หวังเค่อเร่งรุดออกจากคฤหาสน์ตระกูลหวัง ชายหนุ่มไม่ได้มอบคำอธิบายทิ้งไว้ให้เหล่าผู้ใต้บัญชาเลยด้วยซ้ำ นั่นก็เพราะเมื่อครู่มันได้ยินเสียงนายใหญ่! หวังเค่อไม่กล้าละเลยมองข้ามนายใหญ่ผู้นี้เด็ดขาด
หลังจากตามต้นเสียงมาไม่นานก็มาถึงบริเวณสวนหย่อมเล็กแห่งหนึ่งบนยอดเขาเมืองหลงเซียน!
สวนหย่อมแห่งนี้ทอดลึกสุดกู่ ไม่มีใครมาดูแลรักษา แต่หมอกรอบด้านหนาแน่นสุดประมาณ ชัดเจนว่ามีข่ายปราณกางเอาไว้
“ผู้น้อยหวังเค่อมาเข้าพบ...!” หวังเค่อเพิ่งปริปากเอ่ยวาจา
“เข้ามาได้!” เสียงๆ หนึ่งดังมาจากภายในสวน
หวังเค่อรีบสาวเท้าเข้าไปด้านใน หลังมองหาอยู่สักพักก็เจอตัวผู้ที่เรียกมันมาในครั้งนี้กำลังยืนหันหลังให้ตนอยู่บนระเบียงภายในเรือนด้วยชุดคลุมสีดำ ในมือถือจอกสุราไว้ใบหนึ่งขณะทอดตามองไปยังสถานที่ก่อสร้างอาคารเสินหวังที่ตั้งอยู่ไกลๆ บนโต๊ะมีหน้ากากผีร้ายวางอยู่
“นายท้ายเทพัหวังเค่อคารวะมารอริยะ!” หวังเค่อคารวะอย่างนอบน้อม
มารอริยะมาทำอะไรที่นี่? เสียงเรียกตัวมันมาเมื่อกี้ทำให้หวังเค่อใจเต้นไม่เป็ส่ำ ถูกมารอริยะจับตาดูอยู่ยังคิดจะเล่นตุกติกอันใดได้? ล้อกันเล่น ยังคงมาเข้าพบอย่างว่าง่ายจะดีกว่า
“หวังเค่อ? เ้ารู้หรือไม่ว่าเราเรียกเ้ามาด้วยเหตุผลกลใด?” มารอริยะยกจอกสุราขึ้นจิบพร้อมเอ่ยปากอย่างสงบนิ่ง ยังคงหันหลังให้กับหวังเค่อ
เรียกข้ามาด้วยเหตุผลกลใด? หวังเค่อพลันตระหนักว่าสถานภาพของตนเป็ที่น่าเคลือบแคลงอีกครั้งหนึ่ง เพราะหวังเค่อััถึงจิตสังหารที่แผ่มาจากตัวมารอริยะได้! นี่อีกฝ่ายคิดจะฆ่าข้า?
แต่ยิ่งเป็เช่นนี้มันก็ยิ่งต้องรักษาความสงบเยือกเย็นเข้าไว้
“ผู้น้อยไม่ทราบเลยขอรับ!” หวังเค่อกล่าวตอบอย่างยำเกรง
“ไม่รู้? เหอะ เ้าไม่รู้จริงๆ หรือว่าแกล้งทำเป็ไม่รู้กันแน่?” มารอริยะเอ่ยเสียงเย็น
“ผู้น้อยไม่ทราบจริงๆ ขอรับ! ยังคงขอคำชี้แนะจากมารอริยะด้วย!” หวังเค่อรีบเสริม
ในเวลาแบบนี้จะให้ตนเป็ฝ่ายยอมรับผิดออกมาก่อนได้ยังไงไหว? เพราะถ้าเกิดว่าสิ่งที่มารอริยะกำลังเอ่ยถึงไม่ตรงกับเื่ที่ข้ากำลังคิดอยู่ขึ้นมา นั่นไม่เท่ากับเป็การหาเหาใส่หัวเพิ่มหรือไง? ฉะนั้นยังคงรอให้นายใหญ่อย่างมารอริยะเป็ฝ่ายเปิดปากออกมาเองก่อนจะดีกว่า!
“กระบี่ไอธรรมะของพรรคเทพหมาป่า์ยืนยันตัวตนศิษย์ฝ่ายธรรมะ! เถี่ยหลิวหยุนนำศิษย์พรรคเทพหมาป่า์มาคุ้มครองรองเ้าตำหนักหมาป่าบูรพา? ศิษย์รักศิษย์หวงของเฉินหยวนเทียน! ก่อตั้งบริษัทเสินหวังภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังของพรรคเทพหมาป่า์และพรรคอีกาทองคำ? ฮ่าฮ่า ดูซิว่าเ้าทำผลงานได้วิจิตรเพริศแพร้วขนาดไหน!” มารอริยะเอ่ยเสียงเย็นขณะยังถือจอกไว้
หวังเค่อหน้าเปลี่ยนสี บ้าเอ๊ย เ้ารู้เื่ราวความเป็ไปในพรรคเทพหมาป่า์ของข้าหมดไส้หมดพุงขนาดนี้เชียว?
“เอ่อ ขอบคุณสำหรับคำเยินยอของมารอริยะเป็อย่างสูงขอรับ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็สิ่งที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว!” หวังเค่อเร่งกล่าววาจาอย่างถ่อมตัว
มือข้างที่ถือจอกขอมารอริยะสั่นกระตุก เ้าว่าอะไร? ขอบคุณที่ข้าเยินยอเ้า? เ้าคิดว่าเมื่อกี้ข้ากำลังเยินยอเ้าอยู่จริงๆ? เ้าฟังไม่ออกรึไงว่าข้ากำลังแดกดันเ้าอยู่น่ะ?
มารอริยะถือจอกรอต่อไปอีกสักพัก แต่ปรากฏว่าหวังเค่อเพียงยึดเอาคำพูดมันเป็คำชมแค่นั้นจริงๆ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก
มารอริยะ “…!”|
“ฮึ่ม หวังเค่อ เ้าไม่มีอะไรจะอธิบายต่อเราสักนิดเลยหรือ?” มารอริยะถามเสียงเย็น
“อธิบาย? มารอริยะ ตอนที่อยู่เกาะเทพัคราวก่อนข้าก็บอกกล่าวไปหมดแล้วนี่ว่าข้าต้องปล่อยตัวนักโทษคุมขังพวกนั้นไปเพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์จากพวกมันยามที่ข้ากลับพรรคเทพหมาป่า์ไปแล้ว! ตอนนั้นท่านก็รู้นี่นา! ข้าก็แค่ทำตามหน้าที่ของข้า แต่มารอริยะถึงกับมาเยินยอข้าแบบนี้ ขะ ข้าเองก็เขินเป็เหมือนกันนะ! ” หวังเค่อกระมิดกระเมี้ยน
มารอริยะ “…!”|
ข้าสื่อสารบกพร่องตรงไหนไปหรือไม่? นั่นข้าชมเ้าอยู่รึ? ข้ากำลังซักถามแดกดันเ้าอยู่ชัดๆ!
“เื่บริษัทเสินหวังของเ้านี่มันยังไง?” มารอริยะกดเสียงต่ำ
“รายงานมารอริยะ ข้าอยู่ๆ ก็บุญหล่นทับได้รับมอบหมายตำแหน่งสำคัญอย่างนายท้ายเทพัมาจากท่าน แต่การจะเกณฑ์ศิษย์เข้ามาจำต้องใช้เงิน ไม่มีเหตุผลที่ศิษย์พวกนั้นจะยอมจ่ายเงินเข้าร่วมใช่ไหม? ดังนั้นข้าก็เลยเปิดบริษัทเสินหวังเพื่อหาเงินจากศิษย์ฝ่ายธรรมะแล้วนำมาพัฒนาหนุนเสริมตำแหน่งนายท้ายเทพัของลัทธิมารเรา! มารอริยะคือพหูสูต ข้าพกหนังสือสัญญาประกันมาด้วย เชิญท่านตรวจสอบดูได้!” หวังเค่อน้อมส่งหนังสือสัญญาประกันให้อย่างเคารพ
“มารอริยะ ท่านยอมอ่านหนังสือสัญญาข้าแล้ว! ไอ๊หยา วิเศษไปเลย มารอริยะจะต้องมองออกแน่ว่ากว่าข้าจะหาเงินมาได้ลำบากแค่ไหน เพื่อพัฒนาสังกัดนายท้ายเทพั ข้าไร้ทางเลือก! เป็ไปได้ว่ามีคนเป่าหูมารอริยะ! แต่ผู้น้อยอุทิศตนให้ฐานะนายท้ายเทพั! เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไม่ใช่ข้าก่อตั้งอาคารเสินหวังแห่งที่สองขึ้นที่เมืองหลงเซียนหรอกหรือ? ข้าก็บอกไปแล้วว่าอาคารเสินหวังนี้มีไว้เพื่อบริการศิษย์ลัทธิมารโดยเฉพาะ ถึงตอนนั้นประกันประเภทนี้ก็สามารถขายได้ในลัทธิมารด้วย! ศิษย์ลัทธิมารคนไหนที่คิดว่านี่เป็การสนับสนุนศิษย์ฝ่ายธรรมะก็สามารถมาซื้อประกันกับข้าได้! หากพวกมันให้ร้ายว่าข้าส่งเสริมปลุกกำลังขวัญศิษย์ฝ่ายธรรมะงั้นก็ใช้การกระทำมาตีแสกหน้าข้าได้เลย ช่วยกันกว้านซื้อประกันทีละหลายๆ เล่มเพื่อปลุกกำลังขวัญของฝ่ายอธรรม! หากมารทุกคนช่วยกันสนับสนุนซื้อประกันข้าคนละเล่ม งั้นขวัญกำลังใจของลัทธิมารไม่สดใสดังสายรุ้งเลยหรอกหรือ? ” หวังเค่อตื่นเต้น
มารอริยะนิ่งเงียบไปสักพัก ที่จริงตัวมันเองก็มองออกนานแล้วว่าประกันของหวังเค่อสามารถทำเงินได้! แต่ก็ยังมีคนมาพูดเป่าหูโจมตีหวังเค่ออยู่เรื่อยๆ จนมาตอนนี้ที่หวังเค่อประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่าสร้างอาคารเสินหวังขึ้นมาเพื่อศิษย์ฝ่ายอธรรม นี่ถือว่าอุดรอยรั่วไว้แล้วหรือไม่?
แม้ว่ามารอริยะจะอ่านคนมานับไม่ถ้วน แต่พอได้ฟังคำพูดคำจาของหวังเค่อผู้นี้ก็ยังรู้สึกอาถรรพ์อยู่ดี!
“ได้ยินว่าเ้าใช้ชื่อข้าไปทำตัวโอหังถือดีในลัทธิมาร? ไม่นานมานี้มีศิษย์ลัทธิมารไปหาเื่เ้า แต่เ้าถึงกับกล้าใช้ชื่อข้าข่มขวัญพวกมัน?” มารอริยะถามเสียงเย็น
“ใช่แล้ว!” หวังเค่อตอบโดยไม่ต้องคิด
มารอริยะ “…!”|
เ้าควรจะตัวสั่นงันงกยอมรับผิดไม่ใช่รึ? ไฉนถึงสามารถพูดออกมาว่า ‘ใช่แล้ว!’ ได้อย่างมั่นหน้ามั่นโหนกขนาดนั้น?
“มารอริยะ ข้าคือคนที่ท่านแต่งตั้งให้เป็นายท้ายเทพัเอง! ข้าจะไปเหมือนนายท้ายคนอื่นๆ ได้ยังไง? ในเมื่อข้าเป็คนที่ท่านแต่งตั้งเอง งั้นก็เท่ากับเป็ศิษย์ท่าน! ไม่ผิดเลยสักนิด! นายท้ายพวกนั้นหลงลำพองนึกว่าตัวเองเจ๋งเพียงเพราะเป็ผู้ใต้บัญชาของเ้าตำหนักสักคน แต่มีเ้าตำหนักคนไหนบ้างที่เทียบเคียงท่านได้? ข้าคือศิษย์ของท่าน หากข้าเอาแต่เออออห่อหมกยอมให้เขารังแกโดยไม่แข็งข้อขัดขืน งั้นไม่เท่ากับทำให้ท่านต้องเสียหน้าหรือไง?” หวังเค่อเอ่ยราวกับว่าเป็เื่ที่ถูกที่ควร
มารอริยะ “…!”|
“มารอริยะ ท่านวางใจได้ ท่านไปสืบดูให้ละเอียดได้เลยว่าข้าเคยใช้ชื่อของท่านมาแสวงผลประโยชน์เข้าตัวแม้แต่ครั้งเดียวหรือไม่! ข้าบริสุทธิ์ใจจริงๆ! ทุกครั้งที่เอ่ยถึงท่าน ข้าก็แค่อยากแสดงให้พวกมันเห็นว่าท่านเป็ผู้มอบตำแหน่งนายท้ายเทพันี้ให้ข้าก็เท่านั้น ข้าภูมิใจในประกาศิตเทพันี้ ข้าภูมิใจที่ท่านอวยยศให้ แล้วทำไมถึงจะอวดโอ่ประโคมไม่ได้? ผู้หนุนหลังนายท้ายอย่างพวกมันคือเ้าตำหนักสักคน แต่ผู้หนุนหลังข้าคือท่าน มารอริยะ! ข้าก็แค่ภาคภูมิใจในตำแหน่งนายท้ายเทพัของตัวเอง! นี่เป็เื่ปกติ! มารอริยะ ใช่มีคนมาฟ้องท่านเื่ข้าหรือไม่?” หวังเค่อถาม
มารอริยะจิบสุราอึกเล็กๆ สะกดระลอกที่เริ่มก่อเกิดภายในใจ ฟ้อง? ไหนเลยจะแค่ฟ้อง! สมาชิกหน่วยข่าวกรองของลัทธิมารตั้งกี่คนที่ใส่ร้ายเ้า!
แต่ทำไมคำใส่ร้ายพวกนี้ถึงได้กลายเป็ทุนรอนให้เ้ายืดอกอย่างภาคภูมิไปเสียฉิบ?
“มีคนบอกว่าเ้ากับจางหลี่เอ๋อร์พรรคอีกาทองคำมีสัมพันธ์อันเหนียวแน่นต่อกัน ตอนอยู่ชิงจิงเ้าได้ช่วยชีวิตจางหลี่เอ๋อร์ จางเสินซวี กระทั่งรักบ้านและอีกาที่อยู่บนหลังคาบ้านนั้น[1] ช่วยชีวิตศิษย์พรรคอีกาทองคำฝ่ายธรรมะอีกด้วย!” มารอริยะกดเสียงต่ำ
“ข่าวลือก็เป็ได้แค่ข่าวลือ! มารอริยะ ท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับข้าด้วย!” หวังเค่อเอ่ยอย่างมีน้ำโห
มารอริยะ “…!”|
บัดซบ ตอนนี้ข่าวลือกระจ่ายไปทั่วแวดวงศิษย์ฝ่ายธรรมะ ศิษย์พรรคอีกาทองคำก็ช่วยเ้าพิสูจน์ไปแล้ว แต่เ้ายังมีหน้ามาพูดถึงข่าวลือ?
“ก่อนอื่นเลย เื่ระหว่างข้ากับจางหลี่เอ๋อร์ จูหงอี จื่อปู้ฝานต่างก็อยู่ในเหตุการณ์ ข้ายืนกรานกระต่ายขาเดียวปฏิเสธว่าไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มในตัวจางหลี่เอ๋อร์มาตลอด กลับเป็จางหลี่เอ๋อร์เองต่างหากที่ตามตื๊อขอรักข้าอย่างเป็บ้าเป็หลัง! ต่อมาข้าถึงได้รู้ว่าเื่ที่จางหลี่เอ๋อร์มาชอบข้าเองก็เป็เื่ที่มีคนกุข่าวขึ้นมา และตัวการก็คือโม่ซันซัน นี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมไอ้เฒ่าวิตถารนั่นถึงคอยแต่จะเห็นข้าขวางหูขวางตามันอยู่เรื่อย แม่งเอ๊ย เอาแต่กุข่าวเื่ข้าออกมาอยู่ได้!” หวังเค่อดาลเดือด
“โม่ซันซันเป็คนปล่อยข่าว?” มารอริยะประหลาดใจอยู่เหมือนกัน
“ใช่ ตอนนั้นข้าช่วยนางไว้ ตอนนั้นข้านึกว่าจางหลี่เอ๋อร์คลั่งรักข้า มารอริยะ แม้ว่าข้าจะเป็นายท้ายเทพั แต่ข้าเองก็เป็บุรุษ! เวลามีสตรีมาตามตื๊อรักมีบุรุษคนไหนไม่รู้สึกภูมิใจบ้าง? ตอนนั้นข้าเองก็เป็บุรุษที่มีความหลงตัวเองสูง หากเห็นว่าสามารถช่วยสตรีที่มาชมชอบข้าได้ข้าก็ยินดีที่จะช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง! นี่ไม่ใช่เพื่อฝ่ายธรรมะ แต่เป็ศักดิ์ศรีของบุรุษคนหนึ่ง! มารอริยะ ท่านเองก็น่าจะเข้าใจหลักการนี้ หากเปลี่ยนเป็ท่านเองก็จะต้องเลือกเหมือนข้านี่แหละ!” หวังเค่อเอ่ยออกมาตามตรง
“อีกอย่างที่ว่าช่วยพวกศิษย์พรรคอีกาทองคำ นั่นข้าแค่พูดส่งๆ ออกมาประโยคหนึ่ง ไม่ใช่ว่าข้า้าช่วยชีวิตพวกมันไว้! ข้าแค่้าห้ามไม่ให้ทุกคนกลืนกินศิษย์พรรคอีกาทองคำตรงนั้น ท่านเองก็น่าจะสืบทราบมาแล้วว่าตอนนั้นข้ามีเื่เข้าใจผิดกับจื่อปู้ฝานอยู่ ข้าไม่กล้าใช้ชื่อท่านข่มนางก็เลยได้แต่ประจบเอาใจนาง! ข้าก็เลยบอกไปว่ารอให้ถึงงานชุมนุมประตูัก่อนค่อยจัดงานกินเลี้ยงและให้จื่อปู้ฝานกินก่อน! ให้เบื้องบนกินก่อนเป็เื่ไม่สมควรหรือ? ข้าก็แค่เลียแข้งเลียขาเบื้องบนเท่านั้น! นี่มีความผิดอันใด?” หวังเค่อถาม
มารอริยะ “…!”|
นี่เป็ครั้งแรกที่มันเคยได้ยินคนอ้างเหตุผลมาประจบเอาใจอย่างฉะฉานขนาดนี้ พับผ่าสิ ภาคภูมิใจกับการประจบเนี่ยนะ?
“ในส่วนของจางเสินซวี ข้าก็แค่พูดส่งๆ ไป ไม่ได้ช่วยมัน! ยังไงเดี๋ยวก็ต้องถูกทุกคนรุมกินโต๊ะตอนจัดงานเลี้ยง ล้วนแต่ต้องตายกันหมดอยู่แล้ว ข้าก็แค่ช่วยเอ่ยปากต่อชีวิตให้มันเพียงครู่คราว และก็เตรียมตัวดูว่าเมื่อถึงเวลานั้นข้าจะพอได้ส่วนแบ่งบ้างหรือไม่ ทั้งหมดนี้ล้วนสมเหตุสมผลยิ่ง! อีกอย่างเื่ที่ศิษย์พรรคอีกาทองคำหนีไปหลังจากนั้นมาเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย! พวกมันนึกว่าข้าเป็ศิษย์ฝ่ายธรรมะที่ช่วยชีวิตพวกมันไว้ก็เลยพากันสรรเสริญยกยอข้า! นี่ไม่ใช่เื่ดีหรอกหรือ? ช่วยข้าปกปิดตัวตนได้! อำนวยความสะดวกให้ข้าไปเป็สายลับอยู่ในฝ่ายธรรมะ! มารอริยะ นี่เป็เื่ดี! เป็เื่น่ายินดีอย่างที่สุดสำหรับลัทธิมารของเรา!” หวังเค่ออธิบาย
มารอริยะกรอกสุราในมือเข้าปาก
เมื่อกี้เื่ของเื่คือพวกมันกำลังให้ร้ายหวังเค่ออยู่ แต่ทำไมพอหวังเค่อปริปากเอ่ยคำเื่พวกนั้นถึงได้กลับกลายเป็เื่ดีไปได้? เป็เื่ที่น่ายินดีสำหรับลัทธิมาร? เ้าช่วยรักษาหน้าตัวเองไว้บ้างสักนิดไม่ได้เลยรึ?
มารอริยะสูดลมหายใจลึก จิตสังหารบนตัวจางหายลงไปไม่น้อย
“มารอริยะสิ่งที่ผู้น้อยบอกออกไปล้วนเป็ความจริงทุกคำ ท่านให้สมาชิกหน่วยข่าวกรองขี้ฟ้องพวกนั้นมาประจันหน้ากับข้าเลยก็ได้ สิ่งที่ข้าพูดไป ขอเพียงมีสักคำที่ข้าไม่ได้เป็คนทำ ข้ายินดีขอรับโทษ ต่อให้ต้องถูกกรีดเนื้อสามครั้งคว้านเนื้อสามหนก็ไม่มีปัญหา! แต่นายท้ายเทพัที่ได้รับตำแหน่งมาจากมารอริยะผู้เกรียงไกรอย่างข้าต้องมาถูกใส่ร้ายป้ายสีจนมีมลทินโดยไร้เหตุผลที่ดีพอ เื่นี้ข้ารับไม่ได้ ยังคงขอให้มารอริยะมอบความเป็ธรรมให้กับข้าด้วย!” หวังเค่อเว้าวอนออกมาโดยพลัน
“เื่ที่เ้าพูดมาทั้งหมดเป็ความจริง? แล้วทำไมยังมีคนมาบอกข้าอยู่อีกว่าเ้ามีปัญหา?” มารอริยะสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยถามเสียงต่ำ
“ใคร? ใครมันให้ร้ายข้า? มารอริยะ ความจงรักที่มีต่อลัทธิมารของข้าแม้แต่ตะวันจันทราก็ยังเป็สักขีพยานให้ได้! ตลอดเวลาปีกว่า ข้าเหนื่อยยากลำบากทำเพื่อลัทธิมารจนเท้าไม่ได้แตะถูกพื้นเลย! ท่านคิดดูนะ ประการแรก เพื่อเสริมสร้างตำแหน่งนายท้ายเทพั ข้าเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อโกยเงินจากศิษย์ฝ่ายธรรมะ! ผลาญทรัพยากรของพวกมัน! ประการที่สอง ข้าจับถงอันอันที่ท่าน้าตัวกลับมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า! ระลึกถึงภารกิจที่ท่านมอบหมายมิลบลืม ไม่กล้าละเลยหละหลวมแม้แต่น้อย! ประการที่สาม ข้ายังต้องเกณฑ์ศิษย์เข้าสังกัด เสริมสร้างรากฐานนายท้ายเทพั วันนี้เพิ่งจะมีจูเยี่ยนเป็ศิษย์เพียงคนเดียว! ประการที่สี่ ช่วยเป็เปาเปียวให้จูหงอี คุ้มครองชีพจรัทองไปให้ถึงงานชุมนุมประตูั! ประการที่ห้า ข้ากำลังสร้างอาคารที่มีไว้เพื่อบริการศิษย์ลัทธิมาร! มารอริยะ ข้าล้วนแต่อุทิศตนทำงานหนักเพื่อลัทธิมารมาตลอดปี! เื่ที่ข้าทำเพื่อลัทธิคงมากกว่าสาวกพรรคมารคนอื่นๆ อีกกระมัง? ข้าลำบากเืตาแทบกระเด็นเพื่อการใหญ่ของลัทธิมาร! แล้วทำไม ทำไมถึงยังมีคนเห็นข้าขวางหูขวางตาอยู่อีก!” หวังเค่อโอดครวญอย่างกรุ่นโกรธ
มารอริยะ “…!”|
มารอริยะเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน! ตลอดเวลากว่าหนึ่งปีมานี้ เ้ารู้บ้างไหมว่าเพราะความขยันขันแข็งเกินไปของเ้าทำให้ตอนนี้บนโต๊ะข้ามีจดหมายคำฟ้องให้ร้ายเ้ามากมายขนาดไหน?
“มารอริยะ ท่านต้องมอบความเป็ธรรมให้ข้านะ! ข้าเป็คนของท่าน! ไม่อาจปล่อยให้ข้าถูกคนย่ำยีโดยไร้เหตุผลชอบธรรมอย่างนี้ได้! นี่ไม่ใช่ตบตีใบหน้าข้าอีกต่อไป แต่เป็การตบตีใบหน้าท่านเลยต่างหาก! มารอริยะ คนที่มาฟ้องใส่ความข้าจะต้องมีจิตคิดร้ายแน่! มันกำลังตบตีใบหน้าท่านอยู่ นี่เป็การก่อฏ!” หวังเค่อจู่ๆ ก็ร่ำไห้โฮๆ ออกมา
มารอริยะ “…!”|
ขณะที่มารอริยะกำลังอดรนทนไม่ไหวจู่ๆ ก็ต้องเลิกคิ้วก่อนโบกมือออกคราหนึ่ง
“ฟุ่บ!”
หน้ากากผีร้ายบนโต๊ะพลันลอยหวือเข้ามาจากนั้นก็ประกบลงบนหน้าของมารอริยะ
“ตูม!”
ตอนนั้นเองจู่ๆ ก็มีรัศมีพลังแก่กล้าพุ่งเข้ามาในห้อง สะกดตรึงทั่วสี่ทิศแปดทาง ขณะเดียวกันกระแสลมแรงหอบแล้วหอบเล่าก็โอบล้อมเรือนพักที่มีหวังเค่ออยู่ภายใน ราวกับไม่คิดจะปล่อยให้คนทั้งสองหนีไปได้
“นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน? พวกเราถูกใครบางคนใช้ข่ายปราณกักขังไว้?” หวังเค่อหน้าเปลี่ยนสี
มารอริยะหันหน้ามองไปทางฝั่งประตูใหญ่
ตอนนั้นเองเสียงของคนสองคนก็ดังมาจากบนหลังคาอย่างกะทันหัน
“เ้าตำหนัก พวกเราเห็นชัดเลยว่าเป็ที่นี่ หวังเค่อมันเข้าไปในนั้นตามลำพัง! เรือนหลังนี้ไม่มีใครอยู่! มันจะต้องอยู่ในนั้นแน่!” ชายคนหนึ่งรายงานอย่างนอบน้อม
“วิเศษไปเลย พวกเ้าใช้ข่ายปราณกักล้อมไว้ก่อน! อย่าให้ใครเข้ามาใกล้เป็อันขาด!” เสียงของโม่ซันซันดังมาจากนอกตัวเรือน
“ทราบ!” ลูกน้องที่ทำหน้าที่ดูแลข่ายปราณข้างนอกเปล่งเสียงตอบรับมาทันที
“โม่ซันซัน?” หวังเค่ออุทาน
“ปง!”
จากนั้นบานประตูเรือนของหวังเค่อก็ถูกถีบเปิดออกอย่างเฉียบพลัน
“หวังเค่อ ดูซิว่าครั้งนี้เ้ายังจะหนีไปไหนได้!” เสียงๆ หนึ่งดังทะลุขึ้นกลางปล้อง
ที่เห็นคือภาพของโม่ซันซันผู้ย่างสามขุมเข้ามาในห้องโถงใหญ่
บางทีอาจเป็เพราะว่ารีบร้อนเกินไป บางทีอาจเป็เพราะว่าตื่นเต้นเกินไป แต่โม่ซันซันกลับไม่ได้กวาดจิตััก่อนที่จะเข้ามาด้านในเสียฉิบ
ดังนั้นทันทีที่เข้ามามันก็เลยเห็นมารอริยะผู้สวมหน้ากากยืนอยู่
ความกระหยิ่มยิ้มย่องของโม่ซันซันพลันแข็งทื่อไปในบัดดล
คนที่สวมหน้ากากอยู่นี้ อย่าบอกนะว่า...? มารอริยะ?
โม่ซันซันปากอ้าตาค้าง มันไหนเลยจะคาดคิดว่าการมาเอาเื่หวังเค่อคราวนี้กลับได้พบกับบุคคลลำดับหนึ่งของลัทธิมารเข้าซะงั้น?
หวังเค่อมองมารอริยะก่อนจากนั้นก็มองโม่ซันซันที่ยืนตัวแข็งเป็รูปปั้นอยู่ไม่ไกลออกไป ั์ใหญ่ทารกแกนิญญาฝ่ายธรรมะอธรรมกำลังจะฉะกัน?
“เ้าตำหนักโม่ จะเข้ามาทำไมท่านถึงไม่เคาะประตูก่อนเล่า?” หวังเค่อเอ่ยด้วยสีหน้าประหลาด
โม่ซันซันมองหวังเค่อด้วยหางตา หน้าของมันดำดุจก้นหม้อ เคาะประตู? เวลาเช่นนี้ให้ข้าเคาะประตู? เคาะน้องสาวเ้าสิ!
ศึกใหญ่กำลังจะเปิดฉาก บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็เงียบกริบชนิดที่เข็มตกยังได้ยิน หวังเค่อก้าวถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว พวกเ้าสองคนจะเหวี่ยงหมัดใส่กันยังไงก็อย่าลากข้าเข้าไปติดร่างแหด้วยเชียวล่ะ!
เอาเลย เริ่มเลยสิ! ข้าก็ถอยมาอยู่ในจุดปลอดภัยแล้วนี่ไง! แถมข้ายังเอาโล่วิเศษจากในกำไลมิติออกมาป้องกันตัวเสร็จสรรพ เอาเลย เริ่มเลย! ขอข้าได้เปิดหูเปิดตาหน่อยเถอะ!
ในขณะที่หวังเค่อกำลังตั้งตาคอย จู่ๆ โม่ซันซันก็เคลื่อนไหวในแบบที่หวังเค่อต้องโง่งมไปถนัดใจ
“โม่ซันซันคารวะมารอริยะ! เพราะไม่รู้ว่าท่านมาถึงเมืองหลงเซียนก่อนเวลาจึงเผลอล่วงเกินท่านไป! มารอริยะโปรดประทานอภัยด้วย!” โม่ซันซันประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม
“นะ นี่มันอะไร?” หวังเค่อตาโตอย่างไม่อยากเชื่อ
“อืม!” มารอริยะผงกศีรษะอย่างเฉยชา ราวกับว่ายอมรับการคารวะจากโม่ซันซัน
หวังเค่อสะท้านขึ้นมาโดยพลัน มันรู้แล้ว โม่ซันซันสวะเฒ่าเป็สมุนของมารอริยะ เป็สายลับปิดหน้า? แฝงตัวอยู่ในพรรคเทพหมาป่า์?
“สายลับในหมู่สายลับ! เ้า เ้า เ้าเป็สายลับ!” หวังเค่ออุทาน
[1] รักใครก็รักคนหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเขาด้วย
