“กระบี่ด้ามบนสุดอย่างนั้นหรือ มันอยู่มานานแล้วคงจะยาก แต่ถ้าเ้าจะลองดูก็ได้ เถาวัลย์อยู่ด้านหลังของูเาหัวโล้นนี้ ตามตาจะพาไปตัด เ้าต้องกะระยะให้ถูก”หยางตี้ได้ยินเสียงท่านตา หยุดวิ่งให้ท่านตาพาไป
ชายชราพาไปตัดเถาวัลย์ที่อยู่ไม่ไกลมาก ได้มายาวพอสมควร หยางตี้มัดเถาวัลย์ให้เป็บ่วงแล้วม้วนที่เหลือ ให้เป็วงกลมก่อนจะโยนขึ้นไป ในใจก็ได้แต่อธิษฐาน ถ้ามีวาสนาบารมีต่อกันก็ให้บ่วงนี้คล่องไปที่ด้ามกระบี่
โยนรอบแรก ไปไม่ถึงกะระยะไม่ถูก โยนครั้งที่สองก็เลยไปอีกครั้งที่สาม ไปถึงแต่ไม่คล้องลงตรงด้ามกระบี่
“ท่านตาสงสัยจะไม่มีวาสนาต่อกัน ใช้ด้ามที่หักก็ได้เ้าค่ะ ขอให้มีคมต่อสู้ได้ก็พอ”หยางตี้เปลี่ยนใจ เพราะในใจลึกๆมีความรู้สึกว่าตนมีกระบี่ที่ดีอยู่แล้ว
“เ้าดูให้ดี ข้างล่างอาจจะมีอยู่ก็ได้ ของแตกหักจะเอาไปใช้ได้อย่างไร จะเอาไปให้ช่างตีใหม่ก็ไม่ง่ายเลย”
“ข้าขอเดินดูอีกสักรอบเ้าค่ะท่านตา มองหาแต่กระบี่ที่อยู่ด้านล่างนี่แหละ จะได้หยิบง่ายเอาที่ใช้งานได้ก็พอ”
“เล่มนี้ก็น่าจะใช้ได้ ถึงจะเก่าและขึ้นสนิม ถ้าเอาไปขัดหน่อยก็น่าจะใช้ได้ น้ำหนักพอดีมือไม่ใหญ่เกินไป”
“ท่านตาข้าเอากระบี่เล่มนี้ ถึงมันจะขึ้นสนิมแต่น้ำหนักมันพอดีกับตัวข้า ถ้าเอาไปขัดและลับคมสักหน่อยก็น่าจะใช้ได้แล้ว”
“แล้วแต่เ้าเถอะ เดี๋ยวกลับไปตาช่วยขัดและลับคมให้ก็ได้ เล่มนี้น่าจะถูกฝังอยู่ที่นี่นานจนขึ้นสนิมไปหมด แต่มันก็ดูสมประกอบไม่หักไม่บิ่น ได้กระบี่แล้วกลับกันเถอะ”
ทั้งสองเดินกลับบ้าน ซึ่งแดดกำลังแรง ก้อนหินบนถนนเป็อุปสรรคในการเดินทาง ไม่สามารถเดินไวได้
“ท่านตาที่นี่มีพลัง ไม่มีสิ่งใดที่สามารถเดินทางได้ไว อย่างเช่นเหาะหรือลอยไปในอากาศมีไหมเ้าคะ ข้าเคยอ่านในตำรา บอกว่าถ้าเรามีพลังเยอะสามารถลอยตัวในอากาศได้”
“มีอยู่นะ คนที่มีอำนาจมีผนึกิญญาเยอะ สามารถมีพลังขั้นสูง หรือมีสัตว์อสูริญญาระดับสูง เป็พาหนะในการเดินทาง คนต่ำต้อยอย่างตา ไม่มีวาสนาที่จะได้นั่งอสูริญญาในการเดินทาง”
“ทำไมหรือเ้าคะท่านตา ขนาดกวางระดับสองท่านตากับท่านยายยังล่ามาได้เลย ทำไมถึงจับพวกมันมาไม่ได้ล่ะ”
“ต้องสู้และสยบมันได้ มันถึงจะยอมมาอยู่ด้วย แค่ระดับสองก็ยังสู้กันแทบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าเป็ระดับสูงที่ใช้เป็พาหนะเดินทางได้ดีต้องเป็ระดับสี่ขึ้นไป มันก็เป็ไปไม่ได้ที่จะจับมันมา”
“ถ้าเราจับมันมาั้แ่ระดับหนึ่ง แล้วเอามาเลี้ยงไว้ก่อนนะเ้าคะโตมาจะได้ใช้งาน”
“อสูริญญากว่าจะเลื่อนระดับได้ใช้เวลาเป็ร้อยปี เ้าจะได้ใช้งานมันตอนไหนล่ะเด็กน้อย”
“แล้วคนที่เขาจับสัตว์อสูรมาใช้งานได้ พวกเขาใช้วิธีไหนหรือเ้าคะ”
“พวกเขามีกำลังคน ล้อมจับช่วยกันต่อสู้จนสยบมันได้ยังไงล่ะ ต้องเป็คนที่มีบารมีลูกน้องเยอะ เข้าไปจับอสูรทีต้องใช้กันร่วมห้าสิบคนนั่นแหละ ถึงจะจับได้บางทีก็มีคนที่เอาชีวิตไปทิ้ง ไม่ได้สัตว์ิญญากลับมาก็มี”
“ฟังแล้วน่ากลัวมากเลยเ้าค่ะ แล้วป่าที่มีอสูริญญามีอยู่ป่าแห่งเดียวหรือเ้าคะท่านตา มีป่าขนาดเล็กและสัตว์อสูรไม่มากมีไหมเ้าคะ”
“มีอยู่ป่าเดียวเท่านั้น มันขึ้นชื่อเื่อาถรรพ์พื้นที่ทับซ้อน และสัตว์อสูริญญา สมุนไพรล้ำค่าที่สามารถเอามาปรุงเป็ยาอายุวัฒนะ รวมถึงผนึกิญญา”
“ถึงที่นี่จะมีป่ามากมาย แต่ก็เป็เพียงป่าธรรมดา อย่างที่เ้าเดินผ่านมาและชายป่า ที่ตาไปปลูกผักมันเพียงเป็ป่าธรรมดาเท่านั้น แต่ก็มีพลังถ้าเทียบกับโลกภายนอก”
“ฟังแล้วไม่ง่ายเลยนะเ้าคะ หรือว่าข้าต้องเรียนวิชาอะไรเพิ่มอีก ข้ายังไม่อยากาเ็ออกมา แต่ถ้าเราไปแค่รอบนอกล่ะเ้าคะท่านตา”
“ตากับยายเข้าป่าพลังิญญา ก็เข้าไปแต่รอบนอกเท่านั้นไม่เคยเข้าไปลึกหลอก แต่ก็นั่นแหละข้างนอกไม่มีผนึกิญญา ไม่มีสมุนไพรล้ำค่า”
“ท่านตาท่านยายก็ดูแข็งแรงดีนะเ้าคะ พวกท่านอยู่ที่นี่มาตลอด หรือว่าเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน”
“เรามาอยู่ที่นี่ได้หลายปีแล้ว ทีแรกตาและยายอยู่ในเมือง ยายมีอาชีพเป็หมอดู เ้าคงเคยเห็นลูกแก้วแล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่ง ลูกแก้วไม่สามารถมองเห็น สิ่งที่พวกเขาตามหาได้ ทำให้ถูกลงโทษ และกลายเป็พวกหลอกลวงต้มตุ๋น จึงต้องพากันมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ แต่เื่มันก็ผ่านมานานแล้วล่ะ”
“แต่ลูกแก้วของท่านยายก็ยังสามารถมองเห็นได้นะเ้าคะ เพียงแต่ใช้พลังค่อนข้างเยอะเท่านั้น หรือตอนนั้นท่านยายจะถูกกลั่นแกล้งทำให้พลังหมด จึงทำให้มองไม่เห็น แต่ใช้พลังของผู้ที่จะ้ารู้ได้ไม่ใช่หรือเ้าคะ”
“เื่ใช้พลังของผู้อื่นได้นั้นเพิ่งค้นพบไม่นานมานี่เอง ก่อนหน้านั้นใช้พลังขอผู้เป็เ้าของลูกแก้วเท่านั้น”
ทั้งสองเดินคุยกันมาตลอดทาง จนมาถึงบ้าน “โอ้!คุยกันจนลืมความเหน็ดเหนื่อยระหว่างเดินทาง โน่นเห็นหลังคาบ้านแล้ว เดี๋ยวตาจะเอาหินลับคมกระบี่ให้เ้า”
กระบี่ขึ้นสนิมสีดำ ถูกขัดล้างโดยชายชรา และลับคมกระบี่ให้ใหม่ “เด็กน้อยเ้าออกไปตากแดด รับพลังหยางก่อน ดาบอยู่ในถ้ำมานาน พลังอาจจะหมดไป”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านตา มันดูใหม่ขึ้นมาเลยหลังจากสนิมหายไป ข้าจะเอาไปตากแดดเดี๋ยวนี้”หยางตี้วิ่งเอากระบี่ไปวางบนหลังคากระท่อม
“พวกเ้ากลับมากันเหนื่อยๆ ยังมานั่งขัดกระบี่อีก มากินข้าวกินน้ำกันเถอะ ต้มผักก็ยังมีเนื้อกวางก็ยังอยู่ วันนี้เอามาตุ๋นทำเป็ซุปให้”หญิงชราพูดขึ้น ทั้งสองได้ยินคำว่าอาหารก็หิวทันที
หยางตี้หลังจาก ได้กระบี่มาก็เร่งฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวัน ไม่ได้ชวนชายชราไปที่ป่าอีก เพราะกลัวอันตรายจากป่า
“หยางตี้เนื้อกวางเราจะหมดแล้ว เ้าเตรียมตัวให้พร้อมอีก สองวันเราจะเดินทางไปที่ป่าพลังิญญากัน”หญิงชราพูดขึ้นหลังจากเห็นเด็กน้อยฝึกกระบี่ทุกวันจนคล่องแล้ว
“ได้เ้าค่ะท่านยาย ข้าจะเตรียมตัวให้พร้อม แต่…ท่านยายข้าต้องเตรียมสิ่งใดไปบ้าง”
“เ้าสำรวจร่างกายดู พร้อมเดินเข้าป่าไหมชุดเสื้อผ้ารองเท้า อาวุธถุงย่าม ใส่อาหารแห้งไว้บ้างเผื่อพลัดหลงกัน”
“ที่ท่านยายพูดมา ดูเหมือนข้าจะไม่พร้อมสักอย่างเลยเ้าค่ะ ชุดของข้า ที่ใส่ก็สั้นถึงหน้าแข้งแล้ว แถมยังบางไม่เหมาะสำหรับใส่เข้าป่า รองเท้าเป็รองเท้าฟางที่ท่านยายทำให้ ใส่วิ่งไม่ถนัด ถุงย่ามก็ใบเล็กไม่น่าจะใส่ของได้เยอะ”
“รองเท้าให้ตาเฒ่าทำให้ใหม่ เสื้อผ้ายายมีผ้าหยาบเก่าอยู่พับหนึ่งจะตัดเย็บให้เ้า พร้อมกับถุงย่ามคงจะเสร็จภายในสองวันนี้ ่นี้เ้าก็ตั้งใจฝึกซ้อมกระบี่ ไปก่อนก็แล้วกัน”
หยางตี้ใช้เวลาสองวันฝึกซ้อมอย่างหนัก ในการใช้กระบี่ ที่ชายชราสอนให้ มีถึงสิบแปดกระบวนท่า และการกระโจนลอยตัว ออกแรงฟาดฟันกระบี่ การหมุนตัวในอากาศ ซึ่งนางมีความคุ้นเคย จึงฝึกออกมาได้ไวและชำนาญระดับหนึ่ง
“เด็กน้อยเ้ามาลองสวมรองเท้า ที่เสริมทั้งผ้าและใยของไม้ใส่เพิ่มพลังเข้าไปด้วย”หยางตี้ได้ยินเสียงท่านตาเรียก เก็บกระบี่แล้วเดินเข้าไปในกระท่อม
“ท่านปู่มันดูแข็งแรงกว่าเดิมมากเ้าค่ะ นิ่มด้วยรู้สึกเบาอย่างนี้ข้าต้องะโได้สูง และวิ่งได้ไวเป็แน่ ข้าขอออกไปวิ่งทดสอบข้างนอกดูก่อนนะเ้าคะ”พูดได้แค่นั้นหยางตี้ ใส่รองเท้าใหม่วิ่งออกจากกระท่อมไป
“มันดูเบาสบายจริงด้วย วิ่งก็ไวครู่เดียวก็มาถึงชายป่าแล้ว ะโได้สูง กระชับกับเท้าท่านปู่นี้ฝีมือดีไม่เบา”
“หยางตี้เ้ากลับมาแล้ว หลังจากทดสอบรองเท้าแล้ว มาลองชุดใหม่ดู ถ้าไม่พอดียังไงจะได้รีบแก้ พรุ่งนี้เช้าต้องออกเดินทางกันแล้ว”หยางตี้หยิบชุดสีน้ำตาลเข้มเดินเข้าห้อง
“ท่านยายใส่พอดีเ้าค่ะ ฝีมือการเย็บของท่านยาย ช่างดีมาก ดีกว่า…ช่างมันเถอะเอาเป็ว่าข้าใส่พอดีเ้าค่ะ ข้าขอขอบคุณท่านตาและท่านยาย ที่เย็บชุดและรองเท้าให้นะเ้าค่ะ”
“ถุงย่ามวางอยู่ตรงนั้น สีเดียวกับชุดเ้านั่นแหละ ใช้ผ้าพับเดียวกัน เตรียมของที่จะเอาไปด้วย มีมีดเล็กเ้าก็เอาใส่ไปด้วย มีเนื้อกวางแห้งที่ย่างแล้ว เตรียมไว้เผื่อหลงทางกัน ยารักษาาแแก้อาการเ็ป ยาแก้พิษจากสัตว์และพืชอยู่ในขวด วางอยู่ใกล้กับถุงย่ามเ้าตรวจดู น้ำห้ามขาด”
“กลายเป็ว่าท่านยายเตรียมไว้หมดเลย ข้าแค่จับเข้าถุงย่ามเท่านั้น”
“วันนี้เ้าก็พักผ่อนแต่หัวค่ำล่ะ พรุ่งนี้เราจะเดินทางั้แ่ ยามอิน(03.00-05.00 น.) เดินทางแต่เช้าจะได้ไม่ร้อน อ้อผ้าห่มของเ้าก็ต้องมัดไปด้วย เราจะนอนข้างป่าหนึ่งคืน เพราะยังไงก็กลับมาไม่ทัน”
ทั้งสามออกเดินทาง ั้แ่เช้ามืดชายชราต้องจุดคบเพลิง เดินนำหน้าหญิงต่างวัยทั้งสอง มุ่งหน้าไปยังป่าพลังิญญา ต่างมุ่งมั่นและเร่งรีบเดินทาง ไม่แม้กระทั่งจะคุยกัน เพราะสมาธิทั้งหมดไปอยู่ที่เท้า
จนท้องฟ้าเริ่มสว่างมองเห็นทาง คบเพลิงที่ถือมาหมดพอดี ไม่มีการหยุดพัก “ท่านตาท่านยาย อายุก็มากแล้วแต่ไม่เคยหมดกำลัง ท่านตาสอนวิชากระบี่ไม่เคยเห็นท่านเหนื่อยเลย คงเป็เพราะพลังของที่นี่เป็แน่”หยางตี้เดินไปคิดไป
สองข้างทาง เริ่มมีแต่ป่าเขาที่มีพลังน้อย และเริ่มมีต้นไม้หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆยังดีมีทางให้เดิน ทั้งสามไม่มีการหยุดพัก จนเวลาใกล้เที่ยงพวกเขาก็มาถึงป่าพลังิญญา
“เราจะพักที่นี่ก่อนสักครู่ แล้วค่อยเข้าไปในป่า”เดี๋ยวชายชราพูดขึ้น พร้อมกับวางถุงย่ามและเครื่องนอนที่มัดสะพายมาลงไว้ข้างต้นไม้
หยางตี้ยืนมองป่าพลังิญญา แม้แสงแดดของอาทิตย์เที่ยงวันสว่างจ้าและร้อน แต่ในป่ากับมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่ อย่างหนาแน่น
“ท่านตาเ้าคะมีเมฆหมอกปกคลุมจนขาวไปทั้งป่า ถ้าพวกเราเข้าไป จะมองเห็นสัตว์อสูรและสมุนไพรหรือเ้าคะ”
“มองเห็นสิเราอยู่ตรงนี้เหมือนกับมีเมฆหมอกหนาแน่น เอาเข้าจริงเวลาอยู่ในป่า ก็ไม่ได้มีอุปสรรคต่อการมองเห็นหรอก แถมอากาศยังเย็นสบายไม่ร้อนแบบนี้ด้วย”
“หายเหนื่อยกันแล้วใช่ไหม ออกเดินทางกันต่อ เราจะหาที่พักอยู่ใกล้กับชายป่าด้านใน แล้วค่อยเดินหาสัตว์อสูร และพืชผักสมุนไพรที่มีพลังิญญากัน”ชายชรายกของขึ้นหลังแล้วเดินนำหน้าเข้าป่า
“มองเห็นชัดจริงด้วย แถมแสงอาทิตย์ที่ส่องรอดใบไม้ลงมา กระทบกับละอองของม่านหมอก ดูสวยงามอีกด้วยอากาศก็สดชื่นกว่าข้างนอก ท่านตาอย่างนี้ถ้าเราพักอาศัยอยู่ในนี้นาน จะได้รับพลังจากป่าใช่หรือไม่เ้าคะ”
“มันก็ได้ ถ้าในนี้ไม่มีอันตราย แม้เราจะพักอยู่ตรงชายขอบก็คาดเดาไม่ได้ ว่าจะมีอสูรระดับสูงเดินมาตรงนี้ไหม กลางวันไม่เท่าไหร่ ถ้าเป็กลางคืนอันตรายกว่าหลายเท่านัก”
“ท่านตาเ้าคะข้าแค่คิดเล่นๆ แล้วถ้าเกิดเราสร้างกระท่อมอยู่ข้างนอก กลางวันเดินเข้ามาในนี้ กลางคืนก็เดินกลับไปพักในกระท่อมละเ้าคะ พอจะเป็ไปได้ไหม”
