ฮองเฮาจ้าวที่บัดนี้แช่อยู่น้ำในสระน้ำอุ่น ปล่อยเส้นผมยาวลอยล่องอยู่บนผิวน้ำ
นางโปรดน้ำอุ่นนัก
ยามที่ได้แช่อยู่ในน้ำร้อนเช่นนี้ ทั้งกายพลันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา
ยามนี้นางอยู่เพียงลำพัง กระทั่งพระธิดาก็ยังไม่อยากเจอ
เรือนร่างงดงามลอยล่องราวกับร่างไร้ิญญา เพียงแค่ปล่อยให้สายน้ำพัดพาไปเท่านั้น
นางชอบน้ำร้อน ขอแค่ร้อนเพิ่มอีกสักหน่อย อีกสักเพียงเล็กน้อยก็ยังดี
ไอร้อนลอยล่องเป็หมอกหนา ราวกับกำลังนึ่งตำหนักแห่งนี้ก็ไม่ปาน
ราวกับอยู่ในวันที่มีหมอกหนา เหมือนในปีนั้นที่นางได้พบเขาท่ามกลางหมอกหนา
หมอกหนาเหลือเกิน ทั้งยังเข้มข้น ทั้งขาวโพลน
“ตูม!”
มีคนกระโจนลงสระ
สายตาของฮองเฮาจ้าวพลันหม่นลง ยามนี้ใครที่กล้ารบกวนนาง นางก็ไม่ยี่หระที่จะส่งไปยมโลกให้ท่านป้าของนางสั่งสอนสักหน่อย
ทว่าเมื่อเงยหน้ากลับเห็นว่าคนที่ะโลงมาคือฝ่าา
เป็ฝ่าาจริงๆ
ฮองเฮาจ้าวพลันรีบปั้นหน้าราวกับกำลังว้าวุ่นใจ ใบหน้างามแดงระเรื่อจากไอความร้อนนั้น มองแล้วก็ทำให้รู้สึกว่าน่ารักไม่หยอก
ฮ่องเต้นั้นตื่นในัก
เมื่อเห็นว่าท่ามกลางหมอกขาวที่ลอยเหนือสระน้ำอุ่นนั้นมีร่างงดงามพร้อมเรือนผมสีหมึกกำลังลอยล่องราวกับร่างไร้ิญญา
ทว่าเพียงแค่เข้าใจผิดเท่านั้น
“ฝ่าาเสด็จมาไยจึงไม่ให้สุ้มให้เสียงเล่าเพคะ ทำหม่อมฉันใแทบแย่”
“อาจ้าว ข้าเองก็มีองค์ชายน้อยเช่นกัน เสี่ยวเล่อมีครรภ์แล้ว ฮ่าๆๆ ข้าเองก็อยากประกาศให้ใต้หล้ารับรู้ ไม่สิ ไม่ได้ หากข้าทำเช่นนั้นพวกขุนนางคงได้บ่นข้าจนตายแน่ อาจ้าว ข้าจำได้ว่าวันเกิดเ้าใกล้จะถึงแล้ว ถึงตอนนั้นข้าก็ฉลองให้เ้า ทั้งให้ราษฎรทั่วทั้งแคว้นเชินร่วมฉลองด้วย แล้วก็ถือโอกาสประกาศเสียเลยว่าข้าเองก็มีองค์ชายน้อยแล้ว”
ใบหน้างดงามของฮองเฮาที่เคยแดงระเรื่อพลันค่อยๆ ซีดขาว
“ฝ่าาเพคะ เห็นพระองค์ทรงยินดีถึงเพียงนี้ เล่อต๋ามีครรภ์แล้ว เช่นนั้นจะต้องเลื่อนขั้นหรือไม่เพคะ นางคงมิได้เป็เพียงสนมตัวเล็กๆ อีกต่อไปแล้ว ฝ่าาทรงเห็นว่าอย่างไรเพคะ”
“จริงสิ ข้าลืมเื่นี้ไปแล้ว เื่นี้ไม่ต้องรีบร้อน อาจ้าวจัดการให้เรียบร้อยก็พอ” ยามนี้ฮ่องเต้ปรีดาอย่างยิ่ง ต่อมาจึงยกมือขึ้นตบศีรษะตน
“ข้าจะถามราชครูน้อยดูว่า วันใดจึงจะเป็ฤกษ์ดี”
เมื่อตรัสจบก็เสด็จจากไปอย่างรวดเร็ว
ฮองเฮาจ้าวยังคงนิ่งงันอยู่กลางสระน้ำอุ่น ผมยาวระน้ำ บางปอยก็ยังมีน้ำหยดดังติ๋งๆ
……
เดือนห้าวันที่เจ็ด
วันมหามงคล
เหมาะสมแก่การย้ายถิ่นฐาน ทำการค้า และเพาะปลูก
วันนี้ทั้งแคว้นเชินได้ประกาศให้รวมกันเฉลิมฉลอง วันนี้จะมีการอภัยโทษทั้งแผ่นดินเนื่องในวันคล้ายวันประสูติของฮองเฮาจ้าว ขอให้ทั้งแผ่นดินจงร่วมกันสนุกสนาน
ด้วยความมุทะลุที่ลบหลู่ฮ่องเต้ นายอำเภอเฉินที่ยังพักรักษาตัวอยู่ในคุก วันนี้ก็ได้รับการอภัยโทษให้ออกจากคุกเช่นกัน
วันนี้สนมเล่อได้รับพระราชทานตำแหน่งให้เป็สนมเอกเล่อ อีกทั้งฝ่าายังตรัสว่า ขอเพียงนางให้กำเนิดองค์ชายน้อยอย่างปลอดภัยก็จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็กุ้ยเฟยทันที
ใต้หล้าเมื่อทราบข่าวนี้ต่างก็พากันเฉลิมฉลอง
ขุนนางาุโไม่น้อยที่ได้รู้ข่าวแล้วก็ตื่นเต้นเสียจนน้ำตาไหล ยกมือกราบไหว้ฟ้าดิน
ราชครูได้ทำนายไว้แล้วว่าในครรภ์ของพระสนมครานี้จะต้องเป็องค์ชาย
เหล่าขุนนางที่เดิมทีไม่พอใจที่ฮ่องเต้เฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของฮองเฮาอย่างเอิกเกริกนั้น ยามนี้กลับเงียบปากสนิท
ทั้งยังรู้สึกโล่งใจที่ฝ่าาในที่สุดก็เจริญชันษาขึ้นเสียที มิใช่ฮ่องเต้ที่ดีแต่มุทะลุอีกต่อไป บัดนี้ทรงรู้จักจัดลำดับความสำคัญ ทั้งยังรู้พิธีการ
ครั้งนี้นอกจากเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของฮองเฮา ในขณะเดียวกันก็ถือโอกาสประกาศเื่องค์ชายน้อยไปด้วย ช่างรู้กาลเทศะนัก
ฮ่องเต้ชื่นบานอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยัง้าจะร่วมเฉลิมฉลองกับราษฎรอย่างแท้จริง ยามนี้จึงประทับอยู่บนราชรถัเพื่อชมเมืองหลวง
ส่วนฮองเฮาจ้าวและองค์หญิงน้อยประทับอยู่บนเกี้ยวหงส์ด้านหลัง
บรรยากาศในรถนั้นนับว่าไม่ค่อยดีนัก
ใบหน้าของฮองเฮาจ้าวซีดเซียว ส่วนองค์หญิงน้อยกลับปรากฏเพียงโทสะ
“เสด็จแม่ เหตุใดเสด็จพ่อจึงทำกับเสด็จแม่เช่นนี้ วันนี้เป็วันประสูติของเสด็จแม่แท้ๆ”
“เ้าองค์ชายโง่ เสด็จพ่อของเ้าอยากฉลองวันเกิดให้แม่ที่ไหนกัน เพียงแค่เลือกใช้วันนี้มาแจ้งให้ทุกคนรู้ว่าสนมของตนมีครรภ์แล้วก็เพียงเท่านั้น ไหนจะเื่แคว้นจิง เสด็จพ่อของเ้าก็แค่อยากจะประกาศศักดาแข่งกับฮ่องเต้แคว้นจิงเท่านั้น” ฮองเฮาเ้ายื่นมือออกไปลูบศีรษะพระธิดาของตนเบาๆ ศีรษะนั้นยังสวมมงกุฎหยกแดงวิจิตรหรูหรา นางจึงทำได้เพียงแต่ลูบเบาๆ เท่านั้น
“หม่อมฉันไม่ใช่องค์ชาย เสด็จพ่อกำลังจะมีองค์ชายน้อยจริงๆ แล้ว ส่วนหม่อมฉันก็เป็เพียงแค่องค์หญิงเท่านั้น” องค์หญิงยังคงไม่คลายโทสะ
ท่าทางพิโรธของนางนั้นแท้จริงแฝงไว้ด้วยความอำมหิต เพียงแต่รูปลักษณ์ที่ยังเป็เด็กของนางจึงทำให้คนที่มองมารู้สึกว่าน่ารักนัก
“องค์ชายโง่ เ้าคือองค์ชายองค์เดียวของแม่ ทั้งยังเป็องค์ชายองค์เดียวของแคว้นเชิน คนอื่นล้วนแต่มิอาจเอาชนะเ้าได้ อย่าโกรธอีกเลย ด้านนอกมีคนมากมายนักที่ยังรอเ้าอยู่ แม่ได้ยินมาว่าเหล่าบัณฑิตจากสำนักเชินเพียงเพื่อจะได้เห็นหน้าเ้า วันนี้ถึงขั้นลาหยุดกันจนแทบหมดสำนัก ทำให้ท่านอาจารย์ของพวกเขาได้แต่ประกาศให้หยุดเรียนหนึ่งวัน”
“เฮอะ!” องค์หญิงน้อยเมื่อได้ยินเสด็จแม่ตรัสเช่นนี้ ปากเล็กๆ ก็ไม่อาจซ่อนรอยยิ้มไว้ได้อีก
ทว่าต่อมากใบหน้าน้อยๆ นั้นกลับส่ายแรงๆ “พวกบัณฑิตสำนักเชินเ่าั้ แต่ละคนราวกับห่านใบ้ ไม่สนุกเลยสักนิด”
“ยังมีบัณฑิตมากความสามารถจากแคว้นอื่นด้วยกระมัง ได้ยินมาว่ายามนี้ได้เข้ามาศึกษาอยู่ในสำนักเชิน ในสิบคนก็ยังมีเสียแปดเก้าคนที่มาที่นี่เพราะเ้า ชื่อเสียงขององค์ชายน้อยของแม่เลื่องลือไปไกลเสียแล้ว” ฮองเฮาตรัสขึ้นอย่างติดตลก
องค์หญิงเมื่อได้ยินฮองเฮาตรัสเช่นนี้ก็ไม่อาจโกรธต่อได้ เพียงพริบตาก็พลันอารมณ์ดีขึ้น
มือคู่น้อยค่อยๆ แหวกผ้าม่านออก
เพียงแค่ม่านนั้นแหวกออก ทันใดก็มีเสียงร้องของฝูงชนดังขึ้นราวกับเกลียวคลื่นก็ไม่ปาน ต่อมารอบข้างต่างก็เป็เช่นนี้ กระทั่งยามที่ราชรถัของฮ่องเต้เคลื่อนผ่านก็ยังไม่ฮือฮาถึงขั้นนี้
สองข้างทางคับคั่งไปด้วยรถม้า ทั้งหอสุราก็ยังมีคนนั่งอยู่อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
พระนามขององค์หญิงอีนั้นช่างเลื่องลือไปทั้งแดน
ท่ามกลางผู้คนสองอาหลานนั่งอยู่บนรถม้า หยินสงนั้นช่างหมดอาลัยตายอยาก ส่วนท่านอารองนั้นกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หยินหัววันนี้ตั้งใจแต่งตัวเป็พิเศษ ความจริงเขาก็ตั้งใจแต่งตัวอยู่ทุกวัน ทว่าวันนี้กลับตั้งใจยิ่งกว่าที่ผ่านมา
ชุดยาวสีชมพูอ่อน เข็มขัดสีดำ บนเข็มขัดยังห้อยจี้หยกสีขาวเอาไว้ เรือนผมยาวสีดำขลับ คิ้วเรียวก็เรียงเป็ระเบียบ
หยินหัวนั้นไม่เสียแรงที่เป็หนึ่งในสี่ยอดบุรุษแห่งแคว้นซี รูปลักษณ์ของเขานั้นโดดเด่น รูปงามเสียจนเกรงว่าสตรีรอบข้างคงพลอยหมองหม่น ทว่ากลับไม่ดูอ้อนแอ้นเช่นสตรี แต่ดูแล้วช่างมีความสง่าของบุรุษ
“ข้าได้ข่าวมาว่า องค์หญิงจะลงจากรถม้าที่หน้าหอเรียนของเหล่าบัณฑิตครู่หนึ่ง ประเดี๋ยวอาจะพาเ้าไปพบนาง”
หยินสงเองก็ถูกจับแต่งตัวด้วยชุดสีชมพูเช่นกัน ใบหน้าจึงไม่พอใจนัก แต่ก็ได้ทำได้เพียงนิ่งเงียบ เมื่อก่อนเขาคงจะโต้แย้ง ต่อปากต่อคำเสียหน่อย ทว่าั้แ่วันที่เขาเดินข้างเข้าเมืองแล้วได้พบกับขุนนางที่ร่างอาบไปด้วยเืเพื่อหอบสาสน์มาทูลฮ่องเต้ เขาก็ได้กลายเป็เช่นนี้ั้แ่นั้น
ทันใดด้านนอกก็มีเสียงโหวกเหวกดังขึ้น
“องค์หญิง องค์หญิง…”เสียงะโดังสนั่น ะเืฟ้าะเืดิน
หยินหัวตบบ่าหลานชายเบาๆ “ในชีวิตคน เื่ที่ผ่านมาแล้วก็คือผ่านมาแล้ว ไม่มีทางให้ย้อนกลับอีก เื่บนทุ่งหญ้านั้นเป็แค่ส่วนเล็กๆ ในชีวิตเ้าเท่านั้น เ้าผ่านมันมาแล้ว ผ่านมาแล้ว”
หยินสงเงียบงันมาหลายวันแล้ว บัดนี้เมื่อได้ยินเสียงเอะอะ ทันใดก็ะโขึ้นสุดเสียง “ข้าเป็คนแรกที่เห็นนางแล้วชอบนาง ข้าไม่มีวันลืมนาง”
หยินหัวได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ
“เ้ายังเล็กนัก ไม่เข้าใจว่าสิ่งใดคือชอบพอ ความชอบนั้นสามารถกำหนดได้ เ้าเพียงแค่ได้พบนางแล้วนึกปักใจขึ้นมาก็เท่านั้น”
หยินสงมองไปที่ท่านอารองของตนอย่างดื้อรั้น เขาเข้าใจ แต่เขารู้สึกเศร้าใจเหลือเกิน ทั้งยังไม่ใช่เพียงครู่เดียว แต่ก็ไม่ได้ยาวนานถึงเพียงนั้น แต่เขาก็รู้สึกว่า หากเขายังมีชีวิตอยู่ เขาก็คงจะยังเศร้าโศกเพราะเื่นี้
มันไม่ใช่แค่ความหลงใหล ทั้งยังไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่วคราว
รถม้าไปถึงสำนักศึกษาก่อน
หยินหัวพาหลานชายเดินไปยังตำแหน่งที่จองไว้ั้แ่เช้า ตำแหน่งใกล้กับด้านหน้าที่สุด
หยินหัวทุ่มเทแรงใจไปไม่น้อย ตำแหน่งที่เขาเลือกนั่งอยู่ตรงมุม จากตรงนี้จะสามารถมองเห็นมุมที่งดงามที่สุดของนางได้
เป็อย่างไรเล่า ยามเ้าเยื้องย่างผ่านเส้นทางมาพบข้า สิ่งที่ข้าเตรียมพร้อมมาเนิ่นนาน ทั้งชีวิตข้านี้อาจเพียงรอเวลานี้ที่บางทีอาจจะได้พบพานเ้า
นี่คือคำของหยินหัวหนึ่งในสี่ยอดบุรุษแห่งแคว้นซี และนี่ก็เป็อีกหนึ่งสาเหตุว่าเหตุใดเหล่าสตรีถึงต่างพากันหมายปองเขา
เขานั้นช่างทุ่มเทมากมายนัก
ตามที่ได้เตรียมตัวไว้ ในที่สุดองค์หญิงอีก็เสด็จลงจากรถม้า
ฉลองพระองค์หรูหรา ท่าทางของหยินหัวนั้นไม่เหมือนกับเหล่าบัณฑิตที่กล้ายื่นศีรษะออกมามอง ทั้งยังยืนขึ้นอย่างตื่นเต้น
เขาหันหลังให้กับองค์หญิงอยู่
เมื่อได้ยินเสียงของนาง เขาจึงลอบหันมาเล็กน้อย
อาภรณ์สีชมพู เส้นผมยาวสลวย และสุราหนึ่งจอก บุรุษรูปงามดื่มสุรารสเลิศ ส่งยิ้มบางๆ ให้องค์หญิง จากนั้นจึงหันหลังกลับมาดื่มต่อ
องค์หญิงอีพลันชะงักฝีเท้า คิดอยากจะหันกลับไปมองอีกครั้ง พี่ชายคนเมื่อครู่รูปงามนัก ช่างน่ามองเหลือเกิน
