บิดามารดาของหลัวไห่ฮวาจากโลกนี้ไปเร็วให้กำเนิดและเลี้ยงดูบุตรทั้งหมดสามคน บุตรชายสองคนบุตรสาวหนึ่งคน หลัวไห่ฮวาเป็ลูกคนรองหลัวไห่ตี้เป็คนสุดท้อง ปีนี้อายุยี่สิบสามยี่สิบสี่แล้ว กลับยังไม่ได้แต่งภรรยา
ใช่ว่าเป็เพราะครอบครัวยากจนจึงไม่มีเงินแต่งภรรยาแต่เป็เพราะหลัวไห่ตี้ชั่วช้าเกินไป
หากสาวไส้อันบ้าตัณหาของเขาออกมาคงวางจากหมู่บ้านสกุลเซียวได้ยาวไปจนถึงเมืองหลวง ทั้งสายตา จิตใจ ไปจนถึงลำไส้มีแต่ตัณหาไม่มีส่วนไหนเลยที่ไม่บ้าตัณหา
บุรุษเยี่ยงนี้ ขอเพียงไม่ใช่ครอบครัวที่ยากจนถึงขั้นต้องรีบขายบุตรสาวเพื่อซื้อข้าวมาประทังชีวิตทุกคนต่างไม่ยินยอมให้บุตรสาวแต่งกับคนเช่นนี้
ดังนั้น หลัวไห่เทียนจัดหาสตรีให้น้องชายของเขาอยู่หลายคนแต่พอพวกนางได้ยินชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของหลัวไห่ตี้ บ้างก็ขอถอนตัวทันที บ้างก็เรียกร้องขอสินสอดมากมาย
บ้านสกุลหลัวก็ไม่ใช่ครอบครัวร่ำรวยอะไรต้องเสียเงินมากมายเพียงเพื่อแต่งภรรยา ต่อให้หลัวไห่เทียนยอมเสีย ภรรยาของเขาก็ไม่ยอม
ดังนั้น เื่ใหญ่ในชีวิตอย่างการแต่งงานของหลัวไห่ตี้จึงยืดเยื้อมาถึงปัจจุบันนี้
หลัวไห่ตี้กลับไม่รีบร้อนอย่างไรเสียเมื่อยังไม่แต่งงาน เขาก็ร่ำสุราเคล้านารีได้ทั้งวัน ยังมีหญิงหม้ายและหญิงครองเรือนเขาถูกใจคนใด เพียงกวักนิ้วเรียก เื่เช่นนั้นก็ใช่ว่ามีแต่ภรรยาของตัวเองถึงจะทำได้ภรรยาคนอื่นกลับได้รสชาติยิ่งกว่า
เงินในบ้านมีเขาใช้เพียงคนเดียวขอเพียงตัวเขากินอิ่มก็ไม่มีคนอื่นในครอบครัวให้ต้องกังวล ทั้งยังไม่มีใครมาคอยคุมเขาอย่าให้พูดเลยว่าหลัวไห่ตี้มีอิสระมากเพียงใด
เซียวเฉิงซานเดินส่ายไปมาจนมาถึงบ้านหลัวไห่ตี้
บนโต๊ะมีกับแกล้มสามอย่างและสุราหนึ่งไห
ในบ้านไม่มีใคร เซียวเฉิงซานกำลังคิดจะเรียกหาก็มีเสียงที่ชวนให้จินตนาการดังขึ้นจากภายในห้อง
เสียงครางทุ้มต่ำของบุรุษและเสียงสะอื้นของสตรีคล้ายกำลังรู้สึกเจ็บ เตียงไม้ด้านในโยกจนเกิดเสียงกึกๆ แค่ได้ยินก็รู้ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ในนั้น
เซียวเฉิงซานได้ยินเสียงนี้ร่างกายก็เหมือนแช่อยู่ภายในกระทะน้ำมัน รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว โชคดีที่เสียงด้านในเงียบไปอย่างรวดเร็ว
หลัวไห่ตี้เดินออกมาพลางผูกผ้าคาดเอวใบหน้าขึ้นสีแดง เมื่อเห็นเซียวเฉิงซานก็แสดงสีหน้ายินดี "ในที่สุดเ้าก็มา! รอเ้ามาครึ่งค่อนวันข้าร้อนใจแทบแย่! "
เซียวเฉิงซานเบ้ปาก เ้าร้อนใจบ้าอะไร
เผด็จศึกจนเสร็จสมไปหนึ่งครั้งแล้ว!
หางตาเซียวเฉิงซานเหลือบไปเห็นแผ่นหลังซูบผอมด้านในกำลังสวมเสื้อโดยหันหลังให้เขา เซียวเฉิงซานมองแล้วมองอีกอย่างไม่อาจละสายตา ในภายหลังหลัวไห่ตี้ปิดประตูจึงมองไม่เห็นอีก
ได้แต่ปล่อยไป
ทั้งสองคนมานั่งตรงโต๊ะหลัวไห่ตี้รินสุราใส่ถ้วยตรงหน้าทั้งสองคน ไม่มีใครบ่ายเบี่ยง จึงเริ่มดื่มสุราร่วมกัน
"หลัวไห่ตี้ เ้าไม่เห็นข้าเป็พี่น้องหรืออย่างไร แต่งภรรยาั้แ่เมื่อไรเหตุไรถึงไม่บอกข้าสักคำ? กลัวข้าจะดื่มสุราบ้านเ้าจนเกลี้ยงหรือไง? "
เซียวเฉิงซานลูบปากพลางกล่าวแสดงสีหน้าอิจฉา
หลัวไห่ตี้ก็ดื่มสุราคำโตก่อนหยิบขาหมูมันเยิ้มบนโต๊ะขึ้นมาใส่ปาก พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงอู้อี้ "แต่งภรรยาแล้วจะใช้ชีวิตสุขสบายเช่นนี้ได้หรือ? "
เขาชี้นิ้วมือมันเยิ้มไปยังข้าวของบนโต๊ะ"ดูสิ เนื้อหมูนี่ ปลานี่ แล้วยังสุราอีก ข้าไม่เสียเงินแม้แต่อิแปะเดียว! หากแต่งภรรยาก็ต้องจ่ายเงินเองไม่ใช่หรือ? "
เซียวเฉิงซานใ "ไม่ใช่เงินของเ้า แล้วของพวกนี้มาจากที่ใดกัน? "
หรือว่าจะเล่นกลเป็ คิดสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น?
หรือว่า...
เซียวเฉิงซานรีบวางขาหมูในมือลง"นี่หลัวไห่ตี้ ของพวกนี้เ้าคงไม่ได้ขโมยมาหรอกนะ? "
"ขโมย? ข้าจำเป็ต้องลักขโมยด้วยหรือ? " หลัวไห่ตี้ส่งเสียงเย็นในลำคอกล่าวอย่างได้ใจ "ของที่ข้าอยากกินยังต้องไปขโมยด้วยหรือ ข้าจะบอกให้ ข้าอยากกินเนื้อหมูมีคนนำมาให้แต่โดยดี ข้าอยากดื่มสุรา ก็มีคนนำมาให้แต่โดยดี..."
บางทีอาจเพราะดื่มสุราและภายในบ้านก็มีผู้ชายอยู่ด้วยกันเพียงสองคน หลัวไห่ตี้เป็คนปากไม่มีหูรูดมาแต่ไหนแต่ไรจึงกล่าววาจาสกปรกเต็มที่ "เหมือนกับสตรีนางนี้ ข้าอยากทำเื่อย่างว่าเมื่อไรนางก็ต้องเปลื้องผ้าจนเปลือยเปล่า คลานขึ้นมาบนเตียงข้าแต่โดยดี"
เขาบุ้ยปากชี้ไปด้านใน"เห็นสตรีที่อยู่ในนั้นหรือยัง ข้าเพียงตวัดนิ้วเรียก นางก็มาอย่างว่าง่ายแล้วดูสิ เนื้อหมูเนื้อปลาและสุรานี่ ล้วนเป็ของที่นางนำมามอบให้ข้าด้วยความเคารพ! "
เซียวเฉิงซานแสดงสีหน้าฉงน"นี่หลัวไห่ตี้ เ้าทำได้อย่างไร? เ้าหลอกล่อสตรีที่อยู่ด้านในอย่างไรกัน? "
หลัวไห่ตี้แบ่งปันประสบการณ์ของตนเองอย่างได้ใจ"ข้าจะบอกให้ สตรีนี่นะ หากเป็หญิงบริสุทธิ์ที่ยังไม่ออกเรือนจะยุ่งยาก ยุ่งเกี่ยวด้วยแล้วมีแต่กลิ่นคาวเืเหมือนหนังวัวก็มิปาน ติดหนึบสลัดให้หลุดได้ยากนัก แต่หากเป็หญิงที่ออกเรือนแล้ว..."
หลัวไห่ตี้ดื่มสุราอีกหนึ่งคำไม่ได้กล่าวอะไร เพียงแสดงสีหน้าล้ำลึกยากหยั่งถึง
เซียวเฉิงซานอิจฉาจนแทบทนไม่ไหวรีบเอ่ยถาม "พี่หลัว รีบพูดสิ รีบพูด หญิงที่ออกเรือนแล้วจะเป็อย่างไร? "
หลัวไห่ตี้เห็นเซียวเฉิงซานขอร้องตนเองก็กล่าวด้วยสีหน้ายินดี "เฉิงซาน หากเ้าช่วยข้าเื่หนึ่ง ข้าก็จะบอกเ้า ต่อไปให้เ้าได้กินดีอยู่ดีทุกวันตกลงหรือไม่? "
เซียวเฉิงซานไม่ถามด้วยซ้ำว่าให้ช่วยเื่อะไรก็ตอบรับเต็มปากเต็มคำแล้ว “เ้ารีบพูด พูดมาสิ! ”
หลัวไห่ตี้กระซิบข้างหูเซียวเฉิงซานอยู่ครู่หนึ่งพอเซียวเฉิงซานได้ฟังก็ท้อแท้ใจ "นั่นเป็ภรรยาของเซียวยวี่ เ้าแค่เอ่ยวาจาแทะโลมบ้างก็พอแล้วหากพาภรรยาเขาขึ้นเตียง อย่าว่าแต่เซียวยวี่เลย เซียวจิ้งยี่คงได้ถลกหนังพวกเราแน่"
เซียวจิ้งยี่เคารพให้ความสำคัญคนเรียนหนังสือเป็ที่สุดหากสอบติดได้เป็ซิ่วไฉ ก็ถือเป็หน้าเป็ตาของหมู่บ้าน หากพวกเขาฉวยโอกาส่ที่เซียวยวี่ไม่อยู่ข่มเหงรังแกภรรยาเซียวยวี่ ต้องถูกเซียวจิ้งยี่ถลกหนังแน่!
การแทะโลม กับสวมเขาให้เซียวยวี่อย่างแท้จริงมันเป็คนละเื่กัน
หลัวไห่ตี้ถลึงตาใส่เซียวเฉิงซานทีหนึ่งกล่าวอย่างดูแคลน "เ้าก็เป็ชายชาตรี ดูเ้าสิมีความกล้าแค่นี้! "
เซียวเฉิงซานกล่าวด้วยท่าทางจนใจ"เซียวจิ้งยี่ให้ความสำคัญกับคนเรียนหนังสือเป็ที่สุด เซียวยวี่เป็คนที่เขาชื่นชมมากข้าขอพูดคำพูดที่ไม่น่าฟัง หากข้าสวมเขาให้เซียวยวี่ อย่าว่าแต่เซียวจิ้งยี่จะถลกหนังข้าเลยอาจควักหัวใจข้าออกมากินด้วยซ้ำ! "
หากกล่าวถึงสิ่งที่เซียวเฉิงซานกลัวก็มีเพียงเซียวจิ้งยี่เท่านั้น
เซียวจิ้งยี่เป็หัวหน้าหมู่บ้านปกติเซียวเฉิงซานหลอกลวงคดโกงบ้าง เซียวจิ้งยี่เห็นแก่หน้าบิดามารดาของเขาที่ตายไปขอเพียงไม่ทำเกินเหตุ เขาก็จะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
แต่การลักลอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาผู้อื่นนั่นมันอีกเื่หนึ่ง!
ทั้งยังมีอะไรกับภรรยาของคนที่เซียวจิ้งยี่ให้ความสำคัญมากที่สุดด้วย!
เซียวเฉิงซานไม่กล้า ต่อให้ถลกหนังเขาก็ไม่กล้า!