สองอาทิตย์ผ่านไป ~~
“แล้วนี่พี่โฮชิไม่ต้องไปทำงานที่โรงพยาบาลหรอคะ จากที่นับ ๆ ดูแล้วนี่ก็สองอาทิตย์แล้วนะคะที่พี่โฮชิอยู่ที่นี่”
ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเป็เ้าของโรงแรมแห่งนี้แต่ด้วยอีกหน้าที่หนึ่งของเขาที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นจึงทำให้ฉันอดถามออกไปไม่ได้
อีกทั้งหลังจากที่ฉันได้เจอพี่โฮชิในวันนั้นวันที่ฉันได้รู้ความจริงว่าเขาเป็เ้าของโรงแรมแห่งนี้แล้วไป ๆ มา ๆ นี่ก็สองอาทิตย์แล้วที่เขายังอยู่ที่นี่ และเหตุที่ฉันจำได้ดีก็เพราะหลังจากที่ฉันเข้ากะกลางคืนได้สองวันฉันเองก็ถูกพี่เชนขอให้เข้ากะกลางคืนต่ออีกอาทิตย์หนึ่ง นั่นจึงทำให้ตอนแรกที่ฉันคิดว่าฉันจะไม่ได้เจอพี่โฮชิอีกดันเจออยู่ทุกวันจนถึงวันนี้
“ก็งานมันยังไม่เสร็จพี่เลยต้องอยู่เคลียร์งานต่อ”
คนพูดพูดโดยเสสายตามองไปทางอื่น ด้วยเพราะความจริงที่เขาไม่ได้บอกให้หญิงสาวได้รู้ว่าเขานั้นได้เคลียร์งานจบนับั้แ่วันแรกที่ประชุมแล้ว เพียงแต่เขานั้นยังอยากอยู่กับหญิงสาวต่อเขาจึงใช้เื่นี้เป็ข้ออ้างในการยังอยู่ที่โรงแรมนี้ต่อไปทั้งที่ในตอนแรกเขายังไม่อยากจะรับรู้หรือรับ่ต่อโรงแรมนี้เลยด้วยซ้ำ
“พี่โฮชิเก่งจังเลยนะคะเป็ทั้งผู้บริหารด้วยเป็ทั้งคุณหมอด้วย อีกทั้งงานทั้งสองอย่างก็ต่างหนักพอ ๆ กันเลย”
ฉันอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้หลังจากได้เห็นการรับผิดชอบของเขา
“เฮ้อออออ ~~ ก็เพราะว่ามันหนักไปหมดนะซิพี่เองถึงอยากอยู่ในที่ที่ทำให้พี่รู้สึกสบายใจ”
คนฟังฟังอย่างไม่คิดอะไร...ต่างจากคนพูดที่พูดไปพร้อมกับจับจ้องสังเกตอากัปกิริยาของหญิงสาวไปด้วยว่าเธอจะรับรู้ถึงความหมายที่เขาซ่อนเอาไว้ในคำพูดบ้างไหม
“แปลว่าพี่โฮชิชอบโรงแรมนี้มากเลยใช่ไหมคะ”
แต่ทว่า...หญิงสาวกลับไม่รู้ถึงความนัยในคำพูดของชายหนุ่มเลยสักนิด
“ว่าแต่พี่โฮชิชอบอะไรที่โรงแรมนี้หรอคะ” (^-^)
ฉันถามคนตรงหน้าต่อเพราะถ้าหากถามฉันว่าฉันชอบอะไรในโรงแรมนี้ที่สุดฉันคงตอบได้ว่าเป็เพราะบรรยากาศที่ดี วิวสวย การตกแต่งที่ดูสวยงามหรูหราและดูอบอุ่นในเวลาเดียวกัน และสิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดเพราะโรงแรมแห่งนี้ทำให้ฉันมีงานทำ
“พี่ชอบ...พระจันทร์...ที่นี่น่ะครับ...สวยดี” (^-^)
คำพูดของชายหนุ่มพร้อมกับสายตาที่ส่งเชื่อมมายังคู่สนทนาที่ตอนนี้ได้แต่มองไปยังนอกหน้าต่างเพื่อดูพระจันทร์ตามที่เขาบอกว่าพระจันทร์ที่นี่สวย
“คงเป็เพราะว่าที่นี่เป็ต่างจังหวัดหรือเปล่าคะท้องฟ้าเลยเปิด พระจันทร์ก็เลยสวย”
ฉันพูดพร้อมกับมองไปดวงจันทร์ที่ตอนนี้สุกสว่างดวงกลมโตเจิดจ้าจนทำให้ค่ำคืนนี้ไม่มืดเลยสักนิด และมันก็สวยจริง ๆ อย่างที่คนด้านข้างบอก
“แต่ว่าก่อนหน้านี้มันไม่ได้สวยแบบนี้เลยนะครับ”
คนด้านข้างตอบโดยที่ฉันไม่รู้เลยว่าบัดนี้เขาไม่ได้มองไปยังพระจันทร์เหมือนที่ฉันมองแต่กลับมองตรงมาที่ใบหน้าของฉันที่ตอนนี้ได้ปรากฏความเนียนสว่างใสยามที่มันต้องเข้ากับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา
“ยังไงหรอคะ...??”
ฉันเอียงคอหันไปถามคนด้านข้างด้วยความสงสัย
“คงเพราะว่าตอนนี้พี่ได้มองกับ...” จู่ ๆ คนตัวโตก็เงียบไปก่อนจะเปลี่ยนบทสนทนาไปเป็เื่อื่นแทน
“ว่าแต่เราเถอะ...ไม่อยากกลับไปที่เมืองใหญ่บ้างหรอ”
และด้วยคำถามที่จู่ ๆ ก็โพล่งขึ้นมาโดยที่ฉันไม่ทันได้เตรียมคำตอบเอาไว้ให้กับเื่นี้ก็ทำให้ฉันเลือกที่จะตอบไปตามที่ตัวเองคิดไว้ในเวลานี้แทน
“ตอนนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะกลับไปแล้วล่ะค่ะ”
ใบหน้าเนียนสวยที่พลันสลดลงยามนึกไปถึงการประกาศการหมั้นครั้งใหม่ของอดีตคู่หมั้นของตัวเองกับเพื่อนสนิทจนทำให้อาการปวดหนึบในหัวใจบังเกิดขึ้นอีกครั้ง และโชคดีที่เื่ราวที่เกิดขึ้นยังบ้านพักตากอากาศในค่ำคืนนั้นไม่ได้ฝากอะไรเอาไว้ให้ตัวเองต้องลำบากใจเพราะไม่อย่างนั้นในเวลานี้คงคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในยามนี้ดี
ส่วนชายหนุ่มที่เอ่ยถามออกมาอย่าง้าโยนหินถามทางเท่านั้น เนื่องจากเขาเองก็พอได้ยินเื่ราวเหล่านี้มาบ้างเหมือนกัน ดังนั้นเขาแค่อยากรู้ว่าตอนนี้หญิงสาวตรงหน้าตอนนี้คิดยังไง
“ลูกจันพี่ขอถามลูกจันตรง ๆ ได้ไหม พี่เป็ห่วงลูกจันนะทุกวันนี้ลูกจันโอเคแล้วใช่ไหม”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงอย่างเห็นได้ชัดถามออกมาอย่างไม่คิดปิดบังความรู้สึก
“ลูกจันโอเคแล้วค่ะ” (^-^)
ฉันฝืนยิ้มทั้งที่ข้างในไม่โอเคเลยสักนิด ฉันยังคงคิดถึงเขาผู้ชายที่ใจร้ายกับฉัน ผู้ชายที่ครอบครัวเขาใจร้ายกับฉัน แต่ก็ยังเป็ผู้ชายที่ฉันยังรักอยู่ดี
เพียงแต่...เ้าของโรงแรมที่ยังพ่วงดีกรีมีตำแหน่งเป็คุณหมอคนเก่งอีกหนึ่งตำแหน่ง ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าหญิงสาวยังไม่โอเคและอาจจะยังคิดถึงผู้ชายที่เคยเป็เ้าของหัวใจเธออยู่ก็ได้
“ถ้าหากมีอะไรให้พี่ช่วยเหลือลูกจันบอกพี่ได้เลยนะ พี่คนนี้ยินดีช่วยลูกจันนะ”
มือหนาที่จู่ ๆ ก็อดไม่ไหวที่จะเอื้อมไปจับมือบางที่ประสานอยู่ที่ตักจนคนถูกจับถึงกับสะดุ้งเผลอชักมือกลับทันที
“อ่ะ...ขะ...ขอโทษทีค่ะลูกจันใ”
ฉันรีบเอ่ยปากขอโทษคนด้านข้างหลังจากเห็นเขาหน้าเสียที่ฉันมีปฏิกิริยาต่อต้านการััของเขาแบบนี้
“มะ...ไม่เป็ไร พี่ซิต้องเป็ฝ่ายขอโทษที่ทำรุ่มร่ามกับลูกจันเอง”
คนตัวโตหน้าสลดก้มหน้าเล็กน้อยเอ่ยปากขอโทษ
จากนั้นความเงียบก็เขาปกคลุมเราสองคนอีกครั้งและด้วยอีกไม่ถึงชั่วโมงฉันก็จะเลิกงานแล้ว อีกทั้งพรุ่งนี้ก็เป็วันหยุดของฉันด้วยฉันจึงไม่อยากถือสาอะไรกับคนที่มีน้ำใจกับฉันอย่างคุณหมอโฮชิเพราะรู้ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดี
“พรุ่งนี้ลูกจันไม่ได้เข้ากะกลางคืนแล้วใช่ไหมครับ”
จู่ ๆ คนที่นั่งเงียบก็ถามขึ้นมาหลังจากที่เราทั้งสองเงียบใส่กันนานพอควร
“ใช่ค่ะ”
“แล้วพรุ่งนี้...เอ่อ...ลูกจัน...”
“พรุ่งนี้เป็วันหยุดของลูกจันค่ะ ลูกจันว่าจะนอนให้เต็มอิ่มไปเลย” (^-^)
ฉันตอบออกไปเพราะรู้ดีว่าเขาจะถามอะไรและรู้ดีว่าประโยคต่อไปเขาจะพูดอะไรออกมา แต่เป็เพราะฉันไม่อยากให้ความสัมพันธ์ที่สนิทกันเกินกว่าเ้าของโรงแรมกับพนักงานต้องเปิดเผยให้ใครได้รับรู้ โดยเฉพาะจังหวัดที่ทั้งเล็กอีกทั้งวงสังคมยังแคบแบบนี้ ลำพังแค่เราไปเดินเล่นกันริมทะเลก็อาจจะเป็ที่โจษจันไปทั่วทั้งจังหวัดได้แล้ว แม้ว่าเราจะไม่ได้มีความคิดอกุศลต่อกันเลยก็ตาม...
และด้วยคำตอบของฉันก็ยิ่งทำให้คนได้ฟังยิ่งแสดงสีหน้าเศร้า แต่เพราะฉันยังคงต้องอาศัยอยู่ที่จังหวัดนี้ และยังต้องอาศัยทำงานอยู่ที่นี่ ดังนั้นฉันจึงไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรามาทำลายสิ่งดี ๆ ที่กำลังได้รับอยู่ตอนนี้ลง
“ยะ...อย่างงั้นหรอ”
“...ค่ะ...” (^-^)
จากนั้นกระทั่งเมื่อฟ้าสางเริ่มจะเปลี่ยนสีต้อนรับวันใหม่ฉันจึงได้ถือโอกาสลาพี่โฮชิเพื่อกลับบ้าน โดยที่ฉันไม่อาจรู้เลยว่าการปฏิเสธออกไปในครั้งนี้จะนำพาความวุ่นวายมาให้ฉันจนชีวิตฉันจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง...
