ถึงเขาจะหน้าตาดีและทำให้หล่อนตกตะลึงในครั้งแรกที่เห็นแต่พอได้ฟังเสียงและเห็นท่าทางดุดันของเขาทำให้จินนิตาเริ่มไม่ค่อยแน่ใจว่าสิ่งที่หล่อนเตรียมมาไม่ว่าจะเป็คำพูดหรือความตั้งใจที่จะไกล่เกลี่ยเื่หนี้ให้พ่อจะสำเร็จหรือไม่ หล่อนแค่นยิ้มแต่ไม่รู้จะทำหน้ายังไง มือไม้ก็ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนนอกจากวางประสานกันบนตักและต้องจำใจสบสายตาคมกล้าของอีกฝ่ายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หล่อนได้ยินเสียงเขาถอนใจและพูดอีกว่า
“ฉันกับพ่อของเธอเคยดีกันมากนะ เขาก็เป็นักธุรกิจหยิบจับอะไรก็เคยประสบความสำเร็จ แต่พอเขาทำพลาดกลับไม่ยอมบอกให้ฉันรู้ว่าเกิดปัญหาอะไร กลายเป็ว่าเงินที่ฉันลงทุนร่วมกับเขาก็พลอยจมหายไปด้วย แบบนี้คนที่จะแย่ก็คือฉันเพราะเขาไม่ยอมบอกว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง พอเป็หนี้ฉันก็ต้องทำตามหน้าที่ ต้องทวงหนี้แต่ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหายุ่งยากขึ้นระหว่างฉันเองกับพ่อของเธอ และหวังว่าเธอจะเข้าใจ”
“ค่ะ...จินเข้าใจทุกอย่างค่ะ และที่มาครั้งนี้ก็เพราะว่าอยากจะมาตกลงเื่หนี้ระหว่างพ่อกับอาเขม เอ้อ...คือว่า...”
“มีอะไรก็รีบพูดมา ฉันไม่มีเวลามากนัก”
เสียงดังกระตุกเด็กสาวให้สะดุ้ง เขาว่าพลางหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดูลวก ๆ ทำเหมือนไม่สนใจจินนิตาทั้งที่ก็แอบเหลือบมองตอนที่หล่อนกำลังประหม่าและอึกอักพูดอะไรไม่ค่อยถูก เด็กสาวถูมือไปมาสักครู่แล้วจึงกล่าวต่อ
“ที่จินมาก็เพื่อจะขอผ่อนผันหนี้งวดแรกของพ่อที่ต้องส่งคุณอาเขมสัปดาห์หน้า จะขอยืดเวลาไปอีกสักเดือน ไม่ทราบว่าอาเขมจะขัดข้องหรือเปล่าคะ?”
“หนึ่งเดือนเลยเหรอ? ไม่นานไปเหรอ?”
เขมรัฐถามกลับแล้ววางเอกสารลงบนโต๊ะ หน้าตาเขายิ่งถมึงทึงมากกว่าเดิมในขณะที่จินนิตาใจหายวาบ หล่อนยังยิ้มสู้ถึงจะกลัวก็ตาม
“หนึ่งเดือนเท่านั้นเองค่ะ”
“ตั้งเดือนนะ!”
“แต่ถ้าอาเขมคิดว่ามันนานไปก้ขอเวลาสั้นกว่านั้นอีกนิดหนึ่งก็ได้ค่ะ จินจะพยายามหาเงินมาช่วยพ่อด้วยอีกทาง”
“คิดว่าจะช่วยพ่ออย่างนั้นเหรอ แล้วเธอทำอะไรได้บ้าง”
“จินทำบัญชีได้นะคะ ตอนนี้ก็ช่วยพ่อเป็พนักงานบัญชีอยู่เพราะว่ายังไม่ได้หาที่เรียนต่อ จินช่วยงานพ่อมาตลอดและตั้งใจมาคุยกับอาเขมขอผัดผ่อนหนี้ให้พ่อค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นจะขัดข้องหรือเปล่าถ้าจะให้เธออยู่ช่วยงานฉันที่นี่”
“แต่จินต้องกลับไปช่วยงานพ่อพรุ่งนี้นะคะอาเขม”
“อยากช่วยพ่อก็เลือกเอาว่าจะอยู่ช่วยงานบัญชีฉันที่นี่หรือว่าจะกลับไปช่วยพ่อเธอทำงานแล้วฉันจะให้พ่อเธอใช้หนี้ภายในเจ็ดวันนี้”
“ก็....อ้า...เอ้อ...เอ้อ...”
“อยากกลับบ้านก็ไม่ว่ากันถ้าเกิดว่าที่บ้านไม่มีใครช่วยงานพ่อของเธอล่ะก็”
“ก็ได้ค่ะอาเขม”
จินนิตารีบรับคำพลางช้อนตามองเพราะหล่อนไม่มีทางเลือก ใจหนึ่งก็คิดว่านี่มันเื่อะไรกัน หล่อนต้องมาแบกรับภาระให้พ่อทั้งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แค่ตั้งใจจะมาขอผัดผ่อนหนี้เท่านั้นกลับกลายเป็ว่าต้องถูกบังคับให้ช่วยงานคุณอาหน้าหล่อแต่ดุเหมือนเสือเข้าเสียอีก
“ก็ได้ค่ะ จินจะอยู่ช่วยงานอาเขม แต่ว่าอาเขมจะช่วยยืดเวลาใช้หนี้ของพ่อให้จินใช่หรือเปล่าคะ”
“คิดว่าอย่างนั้น แต่ก็ต้องดูก่อนนะว่าเธอทำงานเรียบร้อยถูกใจฉันหรือเปล่า ถึงฉันจะสนิทกับพ่อของเธอก็จริงแต่เวลางานฉันแยะแยะกับความสัมพันธ์ของคนที่สนิทสนมกันเสมอ”
“จินทำงานได้ค่ะ ทำบัญชีเรียบร้อยมาก จินใช้โปรแกรมสำเร็จรูปก็ได้นะคะถึงแม้จะไม่ได้เรียนมาทางนี้โดยตรงก็เถอะค่ะ”
“พอ ๆ แล้ว...แหม...ฉันให้มาช่วยทำงานไม่ต้องบรรยายสรรพคุณตัวเองให้มากขนาดนั้น กลัวว่าฉันจะไม่รับเข้าทำงานหรือไง ที่จริงฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจรับสมัครพนักงานเสียหน่อย ยิ่งเป็พนักงานหน้าเด็กอย่างนี้ด้วยแล้วล่ะก็”
เขาบ่นแต่จินนิตาก็ยังยิ้ม หล่อนเป็คนแบบนี้ ยิ้มทุกสถานการณ์แม้ว่าจะรู้สึกหดหู่มากแค่ไหนก็ตาม ก็ในเมื่อหล่อนไม่มีทางเลือกนี่นา ก็จำต้องไปตามน้ำ ขณะนั้นเองเขมรัฐก็มองเด็กสาวด้วยสายตาที่ก็แปลกใจ เด็กอะไร...เขาแสดงความไม่พอใจและพูดไม่ดีขนาดนี้ก็ยังยิ้มได้
“ถ้าอย่างนั้นจินขอกลับบ้านก่อนนะคะ แล้วจะกลับมาเริ่มงานสัปดาห์หน้าเพราะจินต้องไปบอกให้พ่อทราบเื่นี้”
“ที่บริษัทพ่อเธอไม่มีพนักงานบัญชีหรอกหรือ เธอทำอย่างกับว่าถ้ามาอยู่ช่วยงานที่นี่พ่อของเธอจะไม่มีใครช่วยอีกแล้ว”
“เปล่าค่ะ...เอ้อ...พ่อก็มีเลขากับพนักงานบัญชี แต่ว่าจินต้องบอกท่านก่อนค่ะว่าจินต้องอยู่ที่นี่เพื่อช่วยงานอาเขมท่านจะได้ไม่เป็ห่วงยังไงล่ะคะ”
