“...เอ๋ ที่นี่มัน...ห้องพยาบาล?”
เมื่อผมลืมตาขึ้นมาก็พบกับเพดานที่ไม่คุ้นตา...ไม่สิ นี่มันเพดานห้องพยาบาลนี่ ผมเลยพอจะเดาได้บ้างว่าตัวเองอยู่ที่ไหน...
แต่ทำไมผมถึงมาอยู่ห้องพยาบาลได้ล่ะ
เอ ถ้าจำไม่ผิด...ผมถูกคุณบาราโตะเรียกออกไป...แล้วก็ถูกสารภาพรักเพราะเกมลงโทษ...
อ้อ จริงด้วย เหมือนจะถูกถังน้ำตกใส่หรือไงเนี่ยแหละ
“มิสึไม!? ฟื้นแล้วเหรอ! ค่อยยังชั่ว!!”
ระหว่างที่ผมกำลังนึก เสียงของเด็กผู้หญิงก็ดังขึ้นจากด้านข้าง เสียงของเด็กผู้หญิงที่เรียกตัวผมออกมา...เสียงของคุณบาราโตะ อ่า เธอเป็คนพาผมมาห้องพยาบาลหรือเปล่านะ
“อ่า อืม...คุณบาราโตะเป็คนพาผมมาห้องพยาบาลเหรอ ขอบคุณนะ...ผมตัวหนักไม่ใช่เล่นเลยใช่ไหมล่ะ”
“ดีจริงๆ ที่ฟื้นขึ้นมาแล้ว...ค่อยยังชั่ว...ฮึก...”
เธอไม่ตอบคำถามของผม แต่กลับร้องไห้ออกมาอย่างยินดีที่เห็นผมฟื้นขึ้นมา
ความรู้สึกผิดที่ทำให้เธอเป็ห่วงผุดขึ้นมาพร้อมกับความยินดีเล็กๆ ที่เธออุตส่าห์เป็ห่วงคนอย่างผม
...เอาเถอะ เื่ของผมน่ะช่างเถอะ คุณบาราโตะไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว อย่างน้อยเธอก็ยังอยู่ในชุดนักเรียนเหมือนเดิม ไม่ได้ต้องเปลี่ยนชุดก็ดีแล้ว
“เอ่อ แล้วชุดของคุณบาราโตะล่ะเปื้อนหรือเปล่า ไม่าเ็ตรงไหนใช่ไหม”
“อื้ม...เพราะมิสึไมช่วยไว้ฉันเลยไม่เป็อะไรเลย...แต่เื่ของฉันน่ะช่างเถอะ! มิสิไมต่างหาก เจ็บมากรึเปล่า?! เืออกมาเยอะมากเลย เชื้อโรคจากน้ำสกปรกเข้าแผลรึเปล่าก็ไม่รู้? รู้สึกไม่ดีตรงไหนบ้างไหม”
เืออกมาเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ เพราะถูกทำแผลให้เรียบร้อยแล้วเลยไม่ค่อยรู้สึกเจ็บเท่าไร...อาจจะเพราะเืที่ออกจากหัวมันเห็นชัดมากเลยดูร้ายแรงเกินจริงละมั้ง
ก็มีแค่เจ็บหลังหัวนิดหน่อยมั้ง? แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร อาการอื่นๆ ก็ไม่มี...คิดว่าน่าจะลุกได้สบายๆ เลย
“ผมไม่เป็ไรหรอก แต่ก็ดีแล้วที่คุณบาราโตะไม่ได้รับาเ็”
ผมขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมกับหันไปยิ้มให้คุณบาราโตะ แต่เธอกลับเบือนหน้าหนีจากผมและหันไปด้านข้างแทน
เอ๊ะ? ผมไปทำอะไรให้เธอโกรธหรือเปล่านะ ผมว่าผมก็ไม่ได้ทำอะไรที่น่าโมโหนี่นา
เธอเอ่ยปากในขณะที่ยังหันหน้าไปทางอื่นด้วยท่าทางลนลานแปลกๆ
“...เอ่อ...คือ...มิสึไม ช่วยนอนลงไปเหมือนเดิมได้ไหม แบบนั้นมัน...น่าจะดีกับฉัน...มากกว่าน่ะ...”
เธอเหลือบหางตามองมาทางผมด้วยใบหน้าแดงๆ ผมเริ่มรู้สึกว่ามันแปลกๆ เลยมองลงไปที่ร่างกายของตัวเอง...ท่อนบนของผมไม่ได้สวมอะไรไว้เลย เปลือยเปล่า ผมนอนในสภาพเปลือยเปล่า ไม่สิ เหมือนท่อนล่างจะยังใส่อะไรไว้อยู่
ถึงจะแค่ท่อนบน แต่ผมที่เพิ่งเคยถูกเด็กผู้หญิงเห็นในสภาพเปลือยเปล่าแบบนี้เป็ครั้งแรกก็รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิบนใบหน้าที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
“ขะ...ขอโทษ! ต้องมาเห็นภาพไม่น่าดูแบบนี้...!!”
ผมรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวแล้วกลับลงไปนอนอีกครั้งทั้งสภาพนั้น
“มะ...ไม่หรอก เอ่อ มิสึไมนี่มีกล้ามเยอะกว่าที่คิดเนอะ? แบบผอมล่ำอะไรแบบนั้น...? อ๊ะ...เปล่านะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมองหรอกนะ?!”
เพราะไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน เอาแต่เล่นเกมกาชาหรือไม่ก็ฝึกกล้ามเนื้ออยู่ที่บ้าน ตัวผมเลยค่อนข้างที่จะมีกล้ามเนื้ออยู่พอสมควร
ก็ไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้งานจริงหรอกนะ ครั้งนี้คงเป็ครั้งแรกเลยมั้งที่ได้ใช้ประโยชน์จากมัน
ผมก็อายที่ถูกผู้หญิงเห็นร่างเปลือยเป็ครั้งแรก คุณบาราโตะก็คงอายที่สารภาพว่าเผลอมองร่างกายของผม เราทั้งคู่เลยต่างเงียบใส่กัน
ความเงียบที่น่าอึดอัดนั้นดำเนินไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่อาจารย์ประจำห้องพยาบาลจะเข้ามาทำลายความเงียบนั้น
“โอ๊ะโอ เกิดอะไรขึ้น ทำไมทั้งสองคนหน้าแดงงี้ล่ะจ๊ะ อย่าบอกนะว่าพวกเธอใช้ห้องพยาบาลเป็ที่แอบจู๋จี๋กันน่ะ?”
คำพูดที่ใช้ทำลายความเงียบนั้นของอาจารย์กลับยิ่งทำให้ใบหน้าของผมกับคุณบาราโตะแดงขึ้นไปอีก ก่อนที่ผมจะได้ทันเอ่ยปากปฏิเสธ อาจารย์ก็พูดต่อทันทีโดยไม่มีช่องว่าง
“เอ้า น้องนักเรียนชาย เอาชุดมาให้เปลี่ยนแล้วนะ ชุดนักเรียนที่เลอะครูเก็บรวมเอาไว้ให้แล้ว เอาไปซักเองหรือส่งร้านซักรีดซะนะ”
เหมือนอาจารย์จะช่วยเตรียมเสื้อผ้ามาให้ผมเปลี่ยน
ถึงยังมีเื่ที่อยากพูด แต่อย่างน้อยก็โล่งใจที่ความเงียบน่าอึดอัดถูกทำลายไป ผมรับชุดมาเปลี่ยนพร้อมกับที่หางตามองเห็นคุณบาราโตะลุกเดินออกไปรอข้างนอก
ชุดที่นำมาให้เป็ชุดเครื่องแบบของโรงเรียน
พอลองถามดูก็ได้คำตอบว่านี่เป็ชุดสำรองที่เตรียมไว้ให้เผื่อในกรณีแบบนี้ ช่วยได้เยอะเลยละ ไม่งั้นผมคงต้องเดินไปกลับโรงเรียนหรือเข้าห้องเรียนด้วยชุดพละเด่นๆ อยู่คนเดียวแน่
ขณะที่ผมสอดแขนเข้าไปในเสื้อ อาจารย์ก็เล่าเื่ราวคร่าวๆ ให้ผมฟัง
ดูเหมือนว่าหลังจากที่สลบไปผมจะถูกอาจารย์ผู้ชายที่คุณบาราโตะไปตามมาช่วยแบกมาที่ห้องพยาบาล
เพราะถูกกระแทกเข้าที่ศีรษะ เลยจะเคลื่อนย้ายแบบไม่ระวังไม่ได้ เมื่อเธอประเมินแล้วว่าพามาเองไม่ไหว ก็รีบวิ่งสุดแรงเกิดไปที่ห้องพักครูเพื่อขอความช่วยเหลือให้กับนักเรียนชายที่าเ็
ตั้งสติได้ดีมากเลยนะเนี่ย คุณบาราโตะ ถ้าสลับตำแหน่งกันละก็ ผมคงจะร้อนรนรีบอุ้มเธอมาด้วยตัวเองแน่
ส่วนเื่ที่ว่าใครเป็คนเทน้ำสกปรกทิ้งทางหน้าต่างนั้นดูเหมือนจะจบลงโดยที่ไม่ทราบตัวต้นเหตุ
ในโรงเรียนเราไม่มีกล้องวงจรปิด ดังนั้นการจะให้ไปชี้หาตัวการแบบเจาะจงคงจะเป็ไปไม่ได้ อย่างดีก็คงทำได้แค่ส่งคำตักเตือนไปที่แต่ละห้องเรียนเท่านั้น
เอาเถอะ เื่นั้นจะเป็ยังไงก็ช่าง
“อย่าลืมขอบคุณน้องนักเรียนหญิงด้วยนะ ั้แ่ที่เธอถูกพามาห้องพยาบาล เขาก็คอยเฝ้าอยู่ตลอดเลยละ ดีจริงๆ เลยน้า วัยรุ่นเนี่ย”
พอถูกพูดแบบนั้นแก้มของผมก็แดงขึ้นมาทันที แต่ผมก็ไม่ได้คัดค้านอะไรกับคำพูดนั้นและเลือกที่จะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อให้เสร็จอย่างเงียบๆ
“อ้อ แผลที่หัวของเธอไม่ได้ร้ายแรงอะไรมาก แต่ก็ทำแผลที่แตกให้แล้วละ มีอาการอะไรบ้างรึเปล่า ถ้ามีอาการอย่างรู้สึกเจ็บตลอดเวลา...วิงเวียน...หรือรู้สึกไม่ดีขึ้นมาถึงจะแค่นิดเดียวครูก็แนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลจะดีกว่านะ”
พอเปลี่ยนชุดเสร็จผมถึงรู้สึกตัวว่าที่หัวมีผ้าก๊อซปิดแผลไว้ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บตรงนั้นมากนัก อาการคลื่นไส้หรือวิงเวียนก็ไม่มี สติก็ยังอยู่ครบถ้วน คิดว่าคงไม่ถึงกับต้องไปโรงพยาบาลหรอก
แต่ถ้าพ่อกับแม่กลับมาคงต้องบอกไว้สักหน่อยว่าได้แผลมา
“น้องนักเรียนหญิง แฟนเธอเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วนะ เข้ามาได้แล้วละ ว่าแต่เธอนี่ใสซื่อผิดกับหน้าตาเลยนะ เห็นแค่ท่อนบนก็หน้าแดงแจ๋ซะแล้ว”
จังหวะที่ผมเปลี่ยนชุดเสร็จ อาจารย์ก็ออกไปเรียกคุณบาราโตะให้เข้ามาด้านในแทน ใบหน้าของคุณบาราโตะที่เพิ่งเข้ามายังคงมีสีแดงจางๆ พาดอยู่
เดี๋ยวสิ ไม่ใช่แฟนสักหน่อย...เอ แต่ผมก็ถูกสารภาพรักแล้วนี่นา ถึงจะเพราะเกมลงโทษก็เถอะ งั้นผมก็กำลังจะได้ตำแหน่งนั้นแล้วสินะ?
“มิสึไม...ไม่เป็ไรใช่ไหม”
“อ่า อืม ไม่เป็ไรหรอก คุณบาราโตะ ขอบคุณมากนะที่ช่วยเรียกอาจารย์ให้ ช่วยได้มากเลยละ”
“ทางฉันต่างหาก...ขอบคุณนะ ...ที่ช่วยปกป้องเอาไว้”
ปกป้อง?
ผมแค่เอาตัวบังถังน้ำกับน้ำที่ถูกเทออกมาไว้แค่นั้นเอง ไม่เห็นจะต้องถือเป็เื่จริงจังขนาดนั้นเลย... แต่พอถูกพูดแบบนี้ผมก็เริ่มเขินขึ้นมาหน่อยๆ เหมือนกัน
เกิดความเงียบอันน่าประหลาดขึ้นระหว่างเราสองคน เอ่อ...เวลาแบบนี้ต้องพูดอะไรนะ...นึกคำแนะนำของคุณบารอนให้ออกสิ
ไม่ได้แฮะ โชคไม่ดีที่ไม่มีคำแนะนำสำหรับตอนที่ได้รับาเ็ระหว่างถูกสารภาพรัก ไม่มีอะไรที่จะใช้เริ่มบทสนทนาได้บ้างเลยหรือไงนะ?!
“...คำตอบ...”
“เอ๋?”
ขณะที่ผมพยายามนึกถึงคำแนะนำเมื่อวานอย่างเอาเป็เอาตาย แล้วเพิ่งพบว่ามันไม่มีคำแนะนำสักข้อที่จะนำมาใช้ในเวลาแบบนี้ได้นั้น คุณบาราโตะก็พึมพำว่าคำตอบออกมาคำหนึ่ง
...คำตอบ?
“ก็ฉัน สารภาพรักกับมิสึไม...ไปแล้ว...ไม่ใช่เหรอ ...แล้วก็ คือ...อยากฟังคำตอบน่ะ... เอ่อ...แบบว่า...อะไรแบบนั้นน่ะ...จำได้ไหม”
คุณบาราโตะเอียงคอหลบสายตาจากผมไปเล็กน้อย กล่าวกับผมขณะที่ใช้นิ้วม้วนเส้นผมสีน้ำตาลของตัวเองไปด้วย
แก้มของเธอขึ้นสีชมพูหน่อยๆ วันนี้ทั้งผมทั้งเธอต่างก็หน้าแดงกันไม่หยุดเลยแฮะ
...อา จริงด้วยสิ ผมพุ่งเข้าใส่เธอก่อนที่จะได้ให้คำตอบนี่นะ ก็เลยยังไม่ได้คุยเกี่ยวกับเื่นี้เลย
คงเพราะคิดไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับคำตอบแล้วว่าจะตอบรับเธอไป ก็เลยลืมไปเสียสนิทเลย อาจจะเพราะถูกกระแทกเข้าที่หัวด้วยเลยอาจจะมีสับสนไปบ้าง
คุณบาราโตะมีท่าทีอึกอักอย่างเป็กังวล
ภาพลักษณ์ของเธอออกจะดูเป็สาวแกลที่โดดเด่นสะดุดตาแท้ๆ แต่ท่าทีตรงหน้าผมดูยังไงก็เหมือนเด็กผู้หญิงที่เรียบร้อยคนหนึ่ง หรือแบบนี้จะเป็ตัวจริงของเธอกันแน่นะ
เอ...เหมือนคุณบารอนจะพูดอะไรไว้สักอย่างนะ ถ้าจำไม่ผิด ตอนตอบรับให้มองตรงไปที่ดวงตาของอีกฝ่าย...มองไปที่...ดวงตาของเธอ... เขินนิดหน่อยแฮะ...กล้าๆ หน่อยสิตัวผม
“อืม ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็ผมก็เถอะ แต่ถ้าโอเคกับผมละก็...จากนี้ไปก็ขอฝากตัวด้วยนะ คุณบาราโตะ”
เมื่อได้คำตอบจากผม สีหน้าของเธอที่ดูกังวลก็พลันสดใสขึ้นมา
แบบนี้หรือเปล่านะที่เรียกว่ารอยยิ้มที่ราวกับดอกไม้น่ะ ไม่สิ แบบนี้น่าจะเป็ดอกไม้ช่อใหญ่เลยละ ไม่รู้ว่าเธอแกล้งทำหรือเปล่า แต่แค่ได้เห็นรอยยิ้มนี้ผมก็รู้สึกเหมือนเป็คนที่โชคดีที่สุดแล้วละ
แค่เธอส่งยิ้มให้แบบนี้ผมก็พร้อมจะเข้าใจผิดได้ทุกเมื่อแล้ว แต่ยังไงนี่ก็เป็แค่เกมลงโทษ ผมคงต้องคอยเตือนตัวเองไว้
ใบหน้าเธอมีรอยยิ้มสดใสประดับอยู่ครู่หนึ่ง แต่จู่ๆ สีหน้านั้นก็พลันเปลี่ยนเป็ไม่พอใจ เธอทำแก้มป่องเล็กน้อย...ก่อนจะบ่นพึมพำออกมา
“นานามิ...”
“เอ๋?”
นั่นคือชื่อของเธอ อืม ผมก็รู้อยู่หรอก แต่ทำไมเธอถึงได้พึมพำชื่อตัวเองออกมาล่ะ ไม่ทันให้ผมได้ถามเื่ที่สงสัย เธอก็เฉลยออกมาก่อนเอง
“จากนี้ก็จะคบกันแล้วนี่นา...เรียกว่านานามิสิ ...ฉันก็จะเรียกมิสึไมว่าโยชินด้วยเหมือนกัน”
