ทว่าผลลัพธ์ของการอัญเชิญในครั้งนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็ท่า เหมยฮวาต้องทนทุกข์ทรมานจากแรงสะท้อนกลับจนกลายเป็อัมพาต มิหนำซ้ำ พ่อของเธอก็ไร้ทางเยียวยาจนเสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย ส่วนพี่ชาย... ไม่อาจแบกรับความรู้สึกผิดได้ จึงเลือกจบชีวิตตัวเองตามไป
เหมยฮวาถ่ายทอดเื่ราวโศกนาฏกรรมในอดีตที่ฝังลึกให้ชูชิงฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ชูชิงฉวยโอกาสถามต่อทันที “ป้าเหลียนคะ... แล้วป้าพอจะรู้ไหมว่าคนที่อยู่เื้ัเื่นี้หน้าตาเป็ยังไง?”
แววตาของเหมยฮวาฉายแววเสียใจอย่างสุดซึ้ง “ป้าไม่เคยเห็นหน้าเขาหรอกจ้ะ แต่เคยได้ยินพี่ชายบอกว่า... มือซ้ายของคนคนนั้นมีหกนิ้ว”
“มือซ้ายมีหกนิ้ว?” ชูชิงขมวดคิ้ว “แล้วนิ้วไหนที่เกินมาคะ ป้าพอจะรู้ไหม?”
“ไม่แน่ใจจ้ะ... ป้าเสียใจจริงๆ ที่ไม่ได้ถามให้ละเอียดกว่านี้ ชีวิตครอบครัวป้าพังพินาศก็เพราะไอ้คนหกนิ้วคนนี้แหละ” เหมยฮวาหยุดถอนหายใจยาว “ชูชิง ป้าเล่าทุกอย่างที่รู้ให้หนูฟังหมดแล้วนะ ถึงหนูจะเพิ่งอายุสิบสอง แต่ฟังจากที่เสี่ยวซานเล่า ป้ารู้ว่าหนูฉลาดและมีเหตุผลมาก... ป้ารบกวนหนูช่วยไปอธิบายให้ลุงต้าลี่เข้าใจหน่อยได้ไหมว่าป้าเกือบฆ่าเขาจริงๆ... ถ้าเขาจะไม่ให้อภัยและไล่ครอบครัวป้าออกไป ป้าก็จะไม่โกรธแค้นเลย แต่ถ้าไม่บอกความจริง ป้าก็ละอายใจเกินกว่าจะหน้าด้านอยู่ต่อจ้ะ”
ชูชิงพยักหน้ารับคำหนักแน่น “ความทรงจำของลุงยังสับสนอยู่บ้าง เดี๋ยวหนูจะพาแกไปคุยข้างนอกให้รู้เื่ค่ะ... ป้าเหลียนคะ หนูเริ่มปวดท้องอีกแล้ว ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
ว่าแล้วเด็กหญิงก็ลุกพรวดพราดวิ่งแจ้นไปทางห้องน้ำ ทันทีที่ลงกลอนประตูแ่า เธอก็แวบเข้าไปในมิติ
“มิติ ได้ยินที่ป้าเหลียนเล่าใช่ไหม? เธอรู้จักไอ้คนหกนิ้วมือซ้ายนั่นหรือเปล่า?”
เสียงระบบตอบกลับมาทันควัน “ไม่รู้จัก... แต่คนในตระกูลเถาอาจจะรู้”
“โอเค... เดี๋ยวฉันจะลองถามลุงก่อน ถ้าไม่รู้ค่อยโทรหาคุณชายเถา หรือไม่ก็คุณปู่เถา”
“เห็นด้วย”
“เอ้อ แล้วเื่ที่เหมยฮวาเป็อัมพาตมาหลายปี ยังพอมีทางรักษาไหม?”
“ที่นางป่วย เพราะพลังตีกลับจากการอัญเชิญหมูป่าไม่สำเร็จ แต่ปีนี้หมูป่าทำภารกิจสำเร็จ ลุงท่านถูกโจมตี แต่โชคดีที่รอดมาได้... นางไม่ได้ฆ่าคน แรงสะท้อนกลับนั่นจะค่อยๆ สลายไป ร่างกายจะค่อยๆ ฟื้นฟู ถ้าลุงท่านให้อภัยนางจากใจจริง พลังพิเศษของนางก็จะกลับมาด้วย แต่ถ้าลุงท่านตาย... นางคงอยู่ได้อีกไม่นาน”
“หมายความว่า... ในชาติที่แล้ว หมูป่าฆ่าลุงฉันสำเร็จ และเหมยฮวาก็ตรอมใจตายตามไปด้วยงั้นสิ?”
“ถูกต้อง... ชาตินี้ท่านไม่เพียงช่วยลุงท่าน แต่ยังช่วยชีวิตเหมยฮวาทางอ้อมด้วย นางถึงได้นับถือท่านเป็ผู้มีพระคุณไง”
“โห... อ่านใจเธอมาล่ะสิ”
“แน่นอน”
“ไม่น่าเชื่อนะว่าการย้อนเวลาของฉันจะเปลี่ยนชะตาชีวิตคนได้มากมายขนาดนี้”
“ทุกอย่างไม่แน่นอนหรอก แค่เื่ราวมันดีขึ้นก็พอแล้วน่า”
“ก็หวังว่างั้นนะ”
ชูชิงออกจากมิติ รีบเดินไปหาต้าลี่ที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา “ลุงต้าลี่คะ หนูมีเื่สำคัญจะคุยด้วย เราออกไปเดินเล่นข้างนอกกันหน่อยดีไหมคะ?”
“รอแป๊บ นวดแป้งอีกนาทีเดียวก็เสร็จแล้ว” ต้าลี่ตอบโดยไม่เงยหน้า
คนอื่นๆ ต่างวุ่นวายกับงานตัวเองจนไม่ได้สนใจบทสนทนาของทั้งคู่
หนึ่งนาทีต่อมา สองลุงหลานก็พากันเดินออกไปหามุมเงียบๆ ปลอดคน
“ว่ามาเลยชิงชิง มีเื่อะไรเหรอ?” ต้าลี่ถาม
“ลุงคะ ถึงความทรงจำลุงจะยังสับสน แต่หนูเชื่อว่าลุงยังมีสติครบถ้วน... เื่ที่เหมยฮวาเล่าน่ะ เป็เื่จริงนะคะ การที่ลุงโดนหมูป่าขวิดไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่เป็ฝีมือคน”
ชูชิงเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง “เหมยฮวาอัญเชิญหมูป่าและสั่งฆ่าลุงั้แ่หลายปีก่อน แต่ตอนนั้นคำสั่งไม่สมบูรณ์ เธอเลยโดนพลังตีกลับจนพิการ... จนปีนี้คำสั่งถึงเพิ่งทำงาน แต่เพราะหนูช่วยลุงไว้ แรงสะท้อนกลับในตัวเธอเลยสลายไป ร่างกายแกจะค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ ส่วนเื่จะให้อภัยหรือส่งตำรวจ ก็สุดแล้วแต่ลุงจะตัดสินใจ... อ้อ เธอบอกด้วยว่าคนบงการมีหกนิ้วที่มือซ้าย แต่ไม่รู้ว่านิ้วไหนเกินมานะคะ”
ต้าลี่ยืนนิ่ง เงียบไปครู่ใหญ่ “ทำไมเหมยฮวาถึงทำร้ายลุง?”
“เพราะคนบงการใช้เื่รักษาพ่อของเหมยฮวาที่ต่างประเทศมาล่อ พี่ชายแกก็มาคุกเข่าขอร้อง แกเลยจำใจต้องทำค่ะ”
“เฮ้อ... ชิงชิง ลุงอยากฟังความเห็นหนูว่ะ”
“ลุงเป็ผู้เสียหาย ลุงต้องตัดสินใจเองสิคะ”
ต้าลี่หลับตาลง ภาพความทรงจำจากชาติก่อนแวบเข้ามา ในชาตินั้นเขาถูกหมูป่าฆ่าตายจริงๆ ความแค้นฝังลึกจนเขาคิดว่าถ้าได้เกิดใหม่ จะหาหมูป่ามาขวิดเธอให้สาสม... แต่ชาตินี้ เขาไม่ตาย ชูชิงช่วยเขาไว้ แถมยังดูแลลูกชายเธออย่างดี
“ไม่... ถ้าไม่มีหนู ลุงก็คงตายไปแล้ว เพราะงั้นลุงอยากรู้ว่าหนูคิดยังไง”
ชูชิงถอนหายใจ “หนูคิดว่าเธอสำนึกผิดจริงๆ ค่ะ ถ้าให้หนูแนะนำ... ลองให้โอกาสเธอแก้ตัวดูสักครั้งไหมคะ? แต่ก็เข้าใจนะ ถ้าเป็หนู คงหายโกรธทันทีไม่ได้หรอก เผลอๆ อยากจะหาหมูป่าไปขวิดเธอคืนซะด้วยซ้ำ”
“นั่นสิ ลุงอยากหาหมูป่าไปขวิดเธอจริงๆ” ต้าลี่โพล่งออกมา
“เื่หาหมูป่าหนูจัดให้ได้ค่ะ แต่หนูไม่รับประกันนะว่ามันจะยอมขวิดป้าแกไหม”
“เอาสิ หนูไปหาหมูป่ามา ถ้ามันไม่ยอมทำร้ายหล่อน ลุงก็จะยอมยกโทษให้”
ชูชิงนึกในใจ อีกเดือนนึงมิติจะอัญเชิญสัตว์ได้อีกรอบ ถึงจะต้องแลกด้วยอะไรบางอย่าง แต่ถ้าช่วยคลายปมในใจลุงได้ เธอก็ยอมเสี่ยง “ได้ค่ะ ภายในสองเดือนหนูจะหามาให้ ถ้ามันไม่ยอมขวิดป้าแก เราก็จับมันมาตุ๋นกินฉลองกันเลย”
ต้าลี่กำหมัดแน่น ก่อนจะค่อยๆ คลายออกแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ช่างเถอะ... ลุงยกโทษให้หล่อนแล้วก็ได้ แต่มีข้อแม้... หล่อนต้องสัญญากับลุงว่าถ้าร่างกายหายดีแล้ว ต้องช่วยลุงลากคอไอ้คนบงการมารับโทษให้ได้”
ชูชิงอึ้งไปนิด ไม่คิดว่าลุงจะยอมง่ายขนาดนี้ “ลุงคะ... ยกโทษให้จริงๆ หรือเห็นแก่หน้าหนู? ลุงเป็ลุงหนูนะ ถ้าไม่เต็มใจจริงๆ หนูไม่เข้าข้างคนอื่นหรอก ไล่ตะเพิดไปให้พ้นๆดีกว่าต้องมาทนมองหน้าศัตรูทุกวัน”
ต้าลี่ยิ้มบางๆ “ชิงชิง... ลุงเข้าใจ ลุงยกโทษให้จากใจจริง การให้โอกาสคนมันดีกว่าแบกความแค้นไว้จนหนักอก อีกอย่าง ลุงก็ยังไม่ตายสักหน่อย... ที่สำคัญ ลุงเชื่อว่าหล่อนจะเป็กุญแจสำคัญที่ช่วยเราถอนรากถอนโคนไอ้คนชั่วนั่นได้ ไม่ใช่แค่เห็นแก่หน้าหนูหรอก”
“โอเคค่ะ งั้นก็ดีเลย... ว่าแต่ลุงรู้จักใครที่มีหกนิ้วมือซ้ายบ้างไหมคะ?”
“ไม่รู้จักแฮะ”
“งั้นเราไปโทรศัพท์ที่ที่ทำการหมู่บ้านกันค่ะ โทรไปถามคุณชายเถา หรือไม่ก็คุณปู่ดู”
“ไปเลยสิ รออะไรล่ะ”
ทั้งคู่รีบเดินจ้ำอ้าวไปยังที่ทำการหมู่บ้าน พอไปถึงก็เห็นเสมียนฉินกำลังดีดลูกคิดคิดบัญชีอยู่
ชูชิงไม่อ้อมค้อม ควักเงินห้าหยวนวางแปะบนโต๊ะ “ลุงเสมียนคะ หนูขอใช้โทรศัพท์หน่อย นี่ค่าโทร รบกวนลุงออกไปเดินเล่นข้างนอกสักแป๊บนะคะ”
เสมียนฉินเห็นเงินตาลุกวาว รีบคว้าหมับยัดใส่กระเป๋ากางเกง “ได้เลยๆ ตามสบายนะ” แล้วรีบเดินออกไปทันที
ชูชิงชี้มือไปที่ประตู ต้าลี่รู้หน้าที่ รีบเดินไปยืนเฝ้าต้นทางกันคนแอบฟัง
และก็เป็อย่างที่คิด... ชูชิงยังไม่ทันจะหมุนโทรศัพท์ เสมียนฉินก็ย้อนกลับมาที่หน้าประตู แต่เจอต้าลี่ยืนขวางลำไว้ซะก่อน
“อ้าว... เสมียนฉิน ไหนตกลงกันแล้วไง กลับมาทำไมอีกล่ะ?” ต้าลี่ถามเสียงเข้ม
