“สองปีก่อนข้าเคยบอกเ้าแล้วมิใช่หรือ ว่ากายของเ้าเป็กายาศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงการฝึกวิชาสยบฟ้าเท่านั้น จึงจะปลุกกายศักดิ์สิทธิ์นี้ขึ้นมาได้”
“ขอเพียงเ้าฝึกฝนวิชานี้ อย่างน้อยที่สุดในขั้นหลอมกายาเ้าก็จะมีพลังอย่างต่ำหนึ่งแสนชั่ง!”
เสียงของหญิงสาววนเวียนภายในหู เต้าหลิงหัวเราะเยาะอยู่ในฝัน พลังขั้นหลอมกายาหนึ่งแสนชั่ง? หากประโยคนี้แพร่งพรายให้ผู้ใดได้ยินคงไม่แคล้วโดนหัวเราะเยาะจนตายแน่ เพราะในขั้นหลอมกายามีพลังแค่หมื่นชั่งก็แข็งแกร่งเกินพอแล้ว
ทว่าระหว่างที่กำลังครุ่นคิดถึงประโยคถัดไปนั้น ใบหน้ารูปงามหล่อเหลาของเต้าหลิงก็พลันเปลี่ยนสี
“ปัง!”
เสียงตบโต๊ะดังขึ้น เต้าหลิงสะดุ้งพลางยืนขึ้นตามสัญชาตญาณด้วยหัวใจที่สั่นระรัว ใบหน้างดงามปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา ที่พวงแก้มมีสีแดงขึ้นเป็ริ้วๆ ด้วยความโกรธ
ที่แห่งนี้คือสำนักชิงซาน เต้าหลิงคือศิษย์ของสำนัก ส่วนสาวงามตรงหน้าคือเย่วิ่น อาจารย์ของเขา
นิ้วเรียวงามของเย่วิ่นกำแน่น ริมฝีปากแดงระเรื่อถูกกัดด้วยฟันขาวสวย ั์ตาชวนมองทอแสงแห่งโทสะ เ้าขยะไร้ค่านี่แอบหลับในห้องฝึกยุทธ์อีกแล้ว!
เสียงหัวเราะดังมาจากทุกสารทิศ ขยะไร้ค่าหรือเต้าหลิงมีชื่อเสียงลือนามโด่งดังในสำนักชิงซาน เขาเป็ศิษย์ของสำนักชิงซานมากว่าสองปีแล้ว แต่ว่าผลการฝึกก็ยังคงเป็ศูนย์ อีกทั้งในทุก ๆ วันเขาจะนอนหลับอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับว่าจะนอนเท่าใดก็นอนไม่พอ
เช่นนั้นแล้ว เต้าหลิงจึงได้รับสมญานามว่า ‘เทพแห่งการนอน’
บัดนี้เต้าหลิงหาได้มีใจอยากชื่นชมหญิงสาวที่มีรูปลักษณ์งดงามดึงดูดสายตาผู้คนนางนี้ไม่ ถึงแม้ว่ายามที่นางกำลังโกรธเกรี้ยวจะน่าชมเพียงใดก็ตาม
ยามนี้ไม่อาจมีสิ่งใดมารบกวนจิตใจของเต้าหลิง เพราะเสียงที่ดังในความฝันของเขาเมื่อครู่นี้ เขาเคยได้ยินมาแล้วเมื่อสองปีก่อน
สองปีก่อนเต้าหลิงได้ฝึกฝนจนเกินขีดจำกัดของตน เขาจึงเป็ลมล้มหมดสติไป หลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงนั้นแล้วก็ได้รับถ่ายทอดวิชาสยบฟ้า
ในตอนนั้นเต้าหลิงเพียงคิดว่าเขานั้นคิดไปเอง อาจมีผู้ใดมาเล่นตลกกับเขา เพราะตามขั้นตอนที่ใช้ฝึกฝนวิชาสยบฟ้านั้นเป็วิธีที่เอาไว้ใช้ฆ่าตัวตายชัดๆ
เสียงปริศนานั้นยังกล่าวว่า กายของเขาเป็กายาศักดิ์สิทธิ์ เต้าหลิงคิดแล้วก็แค่นหัวเราะ ร่างกายอ่อนแอนี้น่ะหรือ ทุกๆ วันแม้จะนอนเท่าใดก็ไม่เคยพอ เช่นนั้นจะเป็กายาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไรกัน
ระยะเวลาผ่านไปแล้วสองปี เสียงปริศนานี้กลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง แล้วยัง้าให้เต้าหลิงฝึกวิชาสยบฟ้าเหมือนเมื่อครั้งแรกที่เขาได้ยิน มันทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อ เสียงนั่นไม่ใช่แค่สิ่งที่เขาคิดไปเองงั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นมันคือเสียงของผู้ใดกัน
พวงแก้มของเย่วิ่นขึ้นสี ภายในอกยิ่งทวีความร้อนรุ่มด้วยความโมโห แอบหลับแล้วไม่กล่าวขอโทษยังไม่พอ แต่เต้าหลิงกลับทำท่าทางครุ่นคิด หาได้สนใจนางไม่ เขา้าจะทำอะไร นี่คงเป็เพราะปกติแล้วนางจะเอาใจใส่เต้าหลิงเกินไปกระมัง ตอนนี้เขาจึงได้เมินเฉยในท่าทีของนาง!
พลังปราณเย็นะเืที่แผ่พุ่ง ทำให้ร่างของเต้าหลิงสั่นเทา เมื่อสบสายตาของเย่วิ่น เขาก็ขนหัวลุกขึ้นมาทันที “อาจารย์ ข้าขอโทษ ข้า...”
เย่วิ่นแค่นเสียงฮึพลางจ้องไปยังแท่งหินสีดำขนาดใหญ่บนเวทีด้วยสายตาเ็าแล้วกล่าวออกมาเรียบ ๆ “ตรวจวัดค่าพลังต่อได้ เฉียนหลินถึงตาของเ้าแล้ว”
เมื่อเสียงของเย่วิ่นสิ้นสุดลง สายตาอิจฉาริษยาของศิษย์ในสำนักก็จับจ้องไปที่เด็กหนุ่มรูปงามหน้าตาคมคายคนหนึ่ง เขายืดอกพลางลุกยืนขึ้นด้วยท่าทีหยิ่งผยอง จากนั้นก็ก้าวเท้ายาวมุ่งไปยังแท่งหินสีดำ
“ฮ่า!” เฉียนหลินคำรามเสียงต่ำ พร้อมกับกำปั้นลอยแหวกผ่านอากาศ กล้ามเนื้อแขนบีบรัด พริบตาเดียวกำปั้นที่คล้ายดั่งเปลวเพลิงก็ปะทะเข้ากับแท่งหิน
“ปึ้ง!!!” เสียงหมัดกระทบแท่งหินดังสนั่น มวลพลังมหาศาลหลั่งไหล แท่งหินใหญ่ั์ยังสั่นไปทั้งแท่ง
ใบหน้าน้อยๆ ต่างก็แข็งทื่อ หากว่าหมัดนั้นซัดเข้ามาบนร่างของมนุษย์ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีจุดจบเช่นไร
เฉียนหลินสังเกตเห็นสายตาของศิษย์ในสำนักที่ต่างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ความภาคภูมิใจที่ฉายอยู่บนใบหน้ายิ่งเด่นชัด เขาหันกายกลับไปมองเย่วิ่นด้วยสายตาเป็ประกายร้อนแรง
เย่วิ่นเป็หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งสำนักชิงซาน ใครๆ ต่างก็อยากจะเชยชมกลิ่นหอมเย้ายวนของนาง ทว่าจนบัดนี้ก็ไม่เคยมีผู้ใดที่สามารถชิงหัวใจนางมาได้ อีกทั้งความเป็มาของนางก็ไม่ใช่ธรรมดา ผู้คนต่างสงสัยถึงเหตุผลที่นางมาอยู่ที่สำนักชิงซานแห่งนี้
หลังจากนั้น เฉียนหลินก็มองไปที่เต้าหลิงด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม ต่อหน้าของข้าแล้ว แม้แต่ก้อนอุจจาระของข้า เ้าก็มิอาจทัดเทียมได้!
“เฉียนหลิน รอยประทับหมัดห้านิ้ว พละกำลังหนึ่งหมื่นชั่ง!”
เย่วิ่นเอ่ยออกมาด้วยความพึงพอใจเพียงเล็กน้อย ทั่วทั้งบริเวณพลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้น พละกำลังหนึ่งหมื่นชั่ง! พลังกายเช่นนี้นับว่าเป็ค่าพลังที่สูงอย่างมาก อีกทั้งอีกครึ่งเดือนก็จะถึงวันที่สำนักซิงเฉินเปิดรับสมัครศิษย์เข้าสำนัก เมื่อถึงครานั้นเชื่อได้ว่าเฉียนหลินจะต้องเป็ที่จับตามองอย่างแน่นอน
ระดับพลังในขั้นหลอมกายานี้ การทดสอบก็คือพร์ความแข็งแกร่งทางกาย ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าใดความสำเร็จในภายภาคหน้าก็จะยิ่งใหญ่มากเท่านั้น อีกทั้งมีพลังในขั้นนี้ถึงหนึ่งหมื่นชั่งก็สามารถทะลวงไปสู่ระดับขั้นพลังถัดไปได้แล้ว
“หนึ่งแสนชั่งงั้นหรือ?” เต้าหลิงกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ยากนักที่จะเชื่อได้ พลังขั้นหลอมกายาหนึ่งแสนชั่ง? จริงหรือเท็จกันแน่? แม้แต่ในสำนักชิงซาน คนที่แข็งแกร่งที่สุดยังมีค่าพลังเพียงแค่สองหมื่นชั่งเท่านั้น!
แม้แต่ชิงอี้เฟยอัจฉริยะผู้มีพร์อันดับหนึ่งในแคว้นชิง ในขั้นหลอมกายาก็ยังมีพลังเพียงห้าหมื่นชั่ง! ผลลัพธ์เพียงเท่านี้ก็สั่นะเืไปทั่วทั้งแคว้นชิงแล้ว
ผืนแผ่นดินแคว้นชิงกว้างใหญ่ เขตแดนไร้ที่สิ้นสุด หากจะเฟ้นหาอัจฉริยะก็มีอยู่นับไม่ถ้วน ซึ่งการเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นชิงได้นั้น ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะน่ากลัวมากเพียงใด
“สรุปแล้ววิชาสยบฟ้าเป็เื่จริงหรือไม่?” ลมหายใจของเต้าหลิงเร็วขึ้น ตัวเขาเองก็ได้ดูวิชานี้มาหลายต่อหลายครั้ง ถ้าหากว่าเขาฝึกฝนตามที่แนะนำละก็...คงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
เย่วิ่นมองแท่งหินเพียงนิดก็เบนสายตาไปยังเต้าหลิง เมื่อเห็นว่าเขากำลังใจลอย ลมหายใจหอบถี่ สีหน้าของเย่วิ่นพลันเคร่งขรึม นางรีบก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างออกไปทันที
“เ้าเทพแห่งการนอน!” เย่วิ่นทั้งอายทั้งโมโห เมื่อสักครู่ต้องเป็เพราะว่านางอยู่ใกล้เ้านี่มากเกินไป! เ้าขยะไร้ค่านี้จึงได้มีความคิดต่ำทรามอยู่ในหัว เขาถึงได้มีท่าทีเช่นนั้น จะต้องเป็เช่นนั้นแน่!
ทันทีที่เย่วิ่นส่งเสียง สายตาจากศิษย์ทั้งหลายก็จับจ้องไปยังเ้าขยะไร้ค่า เย่วิ่นนับว่าเป็หญิงงามที่ชายในสำนักต่างใฝ่ฝัน แต่เ้าเทพแห่งการนอนกลับทำให้นางโกรธอย่างนั้นหรือ เ้าบ้านี่มันเอาความกล้าบ้าบิ่นนี้มาจากที่ใด!
เต้าหลิงไม่ทันััได้ถึงแรงโทสะอันเดือดดาลจากรอบข้าง เขายังคงลังเลใจไม่รู้ว่าตนนั้นควรที่จะฝึกวิชาสยบฟ้าดีหรือไม่
เ้าของั์ตางามสะคราญไม่อาจสะกดกลั้นเปลวเพลิงแห่งโทสะเอาไว้ได้อีก เ้านี่ยังคงคิดอันใด หรือว่ายังคงเพ้อฝันอยู่กัน? นางแผดเสียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงฮึดฮัด “เต้าหลิง เ้าไปตรวจค่าพลังเดี๋ยวนี้!”
ได้ยินดังนั้นในใจของเต้าหลิงก็สั่นสะท้าน เขากำหมัดแน่นพลางเหลือบมองสีหน้าของเย่วิ่นที่กำลังมีโทสะ พลางแค่นหัวเราะแล้วกล่าวออกมาในใจ “แย่ละสิ ข้าคงจะทำให้ท่านอาจารย์โกรธมาก จบเห่แน่”
ศิษย์รอบข้างก็พลันหัวเราะเยาะอย่างสนุกสนาน ถึงคราวซวยของเต้าหลิงเสียแล้ว ให้เ้านั่นไปต่อยแท่งหินเนี่ยนะ ให้ไปต่อยใยฝ้ายยังจะดูเข้าท่าเสียกว่า!
เต้าหลิงสาวเท้าที่แข็งทื่อออกไป เขาอยู่ที่สำนักชิงซานมาสองปี ไม่ว่าอาจารย์ท่านใดต่างก็ใช้เขาเป็เครื่องมือเพื่อความบันเทิง มีเพียงเย่วิ่นที่ไม่เคยทำเช่นนั้น ครั้งนี้เขาคงทำให้โกรธมากจนทนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นนางคงไม่ทำเช่นนี้
“หวังว่าการาเ็ของข้าจะทำให้ท่านอาจารย์อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง” เต้าหลิงยิ้มอย่างไม่สู้ดีนัก สายตาจ้องมองไปที่แท่งหิน
เต้าหลิงกัดฟันกรอดพลางกำหมัดแน่นแล้วพุ่งตรงเข้าไปที่แท่งหินสีดำตรงหน้า
เย่วิ่นจ้องมองกำปั้นที่ค่อยๆ กระชั้นชิดเข้าไป ฟันสีขาวขบกัดริมฝีปากแดง แพขนตาหนานุ่มสั่นไหว จากนั้น เท้าเรียวก็กระทืบกับพื้นอย่างรุนแรง นางปล่อยฝ่ามือแหวกอากาศอย่างรวดเร็ว ปราณลมหมุนวนออกมาจากฝ่ามือ ตรงเข้าไปจับร่างของเต้าหลิงแล้วดึงเขากลับลงมาอย่างรวดเร็ว
กำปั้นของเต้าหลิงลอยคว้าง ความขมขื่นบนใบหน้ายิ่งเด่นชัดขึ้น นางใจอ่อนกับเขาอีกแล้ว
เหล่าศิษย์ที่กำลังรอคอยดูฉากบันเทิงต่างก็ตะลึง คาดไม่ถึงว่าอาจารย์จะอภัยให้กับเ้าเทพแห่งการนอน พวกเขาต่างก็คิดว่าท่านอาจารย์ใจดีเกินไป ขยะไร้ค่าอย่างเต้าหลิงสมควรอาบเื มันจะได้รู้ซึ้งถึงบทเรียนอันน่าสมเพชเสียบ้าง!
เต้าหลิงถอนหายใจออกมา เขามองสบกับสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังของเย่วิ่น ซึ่งนั่นทำให้เขาเ็ปใจราวกับโดนมีดกรีดแทง เขากำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจจนได้ยินเสียงกรอบแกรบของกระดูกที่กระทบกัน แน่นเสียจนเล็บมือของเขาจิกเข้าที่กลางฝ่ามือ ยิ่งเน้นย้ำถึงความเ็ปที่ยากจะหยั่งถึง
สิ่งที่ยากที่สุดคือการเผชิญหน้ากับสายตาที่ผิดหวัง ส่วนคำดูถูกเหยียดหยามเยาะเย้ยนั้นเขาชินชาเสียแล้ว
“ท่านอาจารย์...ข้าขอโทษ” เมื่อเห็นใบหน้าเ็าของเย่วิ่นที่เดินผ่านร่างของเขาออกไป เต้าหลิงก็อดที่จะกล่าวออกมาไม่ได้
“กลับไปซะ” เย่วิ่นส่ายหน้า ในใจเต็มไปด้วยความผิดหวัง เอาแต่นอนทั้งวัน นางไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเ้านั่นมาที่นี่เพื่ออะไร เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือนก็จะถึงวันที่สำนักซิงเฉินเปิดรับสมัครศิษย์ หากว่าเ้านั่นยังคงเป็เพียงขยะที่ใช้การไม่ได้เช่นนี้ ก็คงไม่แคล้วโดนขับไล่ออกจากสำนัก ชีวิตความเป็อยู่หลังจากนี้ก็จะยิ่งน่าอัปยศอดสู
ในโลกใบนี้ หากไม่สามารถเป็จอมยุทธ์ได้ก็ไม่ต่างอะไรกับขยะ
เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก เขาเดินกลับไปที่นั่งของตนท่ามกลางสายตาดูถูกเหยียดหยาม แล้วเงียบอยู่อย่างนั้นเป็เวลานาน ภายในใจเกิดความคิดที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา จะโดนขับไล่ออกจากสำนักไม่ได้อย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นชายขาเป๋จะต้องเสียใจอย่างมากเป็แน่
“วิชาสยบฟ้า!” หมัดทั้งสองของเต้าหลินกำแน่น ความบ้าบิ่นปรากฏอยู่บนใบหน้ารูปงามเกลี้ยงเกลาอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าจะต้องคว้าอนาคตเอาไว้ จะอย่างไรตัวข้าก็ไม่มีอะไรให้เสียอยู่แล้ว!” เต้าหลิงขบกรามแน่น ข้าจะใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้ต่อไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเส้นทางในการดำรงอยู่ของชีวิตข้าคงไม่เหลือชิ้นดี จะให้ชายขาเป๋เลี้ยงดูไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ!
ดวงตาของเต้าหลิงแดงก่ำเป็ริ้วๆ นี่คือการเดิมพันของเขา! การเดิมพันที่ใช้ชีวิตเป็เดิมพัน!
