เมื่ออวิ๋นซีได้ยินก็จดจ้องบุรุษตรงหน้า หวงกุ้ยเฟย? ฮ่าฮ่า นางอยากจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจริงๆ “ตอนที่รัชทายาทตรัสประโยคนี้ออกมาได้คำนึงถึงเสด็จพ่อบ้างหรือไม่เพคะ ฝ่าายังทรงพระพลานามัยแข็งแรงอยู่แท้ๆ แต่ท่านกลับแทบจะรอไม่ไหว คิดจะขึ้นไปแทนที่เสียแล้ว? ”
โอวหยางเทียนหัวคิดไม่ถึงว่านางจะปากคอเราะร้ายสามารถโยงเื่ราวไปถึงเสด็จพ่อได้ เขาแค่นเสียงเ็า “ข้าคือรัชทายาท เขาเป็แค่หนิงอ๋อง ไม่ว่าจะด้านใด เปิ่นไท่จื่อก็นับว่าดีกว่าเขาเห็นๆ เหตุใดเ้าถึงให้ความสำคัญกับเขาเพียงนั้น และแลเห็นเปิ่นไท่จื่อราวกับเป็น้ำหลากและสัตว์ร้าย [1]
คิดถึงตรงนี้ เขาก็ยื่นมือออกไปจะคว้ามือของอวิ๋นซีให้มาอยู่ข้างกายตนด้วยความเกรี้ยวกราด อวิ๋นซีหลบได้อย่างว่องไว นางตอบเรียบๆ “แท้จริงแล้วเขาดีกว่าท่านทุกด้าน เขาจริงใจต่อข้า ยินดีเสียสละทุกอย่างเพื่อข้า องค์รัชทายาท ท่านเล่า ท่านสามารถทำสิ่งใดให้ข้าได้บ้าง? ”
โอวหยางเทียนหัวหัวเราะเ็า “ไม่มีทาง เขาเป็องค์ชาย ทุกเื่ที่ทำล้วนแฝงไว้ด้วยเป้าหมายของตน ข้าคิดว่า เขาคงรู้ความสามารถของเ้าอยู่แต่แรก ต้องรู้อยู่นานแล้วว่าบิดาของเ้าเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของเจิ้นหนานอ๋อง หากไม่ใช่เพราะแบบนี้ เขาจะเห็นเ้าอยู่ในสายตาได้อย่างไร”
อวิ๋นซีหัวเราะหึหึ ความเยาะหยันในแววตายิ่งลึกขึ้น “ถูกต้อง เขาแต่งกับข้าก็เพราะรู้ในความสามารถของข้า เื่เหล่านี้เปิ่นเฟยเองก็รู้มานานแล้ว จึงไม่จำเป็ต้องให้องค์รัชทายาทเช่นท่านมาช่วยเตือน ท่านควรรู้ไว้ ความรักที่เขามีให้ข้ามีมากกว่านั้น ในยามที่กระบี่ยาวพุ่งเข้ามา เขาจะพุ่งกายเข้ากันกระบี่นั้นให้ข้าโดยไม่ลังเล ในยามที่อยู่ใน่คับขันระหว่างเป็หรือตาย เขาจะเหลือโอกาสรอดไว้ให้ข้าโดยไม่ลังเลเช่นกัน และในตอนที่เขาต้องเผชิญหน้ากับคนที่ท่านส่งมาเพื่อให้วางยาล่อลวงตัวเขา เขาก็ยินดีที่จะทำให้ตนเองต้องาเ็ แต่จะไม่มีทางไปแตะต้องหญิงคนนั้น เพราะเขาเคยบอกไว้ เขาเป็ของข้าแค่คนเดียว”
พูดถึงตรงนี้ อวิ๋นซีก็เห็นสีหน้าของโอวหยางเทียนหัวดำเหมือนก้นกระทะ มุมปากนางโค้งขึ้นน้อยๆ และยังคงพูดต่อ “เมื่อเทียบกับรัชทายาทที่มีพระชายาหนึ่ง ชายารองหนึ่ง สนมซู่เฟยหนึ่ง และสตรีในเรือนหลังอีกมากมายแล้ว เปิ่นเฟยก็ชอบที่จะได้ความรักที่จวินเหยียนมอบให้ข้าเพียงคนเดียวมากกว่า หนึ่งชาติภพมีหนึ่งคู่ครอง เปิ่นเฟยเคยได้ยินมาว่า ตอนนั้นท่านเองก็ให้สัญญากับพระชายาเฉียวเช่นนี้”
โอวหยางเทียนหัวรู้ว่า พระชายาเฉียวที่นางพูดถึงหมายถึงภรรยาคนแรกของตนอย่างเฉียวอวิ๋นซี สตรีที่รักเขาอย่างลึกซึ้งยิ่งผู้นั้น น่าเสียดายที่คนดื้อรั้น ยึดติดมากจนเกินไป ทั้งยังหมดประโยชน์ให้ใช้งานแล้ว คนเช่นนี้ แม้จะมีใจต่อเขาผู้เดียวก็ช่างเถอะ เขายังพอจะเก็บนางเอาไว้ได้ แต่ช่างน่าเสียดาย ในขณะเดียวกันที่นางรักเขา ก็เห็นคนตระกูลเฉียวสำคัญมากเช่นกัน ดังนั้น คนเช่นนี้ หากรู้เข้าว่าเขาคือฆาตกรที่ทำให้ตระกูลเฉียวต้องล่มสลาย เขาก็กังวลว่ายามค่ำคืนที่หลับใหลไป นางจะมอบดาบให้เขาแทน
“อวิ๋นซี เ้าอย่าได้ไม่ดื่มสุราคารวะ ดื่มสุราลงโทษ [2] ที่นี่ห่างจากแม่น้ำไกลมาก ทั้งยังมีแค่เราสองคน เ้าว่า หากเปิ่นไท่จื่อคิดจะทำอะไรสักหน่อย เ้าแน่ใจหรือว่า จะหลบหลีกได้? ” พูดจบ โอวหยางเทียนหัวก็เข้าหาอวิ๋นซี วันนี้ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ต้องได้สตรีนางนี้
ตามความเข้าใจที่เขามีต่อสตรี ขอแค่ได้นางมา รักโอ๋นางอีกสักหน่อย นางจะต้องยอมมอบกายถวายจิตใจเพื่อเขาผู้เดียวแน่
ทว่า โอวหยางเทียนหัวไม่เข้าใจในตัวอวิ๋นซีมากเกินไปแล้ว นางะโลอยตัวขึ้น และเตะขาไปทางโอวหยางเทียนหัวทีหนึ่ง โชคยังดีที่เขาปฏิกิริยาว่องไว มิเช่นนั้นทั้งร่างคงได้ตีลังกาลงไปแน่
เขาหมุนกายไปมองสตรีที่มีใบหน้าเรียบเฉย ในสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยอยู่หลายส่วน “เ้าเป็วรยุทธ์? ”
“พ่อข้าเป็ถึงบุตรชายของเจิ้นหนานอ๋อง ลูกหลานตระกูลแม่ทัพ แล้วตัวข้าจะไม่เป็วรยุทธ์ได้หรือ? ” พูดจบ จู่ๆ นางก็คิดอะไรขึ้นมาได้ จากนั้นจึงยิ้มแล้วพูดต่อ “พูดถึงสตรีตระกูลแม่ทัพที่เป็วรยุทธ์ขึ้นมา เปิ่นเฟยก็นึกขึ้นได้ว่า เมื่อสิบปีก่อนมีทหารชราที่เกษียณจากกองทหารตระกูลเฉียวได้กลับมาบ้านแล้วบอกเล่าว่า คุณหนูใหญ่ของพวกเขา เฉียวอวิ๋นซีมีวรยุทธ์สูงส่งมาก ตอนนั้นคนได้แต่งกายเป็ชาย ลอบเข้าไปในค่ายศัตรูกับคุณชายใหญ่เพื่อช่วยชีวิตรัชทายาท หรือท่านจะไม่รู้ว่า สตรีที่ร่วมเรียงเคียงหมอนด้วยเป็วรยุทธ์? ”
นี่เป็ครั้งแรกที่โอวหยางเทียนหัวได้ยินว่าเฉียวอวิ๋นซีเป็วรยุทธ์ อีกทั้ง ในตอนนั้นกลุ่มคนที่ไปช่วยตนในค่ายก็มีเฉียวอวิ๋นซีอยู่ด้วย? ไม่ เป็ไปไม่ได้ สตรีนางนั้นทั้งอ่อนโยนและบอบบาง ไม่มีทางเป็วรยุทธ์แน่
อวิ๋นซีมองสีหน้าไม่อยากจะเชื่อของเขา จากนั้นก็พูดด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หากว่ารัชทายาทไม่ทรงเชื่อ เช่นนั้นท่านก็ลองไปสอบถามจากเหล่าทหารชราที่ปลดประจำการมาจากกองทหารตระกูลเฉียวเถิด เปิ่นเฟยเชื่อว่าจักต้องมีสักคนสองคนที่รู้เื่นี้ น่าเสียดายจริงๆ ตอนนั้นเฉียวอวิ๋นซีปกป้องรัชทายาทถึงเพียงนั้น แต่ท่านกลับเลือกสังหารคนที่มีประโยชน์เพียงนี้ด้วยมือของตนเองเชียว”
สายตาของเทียนหัวมีแต่แววมุ่งร้ายหมายจะสังหารคน อวิ๋นซีที่เห็นก็ได้แต่หัวเราะ ส่ายศีรษะไปมา “ไม่ต้องมองเปิ่นเฟยเช่นนั้น บุรุษที่เปิ่ยเฟยแต่งด้วยเป็คู่อริของท่าน แน่นอนว่าตัวท่านเองย่อมต้องเป็ศัตรูของเปิ่นเฟยด้วย รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เพื่อสืบหาเื่ราวเก่าก่อน เปิ่นเฟยต้องลำบากไปไม่น้อยทีเดียว”
สิ่งเดียวที่โอวหยางเทียนหัวคิดได้ในตอนนี้ไม่ใช่หลังจากที่ฟังคำพูดของอวิ๋นซีแล้วรู้สึกผิดมาก แต่กลับเป็ความเกรี้ยวกราด ความเคียดแค้นที่โลดขึ้น เขาคิดว่า เมื่อกลับไปถึงจวนรัชทายาทเมื่อไร จักต้องจัดการคนในจวนใหม่สักรอบ
ส่วนเื่ของเฉียวอวิ๋นซีนั้น หากว่านางทำเื่เ่าั้จริง ก็เป็ไปด้วยความยินยอมพร้อมใจของตัวนางเอง เขาไม่เคยบังคับนางสักหน่อย ถึงกระนั้นสตรีตรงหน้าผู้นี้ก็รู้เื่ของเขามากมาย หากไม่สามารถทำประโยชน์ให้เขาได้ ก็มีแต่ต้องสังหารสถานเดียว
อวิ๋นซีไม่ได้พลาดสายตาชั่วร้ายของเขาไปแม้สักจิบชา ตอนนี้คนดึงคันธนู เตรียมพร้อมยิงอวิ๋นซีให้ตาย นางทำเพียงมองลูกธนูแหลมคมที่กำลังพุ่งเข้ามาหาตน ฉับพลันนั้นอวิ๋นซีเพียงยิ้มบางๆ และหลบหลีกธนูที่พุ่งเข้ามาด้วยการะโไกลออกไปหลายเมตร จากนั้นนางก็ชี้ไปยังเื้ัของโอวหยางเทียนหัว แล้วพูดว่า “รัชทายาททรงมองไปด้านหลังของพระองค์ก่อนเถิดเพคะ”
โอวหยางเทียนหัวได้ยินก็หันกายไปมองทันที ในตอนนั้นมีเงาดำสายหนึ่งมาปรากฏกายตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับกระบี่ยาวในมือที่ถูกพาดอยู่บนลำคอ จากนั้นเงาดำร่างเล็กประเปรียวก็มาหยุดอยู่ที่ข้างกายอวิ๋นซี “นายหญิง ไม่เป็อะไรนะเพคะ”
อวิ๋นซีมองเว่ยหลานที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน นางยิ้ม ส่ายศีรษะ “ไม่เป็ไร เพียงแต่ได้เห็นรัชทายาทองค์นี้ก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา”
เว่ยหลานเป็คนที่ปกป้องผู้เป็นายตนอย่างสุดใจ นับแต่ที่ได้รับคำสั่งให้ติดตามพระชายา นางก็คิดว่าตนเป็คนของพระชายา เป็กระบี่แหลมคมในมือของพระชายามาตลอด เมื่อครู่หากไม่ใช่เพราะพระชายาทำสัญญาณมือไม่ให้ตนและองครักษ์ลับออกมา นางก็คงสังหารองค์รัชทายาทที่สมควรตายผู้นี้ไปนานแล้ว
อวิ๋นซีมองสีหน้าเว่ยหลานก็รับรู้ถึงสิ่งที่คิดอยู่ในใจได้ นางหัวเราะฮ่าฮ่าพูดว่า “ข้ามีภารกิจหนึ่งให้เ้าทำ”
เว่ยหลานพยักหน้า “เพคะ นายหญิงเชิญบัญชา”
“องค์รัชทายาทผู้นี้ทรงคิดว่า วันคืนช่างสุขสบายจนเกินไป เ้าไปทำให้ขาเขาข้างหนึ่งใช้การไม่ได้ก่อน จากนั้นก็เตะคนตกเขาไปเลย จะเป็หรือตายให้ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง” อวิ๋นซีมองโอวหยางเทียนหัว พูดด้วยสีหน้าท่าทางเ็ายิ่ง
เว่ยหลานคิดไม่ถึงว่าภารกิจที่นายหญิงมอบหมายให้จะเป็เื่นี้ นางยิ้มพยักหน้า “เพคะ หม่อมฉันรับบัญชา” เื่เช่นนี้ นางชอบเป็ที่สุด
นางอยากจะจัดการรัชทายาทที่หยิ่งยโสผู้นี้อยู่นานแล้ว หากไม่ใช่เพราะพวกเขาแม่ลูก ท่านอ๋องก็คงไม่ต้องเผชิญหน้ากับการลอบสังหารหลายครั้งหลายคราเพียงนั้น ในที่สุดตอนนี้นางก็จะได้โอกาสแก้แค้นแล้ว ทว่า น่าเสียดายจริงเชียว ทำให้ขาใช้การไม่ได้แค่ข้างเดียวยังนับว่าสบายเกินไปหน่อย
————————————————————————————————
เชิงอรรถ
[1] น้ำหลากและสัตว์ร้าย(洪水猛兽)เปรียบเทียบเป็มหันตภัยร้ายแรงที่น่ากลัว
[2] ไม่ดื่มสุราคารวะ ดื่มสุราลงโทษ(敬酒不吃吃罚酒)เปรียบเปรยว่าไม่รู้จักชั่วดี