หลังจากได้พูดคุยกัน ชายผู้นั้นก็ได้เชิญถังเหล่ยมาที่ห้องของเขา
“เชิญนั่งก่อน นั่งตรงไหนก็ได้ไม่ต้องเกรงใจ” ชายผู้นั้นกล่าวพร้อมกับผายมือออกไปเชื้อเชิญให้ถังเหล่ยนั่งลง เขานั่งลงและกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง
ห้องแห่งนี้ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามและเป็ระเบียบเรียบร้อยมาก มันทำให้ถังเหล่ยรู้สึกเหมือนอยู่ในพระราชวัง ไม่เหมือนห้องในป้อมปราการแถวชายแดนแม้แต่น้อย
“ข้าขอแนะนำตัวเองก่อน ข้ามีนามว่าตี้หลิน เป็ผู้บัญชาการของด่านจิงเซิน” ตี้หลินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ถังเหล่ยคาดเดาตัวตนของอีกฝ่ายไว้แล้ว แต่เขาคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเป็คนแซ่ตี้ ดังนั้นชายที่อยู่เบื้องหน้าของเขาก็คือสมาชิกของตระกูลตี้
“ข้าจะไม่อ้อมค้อม ตอนนี้ท่านผู้บัญชาการหลินรู้เื่ของข้าแล้ว แล้วท่านจะส่งข้าให้กับตี้เลี่ยหรือไม่?”
เนื่องจากขณะนี้ถังเหล่ยอยู่ในมือของอีกฝ่ายแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็ต้องอ้อมค้อม
ทันทีที่ตี้หลินได้ยินคำกล่าวของถังเหล่ย เขาก็หัวเราะเสียงดังออกมาทันที จากนั้นก็กล่าวว่า
“คุณชายถังเข้าใจผิดแล้ว การที่คุณชายสังหารบุตรของตี้เลี่ยนั้นไม่เกี่ยวกับข้า หมายความว่าข้าจะไม่ส่งตัวคุณชายให้กับตี้เลี่ยอย่างแน่นอน”
คำกล่าวของอีกฝ่ายทำให้ถังเหล่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม้ว่าการตายของตี้เทียนเซิ่งไม่เกี่ยวข้องกับตี้หลินจริงๆ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันก็มีความผิดปกติอยู่บ้าง
“หากผู้บัญชาการหลินไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นจริงๆ เหตุใดท่านจึงขัดขวางการเดินทางของข้า” ถังเหล่ยถามทันที
“ข้ามีบางอย่างที่อยากจะถามคุณชายถังจึงได้เชิญคุณชายมาที่ห้องนี้ เมื่อสองวันก่อนข้าได้รับสารลับจากผู้าุโใหญ่ ภายในระบุว่าตี้ชิงบุตรของตี้เหยียนถูกแต่งตั้งให้เป็จักรพรรดิองค์ใหม่ของจักรวรรดิซือฉี และพิธีาาภิเษกจะถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า คุณชายถังคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ตี้ชิงได้เป็จักรพรรดิองค์ใหม่ใช่หรือไม่?”
ตี้หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา จากนั้นหยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบ
“สิ่งที่ข้าทำนั้นเล็กน้อยมาก แต่ตอนนี้ข้าอยากจะรู้ความ้าที่แท้จริงของท่าน” ถังเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
ถังเหล่ยรู้ว่าตี้หลินผู้นี้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับเขาแล้ว การที่อีกฝ่ายขัดขวางการเดินทางของเขาจะต้องมีเหตุผลอื่นอย่างแน่นอน เขาจึงกล่าวต่อว่า
“ข้า้าไปจากที่นี่ ข้าไม่้าอยู่ที่ที่ทุรกันดารเช่นนี้!”
ตี้หลินมองไปที่ถังเหล่ย จากนั้นใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นมาทันที จากนั้นจึงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
“เ้ารู้เพียงแค่ว่าข้าเป็คนในตระกูลตี้ แต่ตัวตนที่แท้จริงของข้าเ้ายังไม่รู้ ข้าคือน้องชายของจักรพรรดิองค์ก่อน!”
หลังจากที่ตี้หลินกล่าวจบ รอยยิ้มเ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา จากนั้นเขาก็กล่าวต่อว่า
“เมื่อก่อนนั้นเป็ข้ากับพี่ชายที่แย่งชิงบัลลังก์กัน แต่ข้าพ่ายแพ้จึงถูกส่งมาที่ด่านจิงเซินโดยผู้าุโใหญ่ ข้าอยู่ที่นี่มานานหลายทศวรรษแล้ว คาดว่าตอนนี้คงไม่มีผู้ใดรู้จักชื่อของข้า สิ่งที่ข้า้ามากที่สุดก็คือออกจากด่านจิงเซินแห่งนี้ ข้าไม่สนว่าจักรพรรดิองค์ใหม่จะเป็ใคร!”
ถังเหล่ยคาดไม่ถึงว่าตี้หลินผู้นี้เป็น้องชายของจักรพรรดิผู้ล่วงลับ เขาจึงถามด้วยความสงสัยว่า
“ผู้บัญชาการหลิน้าให้ตี้ชิงอภัยโทษให้อย่างนั้นหรือ? เื่นี้ข้าไม่สามารถช่วยท่านได้จริงๆ”
“ข้าไม่สนใจเื่การอภัยโทษ สิ่งที่ข้าสนใจก็คือคำสั่งของผู้าุโสูงสุดที่สั่งให้ข้ามาประจำที่ด่านจิงเซินแห่งนี้ แม้ว่าข้าจะเป็ปรมาจารย์ยุทธ์ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้าุโได้ และคำสั่งนั้นอยู่ที่ผู้าุโสูงสุดสามคน!”
ตี้หลินกล่าวด้วยความไม่พอใจ เพราะเขาประจำการอยู่ที่ด่านจิงเซินแห่งนี้หลายทศวรรษแล้ว เขารู้สึกว่าคำสั่งนี้คือการกักบริเวณ จากนั้นตี้หลินก็กล่าวต่อว่า
“ข้าได้ยินมาว่าตี้เหยียนพึงพอใจในตัวเ้ามาก หลังจากที่เ้าสามารถปลูกิญญายุทธ์ในร่างของตี้ชิงได้สำเร็จ เ้าคิดจริงๆหรือว่าตี้เหยียนจะปล่อยคนมีฝีมืออย่างเ้าหลุดมือไป?”
ทันทีที่ตี้หลินกล่าวจบ ถังเหล่ยก็รู้ได้ทันทีว่าตี้หลินผู้นี้จะต้องใช้เขาเป็เครื่องมืออย่างแน่นอน
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยก็ไม่ค่อยรู้เื่ของตี้หลินมากนัก เดิมทีตี้หลินในฐานะน้องชายจะต้องสืบบัลลังก์ต่อจากพี่ชายซึ่งเป็จักรพรรดิ แต่เขากลับถูกกักบริเวณอยู่ที่ด่านจิงเซิน เหตุผลนี้ทำให้ถังเหล่ยคิดว่าตี้หลินต้องทำความผิดมาอย่างแน่นอน
หากเป็อย่างที่ถังเหล่ยคาดเดาเอาไว้ เหล่าผู้าุโจะไม่มีทางปล่อยให้ตี้หลินออกจากด่านจิงเซินง่ายๆ
“ผู้บัญชาการหลินประเมินข้าสูงเกินไป ข้าเป็เพียงผู้หลบหนีจากจักรวรรดิอื่นเท่านั้น ข้าถังเหล่ยคงไม่คู่ควรที่จะรับใช้ตี้เหยียน” ถังเหล่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“หากข้าเดาไม่ผิดตี้เหยียนและตี้เลี่ยจะมาถึงเร็วๆ นี้” ตี้หลินกล่าวอย่างเ็า
“อ๋องเลี่ยมาถึงด่านจิงเซินแล้ว เขาขอเข้าพบท่าน”
ทันใดนั้นก็มีเสียงทหารดังมาจากประตู ถังเหล่ยตกตะลึงตี้เลี่ยผู้นี้มาถึงเร็วกว่าที่เขาคาดเอาไว้!
“คุณชายถังความหวังของข้าขึ้นอยู่กับเ้า หากตี้เลี่ยยอมรับเงื่อนไขของข้า ข้าจำเป็ต้องมอบตัวเ้าให้กับเขา คุณชายถังได้โปรดอย่าโกรธเคืองข้า ข้า้าให้คุณชายรออยู่ที่นี่ เพื่อความปลอดภัยของคุณชายเอง!”
ทันทีที่ตี้หลินกล่าวจบ เขาก็ลุกขึ้นแล้วออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเสียงสั่งการทหารที่หน้าประตูก็ดังขึ้น
“ดูแลผู้ที่อยู่ด้านในให้ดี!”
เมื่อตี้หลินจากไป ถังเหล่ยลุกขึ้นยืนและขมวดคิ้วทันที ตี้เลี่ยผู้นี้เดินทางเร็วกว่าที่เขาคาดเอาไว้มาก หรือเป็เพราะเขาเสียเวลากับกลุ่มทหารที่อยู่ในป่า ตอนนี้ถังเหล่ยรู้แล้วว่าตี้หลินไม่ใช่คนดีมีคุณธรรมแต่อย่างใด หากทั้งสองฝ่ายตกลงเงื่อนไขกันได้ ตัวเขาก็จะถูกส่งให้กับตี้เลี่ยทันที
“อยู่ไม่ได้แล้ว!”
ถังเหล่ยพึมพำกับตัวเอง เขากวาดสายตาไปรอบๆ หลังจากที่รู้ว่าทางออกมีเพียงแค่ทางเดียวสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที ทางออกเพียงทางเดียวนั้นคือประตูที่ตี้หลินเดินออกไปเมื่อครู่
จากนั้นถังเหล่ยก็ประเมินสถานการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ที่ประตูมีทหารยืนเฝ้าอยู่สองนาย ยิ่งไปกว่านั้นทหารที่ยืนเฝ้าประตูนั้นอยู่ในระดับยอดยุทธ์ ยากที่เขาจะหลบหนีไปได้สำเร็จ แน่นอนว่าระดับของทหารทั้งสองนายนั้นสูงกว่าถังเหล่ย
อย่างไรก็ตามหากถังเหล่ยรอจนตี้หลินและตี่เลี่ยซึ่งอยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์กลับมาเขาจะหมดโอกาสหนี ในเวลานี้เขาเหลือยาคลั่งรุนแรงเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น
จำเป็ต้องใช้!
ถังเหล่ยเดินมาเปิดประตูห้องและทหารทั้งสองนายก็หันกลับมามองเขา ในเวลาเดียวกันพวกเขาทั้งสองได้ไขว้อาวุธเพื่อป้องกันไม่ให้ถังเหล่ยออกจากห้อง
“คุณชายถังโปรดรออยู่ในห้องตามคำสั่งของผู้บัญชาการหลิน” ทหารนายหนึ่งกล่าวคำขาดกับถังเหล่ย
“ข้าอยากออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์สักหน่อย” ถังเหล่ยกล่าวอย่างเ็า
“กรุณารออยู่ในห้อง”
นายทหารกล่าวย้ำอีกครั้ง พวกเขาไม่สนใจข้ออ้างของถังเหล่ยด้วยซ้ำแน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถปล่อยให้ถังเหล่ยออกจากห้องได้
“ขอข้าดูทิวทัศน์หน่อยไม่ได้หรือ?” ถังเหล่ยกล่าวและวิ่งฝ่าออกมาอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกันทหารทั้งสองนายพยายามใช้มือจับไปที่หัวไหล่ของถังเหล่ยราวกับกรงเล็บของอินทรีย์
ตรงกันข้ามถังเหล่ยได้ควบคุมพลังปราณในร่างให้พร้อมมาก่อนแล้ว ในขณะที่ทหารทั้งสอง้าจับถังเหล่ย เขาก็หันหลังกลับและปล่อยหมัดไปที่หน้าอกของทหารนายหนึ่งทันที
การโจมตีด้วยพลังมหาศาลของถังเหล่ยนั้นสามารถทะลุผ่านชุดเกราะไปยังร่างของทหารนายนั้นได้ จากนั้นร่างของอีกฝ่ายก็ล้มลงกับพื้น ลมหายใจต่อมามีดในมือของเขาได้กรีดไปที่ลำคอของทหารนายนั้นอย่างรวดเร็ว
ในตอนแรกทหารทั้งสองนายนั้นเมตตาอีกฝ่ายโดยไม่ลงมือ พวกเขาเพียงแค่ขัดขวางการหลบหนีของอีกฝ่ายเท่านั้น แต่สำหรับถังเหล่ยเขาไม่ได้้าความเมตตาอยู่แล้ว!
จิตใจอ่อนแอ!
ก่อนหน้าตี้หลินกล่าวว่าถังเหล่ยไม่ใช่ศัตรูของเขา แต่ในขณะนี้ใบหน้าครึ่งหนึ่งของถังเหล่ยโชกไปด้วยเืของนายทหาร หมายความว่าหลังจากนี้ถังเหล่ยคือศัตรูของตี้หลิน!
……
