จูชิงกลับไปที่บ้านเช่าของตัวเอง หลังจากจ่ายหินปราณไปจำนวนหนึ่ง เ้าของบ้านเช่าก็ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายอะไรกับเขาอีก
แน่นอนว่าถ้าไม่ใช่เพราะสัตว์อสูริญญาทั้งสองยังอยู่ที่บ้านเช่า เ้าของบ้านเช่าก็คงปล่อยที่นี่ให้คนอื่นไปแล้ว
พอจูชิงกลับมา สิ่งแรกที่สุนัขโลกันตร์สามหัวกับัคะนองน้ำทำก็คือขอสมุนไพริญญากับจูชิง ซึ่งเขาก็มิได้ตระหนี่ขี้งก
“หืม?” เอ๋อร์กุ่ยที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองสมุทรสุราลัยขมวดคิ้ว
“เกิดอะไรขึ้น เ้าเห็นอะไรงั้นรึ?” ลี่กุ่ยเอ่ยถาม
“เ้านั่น!” เอ๋อร์กุ่ยชี้ไปที่บ้านเช่าที่จูชิงอาศัยอยู่
“เ้านั่น? ใครงั้นรึ?” ลี่กุ่ยตะลึงงัน
“คนที่ทำให้มือเหล็กเสียท่า!” เอ๋อร์กุ่ยถอนหายใจยาว
ลี่กุ่ยหน้าเปลี่ยนสี ถึงกับหายใจหายคอไม่ทั่วท้อง
ในลัทธิปีศาจ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักมือเหล็ก เขาเป็หนึ่งในผู้พิทักษ์ลัทธิปีศาจเช่นเดียวกับผีราชัน
อีกทั้งมือเหล็กยังเป็สมาชิกทรงคุณวุฒิ วิชายุทธ์ของลัทธิปีศาจมากมาย กระทั่งผีราชันยังมิอาจหาญกล้าล่วงเกิน
ทว่าขุมพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้นกลับประสบความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อหนึ่งปีก่อนที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวน ขั้นบำเพ็ญเพียรของมือเหล็ก จากขั้น์ปฐีสองชั้นฟ้ากลับลดเหลือเพียงหนึ่งชั้นฟ้า เกือบหลุดจากขั้น์ปฐีกลายเป็ขั้นเหินนภา
เวลานั้นสิ่งที่เขาเผชิญเป็แค่เพียงเสียงคำราม ถ้าคนผู้นั้นลงมือจริงๆ มือเหล็กซึ่งเป็หนึ่งในแปดผู้พิทักษ์จักต้องฝังร่างอยู่ในขุนเขากระบี่เทียนหยวนตลอดกาล
ความโกลาหลในครั้งนั้น ลัทธิปีศาจ นิกายพุทธ ลัทธิเต๋าต่างประสบกับความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง อัจฉริยะหอสุราลัยาเ็สาหัส ศัสตราวุธิญญาเองก็ถูกทำลาย อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเป็สิบปีเพื่อฟื้นกลับคืนเป็ดั่งเดิม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กายทองคำที่พังทลายในฝ่าเท้าเดียวสร้างความตกตะลึงให้กับหมู่ชนทั่วทั้งบริเวณ
ั้แ่นั้นมาชายหนุ่มผู้นั้นก็หายตัวไปในทวีปเฉียนหยวน แม้ว่าขุมพลังอำนาจทั้งสามจะพลิกแผ่นดินหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ
แต่เพลานี้เอ๋อร์กุ่ยกลับพบร่องรอยของเด็กหนุ่มนอกแผ่นดินใหญ่ ไม่ว่าเป็เอ๋อร์กุ่ยหรือลี่กุ่ยต่างหน้าขึงขัง
สิ่งที่จูชิงทำในขุนเขากระบี่เทียนหยวนนั้นอึกทึกเหลือพรรณนา เขาเอาชนะผู้เยี่ยมยุทธ์จากสามขุมพลังอำนาจด้วยกระบวนท่าเดียว
มิว่าจะเป็ฮุ้ยเหวินนิกายพุทธหรือมือเหล็กลัทธิปีศาจต่างก็เป็ผู้เยี่ยมยุทธ์เหนือฟ้า ถึงจูชิงจะมิได้ประมือกับเฉินเต้าเ้าแห่งหอสุราลัยอย่างเป็ทางการ หากแต่ก็ต่อสู้กับกระบี่ัเหินศัสตราวุธิญญาของเขา ผลสุดท้ายก็คือกระบี่ัเหินกลายเป็กองเศษเหล็ก
ทั้งสามเปรียบดั่งผู้ไร้ทานเทียมแห่งทวีปเฉียนหยวน ทว่าพวกเขากลับแพ้พ่ายให้กับจูชิงในพริบตาเดียว
ถึงทุกคนจะรู้ว่านั่นไม่ใช่พลังของจูชิงแต่เป็พลังที่หยิบยืมมาจากใครบางคนก็ไม่มีใครกล้าดูแคลน
มือเหล็กที่เป็ผู้พิทักษ์เหมือนกับผีราชันยังพ่ายแพ้ให้กับจูชิง พวกเขาที่เป็แค่ลิ่วล้อจักกล้าล่วงเกินจูชิงได้อย่างไร หากจูชิงใช้พลังพลิกฟ้าทลายปฐีนั่นอีกครั้ง พวกเขาได้กลายเป็ิญญาเฝ้าสุสานเป็แน่แท้
“ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ หรือว่าเขาจักรู้แผนของพวกเราสำนักผีราชัน?” ลี่กุ่ยเบิกตากว้าง
“เป็ไปไม่ได้ แผนของผีราชันเป็ความลับสุดยอด กระทั่งคนในสำนักก็มีแค่พวกเราสองคนเท่านั้นที่รู้” เอ๋อร์กุ่ยส่ายศีรษะ
ซากกระดูกเทพสมุทรเป็ความลับสูงสุดของสำนักผีราชัน นอกจากเอ๋อร์กุ่ยกับลี่กุ่ยที่ได้รับมอบหมายหน้าที่จากผีราชันแล้ว คนอื่นๆ ไม่มีใครรู้เื่นี้
ถึงสำนักผีราชันจะมีจอมยุทธ์อยู่จำนวนมาก แต่ก็แค่เพื่อพิชิตขุมพลังอำนาจบริเวณมหาสมุทรเท่านั้น
สำหรับขุมพลังอำนาจชั้นสูงในทวีปเฉียนหยวน การเดินทางไปยังขุมพลังอำนาจอื่นๆ ในต่างแดนนั้นไม่ใช่เื่แปลก อย่างไรเสียมหาสมุทรก็กว้างใหญ่กว่าแผ่นดินหลายเท่า มีสมบัติล้ำค่าฟ้าดินบางอย่างที่แผ่นดินใหญ่ไม่มี พวกเขาหรือจักยอมปล่อยให้มันหลุดมือ
เมื่อเทียบกับขุมพลังอำนาจบนแผ่นดินใหญ่ ขุมพลังอำนาจต่างแดนค่อนข้างอ่อนแอ แต่ก็มีบางขุมพลังอำนาจที่แข็งแกร่ง วิหารสมุทร์ก็เป็หนึ่งในนั้น
มีผู้เฒ่าขั้น์ปฐีตั้งมั่นรักษา พลานุภาพของวิหารสมุทร์เรียกได้ว่าเหลือล้ำยิ่งทวี แม้ว่าจะเป็บนแผ่นดินใหญ่ก็ตาม!
“พวกเราจะทำอย่างไรดี หรือว่าต้อง...” ลี่กุ่ยเอ่ย
การปรากฏตัวของจูชิงทำให้พวกเขาไม่สบายใจเป็อย่างมาก แก้ปัญหาให้เร็วที่สุดน่าจะดีกว่า จะให้เกิดข้อผิดพลาดกับแผนการใหญ่ของผีราชันไม่ได้เด็ดขาด
เอ๋อร์กุ่ยส่ายศีรษะ “อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่น[1] ถ้าเขาหนีมาต่างแดนเพื่อหลีกเลี่ยงการไล่ล่าของขุมพลังอำนาจ พวกเราก็ไม่จำเป็ต้องเป็ศัตรูกับเขา”
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสำนักผีราชันก็คือซากกระดูกของเทพสมุทร ก่อนที่จะได้ซากกระดูกมา พวกเขายังไม่อยากสร้างปัญหา
“ส่งคนไปติดตามดู ต้องรู้ให้ได้ว่าเขามาทำอะไรที่เมืองสมุทรสุราลัย พวกเราต้องรายงานเื่นี้ให้กับท่านผีราชันด้วย” เอ๋อร์กุ่ยกล่าว
ลี่กุ่ยพยักหน้าแล้วมองไปที่บ้านเช่าของจูชิง จิตสังหารเล็กน้อยแพร่งพรายผ่านแววตาทั้งสอง
“หยุดคิดเถอะ ขืนปลุกพลังนั่นในตัวเขา เมืองสมุทรสุราลัยต้องถูกทำลายเป็แน่!” เอ๋อร์กุ่ยส่ายศีรษะ แค่นึกว่ามือเหล็กถูกหนึ่งเสียงคำรามทำให้ขั้นพลังถดถอย เขาถึงกับขนลุกซู่อย่างอดไม่ได้
“เฮ้อ!” ลี่กุ่ยส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ พลังที่แฝงอยู่ในร่างกายของจูชิงนั้นน่าพรั่นพรึงเกินคณนา
จำนวนเรือล่าสัตว์ที่อยู่บริเวณเมืองสมุทรสุราลัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง วาฬป่าเถื่อนคืบคลานมาอย่างช้าๆ พวกมันเริ่มจากล้อมปราบเมืองเล็กๆ กับขุมพลังอำนาจที่อ่อนแอแล้วใช้เรือล่าสัตว์เ่าั้ปิดล้อมเมืองสมุทรสุราลัยอีกที เพลานี้เขตมหาสมุทรโดยรอบแทบกลายเป็เขตแดนของวาฬป่าเถื่อนแล้ว
ทว่าวิหารสมุทร์ที่เป็ดั่งเสาหลักของเหล่าจอมยุทธ์กลับไม่เคลื่อนไหว พวกเขาทำแค่เฝ้าดูวาฬป่าเถื่อนกลืนกินดินแดนของมนุษย์ไปทีละนิด
ที่ทำให้ลี่กุ่ยกับเอ๋อร์กุ่ยผิดหวังก็คือหลังจากที่จูชิงกลับเข้าบ้านเช่าแล้วก็ไม่ออกมาอีกเลย พวกเขาให้คนไปตรวจสอบดูก็รู้เพียงแค่ว่าจูชิงกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีข่าวอะไรอีก
“ฉึก!” มีแผลฉีกขาดบนไหล่ของจูชิง เืพลันไหลทะลักออกมา
แต่การโจมตีของผู้พิทักษ์หินโลหิต์มิได้จบเพียงเท่านั้น เขาดีดนิ้ว กระบี่ยาวในมือพุ่งทะยานออกไปในทันที!
“เคร้ง!” จูชิงรีบผสานเกราะปีศาจเพลิงปกป้องหน้าอกของตัวเอง กระบี่ยาวของผู้พิทักษ์หินโลหิต์ถูกเหวี่ยงจนกระเด็น!
“ฟึ่บ!” ผู้พิทักษ์หินโลหิต์ะโรับกระบี่ยาว
“โกลาหลผกผัน!” ครั้นเสียงคำรามของผู้พิทักษ์หินโลหิต์สิ้นสุด กระบี่ยาวก็แยกเป็สองท่อน ก่อนที่กระบี่ทั้งสองจะพุ่งออกมาพร้อมกันอีกครั้ง!
“มีแค่เล่มเดียวที่เป็ของจริง!” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก
ผู้พิทักษ์หินโลหิต์เหวี่ยงวาดกระบี่ จูชิงรีบต่อต้านโดยพลัน!
แต่ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตกลับโจมตีวืดกลางอากาศ กระบี่เล่มนั้นเป็ภาพลวงตา จูชิงใมากรีบชักง้าวปีศาจิญญาอำมหิตกลับ ทว่าก็ไม่ทันกาล กายาถูกกระบี่จริงฟันขาดเป็สองท่อน
กระบี่เล่มที่จูชิงคิดว่าเป็ภาพลวงตาก่อนหน้านี้ จู่ๆ ก็กลายเป็ของจริงเสียอย่างนั้น จูชิงมิทันป้องกันก็ถูกบั่นศีรษะ ดับสิ้นวายชีวา!
“กระบวนท่านี้หยุดไม่ได้!” จูชิงที่เกิดใหม่อยู่ข้างศิลาพูดด้วยโทสะ
เขาตายเพราะกระบวนท่านี้เป็ร้อยครั้งแล้ว กระนั้นก็ยังหาวิธีรับมือไม่ได้
โกลาหลผกผันเป็กระบวนท่าแรกที่ผู้พิทักษ์หินโลหิต์ใช้ ถึงจะแค่หนึ่งกระบวนท่าแต่กลับทำให้จูชิงหมดสิ้นจนหนทาง อีกทั้งยังเป็กระบวนท่าที่อำมหิตสุดแสน อีกฝ่ายมิได้เพ่งเล็งที่จุดสำคัญ แต่มุ่งเน้นไปที่การฟันร่างจูชิงให้ขาดเป็สองส่วน เขาทำได้เพียงมองตัวเองถูกฟันตัวขาด ความเ็ปทางกายเป็เื่รอง สิ่งที่สำคัญก็คือความเ็ปทางจิตใจนั้นสาหัสเกินเยียวยา
จูชิงถูกฟันตัวขาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจแทบหยุดเต้นแล้ว
“โกลาหลผกผันเป็หนึ่งในกระบวนท่าของ《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》ตระกูลจู ความสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงระหว่างภาพลวงตากับความจริงเพื่อให้คู่ต่อสู้แยกไม่ออกว่ากระบี่เล่มไหนเป็ของจริง กระบี่เล่มไหนเป็ของปลอม เมื่อเ้าคิดว่ากระบี่เล่มนั้นเป็ของปลอม มันจักกลายเป็ของจริง แต่เมื่อเ้าคิดว่ากระบี่เล่มนั้นเป็ของจริง มันก็จักกลายเป็ของปลอม!” สือจึกล่าว
“ผู้พิทักษ์หินโลหิต์คงฝึกฝนโกลาหลผกผันจนชำนาญแล้วใช่หรือไม่ จึงได้สามารถปรับเปลี่ยนระหว่างภาพลวงตากับของจริงได้อิสระเช่นนี้” จูชิงยิ้มเจื่อน
“ใช่แล้ว ทว่าการที่เ้าสามารถทำให้ผู้พิทักษ์หินโลหิต์ต้องใช้กระบวนท่านี้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ การเติบโตของเ้าถือว่าน่าทึ่งเช่นเดียวกัน!” สือจึพูด
“ยิ่งพูดแบบนั้นข้าก็ยิ่งอยากร้องไห้ ข้าถูกผู้พิทักษ์หินโลหิต์ฆ่าตายในกระบี่เดียวมาตั้งครึ่งปี!” จูชิงกลอกตา
ตระกูลจูที่สือจึพูดถึงจะต้องมีความข้องเกี่ยวบางอย่างกับจูชิงแน่นอน ทว่าทุกครั้งที่จูชิงถามถึง สือจึก็จะปิดปากเงียบหรือไม่ก็เปลี่ยนเื่คุย
หากกระบวนท่าโกลาหลผกผันเป็แค่《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》ของตระกูล ตระกูลจูจักต้องน่าพรั่นพรึงโดยมิต้องสงสัย
“ขั้นบำเพ็ญเพียรของเ้าในปัจจุบันยากเกินไปที่จักทำลายโกลาหลผกผันของผู้พิทักษ์หินโลหิต์ สิ่งที่เ้าทำได้ตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวก็คือโจมตีกลับ!” สือจึกล่าว
“โจมตีกลับ หมายถึงใช้โกลาหลผกผันสู้กับโกลาหลผกผัน!” จูชิงตาเป็ประกาย
“ตอนนั้นผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลจูสร้างโลกหินโลหิต์เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังฝึกฝนวิชาในโลกนี้ ผู้พิทักษ์หินโลหิต์มิได้เป็แค่คู่ต่อสู้ของเ้า แต่ยังเป็อาจารย์ของเ้า ใช้ร่างกายของเ้าจดจำท่วงท่าของผู้พิทักษ์หินโลหิตให้ได้สิ!” สือจึพูด
“โกลาหลผกผัน!” จูชิงพึมพำ เขาตายเพราะกระบวนท่านี้มาหลายร้อยครั้งแล้ว พอนึกถึงความตายเ่าั้ ท่วงท่าของผู้พิทักษ์หินโลหิต์ก็ค่อยๆ ผุดขึ้นในความคิด หลังจากนั้นสิ่งเ่าั้ก็ผสานรวมกันกลายเป็โกลาหลผกผันที่สมบูรณ์แบบ
《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》กระบวนท่าที่หนึ่ง โกลาหลผกผัน!
ขุมพลังอำนาจในทวีปเฉียนหยวนล้วนแล้วมีเคล็ดกระบี่พื้นฐานของตัวเอง ที่มันมีชื่อเรียกว่าเคล็ดกระบี่พื้นฐานนั่นก็เพราะมันเป็พื้นฐานที่มีเอาไว้ฝึกฝนศิษย์ในสำนัก ทว่านี่เป็ครั้งแรกเลยที่จูชิงเห็นเคล็ดกระบี่พื้นฐานที่แข็งแกร่งขนาดนี้!
จูชิงพลิกฝ่ามือ ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตกลายเป็กระบี่เหล็กทมิฬ ลมปราณสั่นะเือย่างรุนแรง มือซ้ายของเขาเองก็มีกระบี่เหล็กเช่นเดียวกัน ซึ่งยากที่จักแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า
“พร์ยอดเยี่ยมมาก!” สือจึชื่นชมอยู่ในใจ ผู้ที่มีพร์เช่นจูชิงนั้นพบเจอได้ยากยิ่งบนโลกบำเพ็ญเพียร แข็งแกร่งกว่าอนุชนบางคนของตระกูลจูที่มันเคยเห็นเสียอีก มันพูดแค่ไม่กี่ประโยค เขากลับสามารถตระหนักถึงแก่นแท้ของโกลาหลผกผันได้อย่างถ่องแท้!
ความเข้าใจก็เื่หนึ่ง แต่จักนำไปใช้จริงได้หรือไม่นั้นก็อีกเื่!
“อ๊ากกก!” เสียงร้องสะท้อนก้องฟ้า จูชิงเกิดใหม่ใกล้กับศิลาอีกครั้ง มองผู้พิทักษ์หินโลหิต์ที่อยู่ไกลๆ ด้วยความหดหู่ใจ!
[1] หมายถึง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามมีการตื่นตัวต่อภยันตราย
