บทที่1 กลิ่นคาวคนจน
"พี่เย่วหลีคะ กลิ่นล็อตนี้มัน...แรงไปหรือเปล่าคะ?" เสียงของพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาฝึกงานเอ่ยถามอย่างประหม่า พร้อมกับยกหลังมือขึ้นปิดจมูกโดยสัญชาตญาณ
ไป๋เย่วหลี ไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงแค่ขยับแก้วตัวอย่างน้ำปลาสีน้ำตาลแดงใสแจ๋วขึ้นมาดมสั้นๆ ก่อนจะแตะของเหลวนั้นลงบนปลายลิ้นเพียงนิดเดียว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจดจ้องไปยังถังบ่มหมายเลข 808
"แรงน่ะดีแล้วเสี่ยวหลิน นี่คือกลิ่นของน้ำปลาชั้นยอดที่หมักได้ที่ 18 เดือนเต็ม..." เย่วหลีเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ปลาไส้ตันจากทะเลจีนใต้ตอนล่าง อัตราส่วนเกลือเป๊ะทุกมิลลิกรัม ถ้าเธอใช้ใจดม เธอจะรู้ว่ากลิ่นเค็มข้นปร่านี่แหละคือกลิ่นของความสำเร็จและความเป๊ะระดับโมเลกุล ล็อตนี้ส่งออกยุโรปได้สบาย"
พนักงานใหม่มองรุ่นพี่สาวในชุดกาวน์ขาวสะอาดสะอ้านด้วยแววตาเลื่อมใส ทั่วทั้งโรงงานต่างรู้ดีว่าไป๋เย่วหลีคือเ้าหน้าที่าุโฝ่ายควบคุมคุณภาพ (QC) เ้าของฉายา ตาเหยี่ยว จมูกทองคำ ลิ้นเทพ ที่บริษัทขาดไม่ได้
แม้เธอจะเป็ถึงหัวใจหลักของไลน์การผลิต แต่เมื่อก้มมองสลิปเงินเดือนในมือถือที่แจ้งเตือนเมื่อเช้า เย่วหลีก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ เงินเดือนของเธอแม้จะมากพอให้มีชีวิตที่สะดวกสบาย มีคอนโด มีรถขับ และมีเครื่องสำอางแบรนด์เนมใช้บ้าง แต่มันไม่ใช่ความรวย...ไม่ใช่ความมั่งคั่งมหาศาลเหมือนตระกูลเ้าของบริษัทที่เธอทำงานให้
เธอมองป้ายชื่อแบรนด์น้ำปลาขนาดใหญ่บนผนังโรงงาน แบรนด์นี้ครองตลาดมาเกือบศตวรรษ สร้างเม็ดเงินมหาศาลจนทายาทรุ่นหลานร่ำรวยมหาศาลโดยไม่ต้องลงแรงอะไรมากมาย
"เ้าของคนแรกในยุคนั้นคิดได้ยังไงนะเก่งชะมัดเลย?"เย่วหลีคิดด้วยความเลื่อมใสแกมริษยา "ในวันที่เทคโนโลยียังไม่มี เขาสร้างสูตรลับท่ามกลางความขาดแคลนจนกลายเป็รากฐานที่ส่งต่อความรวยมาถึงวันนี้ได้อย่างไร...ถ้าฉันมีโอกาสได้สร้างแบรนด์ของตัวเองบ้าง คงไม่ใช่แค่ลูกจ้างกินเงินเดือนแบบนี้..."
เปรี้ยง!
ความคิดของเธอถูกตัดฉับด้วยเสียงะเิกึกก้อง! ท่อแรงดันสูงที่เชื่อมต่อกับถังพักน้ำปลาเกิดรอยร้าวและะเิออกอย่างรุนแรง แรงอัดมหาศาลซัดร่างของเย่วหลีลอยกระเด็นไปปะทะกับกำแพงเหล็ก กลิ่นน้ำปลาที่เคยหอมนวลกลับกลายเป็กลิ่นไหม้และควันไฟ แสงสว่างจ้าสีขาววาบเข้ามาในดวงตา ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลง
ปี 1974...หมู่บ้านจินไห่ มณฑลฝูเจี้ยน
"อาหลี! อาหลีลูกแม่! ตื่นสิลูก ตื่นไม่นะ! ไป๋เถี่ยซานทำอะไรสักอย่างซิลูกเราไม่หายใจแล้ว!"เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจท่ามกลางเสียงคลื่นซัดฝั่งกระชากสติที่พร่าเลือนของเย่วหลีให้กลับคืนมา เธอรู้สึกถึงน้ำเย็นเฉียบที่ไหลทะลักเข้าปอดจนต้องสำลักออกมาอย่างรุนแรง
"แค๊ก ๆ! อึก..."
เย่วหลีพยายามลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าซูบตอบที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของผู้หญิงคนหนึ่ง และผู้ชายที่กำลังประคองร่างผอมบางของเธอขึ้นจากน้ำ ชาวบ้านรอบข้างต่างมุงดูด้วยความเวทนา บ้างก็ช่วยกันบีบนวดหวังจะให้ิญญาเด็กสาวกลับคืนสู่ร่าง “นั่นไง นางฟื้นแล้ว”
"ฟื้นแล้ว! อาหลีฟื้นแล้ว!" เสียงชาวบ้านคนหนึ่งะโขึ้น
ทว่าท่ามกลางกลุ่มคนที่ห่วงใย กลับมีกลุ่มเด็กสาวในชุดนักเรียนสะอาดสะอ้านยืนล้อมวงอยู่ไม่ไกล แต่ละคนมองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาดูแคลน ราวกับคนตรงหน้าเป็เพียงขยะเปียกโชกที่น่ารังเกียจของกลุ่มพวกเธอ
"เหอะ... สำออยชะมัด แค่ผลักนิดเดียวทำเป็จะตาย...ไหนบอกเป็ลูกชาวประมง น้ำแค่นี้ก็ไว้ขึ้นมาไม่ได้โง่จริงๆ" จื่อหลิงพึมพำกับกลุ่มเพื่อนๆของเธอ "คนจนก็แบบนี้แหละ ชอบเรียกร้องความสนใจ พ่อฉันบอกว่าพวกชาวประมงชั้นต่ำ...นอกจากกลิ่นคาวปลาก็ไม่มีอะไรดีเลย"
เย่วหลีที่นอนหอบหายใจอยู่บนพื้นทรายได้ยินทุกคำพูด ความทรงจำของร่างนี้ไหลย้อนกลับมาในหัวของเธอ...จื่อหลิงมักจะหาเื่รังแกเธอเสมอเพียงเพราะเธอเป็แค่ลูกชาวประมงในหมู่บ้านแห่งนี้
เย่วหลีมองมือที่หยาบกร้านและผอมแห้งของตัวเอง ก่อนจะเหลือบสายตาคมกริบมองไปยังจื่อหลิงที่กำลังยืนหัวเราะคิกคักกับเพื่อนๆ ความอ่อนแอขี้โรคที่เคยมีหายวับไป เหลือเพียงดวงตาของหญิงสาวที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน
“ชาวประมงชั้นต่ำอย่างนั้นเหรอ?
