“อยู่ได้แน่นะ… ”
ทรงกลดถามย้ำอีกครั้ง
“ได้จ้ะนาย”
“แต่ถ้าคืนนี้เธอกับลูกอยู่กันสองคนฉันกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย… เอาเป็ว่าระหว่างนี้ฉันจะมาอยู่เป็เพื่อนไปก่อน จนกว่าเธอจะเจอผู้ชายที่กำลังตามหา… โอเคไหม?”
ทรงกลดเดินเข้ามาใกล้ เอามือลูบศีรษะลูกชายของหล่อนด้วยความเอ็นดู
“ได้จ้ะนาย… ”
“แล้วเธอไม่กลัวฉันหรอกหรือ?”
ทรงกลดสงสัย
“อันที่จริงก็กลัวเหมือนกันค่ะ… แต่พอก็คิดอีกทีก็ไม่กลัว เพราะว่าถ้านายเป็คนร้าย… ถ้านายหื่นกามเหมือนไอ้พวกนั้น นายก็คงไม่ช่วยหนูจากน้ำมือของไอ้พวกหื่นกามที่พยายามจะข่มขืนหนู”
“เธอมองโลกในแง่ดีเกินไปหรือเปล่า… บางทีฉันอาจจะหื่นกว่าไอ้พวกนั้นก็ได้นะ”
คำพูดที่ได้ยิน!
ทำเอาหญิงสาวใ จ้องมองหน้าเขา หากแววในดวงตาของคนตัวใหญ่ที่มองสบมา ก็ทำให้คนางค์เชื่อมั่นว่าเขาไม่ใช่คนใจร้าย… แต่ความหื่นนั่นก็อีกเื่
เพราะว่าหล่อนรับรู้ได้ด้วยสายตาอีกเช่นกัน ว่ามีประกายบางอย่างที่วูบไหวอยู่เื้ัดวงตาคมกริบของเขาที่มองหล่อน ดูท่าทางแล้วผู้ชายคนนี้ต้องหื่นแน่ๆ
“นายพูดเล่นใช่ไหมจ๊ะที่ว่าหื่นกว่าไอ้พวกนั้น”
หญิงสาวถามเสียงแ่
แต่ทรงกลดไม่ตอบ เขาก้าวเดินออกมาสำรวจดูความเรียบร้อยรอบๆ บริเวณกระท่อม เพราะว่าปิดทิ้งไว้เกือบอาทิตย์ มัวแต่ยุ่งอยู่กับงานในไร่ข้าวโพดหลายร้อยไร่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวเสร็จเมื่อไม่กี่วัน
ทุกวันนี้ทรงกลดมีทั้งไร่อ้อย ไร่ข้าวโพดและไร่มันสำปะหลัง มีลานตากมันตากข้าวให้ชาวบ้านเช่าอยู่หลายแห่ง
“เดี๋ยวฉันจะพาเธอออกไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็… ระหว่างนี้ต้องหาอาหารมาตุนไว้”
ทรงกลดทำท่าว่าจะเดินนำออกมา
“ขอเวลาสักครู่นะคะนาย”
คำพูดที่ดังขึ้นข้างหลัง… ทำให้ทรงกลดต้องเหลียวกลับมามอง พลันสายตาปะทะเข้ากับภาพของแม่ลูกอ่อนที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ กำลังควักนมออกมาจากเสื้อ
