เื่ราวทุกอย่างที่ฉันได้รับการดูถูก หลาย ๆ อย่างที่ฉันต้องพบเจอในตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าฉันจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันยังคงเ็ปและยังรู้สึกต่อสิ่งที่พบเจออยู่ เพียงแต่เพราะฉันยังมีสิ่งที่ยังทำให้ฉันมีพลังเดินหน้าสู้ต่อนั่นก็คือกำลังใจจากคนทั้งสองที่ยังรอความหวังอยู่ที่ห้องเช่าขนาดเล็ก และด้วยกำลังใจของพวกเขานั้นก็ทำให้ฉันตั้งใจแล้วว่าฉันจะไม่ใส่ใจกับสิ่งไร้สาระที่ได้พบเจออีกต่อไปแล้ว
ส่วนเื่ราวของพี่นิดนับั้แ่วันนั้นที่ฉันตั้งใจว่าจะมอบเงินก้อนหนึ่งให้พี่นิดเพื่อให้เป็ทุนในการตั้งตัว แม้ว่าพี่นิดจะเอ่ยปากปฏิเสธในตอนแรกด้วยเพราะเกรงใจฉัน แต่เป็เพราะฉันเองที่พยายามยัดเยียดเงินก้อนนั้นให้กับพี่นิดด้วยเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้ นั่นจึงทำให้พี่นิดยอมที่จะรับน้ำใจของฉันเอาไว้โดยที่พี่นิดเองก็ยังคงเลือกที่จะอยู่ช่วยดูแลคุณพ่อของฉันต่อในระหว่างที่ฉันเริ่มออกไปหางานทำ...
“เป็ยังไงบ้างคะคุณลูกจัน...วันนี้พอจะมีข่าวดีไหมคะ”
พี่นิดถามหลังจากที่เห็นฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องยามเย็น หลังจากที่ฉันออกไปหางานทำั้แ่เช้า
ก่อนที่ปฏิกิริยาของฉันที่มาพร้อมกับสีหน้าสลดนั้นจะเป็คำตอบได้ดีถึงผลลัพธ์ในวันนี้โดยที่ฉันไม่ต้องเอ่ยปากบอกแม้แต่คำเดียว
“ไม่เป็ไรนะคะ...พรุ่งนี้ต้องได้อย่างแน่นอน”
พี่นิดที่พอจะรู้คำตอบก็ได้เอ่ยปลอบประโลมเหมือนเฉกเช่นทุกวันยามที่ฉันกลับมาพร้อมกับความผิดหวัง
“...ค่ะ...” (^-^)
ส่วนฉันก็ทำให้เพียงแค่ตอบกลับสั้น ๆ แม้จะรู้แก่ใจดีว่าเพราะเหตุใดทำไมฉันถึงไม่ได้งานเลยนับั้แ่ที่ฉันหางานทำ และสาเหตุนั้นก็เป็สิ่งอื่นใดไม่ได้เลยนอกจากอิทธิพลที่มีอยู่ในเมืองใหญ่หรืออาจจะใหญ่ถึงขนาดคับประเทศเลยด้วยซ้ำของตระกูลต้นตระกูลรุ่งเรือง และเพราะด้วยอิทธิพลของคนตระกูลนั้นนั่นจึงทำให้ฉันยังคงต้องพบกับความผิดหวังอยู่ทุกวันนี้
ความผิดหวังที่ฉายเด่นบนใบหน้าเนียนสวยอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งความเหนื่อยล้าที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายจนคู่สนทนารับรู้ได้ นั่นจึงทำให้สิ่งที่คนรู้สึกเป็ห่วงจากหัวใจอดไม่ได้ที่จะพูดให้กำลังต่อ
“สู้ ๆ นะคะ คนเก่งอย่างคุณลูกจันต้องได้งานทำแน่ ๆ เชื่อพี่นะคะ” (^-^)
แววตาที่มุ่งมั่นพร้อมกับท่าทางที่ให้กำลังใจฉันเต็มที่ของพี่นิดทำให้ยามนี้แม้ว่าฉันจะรู้สึกดีแต่กลับทำได้เพียงแค่ฝืนยิ้มออกไปเท่านั้น
และแม้ว่าฉันจะรู้ดีถึงความสามารถของตัวเองอย่างไม่อาจปฏิเสธได้...ไม่ว่าจะเป็ความสามารถทางด้านภาษาที่พูดได้หลายภาษาอีกทั้งไม่ใช่แค่พูดได้เท่านั้นแต่ยังคล่องแคล่วและยังเด่นในด้านการแปลอีกด้วย ดังนั้นหลังจากที่ฉันเลือกที่จะดรอปเรียนมาเพื่อรับผิดชอบวิกฤตใหญ่ในชีวิตตัวเอง ฉันจึงค่อนข้างมั่นใจว่าฉันจะได้งานทำในไม่ช้า...
เพียงแต่ด้วยอิทธิพลของคนในตระกูลต้นตระกูลรุ่งเรืองที่ใหญ่คับฟ้านั้น นั่นจึงทำให้การหางานในเมืองใหญ่ดูจะยากขึ้นทุกที...
“งั้นลูกจันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” (^-^)
รอยยิ้มที่ดูฝืนที่สุดในยามนี้ถูกส่งไปให้คนที่มีสีหน้าเจื่อนจากความผิดหวังที่ฉันเผชิญไม่ต่างกัน และหลังจากที่ฉันอาบน้ำชำระความเหนื่อยล้าพร้อมกับกินข้าวที่พี่นิดทำเอาไว้อย่างง่าย ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็เดินได้ออกไปนั่งยังระเบียงเล็ก ๆ เพื่อรับลมเย็น ๆ ก่อนจะเริ่มคิดหาหนทางใหม่ให้กับชีวิตตัวเองต่อไป
“ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป...ไม่รอดแน่...เฮ้อออออ ~~”
คำพูดงึมงำกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับถอนหายใจออกมาในขณะที่นั่งกอดเข่าแน่น สายตาที่เหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่มีแสงจันทร์ส่องกระจ่างความสว่างไสวที่แผ่ออกมาจากดวงจันทร์ดวงใหญ่นั้นดูจะทาบทับมาทำให้จันทร์เ้าดวงนี้มอดแสงลงทุกขณะ
ร่างบางที่ยังคงนั่งรับลมเย็นเหมือน้าจะให้ลมเ่าั้ได้พัดพาความสิ้นหวังและความโชคร้ายที่เกิดขึ้นให้ผ่านพ้นไปเร็ว ๆ สักที อีกทั้งดวงหน้าเนียนใสที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าหลังจากตรากตรำหางานมาร่วมเดือนก็ยังคงฉายอยู่บนหน้าแน่นไม่คลายไปไหน
“คุณลูกจันยังไม่นอนอีกหรือคะ”
พี่นิดถามหลังจากที่ตื่นลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำแล้วยังเห็นฉันนั่งอยู่ที่เดิม
“อีกสักพักค่ะพี่นิด ลูกจันก็จะเข้าไปนอนแล้วค่ะ พรุ่งนี้ก็ว่าจะออกไปหางานทำต่อ”
ฉันหันไปยิ้มบาง ๆ ให้กับคนที่ฉันนับถือและยังเป็คนที่ดีกับฉันที่สุดในยามนี้
“อืม...พี่ว่าจะคุยกับคุณลูกจันเกี่ยวกับเื่นี้อยู่พอดีเลยค่ะ คุณลูกจันพอจะมีเวลาคุยกับพี่ไหมคะ”
พี่นิดที่ยังคงรักษามารยาทเสมือนว่าฉันยังคงเป็ลูกสาวเ้านายมาเสมอแม้ว่าสถานะระหว่างเราในเวลานี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วก็ตาม และถึงแม้ว่าที่ผ่านมาฉันจะบอกให้เขาพูดกับฉันอย่างเป็กันเองไม่ต้องเรียกคุณแล้ว แต่พี่นิดก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม...และยังคงให้เกียรติฉันเหมือนเดิม...
“ได้ซิคะ...ว่าแต่พี่นิดมีอะไรจะพูดกับลูกจันหรอคะ”
ฉันพูดพร้อมกับจับเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ตรงระเบียงให้เลื่อนมาเพื่อให้พี่นิดได้นั่งสนทนา
และหลังจากที่พี่นิดนั่งลงยังเก้าอี้แล้ว...
“เป็ยังไงบ้างคะ ที่ผ่านมาลำบากเลยใช่ไหมคะพี่ขอโทษด้วยนะคะที่พี่ช่วยอะไรคุณลูกจันได้ไม่มากเลย”
พี่นิดเปิดประโยคด้วยคำถามที่แสนจะะเืใจจนทำให้ดวงตากลมใสที่ร้อนผ่าวไปแล้วก่อนหน้านี้พลันสั่นระริกขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่ฉันไม่อยากจะทำให้คนตรงหน้าเป็ห่วงมากไปกว่านี้ ดังนั้นจึงฉันพยายามหักห้ามความอุ่นร้อนไม่ให้มันไหลออกมา
“นิดหน่อยค่ะ แต่ลูกจันไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ ลูกจันเชื่อว่าคนมีความสามารถอย่างลูกจันต้องมีซักที่ที่เห็นคุณค่าของลูกจันอย่างแน่นอนค่ะ” (^-^)
รอยยิ้มบางของฉันส่งไปให้ยังคู่สนทนาเหมือน้าให้คนฟังได้สบายใจ แต่ใครเล่าจะรู้ดีกว่าตัวฉันว่าทุกอย่างก้าวที่เดินเข้าไปสมัครงาน ทุกเหตุการณ์ที่ถูกกระทำไม่ว่าจะทางสายตา คำถากถาง หรือแม้กระทั่งการกลั่นแกล้งจากใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะจากเหล่าบรรดาคนที่เคยรู้จักกันมาก่อนมันช่างเ็ปจริง ๆ
“พี่เชื่อค่ะว่าคนเก่ง ๆ อย่างคุณลูกจันต้องมีคนเห็นคุณค่าเห็นถึงความสามารถอย่างแน่นอนค่ะ เพียงแต่ว่า...ในสถานการณ์ที่ยังคุกรุ่นอยู่ในตอนนี้ อีกทั้งสังคมนี้ที่ยึดถือเื่เส้นสายและอิทธิพลเป็ใหญ่แบบนี้ เพราะงั้นพี่เลยคิดว่า...เอ่อ...”
พี่นิดพูดด้วยน้ำเสียงเนิบ ๆ ช้า ๆ อย่างระมัดระวังด้วยกลัวว่าฉันจะรู้สึกไม่ดี ก่อนที่พี่นิดจะหยุดพูดในประโยคสุดท้ายเหมือน้าจะรวบรวมความกล้าที่จะยื่นข้อเสนอออกมา...
