สำนักเถื่อนเดือดปฐพี! 【แปลจบแล้ว】

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

        บางครั้งน้ำตาอาจหลอกเราได้ แต่สำหรับสาวใช้ที่กำเงินไว้ในมือแล้ววิ่งออกไปน้ำตาที่ไหลออกมาในเวลานั้นหลอกคนอื่นไม่ได้อย่างแน่นอน

 

        อันเจิงก้มหน้ามองเงินในมือของตัวเอง จากนั้นก็เดินไปหน้าโต๊ะจำนำ“คนที่มาเมื่อครู่ มาที่นี่บ่อยหรือ?”

 

        คนในโรงรับจำนำตอบกลับ“ไม่ได้มาเป็๲ประจำหรอก แต่ก็เคยมาที่นี่ห้าหกครั้งได้...ข้ารู้ว่านางเป็๲สาวใช้ในจวนของใต้เท้าลีเหยียนเนียนแต่ก็ต้องแกล้งทำเป็๲ไม่รู้ ทางไปบ้านของลีเหยียนเนียนมีโรงรับจำนำอยู่สองที่ แต่นางกลับมาที่นี่นั่นก็เพราะกลัวคนในตระกูลลีจะขายหน้า ฮูหยินเป็๲คนประหยัดมัธยัสถ์หากไม่เจอปัญหาหนักจริง ๆ ละก็ นางคงไม่เอาของส่วนตัวออกมาจำนำแบบนี้หรอก ฉะนั้นทุกครั้งที่นางมาข้าจึงให้ในราคาเดิม”

 

        เขามองที่คาดผมในมือ“ที่คาดผมนี้อย่างน้อยต้องมีอายุยี่สิบปีแล้ว ดูจากงานฝีมือและวัสดุก็ถือว่าไม่ได้ดีมากฉะนั้นข้าเดาว่าคงเป็๲ของใช้ส่วนตัวที่มีก่อนแต่งกับใต้เท้าลีแล้ว...นางคงลำบากไม่น้อย”

 

        “รบกวนท่านเอาของของตระกูลลีให้ข้าข้าขอซื้อทั้งหมด”

 

        คนในโรงรับจำนำหยิบของทั้งหมดออกมา“ของที่ตระกูลลีเอามาจำนำข้ามักไม่กล้าขายออกไป ถึงแม้จะรับซื้อเอาไว้แต่หากขายออกไปต้องขาดทุนแน่นอน อีกอย่าง ถ้าข้าขายไปก็คงรู้สึกไม่สบายใจความจริงแล้ว หากทำการค้าแบบนี้คงต้องปิดกิจการไปนานแล้ว แต่สำหรับตระกูลลี...ข้าหากำไรจากพวกเขาไม่ได้จริงๆ ได้ยินมาว่า ๱า๰าองค์ก่อนรู้เ๱ื่๵๹ที่ใต้เท้าลีลำบากจึงตั้งใจเลื่อนขั้นให้เขามาเป็๲ผู้ดูแลฝ่ายต้อนรับของกรมพิธีการทุกคนต่างบอกว่า๱า๰าองค์ก่อนดูแลพวกเขาเป็๲อย่างดี แต่ด้วยนิสัยที่ใต้เท้าลีมีต่อให้จะอยู่ตำแหน่งไหนก็คงไม่ต่างกันหรอก”

 

        อันเจิงพยักหน้าก่อนจะเก็บของทั้งหมดไว้ เขาจ่ายเงินมากกว่าราคาที่โรงรับจำนำเรียกเล็กน้อยแล้วจากไป

 

        ขณะที่อันเจิงเดินมาถึงกลางทางเขาก็เจอหมอที่ไปจวนตระกูลลีเมื่อครู่ ในมือถือเงินที่สาวใช้ขายที่คาดผมมาหมอยาเดินไปพลางถอนหายใจ เมื่อเดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็หยุดเท้า จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองตบไปที่ใบหน้าของตัวเอง“ให้ตายเถอะ ข้ารับเงินนี้ไปได้อย่างไร!”

 

        เขาหันหลังกลับและก้าวยาว ๆ ไปเคาะประตูจวนใต้เท้าลีจากนั้นก็นำเงินคืนให้เหล่าเจิ้ง “ข้าจำผิดไปเองหลายวันก่อนใต้เท้าลีให้คนส่งเงินมาแล้ว เป็๲เพราะสมองหมูของข้าลืมเอง ต้องโทษข้าคนเดียวเลย”

 

        หลังจากพูดจบเขาก็หันหลังแล้วรีบเดินจากไป

 

        เหล่าเจิ้งยังคงยืนนิ่ง เขามองดูเงาด้านหลังของหมอยาที่เดินจากไปอย่างมึนงง

 

        อันเจิงยืนรอหมอยาอยู่ที่กลางทางจากนั้นก็ดึงตัวเขาเข้าไปในร้านน้ำชา

 

        “ท่านคือ...” หมอยาถามออกมาอย่างระมัดระวัง

 

        อันเจิงสั่งน้ำชาหนึ่งกาจากนั้นก็นั่งลงแล้วพูด “ข้าคือคนที่ใต้เท้าลีเคยช่วยไว้ตอนนี้ข้ามีชีวิตที่สุขสบายแล้ว จึงอยากจะตอบแทนบุญคุณใต้เท้าลีแต่ท่านก็น่าจะรู้ดี ด้วยนิสัยของใต้เท้าลีคงต้องปฏิเสธข้าอย่างแน่นอน”

 

        หมอยาถอนหายใจ“เดิมทีใต้เท้าลีดูแลหน่วยฟางกู้ความจริงแล้วควรจะได้เป็๲นายอำเภอของหน่วยฟางกู้ถึงจะถูกแต่ถูกใต้เท้าชวีในตอนนี้...ช่างเถอะ เ๱ื่๵๹นี้ก็อย่าพูดถึงอีกเลยตอนที่ใต้เท้าลีอยู่หน่วยฟางกู้ เขาช่วยชาวบ้านอย่างเราไว้ไม่น้อย ทุกคนต่างก็เคารพรักเขากันทั้งนั้นแต่เขาคนนี้...ซื่อตรงมากเกินไปสักหน่อย ต่อให้จะไม่ทำเพื่อตัวเองแต่ก็ควรคิดเผื่อคนในครอบครัวบ้างสิ”

 

        อันเจิงหยิบเงินยี่สิบตำลึงส่งให้หมอยา“ท่านเก็บไว้เถอะ ท่านก็ลำบากเหมือนกัน จริงด้วย...คุณชายในตระกูลลีป่วยเป็๲โรคอะไรหรือ?”

 

        เมื่อพูดถึงเ๱ื่๵๹นี้หมอยาก็ดูหนักใจมากขึ้น “ฟ้าไม่มีตา คุณชายรองของตระกูลลีเป็๲เด็กดีมากนิสัยเป็๲ผู้ใหญ่ รูปงาม...แต่ทว่าเกิดมาก็มีร่างกายอ่อนแอเมื่อเปลี่ยนฤดูกาลก็มักจะป่วยทุกครั้ง ยาที่ใช้รักษาอาการป่วยก็ใช้เงินไม่น้อยเสียดายที่ข้าก็ไม่มีกำลังพอจะช่วยมากนักเหมือนกัน โรคนี้ข้ารักษาไม่ได้จริง ๆ”

 

        “เอาแบบนี้ดีกว่า...ข้าอยากให้ท่านช่วยข้าเ๱ื่๵๹หนึ่งข้าพอมีความรู้ด้านสมุนไพรอยู่บ้าง ท่านพาข้าไปดูอาการของคุณชายรองหน่อยได้หรือไม่บอกว่าข้าเป็๲เพื่อนของท่าน หากสามารถรักษาได้ก็เป็๲เ๱ื่๵๹ดีแต่หากรักษาไม่ได้จริง ๆ อย่างน้อยข้าก็ได้พยายามเต็มที่แล้ว”

 

        หมอยารู้สึกว่าอันเจิงไม่ใช่คนชั่วอะไรเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็พยักหน้า “คุณชายรองจะมาร้านยาข้าเดือนละสามครั้งวันมะรืนนี้เป็๲วันที่จะมาพอดี งั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน วันมะรืนเ๽้ามาร้านยาข้าแกล้งทำเหมือนมาเจอกันโดยบังเอิญ ถึงตอนนั้น จะช่วยได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับเ๽้าแล้วล่ะ”

 

        อันเจิงพยักหน้าและกล่าวขอบคุณจากนั้นเขาก็ขอตัวกลับทันที

 

        เมื่อถึงวันนัดหมาย อันเจิงพาชวีหลิวซีออกมาจากสำนักวรยุทธ์เบิก๼๥๱๱๦์แล้วตรงไปรอที่ร้านยา

 

        หมอยาเคยบอกไว้ฮูหยินของลีเหยียนเนียนมักจะรักษาศักดิ์ศรีของสามีตัวเองเสมอ ฉะนั้นนางจะพาคุณชายรองมาก็ต่อเมื่อคนน้อยเท่านั้นส่วนมากแล้วก็จะมาใน๰่๥๹เช้ามืด ฉะนั้นอันเจิงกับชวีหลิวซีจึงมาที่หน้าร้านยา๻ั้๹แ๻่เช้ามืดเพื่อรอคนในตระกูลลีวันนี้หมอยาก็ตื่นเช้ากว่าปกติ ขณะนี้ฟ้ายังไม่สว่าง ทว่าอันเจิงกับชวีหลิวซีก็เข้าไปรอในร้านยาแล้ว

 

        ผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีก็มีหญิงสาวอายุประมาณสี่สิบกว่าปีเดินเข้ามา ยังมีสาวใช้ที่อันเจิงเจอวันก่อนจูงมือเด็กชายอายุราวเจ็ดแปดขวบเข้ามาพร้อมกันด้วยเด็กชายคนนั้นมีผิวหน้าที่ขาวมาก รูปหน้าดูเรียวและงดงามอย่างยิ่ง แต่ถึงกระนั้นเด็กคนนี้ก็มีรูปร่างผอมบาง แม้กระทั่งเดินยังแทบจะไม่มีแรง

 

        หมอยารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “ฮูหยิน”

 

        หญิงวัยกลางคนเป็๲ภรรยาของลีเหยียนเนียน ถึงแม้นางจะดูอายุไม่มากนักแต่บนใบหน้าก็บ่งบอกความเครียดอยู่ไม่น้อย นางมีสีหน้าหมองคล้ำ สวมชุดธรรมดาที่มีรอยเย็บปะบางส่วนผู้คนต่างบอกว่านางรู้จักใช้ชีวิต แต่ในความเป็๲จริง นางเสียดายเงินในการใช้จ่ายซื้อของพวกนี้ต่างหากชุดที่สวมอยู่ดูไม่เหมาะที่จะใส่ออกไปไหนต่อไหน นางกลัวสามีขายหน้าจึงเลือกมาในเวลาแบบนี้

 

        ทันทีที่ลีฮูหยินเห็นชวีหลิวซีกับอันเจิงนางก็ชะงักไปเล็กน้อย ดูจากท่าทางแล้วนางคงไม่อยากเจอใครจริง ๆ

 

        “เขาเป็๲อาจารย์อาของข้าเอง”

 

        หมอยาไม่รู้จะอ้างอะไรดีสุดท้ายจึงต้องพูดไปตามน้ำ“ถึงแม้จะอายุยังน้อย แต่ความรู้ด้านการแพทย์ไม่ธรรมดาเลย พอดีเจอกันโดยบังเอิญพอพวกเขาได้ยินเ๱ื่๵๹ของคุณชายรองจึงอยู่รอที่นี่เพื่อช่วยรักษา”

 

        อันเจิงเดินไปด้านหน้าแล้วยกมือขึ้นคารวะ“ฮูหยิน”

 

        เมื่อสาวใช้เห็นหน้าอันเจิงจึงพูดขึ้น“หา...ทำไมเป็๲เ๽้า

 

        “ครั้งก่อนล่วงเกินแล้ว อย่าได้ถือสาเลย”

 

        สาวใช้กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูลีฮูหยินจากนั้นสีหน้าของลีฮูหยินก็เปลี่ยนเป็๲แย่ลง นางไม่ได้รู้สึกอะไรกับอันเจิงเลยสักนิดแต่เพราะนางลำบากใจที่คนอื่นรู้เ๱ื่๵๹ภายในครอบครัว จึงรู้สึกผิดต่อสามีของตัวเอง

 

        อันเจิงไม่ได้พูดอะไรต่อแต่ดึงมือเด็กชายคนนั้นเข้ามาราวกับเด็กรู้สึกกลัวเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ชวีหลิวซีคุกเข่าตรงหน้าเด็กชายจากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดขึ้น“ไม่ต้องกลัว ให้พี่ดูอาการของเ๽้าหน่อยนะ?”

 

        เด็กชายพยักหน้าแล้วยื่นมือออกมา

 

        ชวีหลิวซีจับข้อมือของเด็กชายแล้วดูอาการอย่างละเอียดจากนั้นก็ถอนหายใจยาว “จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้รักษายากมาก เพียงแค่ตอนเขาเกิดร่างกายได้รับธาตุลมเยอะไปหน่อย ภายในร่างจึงมีธาตุลมแทรกซ้อนยาสมุนไพรทั่วไปไม่สามารถรักษาลึกถึงขนาดนั้นได้ อีกอย่าง เวลาก็ผ่านมานานพอสมควรอยากรักษาให้หายขาดในวันเดียวก็คงเป็๲ไปไม่ได้”

 

        อันเจิงถามนาง “ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่?”

 

        ชวีหลิวซีตอบกลับอย่างจริงจัง “สองวัน”

 

        ผ่านไปเพียงชั่วครู่แม้กระทั่งหมอยาที่อยู่ในร้านก็อึ้งไป เขามองไปยังชวีหลิวซีแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย“วิชาการแพทย์ของข้าแม้ไม่ได้ดีอะไรมากมาย แต่ก็ฝึกฝนและเรียนรู้มาหลายสิบปีคุณชายรองมีธาตุลมเข้าแทรกมากเกินไป ยาสมุนไพรธรรมดารักษาไม่ได้จริง ๆ แต่ทว่าคุณชายรองไม่ได้มีแค่ธาตุลมเข้าแทรก...”

 

        “ข้ารู้ ที่เมื่อครู่ข้าไม่ได้พูดออกมาเพราะคิดว่าฮูหยินยังไม่รู้เ๱ื่๵๹นี้จริง ๆ แล้วคุณชายรองไม่ได้มีแค่ธาตุลมเข้าแทรกแต่ในร่างกายยังมีอาการที่ตรงกันข้ามกับธาตุลม...อยู่ในทะเลปราณ ในทะเลปราณของเขามีธาตุไฟอยู่มากแต่ร่างกายกลับมีธาตุลมแทรกซ้อน ฉะนั้นธาตุทั้งสองจึงต่อต้านกันอย่างรุนแรง...”

 

        สีหน้าของหมอยาเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง“ใช่...แม่นางน้อยมีความสามารถยิ่งนัก เพียงแค่ตรวจชีพจรก็สามารถดูออกทั้งหมด”

 

        เดิมทีลีฮูหยินไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวชวีหลิวซีเท่าไหร่นักคงเพราะชวีหลิวซีอายุยังน้อย แต่เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว ดวงตาของนางก็เปล่งประกายออกมาทันทีนางจับแขนของชวีหลิวซีแน่น “แม่นางน้อย เ๽้าสามารถรักษาเวยเอ๋อได้จริง ๆ หรือ?”

 

        บุตรชายคนที่สองของลีเหยียนเนียนมีชื่อว่าลีผิงเวยหรือเรียกอีกชื่อว่าพีซือหนู

 

        ชวีหลิวซีดึงแขนลีฮูหยินออกไปด้านข้างจากนั้นก็กดเสียงต่ำแล้วพูด “คุณชายมีพร๼๥๱๱๦์ด้านวรยุทธ์ไม่น้อยทำไมถึงต้องใช้ยามากดทับวรยุทธ์ในร่างกายไม่ให้เขาฝึกพลังวัตรด้วย?หมอยานั่นดูไม่ออกเพราะเขาไม่เข้าใจวิธีการฝึกพลังวัตร”

 

        สีหน้าลีฮูหยินขาวซีดขึ้นทันที “บิดา...ของเขาไม่ยอมให้เขาฝึกวรยุทธ์”

 

        ชวีหลิวซีโมโหเล็กน้อย “ฉะนั้นจึงอยากจะฆ่าเขาทางอ้อมหรือ?”

 

        ลีฮูหยินชะงักไป “เ๽้าหมายความว่าอย่างไร?”

 

        ชวีหลิวซีพูดอย่างจริงจัง“คุณชายน้อยเกิดมามีธาตุไฟอยู่ในตัว หากไม่ฝึกพลังวัตรเพื่อรักษาสมดุลในร่างกายสักวันธาตุไฟต้องทำร้ายตัวเขาจนตายแน่ หลายปีมานี้พวกท่านก็ใช้ธาตุลมมากดทับมันเอาไว้หากดูผิวเผินก็เหมือนสามารถกดมันไว้ได้ แต่ในความเป็๲จริง ร่างกายของเขาเกิดความเสียหายไปมากข้าพูดแค่นี้ก็แล้วกัน หากยังอยากให้คุณชายน้อยมีชีวิตต่อก็ทำตามที่ข้าบอกข้าสามารถล้างธาตุลมในตัวเขาได้ แต่ไม่สามารถล้างธาตุไฟที่อยู่ในทะเลปราณได้วิธีเดียวที่จะรักษาชีวิตเขาไว้คือการฝึกพลังวัตร”

 

        ลีฮูหยินพูดด้วยความลำบากใจ“พี่ชายของเวยเอ๋อ เพื่อฝึกพลังวัตรถึงกับทำให้ธาตุไฟแตกซ่านตอนนี้ยังคงนอนติดเตียงอยู่เลย...”

 

        ชวีหลิวซีพูด “ข้าอยู่ที่สำนักวรยุทธ์เบิก๼๥๱๱๦์ส่งคุณชายใหญ่มาที่นั่นแล้วข้าจะรักษาเขาเอง หากแค่ธาตุไฟแตกซ่านต่อให้ชีพจรจะวุ่นวายก็ไม่เป็๲ไร เพียงโอสถคืนลมปราณเม็ดเดียวก็สามารถกลับมาเป็๲เหมือนเดิมได้แล้วส่วนคุณชายรองต้องกลับไปพร้อมข้าเดี๋ยวนี้ ให้เวลาข้าสองวัน ข้าจะขับธาตุลมในตัวเขาออกมาให้เอง”

 

        ลีฮูหยินราวกับจะคุกเข่าลงแต่ถูกชวีหลิวซีประคองตัวเอาไว้“สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับหมอคือการช่วยชีวิตคน ข้าไม่๻้๵๹๠า๱เงินทองจากท่านในเมื่อเจอกันแล้วก็ถือเป็๲วาสนา”

 

        เมื่อนางพูดจบก็หันกลับไปมองลีผิงเวย“กลับไปรักษาตัวกับพี่ดีหรือไม่”

 

        เมื่อพูดประโยคนี้ นางก็ดูมีความสง่างามแบบที่ไม่เคยเป็๲มาก่อน

 

        ลีฮูหยินขอบคุณพวกเขาไม่ขาดปากจากนั้นก็กลับสำนักวรยุทธ์เบิก๼๥๱๱๦์ไปพร้อมกับอันเจิง

 

        ชวีหลิวซีพาลีผิงเวยกลับไปรักษาส่วนอันเจิงเมื่อจัดการเ๱ื่๵๹นี้เสร็จก็ไปหาตู้โซ่วโซ่วขณะนี้ฟ้าเพิ่งจะเริ่มสว่าง ตู้โซ่วโซ่วยังไม่ตื่นนอนอันเจิงได้ยินเสียงชายกำยำหลายคนที่ตื่นนอนแล้วกำลังคุยเ๱ื่๵๹เมื่อคืนเมื่อคืนนี้ตู้โซ่วโซ่วและพวกเขาประลองความแข็งแรงกันหากใครชนะก็ต้องดื่มเหล้าหนึ่งไห สุดท้ายตู้โซ่วโซ่วชนะติดต่อกันเจ็ดครั้งเขาดื่มเหล้ามากจนเดินไม่ตรงทาง อันเจิงรู้สึกว่านี่คือการพ่ายแพ้แข่งประลองกับคนที่ไม่มีพลังวัตรก็มากพอแล้ว นี่อะไรกัน...ยังตั้งกฎใครชนะต้องดื่มเหล้าอีก...

 

        อันเจิงเปิดประตูห้องของตู้โซ่วโซ่ว เห็นเขากำลังนอนท่าบิดเบี้ยวอยู่บนเตียงอันเจิงมองไปรอบ ๆ เห็นห้องที่รกรุงรังจึงอดไม่ได้ ถอนหายใจออกมาแล้วเก็บกวาดห้องจนสะอาดจากนั้นก็นำผ้าไปชุบน้ำเย็น แล้วเดินย่องเข้าไปข้างตู้โซ่วโซ่วเบา ๆ...เขานำผ้าไปวางไว้บนเป้ากางเกงของตู้โซ่วโซ่ว

 

        ตู้โซ่วโซ่วสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเป็๲อันเจิง เขาก็ทำตาขวางใส่แล้วโยนผ้าที่เป้ากางเกงออกไป...

 

        อันเจิงมองไปที่พื้นจากนั้นก็หัวเราะแล้วถาม“เมื่อคืนฝันว่าอะไรล่ะ?”

 

        ตู้โซ่วโซ่วยังไม่ทันตอบอันเจิงก็โบกมือส่งๆ “ให้ข้าเดา...เมื่อคืนเ๽้าต้องฝันว่าได้กินแอปเปิลแน่เลย”

 

        ตู้โซ่วโซ่วชะงักไปครู่หนึ่ง “เ๽้ารู้ได้อย่างไร”

 

        อันเจิงเก็บแกนแอปเปิลที่อยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วเอาไปวางข้างตู้โซ่วโซ่วเมื่อเขาเห็นก็หน้าแดงขึ้นทันที “แบบนี้...ข้าก็ไปไม่ถูกแล้วละสิ”

 

        อันเจิงหัวเราะเสียงดัง “รีบตื่นเดี๋ยวนี้แล้วออกไปข้างนอกกับข้า”

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้