(จบแล้ว) พลิกชะตาแค้น ย้อนเวลามาเป็นเจ้าแม่ธุรกิจ

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

บทที่ 8 : ปรากฏการณ์ชานมและกระทู้แนะนำ

เช้าวันเสาร์... วันที่เด็กเรียนพิเศษเดินกันให้ขวักไขว่เต็มสยามสแควร์

ลลินตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเข้ามาเตรียมร้าน กลิ่นชาอัสสัมเกรดพรีเมียมที่ต้มสดใหม่ๆ หอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วซอยเล็กๆ กลิ่นหอมนี้ช่างแตกต่างจากกลิ่นสังเคราะห์ฉุนกึกของร้านน้ำทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

หน้าร้าน "The Queen's Tea" ที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา ตัดกับขอบทองหรูหรา ดูโดดเด่นออกมาจากตึกแถวโทรมๆ รอบข้างราวกับเป็๞สถานที่จากอีกมิติ

แต่ลลินรู้ดีว่า... แค่ร้านสวยและของดี ยังไม่พอ ในปี 2548 ที่โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ยังไม่เกิด สิ่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดคือ "เว็บบอร์ด"

ลลินจ้าง "หน้าม้า" ซึ่งเป็๞รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยหน้าตาดี 4-5 คน ให้มาแต่งตัวสวยหล่อ ยืนถือแก้วชานมถ่ายรูปหน้าร้าน แล้วโพสต์ลงในเว็บ Dek-D และ Pantip ห้องก้นครัว ๻ั้๫แ๻่เมื่อคืน

หัวข้อกระทู้: “[CR] เจอแล้ว! ร้านชานมลับในสยามที่อร่อยกว่ากินที่ไต้หวัน! แก้วสวยมากกก”

ในกระทู้เต็มไปด้วยรูปถ่ายแก้วทรงสูงที่สกรีนโลโก้ราชินีสีทอง (ซึ่งลลินสั่งทำพิเศษ ต่างจากแก้วพลาสติกอ่อนๆ ทั่วไป) และรีวิวรสชาติที่บรรยายถึงความหอมมันของนมสดแท้ๆ

ผลลัพธ์ของมันเริ่มทำงานแล้ว...

เวลา 10.00 น. ร้านเปิดทำการ กลุ่มนักเรียนมัธยมกลุ่มแรกเดินถือชีทเรียนพิเศษผ่านมา หยุดชะงักเมื่อเห็นร้านใหม่ "แก... นี่ไงร้านที่พี่คนนั้นลงในเด็กดีเมื่อคืน สวยเนอะ" "หอมจังแก... ลองไหม?"

"สวัสดีค่ะ The Queen's Tea ยินดีต้อนรับค่ะ" ลลินในชุดพนักงานกันเปื้อนสีน้ำตาลเข้ม กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "วันนี้เรามีโปรโมชั่นเปิดร้าน ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับ 50 ท่านแรกนะคะ"

คำว่า "1 แถม 1" และ "จำกัดจำนวน" คือเวทมนตร์ จากนักเรียนกลุ่มแรกที่ลังเล รีบพุ่งเข้ามาสั่งทันที

"รับชานมไข่มุกจักรพรรดิหวานน้อย 2 แก้วค่ะ!"

ลลินรับออเดอร์อย่างคล่องแคล่ว มือเรียวตักไข่มุกสีทองวาววับ (Golden Bubble) ที่เคี่ยวด้วยน้ำตาลทรายแดงสูตรลับ ใส่ลงในแก้ว ตามด้วยน้ำแข็ง และเทชานมที่ผสมนมสดแท้ลงไปจนเกิดลวดลายไล่เฉดสีสวยงาม ปิดท้ายด้วยการเข้าเครื่องซีลฝาแก้วอัตโนมัติที่ได้จากระบบ เสียงเครื่องทำงาน วี๊ด-กึก! อย่างรวดเร็ว

ลูกค้าคนแรกรับแก้วไป แล้วเจาะหลอดดูดทันที ดวงตาของเด็กสาวเบิกกว้าง "เฮ้ย! อร่อยมาก! แก... ไข่มุกมันหนึบมาก ไม่เละเหมือนร้านป้าหน้าปากซอยเลย แล้วนมคือหอมสุดๆ!"

เสียงอุทานนั้นดังพอที่จะทำให้คนที่เดินผ่านไปมาหันมอง ประกอบกับหน้าม้าที่ลลินจ้างมาเริ่มมายืนต่อแถวสมทบ ทำให้เกิดภาพ "ไทยมุง" คนไทยมีนิสัยประหลาด... เห็นคิวที่ไหนยาว จะต้องเข้าไปต่อด้วยเพราะคิดว่าของดี

ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แถวหน้าร้าน The Queen's Tea ก็ยาวล้นออกมานอกซอย!

...

ร้าน "น้ำปั่นเจ๊จู" ฝั่งตรงข้าม เจ๊จู หญิงร่างท้วมเ๽้าของร้านน้ำผลไม้ปั่นและชานมไข่มุกแบบชงผง (แก้วละ 15 บาท) ยืนเท้าสะเอวมองภาพเหตุการณ์ฝั่งตรงข้ามด้วยความงุนงงแกมริษยา

ปกติเวลานี้ เด็กๆ จะต้องมามุงร้านแกเพื่อซื้อน้ำปั่นแก้วละยี่สิบบาทกินแก้ร้อน แต่วันนี้ร้านแกเงียบเป็๞เป่าสาก ทุกคนแห่ไปเข้าคิวร้านใหม่ที่ขายแก้วละ 45 บาท!

"มันบ้ากันไปแล้วหรือไงวะ?" เจ๊จูบ่นงึมงำ "น้ำแก้วละเกือบห้าสิบ แพงกว่าข้าวแกงอีก ซื้อกันลงไปได้ยังไง เดี๋ยวก็เจ๊ง เชื่อสิ ร้านตรงนั้นเ๽้าที่แรงจะตาย!"

แต่ยิ่งแช่ง ลูกค้าฝั่งนั้นก็ยิ่งเยอะ ลลินง่วนอยู่กับการชงชาจนมือระวิง เธอจ้างพนักงานพาร์ทไทม์มาช่วย 2 คน แต่ก็แทบจะทำไม่ทัน

[ติ๊ง!] <สกิลติดตัวทำงาน: การบริหารจัดการร้านอาหาร (Level 1)> <ผลลัพธ์: เพิ่มความเร็วในการเสิร์ฟ 20%, ลดความผิดพลาดในการรับออเดอร์>

ลลินรู้สึกว่าร่างกายขยับไปเองอย่างแม่นยำ เธอจัดคิว รับเงิน และส่งแก้วด้วยความเร็วแสง ลูกค้าที่รอนานเริ่มยิ้มออกเมื่อได้รับบริการที่รวดเร็วทันใจ

บ่าย 3 โมง... วัตถุดิบที่เตรียมมาสำหรับขายทั้งวัน "หมดเกลี้ยง"

ลลินต้องเดินออกมาหน้าร้าน พร้อมป้าย SOLD OUT "ขอโทษด้วยนะคะลูกค้า วันนี้วัตถุดิบหมดแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับการตอบรับที่ดีมากๆ พรุ่งนี้เจอกันใหม่นะคะ!"

เสียงโห่ด้วยความเสียดายดังระงมจากท้ายแถว แต่แทนที่พวกเขาจะโกรธ กลับยิ่งอยากกินมากขึ้นไปอีก เพราะความรู้สึกที่ว่า "ของดีมีน้อย"

ลลินปิดประตูร้าน ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม เธอกดดูยอดขายในเครื่องคิดเงิน

ยอดขายวันแรก: 18,000 บาท! (ขายไป 400 แก้ว เฉลี่ยแก้วละ 45 บาท) กำไรสุทธิหลังหักต้นทุนและค่าจ้าง เกือบ 12,000 บาท ในวันเดียว!

ถ้าเป็๞แบบนี้ทั้งเดือน เธอจะมีรายได้หลักแสน นี่มันมากกว่าเงินเดือนผู้บริหารบริษัทใหญ่ๆ ในยุคนั้นเสียอีก

"สำเร็จ..." ลลินกำหมัดแน่น

แต่ในขณะที่เธอกำลังดีใจ เสียงเคาะประตูกระจกก็ดังขึ้น หนักๆ และรัวเร็ว ก๊อกๆๆ!

ลลินหันไปมอง คิดว่าเป็๲ลูกค้าที่ยังไม่ยอมกลับ แต่คนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่ลูกค้า... แต่เป็๲ชายฉกรรจ์สองคน ใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์ ท่าทางนักเลง และด้านหลังพวกเขาคือ เจ๊จู ร้านฝั่งตรงข้ามที่ยืนกอดอกทำหน้า๾ั๠๩์

"น้อง... เปิดประตูมาคุยกันหน่อยซิ" เจ๊จู๻ะโ๷๞ผ่านกระจก "เ๹ื่๪๫ขยะหน้าร้านกับที่จอดรถเนี่ย มาเคลียร์กันหน่อย!"

ลลินลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากกางเกง แววตาที่เคยอ่อนโยนตอนบริการลูกค้าหายวับไป กลายเป็๲แววตาของผู้บริหารที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว

"จะรับน้องงั้นสิ..." ลลินพึมพำกับตัวเอง "ได้... เดี๋ยวจัดให้"

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้