“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!”
ลูกธนูที่แหลมคมบินมาจากทุกทิศทุกทางราวกับพายุฝน หลงเฟยเยี่ยกอดหานอวิ๋นซีไว้ในอ้อมแขนแน่น หลบหลีกอยู่ในสายฝนลูกธนู
มันไม่ง่ายเลยที่จะหลบหนีในเวลาอันสั้น แต่การปิดล้อมด้วยลูกธนูแหลมคมเพียงอย่างเดียวเพื่อที่จะทำร้ายหลงเฟยเยี่ย ก็ไม่ใช่เื่ง่ายเช่นกัน
หากเป็เมื่อก่อนหานอวิ๋นซีต้องกลัวอย่างแน่นอน แต่หลังจากเห็นว่าชายผู้นี้ทรงพลังเพียงใดหานอวิ๋นซีก็รู้สึกสบายใจมานานแล้ว นางค่อยๆ โผล่ออกมาจากแขนของหลงเฟยเยี่ย มองไปที่สระพิษด้านล่าง ในไม่ช้าก็ตั้งสมาธิอย่างรวดเร็ว
ในภาวะที่มีสมาธิสูง นางสามารถดึงยาแก้พิษออกจากระบบล้างพิษได้ และเช่นเดียวกัน นางยังสามารถซ่อนพิษเข้าสู่ระบบล้างพิษได้ แต่ต้องใช้ความพยายามในการซ่อนอย่างสูง
ทันทีที่หานอวิ๋นซีเข้าสู่สมาธิ นางค่อยๆ ลืมเกี่ยวกับอันตรายรอบตัวนางและปล่อยให้หลงเฟยเยี่ยหลบหลีก ต้านทานลูกธนูที่แหลมคม ส่วนนางเองก็อุทิศตนอย่างเต็มที่เพื่อสระพิษ
ในท้ายที่สุด ไม่ว่าบริเวณโดยรอบจะเกิดอะไรขึ้น จะมีเสียงอะไร นางไม่ได้ยินมันเลยแม้แต่น้อย ในสายตาของนางโลกทั้งใบถูกทิ้งให้อยู่แต่กับสระพิษเบื้องล่าง...ฝนลูกธนูค่อยๆ เบาบางลง และหลงเฟยเยี่ยก็ฉวยโอกาสนี้หนี อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงกรีดร้องจากด้านล่าง “สระพิษหายไป! หายไปแล้ว!”
หลงเฟยเยี่ยหลบลูกธนูที่ลอยมาไปด้านข้าง ก้มมองลงไป และต้องใเมื่อเห็นว่าสระพิษในพื้นที่ต้องห้ามซึ่งแต่เดิมเต็มไปด้วยสมุนไพรพิษกลับว่างเปล่า ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่น้ำในสระพิษก็หายไป!
นี่มัน…
ด้านล่าง ชายชราร่างผอมบางและคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึง หลงเฟยเยี่ยก็เองใอย่างมากเช่นกัน แต่เขาก็มองเพียงไม่นานและรีบหนีออกไป
ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่องครักษ์เ่าั้อยู่ในความตกตะลึง หลังจากที่หลงเฟยเยี่ยออกจากป่าสมุนไพรมา เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นด้วยตาของเขาเอง
“เ้าเห็นสระพิษหรือไม่?”
ในขณะที่เขาถาม ก็้าที่จะปล่อยหานอวิ๋นซีลง แต่ใครจะรู้ว่าในขณะนี้ เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าหานอวิ๋นซีหมดสติไปแล้วในอ้อมแขนของเขา
เป็ลมไปตั้งเมื่อไร?
ใจนเป็ลมไปอย่างนั้นหรือ?
สตรีผู้นี้จะอ่อนแอขนาดนี้เลยหรือไร?
หลงเฟยเยี่ยเต็มไปด้วยความงงงวย แววตาเป็กังวลก็ฉายชัดในดวงตาของเขา เขารีบพาหานอวิ๋นซีกลับไปที่จวนหวังทันที ไม่คาดคิดว่าหานอวิ๋นซีจะไม่ฟื้นขึ้นมาเลย
หวังกงไปตามหมอของเมืองยามา แต่ไม่มีใครสามารถวินิจฉัยได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหานอวิ๋นซี?
ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่าเ็ สภาพชีพจรก็ถือว่าปกติ แค่เหนื่อยเล็กน้อยเท่านั้น ไม่น่าจะทำให้หมดสติไปหลายวันขนาดนี้
สำหรับการวางยาพิษ ไม่ว่าอย่างไรหลงเฟยเยี่ยก็ไม่เชื่อว่าสตรีผู้นี้จะถูกวางยาพิษ
ใน่หลายวันนี้ เมืองยาได้เรียกประชุมลับหลายครั้งเพื่อหารือเกี่ยวกับสระพิษในพื้นที่ต้องห้ามของป่าสมุนไพร ในคืนนั้นหลงเฟยเยี่ยไม่ได้ตาฝาด สมุนไพรพิษและน้ำในสระพิษหายไปทั้งหมด
หวังกงที่เดินทางไปด้วยตัวเอง ก็เห็นจริงๆ ว่าสระพิษว่างเปล่า
“ฉินอ๋อง เื่นี้...แปลกประหลาดจริงๆ” หวังกงลูบเคราด้วยความรู้สึกมากมาย
เนื่องจากตระกูลมู่สมรู้ร่วมคิดกับคังอ๋อง พวกเขาต้องรู้เื่ที่หลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีบุกรุกพื้นที่ต้องห้ามในวันนั้นอย่างแน่นอน หวังกงไม่ได้เปิดโปงว่าตระกูลมู่สมรู้ร่วมคิดกับคังอ๋องเพื่อใช้สระพิษโดยไม่ได้รับอนุญาต และตระกูลมู่ก็ไม่รู้เกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างหลงเฟยเยี่ยและหวังกง พวกเขาพูดถึงเพียงคนที่สวมหน้ากากสองคนที่บุกรุกในคืนนั้น ส่วนเป็ใครนั้นก็ไม่ได้เปิดเผยออกมา
ทั้งสามตระกูลได้เพิ่มการคุ้มกันที่ป่าสมุนไพร ส่วนเื่ของสระยาในพื้นที่ต้องห้าม ก็บอกว่าต้องร่วมกันตรวจสอบ แต่ไม่มีเบาะแสเลยเช่นนี้ พระเ้ารู้ดีว่าจะพบอะไรในตอนจบ?
“หายไปก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปทำลายมัน”
สระพิษต้องห้ามเป็สมบัติของเมืองยา แต่ต่อหน้าหวังกงแล้ว หลงเฟยเยี่ยไม่จำเป็ต้องสุภาพ
หวังกงทราบดีถึงความสัมพันธ์อันทรงพลัง หากสระพิษตกไปอยู่ในมือของคังอ๋อง วันหนึ่งไม่ต้องพูดถึงตระกูลหวังหรอก แม้แต่เมืองยาก็อาจสูญหายไป หวังกงพยักหน้าเห็นด้วย
“มีเื่ผิดปกติบางอย่าง เกรงว่าคงต้องส่งคนไปดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเพิ่มเติม” หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างจริงจัง
หวังกงพยักหน้า แสดงถึงความเข้าใจ พื้นที่ต้องห้ามของสระพิษแห่งนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับ ตอนนี้มันหายไปในอากาศและมันอาจปรากฏขึ้นอีกครั้งในอากาศก็เป็ไปได้ เช่นนั้นไม่ควรประมาทอย่างเด็ดขาด
ขณะที่พูด จู่ๆ ในห้องก็มีเสียงใของสาวรับใช้ดังขึ้นมา “ท่านอ๋อง ท่านอ๋องเพคะ หวังเฟยฟื้นแล้วเพคะ! ฟื้นแล้ว!”
หลงเฟยเยี่ยมีความสุขมาก รีบลุกขึ้นทันทีและเดินไป เขายังคงสงบดังเดิม แต่คราวนี้กลับมีความประหลาดใจเขียนอยู่ทั่วใบหน้าของเขา หวังกงมองไปที่ด้านหลังที่เร่งรีบอย่างเหลือเชื่อ อันที่จริง การที่คนเฉยเมยอย่างฉินอ๋องพาฉินหวังเฟยออกมาเที่ยวเล่น ก็ทำให้น่าประหลาดใจไม่น้อยแล้ว
ในห้องด้านใน หานอวิ๋นซีที่เพิ่งลืมตาขึ้น นางยังคงวิงเวียนศีรษะอยู่ แขนขาเองก็อ่อนแรง รู้สึกเหมือนกำลังจะล้มลง
นางรู้ว่าตัวเองหลับไปนาน แต่ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน
ที่นี่ ที่ไหน?
ขณะที่กำลังจะถามสาวใช้ที่อยู่ด้านข้าง เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น น้ำเสียงที่เ็าและเอาแต่ใจอยู่เสมอ แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “หานอวิ๋นซี เ้าฟื้นแล้วหรือ?”
น่าเสียดายที่หานอวิ๋นซีที่ยังเวียนหัวเลยไม่ได้ยิน ในไม่ช้า ใบหน้าหล่อเหลาของหลงเฟยเยี่ยก็ปรากฏตรงหน้านาง หานอวิ๋นซีฉีกยิ้มอย่างซีดเซียว “ท่านอ๋อง เราหนีออกมาแล้วหรือ”
หลงเฟยเยี่ยเพิ่งจะรีบวิ่งเข้ามา แต่เมื่อมาถึงที่นี่ ก็ยืนอยู่ข้างเตียงและมองไปที่หานอวิ๋นซี จู่ๆ กลับรู้สึกทำอะไรไม่ถูก ตอบเพียงแ่เบาว่า “อืม” และนั่งลงบนขอบเตียง
สาวใช้เทน้ำอุ่นทันทีและส่งให้หลงเฟยเยี่ยด้วยความเคารพ หลงเฟยเยี่ยรับมันมาอย่างลวกๆ แต่หลังจากรับมา ก็กลับทำอะไรไม่ถูก
“ท่านอ๋อง หวังเฟยไม่ได้ทานน้ำหลายวันแล้ว เช่นนั้นควรดื่มน้ำอุ่นก่อนรับประทานอาหาร หม่อมฉันจะนำโจ๊กลูกเดือยมาให้เพคะ” สาวใช้รีบออกไปหลังจากพูด
ต้องป้อนน้ำ...
หลงเฟยเยี่ยไม่ตอบโต้ แต่กลับรีบช่วยพยุงหานอวิ๋นซีขึ้นมา และปล่อยให้นางพิงในอ้อมแขนของเขา พร้อมกับป้อนน้ำเข้าปากนาง
การเคลื่อนไหวของเขาดูเก้ๆ กังๆ อย่างมาก ราวกับว่านี่เป็ครั้งแรกที่เขาให้บริการผู้ป่วยเช่นนี้ ทว่าแขนของเขาแข็งแรงและมั่นคงมาก
หานอวิ๋นซีที่ยังคงวิงเวียนศีรษะ หลังจากนอนมาหลายวัน นางทั้งกระหายน้ำทั้งหิว เมื่อเห็นน้ำอุ่น ก็ดื่มอย่างรวดเร็ว รีบจนสำลักออกมา “พรูด...แคกๆ...”
หลังจากสำลัก ก็พ่นน้ำออกมาเต็มมือของหลงเฟยเยี่ย
เมื่อเห็นสิ่งนี้ หานอวิ๋นซีก็รีบปิดปากทันทีและได้สติขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าคอของนางจะอึดอัดมากจนอยากจะไอออกมา แต่นางก็ยังทำเสียงอู้อี้ พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียว
ต้องรู้ว่าฉินอ๋องผู้สูงส่งมีนิสัยรักความสะอาด! และรักษาความสะอาดอย่างมาก!
ใครจะรู้ว่า หลงเฟยเยี่ยกลับวางแก้วน้ำลง รีบให้หานอวิ๋นซีก้มหน้าลง แล้วลูบหลังของหานอวิ๋นซีเบาๆ พลางพูดอย่างไม่พอใจว่า “ไอออกมาสิ กลั้นไว้ทำไม อยากตายหรือไร?”
เขาไม่รังเกียจหรือ?
หานอวิ๋นซีที่กลั้นไม่ไหว ก็ไอออกมาอย่างหนัก หลังจากไอเป็เวลานาน ในที่สุดก็ไอน้ำที่ติดอยู่ในคอออกมา นางถึงกับหมดแรงและทรุดตัวลงในอ้อมแขนของหลงเฟยเยี่ย
นางอ่อนแออย่างมาก มองหลงเฟยเยี่ยเหมือนเด็กที่ทำอะไรผิด มองเขาด้วยท่าทางน่าสงสาร เมื่อกำลังจะขอโทษ หลงเฟยเยี่ยก็ปล่อยให้นางพิงหมอนและเดินออกไปล้างมือ
คำขอโทษมาถึงริมฝีปากแล้ว แต่หานอวิ๋นซีก็ต้องกลืนกลับเข้าไป
นางมองไปที่หลงเฟยเยี่ยอย่างเงียบๆ มองไม่เห็นใบหน้าตรงของเขา เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างที่ไม่แยแส คิ้วขมวดเล็กน้อย ดูเหมือนว่าจะมีความขยะแขยงอยู่ เขาล้างอยู่นานและจริงจังมาก
อันที่จริง เขาไม่ผลักนางออกก็ถือว่าเป็เื่ดีแล้ว แต่ไม่รู้เพราะอะไร เมื่อเห็นว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังจดจ่ออยู่กับการล้างมือ ในใจของหานอวิ๋นซีก็รู้สึกจิตตกอย่างสุดจะพรรณนา
หลังจากเช็ดมือและมองมือของตัวเองที่ได้รับการดูแลเป็อย่างดี ดวงตาของหลงเฟยเยี่ยก็ฉายแววสับสน เขาเทน้ำอีกแก้วแล้วถามหานอวิ๋นซี “ดื่มอีกหรือไม่?”
หานอวิ๋นซีส่ายหัว ตอนนี้นางไม่อยากดื่มมันอีกแล้ว
“ดื่มอีกสักหน่อยเถอะ”
หลงเฟยเยี่ยพูด พร้อมกับแก้วที่กำลังจะส่งไป หานอวิ๋นซีเองก็ยื่นมือออกไปรับโดยไม่รู้ตัว เมื่อหลงเฟยเยี่ยยื่นแก้วน้ำให้หานอวิ๋นซี เขาก็พูดว่า “ไม่มีใครแย่งเ้าหรอก ค่อยๆ ดื่มล่ะ”
“อืม” หานอวิ๋นซีตอบรับและก้มลงดื่มน้ำ
ทั้งคู่เงียบไปนาน หานอวิ๋นซีเอ่ยปากพูดว่า “เมื่อครู่...ทำให้ท่านสกปรกแล้ว ขอโทษนะ”
หลงเฟยเยี่ยส่งเสียงเบาๆ “อืม” และไม่พูดอะไรมาก
แต่หานอวิ๋นซีกลับรู้สึกรำคาญโดยไม่มีเหตุผล แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่เข้าใจ ปกตินางเป็คนเด็ดขาด ตรงไปตรงมาและไม่ถูกคนอื่นควบคุม ทำไมนางกลับรู้สึกว่าไม่สามารถแสดงความรู้สึกต่อหน้าชายผู้นี้ได้เลย?
หรือว่ามีความคาดหวังและความคิดที่ไม่ควรมีหรือไม่?
ในขณะเดียวกัน หลงเฟยเยี่ยก็ถามอย่างเ็าว่า “เ้าหมดสติไปสามวันสามคืนแล้ว เกิดอะไรขึ้น? ใจนเป็ลมไปหรือ?”
ทันทีที่หัวข้อการสนทนาเปลี่ยนไป หานอวิ๋นซีก็สบายใจขึ้น นางเงยหน้าขึ้นแสร้งทำเป็ใ “สามวันสามคืน?”
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็ลมไป?” หลงเฟยเยี่ยถามอีกครั้ง
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นลูกธนูคมๆ เยอะแยะแบบนั้น ข้าก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกหายใจไม่สะดวก อึดอัดเล็กน้อย จากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” หานอวิ๋นซีจริงจังอย่างมาก
อีกความหมายคือถูกเขากอดแน่นเกินไปจนเวียนหัวหรือ?
หลงเฟยเยี่ยมองตรงไปที่หานอวิ๋นซี “แบบนี้เองหรือ?”
ชายผู้นี้ไม่ได้หลอกได้ง่ายๆ หานอวิ๋นซีลังเล “ความจริงแล้ว...ความจริงแล้วตอนที่ข้ารู้สึกอึดอัด ข้าผลักท่านอ๋องไปหลายครั้ง แต่ท่านอ๋องยุ่งอยู่กับการหลบลูกธนูที่แหลมคมเ่าั้ก็เลยไม่ทันสังเกต มือของท่านอ๋องแข็งแกร่งเกินไป ข้าเลยดิ้นไม่หลุด”
นี่มันไม่ได้มีนัยอื่นอีกแล้ว แต่นี่คือการพูดว่าเป็เขาที่กอดแน่นเกินไป
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ สายตาของหลงเฟยเยี่ยก็ไม่ได้แข็งกร้าวขนาดนั้น หานอวิ๋นซีแอบยิ้ม นี่ถือเป็การหยอกล้อฉินอ๋องหรือไม่?
ต่อให้ตีนางให้ตายนางก็ไม่ยอมรับ นางไม่ได้มีความกล้าขนาดนั้น!
นางรีบฉวยโอกาสในตอนนี้และพูดว่า “ท่านอ๋อง ข้าเป็ลมไปสามวันสามคืนจริงหรือ? ข้าคงไม่ได้ป่วยเป็โรคประหลาดอะไรใช่หรือไม่? หมอว่าอย่างไรบ้าง?”
“พักก่อนเถอะ ค่อยให้หมอมาตรวจทีหลังอีกครั้ง” ในที่สุดหลงเฟยเยี่ยก็ละสายตาจากการตรวจสอบ
“ท่านอ๋อง เช่นนั้นเราจะจัดการกับสระพิษในพื้นที่ต้องห้ามอย่างไรดี?” หานอวิ๋นซีถามอย่างลังเล
หลงเฟยเยี่ยพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ประหลาดและการจัดการของสามตระกูลใหญ่
“มันแปลกประหลาดเหลือเกิน! เป็แบบนี้ไปได้อย่างไร?”
หานอวิ๋นซีเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและตื่นเต้นมาก ในแววตาก็ฉายแววเ้าเล่ห์ นางเป็คนเดียวในโลกที่รู้ว่าทำไมถึงเป็แบบนี้!
“สระนี้แปลกประหลาดอย่างมาก ตระกูลทั้งสามเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ อย่างไรก็ตาม การหายไปก็ถือเป็เื่ดี” หลงเฟยเยี่ยพูดเบาๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะน้ำในสระและพืชมีพิษหายไป เขาก็ไม่รู้ว่าจะกำจัดสิ่งเ่าั้ด้วยวิธีใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว พวกมันคือสมบัติของเมืองยาและไม่ง่ายเลยที่จะทำลายพวกมัน
หานอวิ๋นซีพยักหน้า นางทำงานหนักอย่างไม่รู้ตัว แม้ว่าตระกูลใหญ่ทั้งสามจะมีความสามารถล้นฟ้า พวกเขาก็ไม่สามารถหาสระพิษเจออย่างแน่นอน และสระนั้นก็ไม่สามารถผลิตน้ำออกมาได้อีกแล้ว!
ไม่รู้ว่าคังอ๋องจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเขารู้ว่าพืชพันธุ์ใหม่ที่เขาปลูกด้วยความพยายามถูกนางถอนรากถอนโคน และทั้งหมดอยู่ในคลังของนาง?
นางหรี่ตาเล็กน้อยแสร้งทำเป็พักผ่อน แต่ในความเป็จริงจิตใต้สำนึกของนางแอบเข้าไปในระบบการล้างพิษและนางรู้สึกโล่งใจ เมื่อเห็นว่าน้ำในบ่อพิษและสมุนไพรพิษในบ่อพิษนั้นซ่อนอยู่ข้างในทั้งหมด
การมาเมืองยาครั้งนี้ไม่เสียเปล่าจริงๆ ตอนนี้นางยังไม่มีแรงพอที่จะพยายามเปิดใช้งานระบบล้างพิษเพื่อวิเคราะห์น้ำพิษและสมุนไพรพิษ แต่ทุกอย่างอยู่ในกระเป๋าแล้ว นางจึงไม่จำเป็ต้องรีบร้อน
หานอวิ๋นซีไม่รู้ว่าน้ำพิษและสมุนไพรพิษจะทำให้นางประหลาดใจมากเพียงใด แน่นอนว่านั่นเป็เื่ในภายหลัง
หลังจากพักผ่อนมาหนึ่งวัน หลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีก็กลับมาที่โรงเตี๊ยม ในเวลานี้ กู้ชีฉ่าวเองก็ตามหาพวกเขาจนหมดหวังไปแล้ว
