ผลปรากฏว่า ยังไม่ทันเดินออกไปถึงสองถนน ไป๋เซียงจู๋สองนายบ่าวก็ถูกชายร่างเตี้ยที่มีท่าทางเหมือนหัวขโมยหยุดเอาไว้
“โอ้ แม่นางน้อยผู้นี้แต่งกายไม่เลว รูปร่างเองก็ดีเยี่ยมเช่นกัน คุณชายบ้านข้าอยากเชิญเ้าไปดื่มสุรา”
ชายคนนั้นยื่นมือออกไปขวางทางของไป๋เซียงจู๋สองนายบ่าว ดวงตาเรียวเล็กของเขาหรี่ลงเล็กน้อย เขามองไปทางไป๋เซียงจู๋ที่สวมหมวกทรงสูงด้วยสีหน้าประเมินอย่างมุ่งร้าย ซึ่งตัวไป๋เซียงจู๋เองก็ปรากฏสีหน้าที่ชัดเจนนัก
ด้วยสายตาเช่นนี้ ไม่ว่าผู้ใดมองก็เห็นชัดว่าไม่ใช่เจตนาที่ดี
ตู้เจวียนมายืนอยู่ตรงหน้าไป๋เซียงจู๋โดยไม่รู้ตัว นางจ้องไปที่ชายคนนั้น ก่อนจะตำหนิว่า "ช่างขวัญกล้ายิ่งนัก พวกเราคือคนของตระกูลไป๋ รู้แล้วก็รีบหลบไปเสีย”
“โอ้ จากจวนตระกูลไป๋ ตระกูลพ่อค้าตัวน้อยนั่นน่ะหรือ”
ทันใดนั้น เสียงชั่วร้ายอำมหิตแปลกประหลาดพลันดังขึ้นจากทางเข้าซอย ทุกคนหันไปเห็นกลุ่มคนที่เดินช้าๆ เข้ามา ล้อมรอบด้วยบริวารที่ดูชั่วร้ายสองสามคน
ผู้พูดเป็ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะอายุยี่สิบปี แม้ว่าหน้าตาจะดูไม่เลว ทว่ากลับถูกบรรยากาศแย่ๆ คุยโวโอ้อวด สกปรกโสมมทำลายไปเสียสิ้น
ในเมืองหลวงนั้นมีชนชั้นสูงและขุนนางระดับสูงมากมายซึ่งล้วนมีตำแหน่งสูง ตระกูลไป๋ก็เป็เพียงตระกูลพ่อค้าที่ได้รับการแต่งตั้งเป็วาณิชหลวงเมื่อต้นปีนี้ ทว่าก็ไม่ได้เป็ที่รู้จัก หากไม่ใช่เพราะท่านอาเล็กที่ฉลาดและเป็ที่พอพระทัยของฮ่องเต้ และพอมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้าง นางเกรงว่าคนพวกนี้จะไม่เห็นตระกูลไป๋ในสายตา
และมีก็คนบางคน ที่มิได้หมายถึงว่าทุกๆ คนจะค่อนข้างมีอำนาจมากกว่าคนอื่นดังเช่นคนคนนี้ เขาคือบุรุษจอมเ้าชู้และเสเพลที่มู่จื่อรั่วพบในชีวิตก่อนหน้านี้อย่างลับๆ ! เฉินเต๋อเทียน
ชาติก่อนเป็เขา เป็เขาที่ดูถูกนาง เรียกขานนางว่าตัวประหลาด อัปลักษณ์ อีกทั้งยังดึงทึ้งเสื้อผ้าของนางในที่สาธารณะเพื่อทำให้นางอับอายขายหน้า
เื่นี้ต่อให้เกิดใหม่ก็ไม่มีทางลืมลง และมิอาจปล่อยไปได้
เฉินเต๋อเทียนนี้เดิมทีมิใช่ตระกูลขุนนาง แต่ตระกูลเฉินมีบุตรสาวที่ดี นางได้รับคัดเลือกให้เป็นางสนม ยามนี้นางเป็ถึงเต๋อเฟย พระสนมคนโปรดของฮ่องเต้โอรส์ผู้นำกองทัพ และเพราะนางสนมผู้นี้ ตระกูลเฉินจึงได้เข้าเมืองหลวงอย่างรวดเร็วและกลายเป็ตระกูลชนชั้นสูงตระกูลใหม่ ดั่งสุนัขระกาที่เยี่ยมวิมาน[1] เฉินเต๋อเทียนเป็น้องชายแท้ๆ ของเต๋อเฟย เขาอาศัยความโปรดปรานที่พี่สาวได้รับ วันทั้งวันไม่ทำงาน ชนไก่เล่นพนัน รังแกบุรุษทำร้ายสตรี เป็เหมือนกลุ่มอันธพาลในเมืองหลวง
ชาติก่อนนางไร้ความสามารถที่จะยืนหยัดเพื่อตนเอง แม้ว่าสุดท้ายแล้วตระกูลหลี่จะถูกปะาตัดศีรษะ แต่นางก็ไม่สามารถระงับความแค้นที่มีอยู่ในใจได้ ในชีวิตนี้ นางจะไม่ยอมให้เื่น่าเศร้าเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ยิ่งไปกว่านั้น บุญคุณความแค้นจากชาติที่แล้วย่อมต้องชดใช้คืนในชาตินี้
“เ้า... ไอ้คนไร้มารยาท” ตู้เจวียนหน้าแดงก่ำอย่างโกรธจัด นางให้คุณหนูเดินไปก่อน แต่กลับถูกคนชั่วขวางทางไว้
ดวงตาของเฉินเต๋อเทียนไม่ขยับออกจากร่างกายของไป๋เซียงจู๋ั้แ่ต้น ใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยรอยยิ้มลามก ราวกับว่าเขาได้ถอดเสื้อผ้าของไป๋เซียงจู๋ออกไปจนสิ้นแล้ว
ช่างเป็สินค้าชั้นเยี่ยมเหลือเกิน คิดไม่ถึงว่าสินค้าที่มู่จื่อรั่วแนะนำนั้นจะเป็ของชั้นยอดท่ามกลางของชั้นยอด เพียงแค่มองไปที่คอที่อยู่ใต้หมวกทรงสูงนั่นก็ขาวราวกับหยก สามารถจินตนาการถึงใบหน้านั้นได้ ต้องงดงามล่มเมืองเป็แน่
เมื่อเขาคิดว่าสินค้าชั้นยอดนี้เป็ของเขาแล้ว ฝ่ามือของเขาพลันมีเหงื่อผุดซึมด้วยความตื่นเต้น
วันนี้หากเขาพาสตรีผู้นี้กลับไปได้สำเร็จ หลังจากที่เล่นจนเบื่อแล้วจะให้นางเป็นักระบำขับร้องหรือว่าเป็ดอกไม้ในแจกันประดับก็ล้วนสบายตาสบายใจดี
อย่างไรเสีย ตระกูลไป๋ก็ไม่ได้รับความโปรดปราน สตรีผู้นี้ล่วงเกินคนมาไม่น้อย ทั้งจวนเหิงชินอ๋อง ทั้งเสียนกุ้ยเฟย... คนเหล่านี้ล้วนมียศถาบรรดาศักดิ์ หากเขาจัดการกับสตรีผู้นี้ คนเ่าั้จะต้องขอบใจเขาอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น พี่สาวของเขาเองก็กำลังเป็ที่โปรดปรานในวัง อีกทั้งยังมีข่าวว่าฮ่องเต้ทรงกลับมาจากการต่อสู้อย่างมีชัย เมื่อถึงเวลานั้นย่อมประทานรางวัลอีกมากมายแน่
เขาคุ้นเคยกับการแผ่อิทธิพลในเมืองหลวงมาเนิ่นนาน ย่อมไม่มีทางเกรงกลัวตระกูลไป๋ ดังนั้นแล้วครานี้เองเขาก็ต้องชนะให้ได้
“ปากของสาวรับใช้ผู้นี้ช่างเฉียบคมเหลือเกิน นายท่านขอรับ มิสู้ส่งนางมาเป็ของรางวัลให้แก่พวกข้าน้อยเป็อย่างไร” ลูกสมุนคนหนึ่งดูเหมือนจะได้รับความไว้วางใจจากเฉินเต๋อเทียนเอ่ยถามขอรางวัล
เฉินเต๋อเทียนอารมณ์ดีและเอ่ยทันทีว่า “ได้สิ พาสาวใช้ของคุณหนูออกไปเสีย”
ทันทีที่เฉินเต๋อเทียนโบกมือ เหล่าลูกสมุนก็ค่อยๆ เข้ามารุมล้อมไป๋เซียงจู๋
“เ้าแน่ใจหรือว่าจะพาเราไป?” ไป๋เซียงจู๋ที่มิได้เปิดปากพูดมาตลอดในที่สุดก็เปิดปาก บรรยากาศรอบกายอวลไปด้วยไอชั่วร้ายอำมหิต
แม้ว่าเสียงของนางจะเย็นะเื ทว่าในเวลานี้เฉินเต๋อเทียนดูเหมือนจะได้ยินเป็เสียงของ์ หัวใจของเขาก็สั่นสะท้านมากขึ้นไปอีก เสียงที่ราวกับร้องเพลงขับกล่อมนี้ทำให้เขาหลงใหลแทบสิ้น
เฉินเต๋อเทียนมองไปที่ไป๋เซียงจู๋ ชายหนุ่มคิดว่าแม่นางน้อยผู้นี้งดงามยิ่งนัก เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับนางอย่างโเี้อำมหิต เขายิ้มพลางกล่าวว่า "แม่นางน้อย มิใช่ว่าพาไป แต่ว่านายท่านเช่นข้าจะพาเ้าไปอยู่ดีกินดี”
ไป๋เซียงจู๋กลอกตาอย่างเ็า “กินดีอยู่ดี? ยามนี้จะลองดูสักหน่อยไหมเล่า?”
เข็มเงินที่ปลายนิ้วพร้อมที่จะถูกปล่อยออกไป ดวงตาของไป๋เซียงจู๋เป็ประกายจนแทบทำให้ิญญาของเฉินเต๋อเทียนล่องลอยบน์
“ลองดูหรือ …ที่นี่ เกรงว่าคงไม่เหมาะกระมัง” เฉินเต๋อเทียนคิดว่าไป๋เซียงจู๋กำลังยั่วยวนเขา และมันก็เป็เพราะชื่อเสียงของเขาโด่งดังทบทวีเพราะพี่สาวของเขา มีหลายคนที่ประจบประแจงเขา เกรงกลัวเขา สตรีผู้นี้ได้เคยยินเื่เกี่ยวกับเขาและเตรียมจะยอมจำนนหรือ ยามนี้เริ่มมีความคิดที่จะทิ้งตัวลงในอ้อมกอดของเขาแล้วใช่หรือไม่
เมื่อรู้ว่าคนผู้นี้กำลังเข้าใจผิด ตู้เจวียนทั้งโมโหทั้งร้อนรน “คุณหนู ท่านรีบไปเถิด ข้าจะรั้งพวกเขาไว้เอง”
คนคนนี้เพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่ามิใช่คนดี อีกทั้งยังพุ่งเป้าไปที่คุณหนูอีก ยามนี้แม้นางจะต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่ นางก็จะต้องปกป้องคุณหนูเอาไว้ให้ได้
หัวใจของไป๋เซียงจู๋อบอุ่นขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของตู้เจวียน "เ้าซื่อบื้อ ข้าไม่ไป หากจะไปก็ไปด้วยกัน ไม่ต้องกลัว”
หลังจากที่นางเกิดใหม่แล้ว นางจึงรู้ว่านางควรหวงแหนผู้ใด ผู้ใดปฏิบัติต่อนางด้วยความจริงใจ ผู้ใดที่ปรารถนาจะบีบคั้นใช้คุณค่าของนางจนหยดสุดท้าย
เฉินเต๋อเทียนมองไปยังรูปลักษณ์ของไป๋เซียงจู๋ ผู้คนมากมายมารวมตัวกันที่นี่เพื่อดูความสนุก แม้ว่าเขาจะไม่กลัว ทว่าเขาก็ไม่อยากจะทำให้เื่ใหญ่จนทุกคนรู้ อีกทั้งยามนี้หัวใจของเขาคันยิบ แทบจะทนประหัตปะานางไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
เขาโบกมือให้อันธพาลที่อยู่ข้างๆ "ไปเชิญคุณหนูผู้นี้กลับจวน”
ทันทีที่พวกเขาได้รับคำสั่ง คนชั่วเ่าั้ก็ไม่ได้มีท่าทีเ้าเล่ห์เกียจคร้านแล้ว พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง เอื้อมมือออกไปคว้าตู้เจวียนและไป๋เซียงจู๋ทันที
ฟิ้ว—
เข็มเงินหลายเล่มพุ่งออกมาจากอากาศ ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้น หลังมือของอันธพาลเ่าั้ล้วนถูกแทงด้วยเข็มเงิน แต่ละเล่มแทงทะลุไปครึ่งหนึ่ง เ็ปจนต้องแยกเขี้ยว
“นางแพศยา เ้ามีอาวุธซ่อนอยู่! พวกเราทั้งหมด จัดการ!” เฉินเต๋อเทียนโกรธจัดทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโเี้อำมหิต บ่าวรับใช้ที่ชั่วร้ายรอบตัวเขาเห็นการแสดงออกของนายน้อยและรู้ว่าเขากำลังจะเอาจริง พวกเขาลุกขึ้นอีกครั้งและลงมือกับไป๋เซียงจู๋อย่างรุนแรงกว่าเดิม
ทันใดนั้น เสียงกีบม้าก็ดังขึ้นจากถนน ไป๋เซียงจู๋หันมอง ก่อนจะเห็นแสงสายหนึ่งสาดประกายผ่านไป
นางเห็นเหยียนอี้เลี่ยที่นั่งอยู่บนม้าล้ำค่า พร้อมกับองครักษ์ประจำกายของเขาหลินเฟิง
ในเวลานั้นเขาแต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำลึกลับ ทั่วร่างเต็มไปด้วยฝุ่นผง แต่กลับมิอาจปกปิดบรรยากาศสูงส่งเอาไว้ได้ เมื่อมองแวบแรกเขาดูเหมือนคนเดินทางที่เต็มไปด้วยฝุ่นที่เพิ่งกลับมาจากการเดินทาง ดูเหมือนเขาจะรู้สึกถึงสายตาของไป๋เซียงจู๋ ก่อนจะเห็นเขาที่รู้สึกถึงสายตาของนางนั้นเงยหน้าขึ้นมา สบประสานเข้ากับสายตาที่ใสราวกับน้ำของไป๋เซียงจู๋พอดี ดวงตาคู่นั้นใสราวกับน้ำแข็งและหิมะ ทว่ากลับทำให้นางอดไม่ได้ที่จะยิ้ม หญิงสาวยิ้มอย่างสดใสให้กับบุคคลนั้นโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เชิงอรรถ
[1]鸡犬升天 สุนัขระกาที่เยี่ยมวิมาน หมายถึง ผู้ที่รับราชการที่หากตามติดเ้านายที่มีอำนาจแล้วก็จะพลอยได้ดิบได้ดีมีวาสนาไปด้วย
