“แม่ยังไม่นอนอีกหรือคะ?”
หญิงสาวเอ่ยถามก่อนวางกระเป๋าลงบนโต๊ะซึ่งร่างของหญิงวัยสี่สิบแปดนั่งมองและยิ้มให้เธอดังเช่นทุกคืนที่มารออยู่ตรงนี้
“แม่นอนไม่หลับหรอกถ้าลูกยังไม่กลับ”
“โธ่...แม่คะ” มุกมารินครางเบา ๆ ขณะจับมือเรียวของสตรีรูปร่างเล็กบางซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามด้วยความรู้สึกมากมาย
“พ่อคงหลับไปแล้วซีนะคะ นี่มันก็ดึกมากแล้ว”
“พ่อยังหลับ ๆ ตื่น ๆ เห็นบ่นกับแม่ว่าหมู่นี้แม็กซ์ไม่ได้แวะมาที่นี่เลย มุกติดต่อกับพี่บ้างไหม?”
คำถามของลวิตราทำให้มุกมารินนิ่งอึ้ง มารดาของเธอคงยังไม่ระแคะระคายแต่ปัญหาใหญ่คือเธอจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงเื่นี้เช่นไรดี
“เอ้อ...” หญิงสาวไม่ทันได้ตอบก็ได้ยินมารดาถอนหายใจ
“แม่เองก็รู้สึกเป็ห่วงแม็กซ์ยังไงก็ไม่รู้ วันนี้มีคนแปลกหน้ามาถามหาเขาสองหน มุก...พี่ชายของลูกคงไม่ได้ไปทำอะไรผิดไว้นะ”
“ไม่ค่ะ แม่...ไม่ค่ะ” มุกมารินรีบปฏิเสธและบีบมือมารดาเบา ๆ
“แม็กซ์อาจจะยุ่งมากก็ได้ค่ะแม่ ที่อู่คงมีงานเยอะ ถ้ายังไงหนูจะบอกพี่นะคะว่าพ่อกับแม่อยากพบ”
“แม่น่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่พ่ออยากพบแม็กซ์มาก เขาคงคิดถึงลูกชายของเขา ั้แ่แม็กซ์แยกไปอยู่ที่อู่ซ่อมรถก็ไม่ค่อยได้มาหาพวกเรา ทั้งที่เขาเป็คนหาเงินช่วยรักษาพ่อมาตลอด”
ประกายตาของลวิตราหม่นแสงลง มุกมารินเข้าใจถึงความสัมพันธ์อันแแ่นี้ดี ภาวิชและลวิตราซึ่งเป็บิดามารดาของเธอเดินทางมาจากเมืองไทยและเปิดร้านอาหารในย่านอัพทาวน์ของกรุงนิวยอร์คมาเป็เวลาสิบกว่าปี
ทั้งสองพยายามจะมีลูกทว่ากลับได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่าอาจเป็เื่ยากเพราะภาวิชสุขภาพไม่แข็งแรง ดังนั้นจึงได้รับแม็กซิมิลเลียนมาเป็บุตรบุญธรรมแต่เล็ก
แต่แล้วมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นในครอบครัวมนัญญาเมื่ออีกสองปีต่อมา ลวิตราเกิดตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรสาวผิวขาวละเอียดหน้าตาน่ารักน่าชังชื่อมุกมาริน
แม็กซิมิลเลียนรักน้องสาวและไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกจาก ครอบครัวแม้แต่น้อย เขาคอยดูแลและปกป้อง เพิร์ลลี่ ของเขามาโดยตลอด ภาพของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผมสีบลอนด์เงินและใบหน้าคมคายเหมือนเ้าชายในเทพนิยายยังคงเป็ที่จดจำสำหรับมุกมารินเสมอ
กระทั่งเมื่อสองปีที่ผ่านมา พี่ชายของเธอก็ขอแยกตัวไปอยู่ที่อู่ซ่อมรถเขตดาวน์ทาวน์ ไม่มีใครทัดทานเพราะแม็กซิมิลเลียนตั้งใจออกไปทำงานเพื่อหาเงินมารักษาภาวิชซึ่งเป็อัมพาตครึ่งตัวจนไม่สามารถดำเนินกิจการร้านอาหารต่อไปได้ ร้านต้องปิดตัวลงและมุกมารินก็ตั้งใจช่วยพี่ชายอีกแรงด้วยการร้องเพลงในห้องอาหารของโรงแรมหรู
เธอยังคงติดต่อกับพี่ชายมาโดยตลอดและรู้ทุกความเคลื่อนไหวก่อนหน้า กระทั่งในค่ำคืนนั้นที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นซึ่งหญิงสาวยังจำติดตา
“แม่ไปนอนเถอะนะคะ หนูคิดว่าแม็กซ์ก็ยังคิดถึงพวกเรา แต่งานที่อู่คงยุ่งมากจนไม่มีเวลากลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่”
“ขอให้เป็อย่างนั้นเถอะจ้ะ มุกเองก็นอนได้แล้วนะ”
“หนูขอนั่งตรงนี้สักครู่นะคะแม่ แล้วเดี๋ยวจะเข้านอนค่ะ”
“มุก...” ลวิตราหรี่ดวงตาขณะเพ่งพินิจใบหน้าลูกสาว
“ทำไมปากหนูมันบวม ๆ อย่างนั้น มุกแพ้อะไรหรือเปล่าลูก?”
พอถูกมารดาทักมุกมารินก็ยกมือขึ้นลูบริมฝีปากตัวเอง มันยังอุ่นร้อนจากรอยฝังจูบหนักหน่วงของคนบ้าอำนาจ ทว่าเธอไม่รู้ตัวเลยว่ามันจะบวมออกมาจนผิดสังเกต
“เอ้อ...พอดีวันนี้ที่โรงแรมจัดอาหารไทยเลี้ยงพนักงานค่ะแม่ มุกเลยเผลอกินเมนูเผ็ดเข้าไปเยอะ”
“ลูกแม่ไม่กินอาหารรสชาติสไปซี่มาแต่ไหนแต่ไร เกิดอะไรขึ้นถึงได้กินเข้าไปได้ ทีหลังต้องระวังนะจ๊ะ ท้องไส้เราจะพลอยไม่ดีไปด้วย...อืม...แม่ไปนอนก่อน อย่านอนดึกล่ะ”
“ค่ะแม่” มุกมารินถอนใจเฮือกใหญ่เมื่อมารดาซึ่งซึ่งเป็คนช่างสังเกตสังกาเดินกลับขึ้นไปชั้นบน หญิงสาวขยี้ปากแต่รู้สึกเจ็บใจมากกว่าอะไรทั้งหมด
คิลเลียน แม็คไพรด์
คนบ้าอำนาจ เืร้อนและดูถูกเธอสารพัด ยิ่งนึกก็ยิ่งเกลียดและคิดว่าถ้าเจออีกครั้งก็จะตอบโต้ให้เจ็บแสบยิ่งกว่าที่เธอข่วนหน้าเขาวันนี้ ร่างเล็กบอบบางกำลังจะลุกขึ้นก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
“แม็กซ์!”
บทที่ 5 แรงบีบคั้น
หญิสาวอุทานเบา ๆ เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฎบนหน้าจอ เธอรีบกดรับและกรอกเสียงลงไปอย่างตื่นเต้น
“แม็กซ์! พี่อยู่ที่ไหน รู้มั้ยฉันเป็ห่วงพี่มาก”
“เพิร์ลลี่...พี่สบายดี พี่โทรหาหลายครั้งทำไมไม่ยอมรับสาย”
“เมื่อไหร่คะ...พี่โทรมาเมื่อไหร่?”
“ั้แ่ตอนหัวค่ำ เธอคงร้องเพลงอยู่ซีนะ”
มุกมารินรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อหัวค่ำ หญิงสาวเผลอกำโทรศัพท์แน่น เธอไม่ได้ร้องเพลงตอนแม็กซิมิลเลียนโทรมาหาแต่ไม่กล้าบอกว่าทำอะไร
“พ่อกับแม่ล่ะ...ท่านหลับแล้วหรือ?”
“ค่ะ...พี่บอกฉันทีสิคะว่าตอนนี้พี่อยู่ที่ไหน”
24
