมิอาจเล็ดลอดออกไปได้ หากพวกมันบรรลุเป้าหมาย ผลลัพธ์คงยากจะคาดเดา”
จู้หย่งเลี่ยเป็คนใจร้อนจึงกล่าวถามออกไปว่า “ท่านเ้าเกาะหมายความว่าอย่างไร?”
เหมยซิ้งหงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ค่ายกลของเกาะสามเซียนมีแกนค่ายกลทั้งหมดสามแห่ง ตั้งอยู่บนเกาะทั้งสาม หากเป็คลื่นน้ำสีเืในอดีต จำนวนสัตว์อสูรที่รุกรานมีไม่มาก อย่างมากพวกมันก็โจมตีเกาะเพียงแห่งเดียวหรือสองแห่งพร้อมกัน พวกเราจึงสามารถป้องกันเอาไว้ได้ ทว่าหากเกาะทั้งสามถูกโจมตีพร้อมกัน ย่อมง่ายต่อการถูกพวกมันตีจนแตก หากค่ายกลถูกทำลาย เกาะสามเซียนจะไม่เหลือเกราะป้องกัน พวกเราทุกคนจะถูกคลื่นน้ำสีเืกลืนกิน หากไม่มีพลังระดับกายาศักดิ์สิทธิ์ ก็ไร้หนทางรอดแน่นอน!”
เหมยซิ้งหงเว้นจังหวะเล็กน้อย เขากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ดังนั้นข้าหวังว่าทุกท่านจะช่วยกันป้องกันเกาะ หรือแม้กระทั่งเป็ฝ่ายบุกโจมตีเพื่อทำลายแท่นบูชาของเผ่าสมุทรเสีย มีเพียงเท่านี้จึงจะสามารถคลี่คลายวิกฤตคลื่นน้ำสีเืในครั้งนี้ได้”
“เื่นี้…”
อวี๋เจิ้นซานคิดจะปฏิเสธ แต่พอจะเอ่ยปากก็รู้สึกอับอาย คนอื่นๆ ต่างมองไปมาด้วยแววตาครุ่นคิด
โดยทั่วไปแล้วมนุษย์ล้วนมีความเห็นแก่ตัว ยิ่งอยู่ในทะเลล่วนซิงด้วยแล้ว ยิ่งไม่มี ‘คนดี’ อยู่จริง ทุกคนต่างเห็นผลประโยชน์ของตนเป็ที่ตั้ง หากไม่ถึงที่สุดจริงๆ ใครจะยอมเสียสละผลประโยชน์ของตนเองเพื่อคนอื่น? ต่อให้ถึงที่สุดแล้วก็ยังคงมีคนที่เห็นแก่ตัวอยู่ดี
ถึงแม้เหมยซิ้งหงเล่าถึงความอันตราย แต่พวกเขากลับไม่คิดเช่นนั้น ตราบใดที่ค่ายกลของเกาะสามเซียนยังอยู่ พวกเขาก็จะไม่เป็ไร อย่างมากก็แค่สูญเสียผลประโยชน์บางส่วนเท่านั้น
“เหอะ!”
เมื่อเห็นว่าทุกคนเงียบกริบ กงหยางอวี่ซ่านจึงกล่าวด้วยความไม่พอใจ “พวกเ้าคิดว่านี่เป็เื่ของเกาะสามเซียนจริงๆ หรือ? เช่นนั้นบอกความจริงให้พวกเ้ารู้ก็ได้ การประมูลครั้งนี้เป็เพียงแผนการล่อให้ผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนมากมาตกหลุมพรางเพื่อกวาดล้างทีเดียว ทั้งหอเจินเป่ากับหอการค้าต้าทง ล้วนมิใช่คนดีอะไร”
“อะไรนะ! หอเจินเป่ากับหอการค้าต้าทงมีปัญหาอย่างนั้นหรือ!?”
“เป็ไปมิได้! พวกมันกล้าสมคบคิดกับเผ่าสมุทรอย่างนั้นหรือ!”
“ใช่แล้ว ไร้สาระสิ้นดี!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างตกตะลึง พวกเขาเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาทันที
เื่นี้เกี่ยวข้องอะไรกับหอเจินเป่ากับหอการค้าต้าทงด้วย? หากจะพูดถึงการประมูลในครั้งนี้ หอการค้าต้าทงก็มิได้เป็ผู้จัดเพียงผู้เดียว หากมีปัญหาจริงๆ เช่นนั้นสมาคมการค้าห้าแคว้นจะไม่เกี่ยวข้องเลยหรือ? เพราะการประมูลครั้งนี้ สมาคมการค้าห้าแคว้นก็ลงแรงไปไม่น้อย
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ทุกคนจึงมองไปที่ลวี่หยวนเจี๋ยด้วยสายตาหวาดระแวง
“ช้าก่อน! เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเรา!”
ลวี่หยวนเจี๋ยโบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็วพลางอธิบายว่า “ตอนแรกสมาคมการค้าของเราก็ได้รับเชิญจากหอการค้าต้าทงให้เข้าร่วมเช่นกัน เพราะทะเลล่วนซิงมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ส่วนราชวงศ์ทั้งห้ากับขั้วอำนาจภายในแผ่นดินใหญ่ต่างก็มีตลาดกว้างใหญ่ ทั้งสองฝ่ายต่างก็้าสินค้าของกันและกัน การประมูลครั้งนี้จึงเป็โอกาสอันดีในการส่งเสริมการพัฒนาและความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเขตทะเล ดังนั้นสมาคมการค้าห้าแคว้นของเราจึงได้ชักชวนหอการค้าและขั้วอำนาจอื่นๆ ให้มาร่วมมือกัน แต่พวกเราไม่ทราบจริงๆ ว่าหอการค้าต้าทงกล้าแม้กระทั่งหลอกลวงพวกเรา มิเช่นนั้นข้าซึ่งเป็ถึงบุตรชายของประธานสมาคมจะมานั่งหารือกับทุกท่านอยู่ตรงนี้หรือ? คิดว่าข้าเป็ไส้ศึกของพวกมันเช่นนั้นหรือ?”
ล้อเล่นอะไรกัน เื่แบบนี้เขาไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด!
หากขั้วอำนาจต่างๆ กล่าวโทษสมาคมการค้าห้าแคว้น เขาลวี่หยวนเจี๋ยคงจะกลายเป็เป้าโจมตีของทุกคนทันที เกรงว่าวันนี้คงมิอาจเดินออกจากประตูบานนี้ไปได้แล้ว
