หลังจากราชันหั่วยวินเยาสังหารผู้าุโทั้งสามของตำหนักไท่จี๋ จิตใจเขาก็รู้สึกผ่อนคลายมาก เย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งจึงเลือกใช้เวลานี้จู่โจมกะทันหัน!
สายตาศิษย์ทั้งเก้าของตำหนักไท่จี๋ฉายแววใ เส้นไหมสีขาวราวหิมะพุ่งออกมาจากด้านข้าง พันธนาการร่างของราชันหั่วยวินเยาเอาไว้ แม้เปลวเพลิงของราชันหั่วยวินเยาจะมีอุณหภูมิสูงจนสามารถหลอมละลายอาวุธและแผดเผาผู้คนได้ในพริบตา แต่กลับไม่มีผลต่อเส้นไหมเลยสักนิด
เมื่อถูกเส้นไหมพันธนาการเอาไว้ เปลวเพลิงของราชันหั่วยวินเยาก็พลอยถูกควบคุมไปด้วย เส้นไหมเงาหิมะของซูเฟยหยิ่งเป็เครื่องมือขั้นจิติญญา มันหุ้มทั้งร่างของราชันหั่วยวินเยาราวกับผ้า ทำให้เขาถูกพันธนาการอย่างหนาแน่น!
“โฮกๆๆ!!! เทพธิดาน้ำแข็ง!”
ใน่เวลาที่ราชันหั่วยวินเยาไม่ทันสังเกต เขาก็ต้องร้องคำรามพร้อมกับเรียกชื่อเทพธิดาน้ำแข็ง เมื่อถูกเส้นไหมเงาหิมะของซูเฟยหยิ่งพันธนาการเอาไว้
“จับแกได้แล้ว”
น้ำเสียงเ็าของซูเฟยหยิ่งดังก้องไปทั่วบริเวณ แม้กระทั่งมือเนียนขาวราวกับหยกที่ปรากฏเบื้องหน้าเหล่าศิษย์ตำหนักไท่จี๋ ก็ยังดูเหมือนมือของเทพธิดา
ผมยาวตรงราวกับน้ำตก ร่างสูงโปร่งภายใต้กระโปรงยาวสีขาวดูสวยสง่า ทำให้ผู้คนต้องลอบกลืนน้ำลายั้แ่ครั้งแรกที่เห็น แม้มีใบหน้าสวยชวนเสน่หาแต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ นั่นเพราะสายตาแสนเ็า ทำให้ผู้คนที่สบสายตารู้สึกราวกับถูกแช่ในน้ำแข็งนานนับพันปี
เมื่อหญิงสาวปรากฏตัว ฉับพลันนั้นศิษย์ทั้งหมดของตำหนักไท่จี๋ต่างมองอย่างตกตะลึง แต่ละคนถึงกับสมองขาวโพลนราวกับสูญเสียความสามารถในการคิด
บนโลกใบนี้มีหญิงงามเช่นนี้ด้วยหรือ!
ไม่ใช่เพียงศิษย์ชายเท่านั้น กระทั่งศิษย์หญิงอีกสามคนในกลุ่มยังมองด้วยความริษยา เมื่อหญิงที่งดงามเกินมนุษย์ปรากฏตัวเช่นนี้ จะให้หญิงสาวอย่างพวกเธอมีชีวิตอยู่อย่างไร? กว่าพวกเธอจะสวยได้เช่นนี้ยังต้องพึ่งเครื่องแป้งแต่งเติม แต่กลับเทียบหญิงสาวที่ไร้การเติมแต่งตรงหน้าไม่ได้เลยสักนิด เมื่ออยู่ด้วยกันยิ่งขับเน้นให้เห็นความต่างระหว่างพวกเธออย่างชัดเจน
“ท่านผู้าุโ โปรดหยุดมือด้วยครับ!”
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มที่ดูเป็ผู้นำของกลุ่มก็มีปฏิกิริยาตอบสนองก่อนใครอื่น เขาะโพร้อมก้าวเท้าออกมาข้างหน้า
สิ่งที่เขาคิดในตอนนี้คือ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการป้องกันชีวิตตัวเอง ไม่ว่าจะเป็ราชันหั่วยวินเยาที่ถูกพันธนาการ หรือหญิงงามที่เพิ่งปรากฏตัว ความแข็งแกร่งของทั้งคู่ล้วนไม่อาจจินตนาการได้ สิ่งที่เขาคิดได้ในตอนนี้คือการทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด วิธีที่ดีที่สุดคือปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง จากนั้นคอยหาโอกาสหลบหนี หรือกระทั่งกอบโกยผลประโยชน์จาก่เวลานั้น เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาจึงก้าวออกมาพร้อมแผนการ นั่นคือการช่วยราชันหั่วยวินเยาให้หลุดพ้นจากพันธนาการของหญิงงาม เพื่อปล่อยให้พวกเขาปะทะกันเอง
ทว่าเขากลับคำนวณพลาดไป
“พวกแกควรอยู่เฉยๆ ดีกว่านะ”
เย่เฟิงปรากฏตัวขึ้นด้านข้าง มือกุมกระบี่ ท่าทางราวกับเทพเ้า เขายืนขวางศิษย์ทั้งเก้าของตำหนักไท่จี๋ ไม่ยอมให้พวกเขาเข้าไปขวางซูเฟยหยิ่งซึ่งกำลังจัดการราชันหั่วยวินเยา
“แก!”
เมื่อชายหนุ่มคนเดิมเห็นเย่เฟิงก็ยืนมองอย่างตะลึงงัน นี่ไม่ใช่เย่เฟิงหรอกหรือ?
ชายคนนี้มีชื่อว่าหยางชง เป็หนึ่งในผู้ติดตามของเฉินฮุย แต่ครั้งนี้ถูกส่งมาทำภารกิจที่ทะเลทรายจึงต้องแยกตัวจากเฉินฮุย เวลานี้เขายังไม่รู้ว่าเฉินฮุยตายไปแล้ว และไม่รู้ว่ากระจกครอบสุริยะถูกชิงไปแล้วเช่นกัน เขาจำได้เพียงว่าเย่เฟิงเป็คนทำลายสำนักอิ่นเซียน และต่อยเฉินฮุยจนกระเด็นที่เชิงเขา
นึกไม่ถึงว่าจะได้มาพบเย่เฟิงที่นี่ หยางชงคิดว่าหากตนสามารถสังหารเย่เฟิงที่นี่ได้ เมื่อกลับไปหลังจากเสร็จภารกิจ ไม่ใช่ว่าเขาจะได้รับความดีความชอบใหญ่หลวงหรอกหรือ? อย่างน้อยเฉินฮุยต้องชื่นชมเขามาก และเขาจะได้กลายเป็คนสนิทของเฉินฮุย หยางชงรู้ดีว่าตอนที่ถูกเย่เฟิงต่อยกระเด็น เฉินฮุยอับอายมากเพียงใด ตอนนี้หญิงงามกำลังเผชิญหน้ากับราชันหั่วยวินเยา หากพวกเขาเก้าคนร่วมมือกันสังหารเย่เฟิง ย่อมสามารถทำได้สำเร็จแน่นอนไม่ใช่หรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ลงมือทันที
“ท่านเทพวัวอัคคีช่วยพวกเราสังหาร ผู้าุโเหมย ผู้าุโหลานและผู้าุโจวี๋ ฉะนั้นพวกเราควรจะทำอะไรเพื่อเขาบ้าง!” หยางชงเงยหน้าจ้องเย่เฟิงพร้ะโกน “ถ้าสังหารเย่เฟิงที่เป็ผู้สมรู้ร่วมคิดกับผู้หญิงคนนั้น เธอต้องเสียสมาธิแน่ ตราบใดที่ท่านเทพวัวอัคคีเป็อิสระ พวกเราก็จะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่!”
จากคำพูดที่เขาะโออกมา เหล่าศิษย์ที่อยู่ด้านหลังต่างเห็นพ้องต้องกัน
เมื่ออีกฝ่ายบอกว่าเป็เทพวัวอัคคี เทพคงไม่สังหารคนบริสุทธิ์หรอกใช่ไหม? หากช่วยเหลืออีกฝ่ายในตอนนี้คงจะไม่เป็ไร พวกเขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทว่ากลับนึกไม่ออกว่าคืออะไร ภายใต้การยั่วยุของหยางชง ทำให้กลุ่มคนที่เหลือจับจ้องเย่เฟิงด้วยเจตนาสังหาร
เมื่อเย่เฟิงได้ยินอีกฝ่ายะโ สายตาก็ฉายแววเย็นเยียบ คนเหล่านี้กลับคิดช่วยเหลือคนชั่ว พวกเขาคิดว่าราชันหั่วยวินเยาเป็คนดีหรืออย่างไรกัน? หากรอให้ราชันหั่วยวินเยาหลุดออกมาได้ ชีวิตของคนเหล่านี้คงต้องจบสิ้นเช่นกัน ในเมื่ออีกฝ่ายคิดลงมือกับเขา เย่เฟิงก็ไม่จำเป็ต้องยั้งมืออีก
พรึ่บ!
เย่เฟิงนำกระจกครอบสุริยะออกมาจากแหวนมิติ แสงจากกระจกสว่างวาบไปทั่วพื้นที่ ทำให้เหล่าศิษย์ตำหนักไท่จี๋ทั้งเก้ามองอะไรไม่เห็น
นี่มันกระจกครอบสุริยะไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงมาอยู่ในมือของเย่เฟิงได้?
เย่เฟิง้าทดสอบผลลัพธ์ทางการต่อสู้ของกระจกครอบสุริยะ อย่างไรเสียคนกลุ่มนี้ก็มีระดับวรยุทธ์เพียงสามสิบกว่าปี ไม่คู่ควรที่จะให้เขาใช้รำกระบี่ไร้ตัวตน
“ให้พวกแกได้ตายเพราะสมบัติวิเศษของสำนักตัวเอง ก็ถือว่าฉันเมตตาอย่างยิ่งแล้ว”
เย่เฟิงยกยิ้ม รอยยิ้มของเขาในสายตาของหยางชงและเหล่าศิษย์ที่เหลือดูราวกับเป็รอยยิ้มของปีศาจร้าย
ทำไมกระจกครอบสุริยะถึงอยู่ในมือเย่เฟิง? กระทั่งตายไปหยางชงก็ยังไม่อาจหาคำตอบได้
แสงอันศักดิ์สิทธิ์ส่องประกาย เย่เฟิงถือกระจกครอบสุริยะส่องไปยังตำแหน่งของหยางชง ฉับพลันสุดยอดเปลวสุริยะก็พุ่งออกไป ราวกับลูกไฟสุริยะขนาดย่อม
ผลลัพธ์ของเครื่องมือขั้นจิติญญาสามารถเพิ่มระดับพลังวิชาเซียนได้บางส่วน ตัวอย่างเช่นตอนที่ซูเฟยหยิ่งสังหารหานจืออู่ นั่นเป็เพราะได้เส้นไหมเงาหิมะช่วยเสริมให้เคล็ดวิชาดวงดาวร่วงหล่นแข็งแกร่งขึ้น ส่วนลูกไฟสุดยอดเปลวสุริยะที่เย่เฟิงใช้ผ่านกระจกครอบสุริยะก็ทรงพลังมากกว่าปกติถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์
เมื่อลูกไฟสีขาวพุ่งเข้าหาหยางชง ชายหนุ่มไม่ทันได้ตอบสนอง แม้อยากจะหลบหลีกก็ไม่อาจทำได้ทัน เพิ่งก้าวขาได้เพียงก้าวเดียว บอลสุดยอดเปลวสุริยะก็พุ่งเข้ามาแล้วะเิตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ แสงสีขาวที่อัดแน่นด้วยพลังชี่รุนแรงยิ่งกว่าะเิธรรมดาเสียอีก อุณหภูมิที่สูงถึงหนึ่งหมื่นองศา ทำให้ชายอีกสี่คนที่อยู่ใกล้ๆ ต้องจบชีวิตลงเช่นกัน กระทั่งเถ้าถ่านก็ยังไม่หลงเหลือ
อาศัยเพียงกระจกครอบสุริยะ เย่เฟิงก็สามารถจัดการยอดฝีมือระดับวรยุทธ์ห้าสิบหรือหกสิบปีได้อย่างสบาย ไม่จำเป็ต้องกล่าวถึงพวกที่มีระดับวรยุทธ์เพียงสามสิบปีดังเช่นศิษย์ของตำหนักไท่จี๋ในตอนนี้ ความทรงพลังของลูกไฟ สร้างความหวาดกลัวให้ศิษย์ของตำหนักไท่จี๋ที่เหลืออยู่ แท้จริงแล้วเย่เฟิงเป็ใครกันแน่ เขาสามารถปล่อยลูกไฟออกมาได้จริงตามข่าวลือ!
สิ่งสำคัญที่สุดคือทำไมกระจกครอบสุริยะถึงตกอยู่ในมือเขา?!
