ตอนนั้นนางก็คิดว่า วาดหวังให้ฮ่องเต้ไม่ลืมตนชั่วชีวิต ก็คล้ายกับมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่งที่อยากจะขึ้นไปยังวัง์ชั้นเก้าก็ไม่ปาน เป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ เ้าสิ่งที่เรียกว่าความรักนี้ช่างประหลาดยิ่ง จำเป็ต้องไปพยายามไขว่ขว้ามาด้วยตนเอง ไม่ใช่ขอร้องต่อฟ้า นี่ไม่อยู่บนโลกแห่งความเป็จริงเลย
จนตอนหลัง นางแต่งให้กับโอวหยางเทียนหัว ก็มีอยู่่หนึ่งที่นางนึกไปเองว่า ตนไม่จำเป็ต้องไปร้องขอฟ้าอันใดทั้งนั้น ทว่าตอนหลังหลังจากนั้น นางก็ทำแล้วจริงๆ นางขอฟ้า หวังว่าระหว่างนางและโอวหยางเทียนหัวจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าผมขาวได้จริงๆ
นี่เป็การตบหน้าตนเองชัดๆ แต่ว่าไม่มีใครเข้าใจหรอกว่านางนั้นตอนนั้นคาดหวังมากเพียงใด บางทีนี่แหละก็คืุ์ ยามเมื่อถึงตอนที่ผิดหวัง ก็มักจะหวังให้ปฏิหารย์เกิดขึ้น
ได้กลับมามีชีวิตอีกชาติหนึ่งแล้ว นางก็ไม่เชื่อปฏิหารย์อะไรนั่นอีกแล้ว
ในตอนที่นางกำลังยืนคิดอย่างลึกซึ้งอยู่ข้างสระอวิ๋นเหอนั่นเอง เสียงเย็นๆ เสียงหนึ่งก็ลอยมา “ทัศนียภาพของอวิ๋นเหอก็งดงามถึงเพียงนี้เชียว ถึงกับทำให้ชายาหนิงชินอ๋องมองจนลุ่มหลงได้เพียงนี้”
อวิ๋นซีหันกายไป เห็นสตรีที่ปรากฏกายขึ้นตรงหน้า ชายารัชทายาทลู่หลิงฉิง
นางยอมกายคาราวะ พูดเรียบๆ ว่า “ชายารัชทายาท”
ชายารัชทายาทคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มพิจารณานางไปทีหนึ่ง “คิดไม่ถึง ว่ารสนิยมของหนิงชินอ๋องจะพิเศษเพียงนี้ ปล่อยหยวนอวี่เสี้ยนจู่ไปไม่เอา กลับมาแต่งกับเ้า”
เมื่ออวิ๋นซีได้ยิน ก็ยิ้มบางๆ “อาซีเองก็ไม่เข้าใจ เหตุใดรัชทายาทปล่อยชายารัชทายาทไว้ไม่โปรดปราน กลับยังจะแต่งชายารองเข้ามาอีก” นางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดตนในตอนนั้นถึงได้ถูกใบหน้าเช่นนี้หลอกเข้าให้ได้ เมื่อก่อนนางคิดจริงๆ ว่านี่เป็คนที่จิตใจดีเมตตามากคนหนึ่ง ตอนนี้กลับรู้สึกน่าสะอิดสะเอียนยิ่ง
ลู่หลิงฉิงคิดไม่ถึงว่านางจะว่าตนเช่นนี้ ก็แค่สตรีชั้นต่ำคนหนึ่งที่มาจากสถานที่เช่นหานโจวนั้น มีสิทธิอันใดมาพูดกับตนเช่นนี้ กำลังรนหาที่ตายชัดๆ
“อย่าคิดว่าเ้าเป็ชายาหนิงชอนอ๋อง เปิ่นกงก็จะไม่กล้าทำอะไรเ้า หนิงชินอ๋อง หึหึ แล้วจะอย่างไร” เดิมลู่หลิงฉิงคิดว่า จะล้วงเอาอะไรบางอย่างมาจากปากสตรีนางนี้ สุดท้ายกับถูกสตรีนางนี้โต้กลับจนสะอึกไป
รัชทายาทแต่งชายารอง นี่เป็ความเ็ปในใจนาง ในจุดนี้ นางไม่เคยจะระงับ ปลดปล่อยมันไปได้เลย ที่น่าตายที่สุดก็คือในฐานะชายารัชทายาท นางยังต้องลำบากจัดเตรียมงามแต่งชายารองนี้ให้องค์รัชทายาทด้วย
ในจุดนี้ ทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดรำคาญจริงๆ ถึงขนาดที่อยากจะสังหารคนเสียเลยจริงๆ
ใน่นี้ไม่มีใครกล้าพูดคำเช่นนี้ออกมาต่อหน้าตนเอง กลับเป็อวิ๋นซีที่อะไรไม่ควรพูดก็ดันพูดออกมา นางตั้งใจจะสร้างความไม่ลงลอยต่อตนชัดๆ
อวิ๋นซีอมยิ้ม “ชายารัชทายาททรงเข้าพระทัยผิดแล้ว ท่านอ๋องของข้าเป็ชินอ๋องตัวเล็กๆ ก็เท่านั้น จะสามารถยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับรัชทายาทได้อย่างไร ดังนั้น อาซีไม่เคยคิดว่าตนจะสามารถทำอะไรใครได้”
ต่อให้จะเป็รัชทายาทแล้วจะอย่างไร ในโลกนี้ คนที่ได้นั่งบนบัลลังก์นั่นถึงจะเป็ผู้ชนะที่แท้จริง ดังนั้น ตำแหน่งรัชทายาทมองแล้วเหมือนว่าจะอยู่ล่างบัลลังก์ันั่น แต่ว่าคิดอยากจะปีนขึ้นไป กลับยากเสียยิ่งกว่ายาก
เส้นทางนี้ ถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องเต็มไปด้วยกระดูกขาวกองพะเนิน มีนางและจวินเหยียนอยู่ ก็เป็การกำหนดไว้แล้วเช่นกันว่าโอวหยางเทียนหัวชั่วชีวิตนี้ก็จะไม่มีทางได้ตำแหน่งนั้น
“พวกเ้าไม่ควรกลับมา” ลู่หลิงฉิงทำให้ตนสงบสติอารมณ์ลงแล้ว นางมองไปยังศาลาข้างสระอวิ๋นเหอที่อยู่ไกลออกไป จากนั้นพูดต่อว่า “ต่างก็พูดกันว่าเ้าหนิงชินอ๋องรักใคร่กันลึกซึ้ง แต่ว่าน้องสะใภ้เ้าคิดว่าใราชวงศ์นั้น มีความเป็ไปได้ ที่ว่างจะให้พวกเ้ารักใคร่กันลึกซึ้งต่อไปได้หรือ? บนโลกนี้ก็ยังคงมีคนอยู่จำนวนหนึ่ง ที่จะไม่ให้เ้าได้สมปรารถนา”
“เปิ่นกงได้ยินมาแล้วว่า หลังจากที่เ้าไปจากตำหนักเฟิ่งอี๋ ฮองเฮาได้เจอกับหลานสาวของพระนางอย่างลับๆ ิฮุ่ยเสี้ยนจู่จากจวนเฉิงโหว นางเป็ถือเป็สมบัติล้ำค่าแห่งจวนโหวเชียวนะ เป็บุตรสาวสายตรงของซื่อจื่อแห่งจวนโหวคนปัจจุบัน หากพวกเ้าอยู่หานโจว ก็คงจะยังมีชีวิตอย่างรักใคร่กันต่อไปได้ แต่เมื่อกลับมายังเมืองหลวง บรรดาวันเวลาดีๆ เ่าั้ ก็ไร้วาสนากับพวกเ้าแล้ว”
เมื่อพูดจบ นางก็พาคนจากไปเลย
อวิ๋นซีมองเงาหลังของลู่หลิงฉิง แค่นเสียงเ็า ดูท่านางคงจะไร้ทางไปแล้วจริงๆ ดังนั้นถึงได้ใช้วิธีเช่นนี้ ให้นางไปต่อกรกับคุณหนูจวนเฉิงโหว ถึงขนาดหวังว่านางจะไปล่วงเกินฮองเฮา สุดท้ายถูกลงโทษให้ตาย เช่นนี้ก้สมปรารถนานางเป็ที่สุด
“พระชายา ชายารัชทายาทผู้นี้ก็มีเจตนาชั่วร้ายเกินไปแล้วนะเพคะ” ฉุนเอ๋อร์ที่ติดตามอยู่ด้านหลังพูดเสียงเบา ท่านอ๋องไม่มีทางทำเื่ผิดต่อพระชายาเป็แน่ คนผู้นี้กลับมายุแยงเสียได้
อวิ๋นซียิ้มบางๆ อย่างสงบนิ่ง “พวกนางอยากพูดอะไร นั่นเป็เื่ของพวกนาง อย่างน้อยข้ารู้ว่า เขาไม่ทำเช่นนั้นแน่”
จากคำที่เมื่อครู่เขาพูดออกมาที่ตำหนักเฟิ่งอี๋ นางก็รู้แล้วว่า ต่อให้จักต้องต่อกรกับแรงกดดันทั้งหมด เขาก็ไม่มีทางทำเื่ผิดต่อนางเป็แน่ ส่วนฮอวเฮา ไม่ว่าจะทำเื่อะไรก็แค่เหนื่อยเปล่าเท่านั้น
“เ้าไม่กังวลเลยหรือ?” จู่ๆ ข้างกายนางก็มีอีกคนเดินเข้ามา เื้ัอีกฝ่ายยังมีสาวใช้ไม่น้อยติดตามมาด้วย
อวิ๋นซีไม่แระหลาดใจสักนิดเื่การปรากฏตัวออกมาของอวิ๋นเซ่าหลัน เพราะนางเห็นตั้งนานแล้วว่าอวิ๋นเซ่าหลันอยู่ที่ป่าไผ่ม่วงเื้ันาง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ นางก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
ถึงแม้สตรีนางนี้ เมื่อก่อนจะเคยปรารถนาในตัวจวินเหยียนมาก่อน ทว่าตอนนี้กลับรักองค์ชายสี่อย่างหมดใจ เพราะเหตุนี้ นางจึงไม่คิดเล็กคิดน้อยเกี่ยวกับเื่ที่ผ่านมาแล้วกับอีกฝ่ายแม้แต่น้อย อีกอย่าง ตอนนั้นหากไม่ใช่เพราะนาง เช่นนั้นก็อาจเป็ชายคนอื่นที่ได้มาร่วมห้องกับนาง เช่นว่าเป็อันธพาลหรือขอทานจริงๆ
หากไม่ใช่เพราะนาง ก็จะไม่มีหวานหว่าน อีกอย่าง บนร่างนางให้ความรู้สึกประหลาดยิ่งบางอย่าง นางถึงกับไม่อยากจะลงมือกับอวิ๋นเซ่าหลัน ไม่เกี่ยวกับเื่ของบุรุษ ไม่เกี่ยวกับเื่ใดทั้งนั้น เพียงแต่เป็ความรู้สึกส่วนตัว ที่อยากจะคบค้าสมาคมกันอย่างดีกับผู้หญิงคนนี้
หากไม่ใช่เพราะรู้ว่า จริงๆ แล้วนามอวิ๋นซานของบิดาเป็แค่นามที่แต่งขึ้น นางคงจะคิดไปแล้วจริงๆ ว่า ไม่แน่อวิ๋นซานอาจจะเป็เด็กจากตระกูลอวิ๋นที่ระเหเร่ร่อนอยู่ด้านนอก ดังนั้นนางถึงได้เกิดความรู้สึกประหลาดเช่นนั้นต่ออวิ๋นเซ่าหลัน
อวิ๋นซีส่ายหน้าพูดว่า “หากเขาเปลี่ยนใจง่ายดายเพียงนั้น ตอนแรกตอนที่หยวนอวี่อยู่ที่หานโจว เขาก็คงทำอะไรออกมาแล้วละ แต่สุดท้ายก็เห็นแล้วว่า เขาไม่ได้ทำอะไร ในเมื่อเมื่อก่อนไม่ทำ เช่นนั้นตอนนี้ข้ายิ่งไม่กังวลเื่พวกนี้”
อวิ๋นเซ่าหลันมองอวิ๋นซีไปทีหนึ่ง ดวงหน้างดงามปรากฏแววปลง “จริงๆ แล้วช่างน่าอิจฉาเ้ายิ่งนัก หากว่าข้าและเทียนหลานสามารถเป็เช่นนี้ได้เช่นกัน จะดีสักแค่ไหน”
เมื่อก่อน ก็รู้สึกเช่นกันว่าตนไม่มีทางชอบโอวหยางเทียนหลาน ทว่าตอนหลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้ว ในที่สุดนางก็เข้าใจ ผู้หญิงคนหนึ่งจะตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่ง นั้นง่ายนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายคนนนั้นยังเป็ชายที่ร่วมเรียงเคียงหมอนกับตน เป็บุรุษคนแรกและคนเดียวของตน
ตอนนั้นต่อให้จะทำเื่บ้าระห่ำไปมากมายแค่ไหน คนที่ในใจตนเคยปรารถนาผู้นั้น ก็ค่อยๆ ลืมเลือนไประหว่างวันทุกวันที่ทะเลาะเบาะแว้งอยู่กับโอวหยางเทียนหลาน ไม่ใช่ว่านางแล้งน้ำใจ แต่นางรู้ว่า คนบางคนนั้นไม่ใช่ของตนเอง คนบางตน กลับยืนอยู่ตรงหน้าตนเองอย่างตัวเป็เป็ จะต้องเกี่ยวข้องแบ่งแยกไม่ชัดเจนกับตนไปชั่วชีวิต
จู่ๆ นางก็เขยิบเข้าไปใกล้หูของอวิ๋นซีพูดเสียงเบาว่า “เ้าต้องระวังเฉิงิฮุ่ยผู้นั้นไว้หน่อย สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดา หลายปีก่อนนางแอบไปหานโจว เคยพบกับพี่รอง”
