ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
หัวใจของท่านอ๋องเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เืลมสูบฉีดรุนแรงจนหน้าแดงก่ำในความมืด
นางหลับจริง หรือแกล้งยั่วข้ากันแน่?
เขากัดฟันกรอด ยกมือขึ้นหมายจะจับไหล่นางแล้วเหวี่ยงลงจากเตียง แต่เมื่อฝ่ามือััโดนแผ่นหลังบางที่เย็นเฉียบจนน่าใ ความคิดที่จะผลักไสก็ชะงักงัน
นางตัวเย็นมาก เย็นจนน่ากลัวว่าถ้าปล่อยไว้นางอาจจะแข็งตาย ความสงสารหรือความปรารถนาที่แฝงมาในรูปของความเมตตา ทำให้หลี่เหว่ยตัดสินใจไม่ผลัก
มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบ ค่อยๆ วางลงบนแผ่นหลังเนียนนุ่มของนางอย่างแ่เบา เขาเริ่มลูบไล้ขึ้นลงช้าๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นจากฝ่ามือสู่ผิวกายสาว ััที่ได้รับมันช่างวิเศษผิวของนางลื่นมือดุจแพรไหม นุ่มนวลและหอมกรุ่น หลี่เหว่ยเผลอไผลไปกับัันั้น นิ้วมือของเขาลูบไล้ไปตามแนวสันหลัง ลามลงมาถึงเอวคอดกิ่ว และวนเวียนอยู่ที่สะโพกผาย
แอนครางในลำคอด้วยความสบาย ขยับตัวเบียดเข้าหาเขามากขึ้น ขาเรียวเกี่ยวพันขาเขาแน่นขึ้น ราวกับเถาวัลย์พันรอบต้นไม้ใหญ่
“อัญชัน เ้ารู้ไหมว่าเ้ากำลังเล่นกับไฟ” เขาเรียกชื่อนางเสียงแหบพร่า แต่คนขี้เซาก็ไม่ตอบรับ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่บอกว่านางหลับสนิทจริงๆ
หลี่เหว่ยถอนหายใจยาวยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น รวบร่างบางเข้ามาจมอก ซุกหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มหอม แล้วข่มตาหลับไปพร้อมกับความทรมานที่แสนหวานที่สุดในชีวิต
*****************************
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง กระทบเปลือกตาของราชสีห์หนุ่ม
หลี่เหว่ยค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น แต่เขายังไม่ลืมตา เขารู้สึกสบายตัวอย่างประหลาด ความอบอุ่นนุ่มนิ่มที่อยู่ในอ้อมกอดทำให้เขาไม่อยากลุกจากเตียง จมูกของเขาฝังอยู่ที่ซอกคอหอมกรุ่นของใครบางคน ลมหายใจของเขาเป่ารดผิวเนื้ออ่อนนุ่มนั้นจนขึ้นสีระเรื่อ
เดี๋ยวนะใครบางคน?
สติของหลี่เหว่ยเริ่มกลับมา เขาค่อยๆ ขยับมือที่วางพาดอยู่บนอะไรบางอย่างที่นุ่มหยุ่นและเต็มไม้เต็มมือมาก นิ้วมือของเขาขยับบีบเคล้นสิ่งนั้นโดยอัตโนมัติ มันเด้งสู้มือ มันนุ่มนวลราวกับซาลาเปาร้อนๆ แต่มีความยืดหยุ่นสู้มือ
ทันใดนั้นดวงตาสีนิลก็เบิกโพลง ภาพที่เห็นตรงหน้าคือหน้าอก มือข้างขวาของเขากำลังกอบกุมเนินเนื้ออวบอิ่มข้างซ้ายของแอนไว้อย่างเต็มไม้เต็มมือ นิ้วหัวแม่มือของเขากำลังกดคลึงอยู่ที่ยอดถันสีหวานที่ดันตัวสู้เสื้อผ้าบางๆ ขึ้นมา และที่เลวร้ายไปกว่านั้นขาของเขาพาดทับอยู่บนขาของนาง ในท่าทางที่ล่อแหลมเหมือนคนกำลังร่วมรักกันไม่มีผิดเพี้ยน
“เฮ้ย!” หลี่เหว่ยอุทาน หน้าซีดเผือด
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง แอนก็รู้สึกตัวตื่นเพราะแรงบีบที่หน้าอก
“อื้ม”
เธอลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เห็นคือแผงอกกว้างเซ็กซี่ และเมื่อเงยหน้าขึ้นก็สบตาเข้ากับดวงตาตื่นตระหนกของท่านอ๋อง
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง 1 วินาที 2 วินาที 3 วินาที
สมองของแอนประมวลผล มือเขาจับนมฉัน ขาเขาก่ายฉัน เรานอนกอดกันกลมบนเตียง
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังลั่นห้องนอนจนแก้วหูแทบแตก
“หุบปาก! เงียบ อยากตายรึไง”
หลี่เหว่ยใสุดขีด เขารีบตะปบมือปิดปากนางทันที
“อื้อ อื้อ (ปล่อยนะ ไอ้คนลามก) ” แอนดิ้นพล่าน พยายามผลักเขาออก ถีบแข้งถีบขาไปมั่วซั่ว
ด้วยความที่เตียงมันสูงและทั้งคู่ดิ้นรนกันอย่างรุนแรง ผ้าห่มพันแข้งพันขา จนทำให้เสียการทรงตัว ทั้งคู่กลิ้งตกลงจากเตียงมาพร้อมกัน กระแทกพื้นพรมขนสัตว์อย่างแรง
สภาพที่พื้นยิ่งดูไม่จืด หลี่เหว่ยนอนหงายอยู่ด้านล่าง โดยมีร่างของแอนนอนทับอยู่้าในท่าคร่อม สไบของแอนหลุดลุ่ยจนเกือบเปลือยอก ส่วนเสื้อของหลี่เหว่ยก็เลิกขึ้นจนเห็นหน้าท้องแกร่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงพันกันนัวเนีย
ปัง!
ประตูห้องนอนถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง
“ท่านอ๋องเกิดอะไรขึ้นขอรับ มีมือสังหารรึ”
นายกองทหารและองครักษ์นับสิบคน วิ่งกรูกันเข้ามาในห้องพร้อมดาบในมือ ด้วยความเป็ห่วงเ้านายที่ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้อง แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของทหารทั้งกองร้อยทำให้ทุกคนชะงักกึก เท้าตายสนิท
ภาพของท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น โดยมีสตรีโฉมงามในสภาพกึ่งเปลือยคร่อมทับอยู่บนตัว ใบหน้าของทั้งคู่แดงก่ำ หอบหายใจแรง และเสื้อผ้าหลุดลุ่ยกระจัดกระจาย
“อะเอ่อ ขออภัยขอรับ ข้าน้อยไม่ทราบว่าท่านอ๋องกำลังเอ่อออกกำลังกายยามเช้า” นายกองหน้าแดงแปร๊ด รีบเอามือปิดตา
“ออกไป๊! ไสหัวออกไปให้หมด” หลี่เหว่ยะโลั่นหน้าดำหน้าแดง
“ขอรับ ขอรับ”
เหล่าทหารรีบหันหลังวิ่งหนีออกจากห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงซุบซิบที่ดังเซ็งแซ่ไปตลอดทางเดิน
“ท่านอ๋องทรงพลังมาก เช้าขนาดนี้ยังจัดหนัก”
“มิน่าล่ะ แม่นางคนนั้นถึงร้องเสียงหลง”
ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้หลี่เหว่ยและแอนมองหน้ากันด้วยความอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
แอนรีบตะเกียกตะกายลุกออกจากตัวเขา ดึงเสื้อผ้ามาปิดหน้าอก
“ทะท่านท่านลวนลามข้าตอนหลับ”
“เ้าต่างหากที่ปีนขึ้นเตียงข้า ข้าบอกให้นอนพื้น เ้าขึ้นมาทำไม” หลี่เหว่ยลุกขึ้นนั่ง เสยผมที่ยุ่งเหยิงอย่างหัวเสีย
“ก็มันหนาวนี่นา” แอนเถียงข้างๆ คูๆ หน้าแดงจนร้อนฉ่า
หลี่เหว่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือกุมขมับ
จบกันชื่อเสียงความเ็าโเี้ที่สั่งสมมานับสิบปี พังทลายลงในเช้าวันเดียว ยามนี้ทั้งกองทัพคงเข้าใจไปแล้วว่า แอนคือเมียบนเตียงของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ และคงไม่มีใครกล้าสงสัยในความสัมพันธ์นี้อีกต่อไป
“ไปแต่งตัวซะ วันนี้เราต้องเดินทางและข้าไม่อยากให้ใครเห็นเมีย เอ่อเชลยของข้า ในสภาพดูไม่ได้เช่นนี้” หลี่เหว่ยพูดเสียงอ่อนลงโดยไม่มองหน้านาง
แอนเม้มปากแน่น แอบยิ้มเล็กๆ
ถึงจะอายแทบตายแต่ััอบอุ่นเมื่อคืน และมือใหญ่ที่กอบกุมหน้าอกเธอเมื่อเช้ามันก็ไม่ได้แย่เลยสักนิด ดูเหมือนว่าัตัวนี้จะเริ่มติดใจก้อนแป้งนิ่มเข้าให้แล้วสิ
