ชาวบ้านในท้องที่ล้วนรู้จักพวกเขา รู้ว่าพวกเขาเป็คนเช่นไร ด้วยเหตุนี้จึงไม่กล้าเข้ามาช่วย
มีเพียงคนที่กล้าไปแจ้งทางการอย่างลับๆ เท่านั้น
จังหวะที่อันธพาลกำลังจะฟาดท่อนไม้ใส่หลังหลี่อันหรานเต็มแรงนี้เอง อยู่ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมาจับแขนของอันธพาลผู้นั้น ก่อนออกแรงดึงให้อันธพาลล้มคว่ำมาด้านหน้าอย่างรุนแรง
มีเสียงร้องครวญครางอย่างเ็ปดังตามมา
หลี่อันหรานมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางพยายามปกป้องท่านลุงจางสุดกำลัง
เมื่อนางประคองท่านลุงจางลุกขึ้นจากพื้น พวกอันธพาลที่ลงมือทำร้ายพวกนางเมื่อครู่ก็ลงไปนอนร้องโอดโอยกับพื้นแล้ว
หลี่อันหรานเห็นว่าผู้ที่ลงมือช่วยเหลือคือคุณชายคนเมื่อครู่ก็รีบเข้าไปขอบคุณอีกครั้ง “ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือเ้าค่ะ”
“แม่นางกับท่านลุงไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?”
หลี่อันหรานพยักหน้า “พวกข้าไม่เป็อะไรเ้าค่ะ”
นางหันไปขมวดคิ้วมองอันธพาลพวกนั้น นึกไม่ถึงว่าจะพบเจอคนจำพวกนี้ตอนกลางวันแสกๆ
ยามนี้ชาวบ้านที่แอบไปแจ้งทางการได้กลับมาแล้วเช่นกัน บุรุษแต่งกายเหมือนมือปราบผู้หนึ่งพาเ้าหน้าที่นักการมาที่นี่
แต่แล้วมือปราบกลับเข้าไปประคองอันธพาลผู้หนึ่งให้ลุกขึ้น ส่วนอันธพาลคนนั้นก็ร้องโวยวายว่า “พี่เขย พวกมันทำร้ายข้า”
หลี่อันหรานพลันตะลึงงัน เ้าหน้าที่กับโจรเป็พวกเดียวกันหรือนี่
นางรีบเข้าไปอธิบาย “พวกข้าไม่ได้ลงมือทำอันใดเลย พวกข้าเพียงแต่มาขายของที่นี่ เป็เขาต่างหากที่ทำลายแผงของพวกข้าเสียเละเทะ”
มือปราบผู้นี้ยกมือขึ้นปรามพลางว่า “พวกเ้ามาขายของที่นี่ เช่นนั้นรู้หรือไม่ว่าแผงขายของทุกแผงต้องจ่ายเงิน? นอกจากนี้ หากจะค้าขายที่นี่ก็ต้องทำตามกฎระเบียบ”
หลี่อันหรานผงะทันใด นางไม่ค่อยรู้เื่พวกนี้นัก แต่นางสอบถามพ่อค้าแม่ค้าที่นี่ก่อนมาแล้วว่าสามารถขายของได้หรือไม่
คนเ่าั้บอกว่าไม่มีปัญหา ที่นี่ไม่ได้มีเ้าถิ่นคอยควบคุม
อีกอย่าง ที่ผ่านมาผู้ใดอยากนำของมาขายก็นำมาได้เลย นี่จึงเป็สาเหตุที่นางมาขายของที่นี่
ทว่ามือปราบผู้นี้กลับพูดว่านางไม่ทำตามกฎระเบียบ นี่ทำให้หลี่อันหรานรู้สึกว่าต่อให้ะโแม่น้ำก็คงล้างมลทินไม่หมด
ระหว่างที่นางกำลังกระอักกระอ่วนใจอยู่นี้เอง คุณชายที่ช่วยนางไว้เมื่อครู่ก็แย้งขึ้นว่า “หากนี่เป็ความจริง เช่นนั้นไปตรวจสอบข้อมูลที่ศาลาว่าการดูก็จะรู้เองว่าต้องจ่ายเงินก่อนตั้งแผงขายของจริงหรือไม่ ที่นั่นน่าจะมีบันทึก”
มือปราบมีสีหน้าไม่พอใจทันที เขาหันไปมองบุรุษผู้นั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน เมื่อเห็นว่าบุรุษผู้นี้แต่งกายไม่ธรรมดาก็รู้ในทันทีว่ามีพื้นเพหาได้ทั่วไปไม่ ทว่าดูจากท่าทีแล้วไม่เหมือนคนท้องที่
มีคำกล่าวว่า ัที่แข็งแกร่งก็มิสู้งูเ้าถิ่น [1] ที่นี่คือถิ่นของเขา ต่อให้เป็ผู้มีตำแหน่งใหญ่โตมาจากที่ใดก็ต้องฟังเขาเมื่อมาถึงที่นี่ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่เกรงกลัวบุรุษตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว “ข้อมูลในศาลาว่าการใช่สิ่งที่เ้าคิดจะสืบค้นก็สืบค้นได้หรือ? เ้าคิดว่าตัวเองเป็ผู้ใดกัน? อย่าคิดว่าตัวเองรู้อะไรนิดอะไรหน่อยแล้วจะมาทำตัวอวดดีต่อหน้าพวกข้าได้ ที่นี่เป็ถิ่นของพวกข้า กฎก็ต้องถูกกำหนดโดยพวกข้า”
สีหน้าของหลี่อันหรานเย็นยะเยียบ ขณะที่นางกำลังจะอ้าปากเอ่ยอะไรบางอย่าง นางก็เหลือบไปเห็นเงาร่างอันคุ้นตาร่างหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน สายตาของคนทั้งคู่สบประสานเข้าด้วยกัน คนผู้นั้นมีท่าทีใ เขาพลันพรวดพราดมาหาหลี่อันหรานเพราะเห็นว่าใบหน้านางมีาแ ส่วนหลี่อันหรานก็มีน้ำตาคลอหน่วยเมื่อเห็นเขา
“เกิดอะไรขึ้น? เ้าาเ็ได้อย่างไร? นี่มันเื่อะไรกัน?”
เจียงเฉิงขมวดคิ้วแน่น เขามาทำธุระในเมืองและเดินผ่านที่นี่พอดี เมื่อเห็นว่าที่นี่มีคนอยู่เยอะจึงลองเข้ามาดู นึกไม่ถึงว่าจะเจอกับพวกหลี่อันหราน
หลี่อันหรานเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้เจียงเฉิงฟังแบบคร่าวๆ ทว่าเมื่อเล่าจบกลับได้ยินเสียงมือปราบผู้นั้นดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มเหยียดหยัน “มีพวกชอบยุ่งเื่ชาวบ้านโผล่มาอีกคนแล้วหรือ? ข้าขอบอกพวกเ้าไว้ ต่อให้วันนี้เง็กเซียนฮ่องเต้มาด้วยตัวเองก็เปล่าประโยชน์ พวกเ้ารวมตัวกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น นี่ถือเป็เื่ผิดกฎหมาย เด็กๆ พาแม่นางผู้นี้กับตาแก่นี่กลับศาลาว่าการ”
เจียงเฉิงรีบเอาตัวมาบังหลี่อันหราน “อย่าแตะต้องนางแม้แต่ปลายเส้นผม”
มือปราบผู้นั้นเพ่งพินิจเจียงเฉิงโดยละเอียด เขาพบว่านอกจากหน้าตาของเจียงเฉิงที่ดูหล่อเหลาแล้วก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษอีก เสื้อผ้าที่สวมก็เป็เสื้อผ้าของชาวบ้านทั่วไป ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่เห็นเจียงเฉิงอยู่ในสายตา
จุดที่ดึงดูดความสนใจของมือปราบผู้นี้มากที่สุดคงไม่พ้นกระบี่ในมือเจียงเฉิง มันเป็กระบี่สีเงินที่เลี่ยมฝังด้วยหยก ลวดลายแกะสลักประณีตงดงาม นี่ไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านทั่วไปจะพกติดตัวได้
เกรงว่ากระบี่เล่มนี้จะมีมูลค่าเทียบเท่ากับรายได้ทั้งปีของคนทั้งหมู่บ้าน
เด็กสาวนางนี้เป็ผู้ใดกันแน่? เหตุใดจึงมีคนมากมายคอยหนุนหลัง?
มือปราบละสายตาจากเจียงเฉิงไปที่คุณชายอีกคน เขาพบว่าอีกฝ่ายกางพัดหยกโบกเบาๆ ข้างกายมีองครักษ์รูปร่างผอมบางตามมาด้วย
ดูจากสีหน้าผ่อนคลายของอีกฝ่ายแล้ว บุรุษผู้นี้ต้องมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่แน่นอน
มือปราบไม่อยากสูญเสียความน่าเกรงขามต่อหน้าชาวบ้านจำนวนมากขนาดนี้ เขาตวาดลูกน้องเสียงกร้าวทันที “พวกเราปฏิบัติตามหน้าที่ นำตัวสองคนนี้กลับไปที่ศาลาว่าการ ข้าอยากเห็นนักว่าผู้ใดจะกล้าฝ่าฝืนกฎหมาย?”
เดิมทีลูกน้องของเขาก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่จนเคยชินเพราะมีหัวหน้าคอยถือหาง พวกเขาไม่หวาดกลัวอะไรเช่นกัน ตรงเข้าไปจับหลี่อันหรานกับท่านลุงจางทันที
หลี่อันหรานถอยไปหลบด้านหลังเจียงเฉิงอย่างหวาดกลัว
เจียงเฉิงยกเท้าขึ้นถีบเ้าหน้าที่นักการผู้หนึ่งกระเด็นอย่างรวดเร็ว “พวกเ้าเป็ฝ่ายที่ไร้เหตุผลแท้ๆ แต่กลับโยนความรับผิดชอบให้ผู้อื่น”
“เ้ากล้าทำร้ายคนของราชสำนักงั้นรึ” มือปราบผู้นั้นเบิกตาโพลง เขาคิดไม่ถึงว่าเจียงเฉิงจะลงมือ
“ข้าอยากเห็นนักว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรมของพวกเ้าเป็เช่นไร ไปสิ ข้าจะไปศาลาว่าการด้วย”
เจียงเฉิงคอยปกป้องหลี่อันหรานไว้ด้านหลังอยู่ตลอด มือปราบผู้นั้นมีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
เดิมทีเขาตั้งใจจับชาวบ้านกลับไปสักสองคน คิดว่าจะรีดเงินเล็กน้อยแล้วปล่อยไป ไม่ได้อยากให้เื่ราวบานปลายใหญ่โตแต่อย่างใด อีกอย่าง หากเื่ราวบานปลายไปมากกว่านี้ ท่านนายอำเภอก็อาจจะลงโทษได้
ทว่าเขาทนให้ตัวเองขายหน้าไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงตอบรับคำของเจียงเฉิง
เจียงเฉิง หลี่อันหราน ท่านลุงจาง รวมถึงมือปราบและคุณชายท่านนั้นตรงไปยังศาลาว่าการท่ามกลางสายตาของฝูงชน
นายอำเภอฟังรายงานของมือปราบแล้วตบโต๊ะโดยพลัน “มีแบบนี้ที่ใด กล้าดีอย่างไรมากำเริบเสิบสานในถิ่นของข้า ไป ข้าอยากเห็นนักว่ามันผู้นั้นเป็ผู้ใดกัน”
นายอำเภอเดินออกจากเรือนด้านหลังมายังห้องพิพากษา ทว่าเขายังไม่ทันจะได้นั่งลงดีก็หันไปเห็นเจียงเฉิงที่ยืนอยู่กลางห้อง นี่ทำให้เขาต้องทะลึ่งลุกขึ้นพรวด มือทั้งสองข้างสั่นเทา
เหตุการณ์เื่เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงก่อนหน้านี้ทำให้เขาเคยพบกับเจียงเฉิง ได้รู้ว่าเจียงเฉิงเป็คนใหญ่คนโตจากเมืองหลวง แต่ไม่รู้ชัดนักว่าสถานะของเขาคืออะไรกันแน่
เชิงอรรถ
[1] ัที่แข็งแกร่งก็มิสู้งูเ้าถิ่น (强龙难压地头蛇) หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถก็ยังยากที่จะจัดการกับคนที่มีอำนาจในท้องถิ่น
