รุ่งเช้าวันใหม่ ขณะที่ฟ้ายังไม่ทันสาง ถังหว่านตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าง่ายๆ จัดแจงเก็บกวาดลานบ้านจนเรียบร้อย เสียงเรียกจากเพื่อนบ้านก็ดังข้ามรั้วมา
“พร้อมรึยังจ๊ะ? รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวตลาดจะวายซะก่อน” ภรรยาเอ้อจู้ะโเรียก วันนี้ในเมืองมี 'ตลาดนัดใหญ่' พ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านจากทั่วสารทิศต่างมารวมตัวกันที่นี่เพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า เป็โอกาสทองที่ไม่ควรพลาด
ถังหว่านซดข้าวต้มคำสุดท้าย รีบวางชามแล้ววิ่งออกมา “มาแล้วๆ”
ภรรยาเอ้อจู้มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยแววตาเป็ประกาย วันนี้ถังหว่านดูสวยสะดุดตาเป็พิเศษ เสื้อเชิ้ตลายจุดสีเหลืองอ่อนเก็บชายเรียบร้อยในกางเกงสีดำเข้ารูป รองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตา
แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือทรงผม... ผมดำขลับสลวยถูกปล่อยสยาย แทนที่จะถักเปียสองข้างแบบสาวชาวบ้านทั่วไป เธอกลับแบ่งผมช่อหน้าม้วนเก็บไว้ด้านหลังศีรษะ ปล่อยผมหน้าม้าดัดลอนอ่อนๆ ลงมาปรกหน้าผากดูหวานละมุนและทันสมัยราวกับหลุดออกมาจากโปสเตอร์ดารา
“ไปดัดหน้าม้ามาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย? สวยจัง” ภรรยาเอ้อจู้มองตาค้าง อดอิจฉาเล็กๆ ไม่ได้
ถังหว่านยิ้มเขิน “เมื่อคืนลองทำเล่นๆ ดูค่ะ ใช้เหล็กคีบถ่านลนไฟให้อุ่นแล้วม้วนผมเอาน่ะ ถ้าพี่ชอบ เดี๋ยวกลับมาหนูทำให้”
เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองแต่งตัวเว่อร์วังอะไร แค่ปรับลุคให้ดูทันสมัยขึ้นนิดหน่อย การค้าขายเสื้อผ้า ถ้าคนขายแต่งตัวเชยเฉิ่ม ใครเขาจะเชื่อถือและอยากซื้อของจริงไหมล่ะ?
พอเดินออกมาหน้าบ้าน ถังหว่านก็ต้องตาลุกวาว... จักรยาน 'รุ่นสองแปด' คันใหม่เอี่ยมสีดำมันปลาบจอดเด่นเป็สง่าอยู่หน้าประตู
ในยุคนี้ จักรยานถือเป็ยานพาหนะสุดหรูที่หาซื้อยากยิ่งกว่าทอง ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีคูปองซื้อจักรยาน ก็หมดสิทธิ์
“ใล่ะสิ เมื่อคืนพี่ไปยืมมาจากบ้านแม่น่ะ” ภรรยาเอ้อจู้ หรือ 'พี่กุ้ยเฟิน' ยิ้มภูมิใจ
“แล้วพี่... ขี่เป็เหรอคะเนี่ย?” ถังหว่านถามอย่างหวั่นใจ คันใหญ่อย่างกับควายแถมมีคานสูงๆ แบบนี้ ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะเอาอยู่เหรอ?
“ระดับนี้แล้ว ขึ้นมาเลย” พี่กุ้ยเฟินตบเบาะท้ายเรียกความมั่นใจ
ถังหว่านะโขึ้นซ้อนท้าย สองมือเกาะเอวพี่สาวแน่น จักรยานคันใหญ่โคลงเคลงเล็กน้อยก่อนจะพุ่งทะยานออกสู่ถนนลูกรัง ทิ้งฝุ่นตลบไว้เื้ั
...
ถึงตลาดนัดใหญ่ การมีพาหนะส่วนตัวช่วยประหยัดเวลาและแรงงานไปได้โข ทั้งสองจับจองทำเลทองใกล้ร่มเงาไม้ใหญ่ ปูผ้าสะอาดวางเรียงเสื้อผ้าที่ตัดเย็บมาอย่างประณีต
พอจัดร้านเสร็จ พี่กุ้ยเฟินก็หน้าซีด ร้อง “โอ๊ย...” กุมท้องแน่น
“พี่เป็อะไรคะ?” ถังหว่านรีบเข้ามาดูอาการ
“สงสัยลมเข้าท้องน่ะ จุกนิดหน่อย... ไม่เป็ไรหรอก” นางฝืนยิ้ม หยิบไข่ต้มออกมาสองฟอง ส่งให้ถังหว่านฟองหนึ่ง “เอ้า กินรองท้องซะ เดี๋ยวต้องใช้แรงะโเรียกลูกค้าอีกเยอะ”
ถังหว่านลังเลเกรงใจ แต่พี่สาวคะยั้นคะยอจนต้องรับมา สองสาวนั่งกินไข่ต้มหัวเราะคิกคักรอเวลาร้านเปิด
พระอาทิตย์เริ่มทอแสงแรงกล้า ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาเดินตลาด ถังหว่านในลุคสาวสมัยใหม่กลายเป็จุดดึงดูดสายตา ใครเดินผ่านเป็ต้องเหลียวมอง
“เสื้อสวยจัง... ขายมั้ยคะ? แบบเดียวกับที่พี่ใส่รึเปล่า?” เด็กสาวกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาถามด้วยความสนใจ เสื้อผ้าที่นี่จับต้องได้ ลองทาบตัวได้ ไม่เหมือนร้านสหกรณ์ที่พนักงานหน้าบึ้ง แถมห้ามจับถ้าไม่ซื้อ
“แบบที่ฉันใส่ไม่มีหรอกจ้ะ” ถังหว่านตอบ
เด็กสาวทำหน้าเสียดาย แต่ถังหว่านรีบเสริมต่อด้วยรอยยิ้มการค้า “แต่ที่มีอยู่เนี่ย... สวยกว่าที่ฉันใส่อีกนะ”
“จริงเหรอคะ”
สองสาวแบ่งงานกันทำหน้าที่ ถังหว่านเป็ฝ่ายเจรจาพรีเซนต์สินค้า ส่วนพี่กุ้ยเฟินคอยดูแลความเรียบร้อย
เสื้อผ้าดีไซน์เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร สีสันสดใส แถมตัดเย็บประณีต ถูกใจลูกค้าวัยใสสุดๆ พอถามราคา ถังหว่านตอบฉะฉาน “ตัวละแปดหยวนค่ะ”
พี่กุ้ยเฟินสะดุ้งโหยง... อ้าว ไหนคุยกันว่าห้าหยวนไง? ขึ้นราคาเฉยเลย
แต่ถังหว่านมีเหตุผลของเธอ... ดีไซน์พวกนี้ถึงจะใหม่ แต่คนสมัยนี้หัวไว ช่างเย็บผ้าเก่งๆ เห็นแป๊บเดียวก็ก๊อปปี้ได้ วันนี้เธอเป็เ้าแรกที่เอามาขาย พรุ่งนี้อาจจะเกลื่อนตลาดแล้ว เพราะงั้นต้องโกยกำไรตอนที่ยังเป็ 'ของแปลก' ให้ได้มากที่สุด
“โห... แพงจัง” เด็กสาวบ่นอุบ แต่ตายังจ้องเสื้อไม่วาง
“ของดีราคาก็ต้องสมเหตุสมผลนะจ๊ะ” ถังหว่านเริ่มหว่านล้อม “ปกติไปจ้างตัดชุด ค่าผ้าค่าแรงรวมๆ กันก็สองหยวนกว่าแล้วใช่มั้ย? แต่ถามหน่อย... ตัดออกมาแล้วสวยมั้ย? ถูกใจมั้ย? หรือได้แต่แบบเดิมๆ เชยๆ ที่ใส่กันเกร่อทั้งเมือง?”
เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย “ใช่ค่ะ... แม่ตัดให้ทีไรก็ทรงคุณยายทุกที ใส่แล้วแก่ชะมัด”
ถังหว่านยิ้มกริ่ม รุกฆาตต่อ “แต่เสื้อผ้าที่ร้านพี่รับรองว่าไม่ซ้ำใคร สีสดใส ดีไซน์ทันสมัย ใส่ไปไหนก็ไม่อายใคร จะไปงานแต่ง งานบวช หรือไปจีบหนุ่มก็รับรองว่าปัง โดยเฉพาะหน้าร้อนแบบนี้ ใครจะแต่งงานต้องมีชุดสีแดงสวยๆ ไว้ใส่กลับบ้านเ้าสาวไม่ใช่เหรอ? ซื้อตัวนี้ไปรับรองหน้าบานเป็จานดาวเทียม”
เธอมองไปทางคู่รักที่เดินถือขนมมงคลผ่านมาพอดี แล้วพูดเสียงดังให้ได้ยิน
ฝ่ายหญิงชะงักหันมามอง... ตาเป็ประกาย
การค้าขายต้องอ่านใจลูกค้าให้ออก ่นี้เป็ฤกษ์ดีแต่งงาน คู่รักหนุ่มสาวเดินกันขวักไขว่ นี่แหละโอกาสทอง
เมื่อขายตัวแรกได้ ที่เหลือก็ไหลมาเทมา... ตกบ่ายขายไปได้ถึงห้าตัว
ห้าตัว... สี่สิบหยวน ในยุคที่ลุงขายไก่ข้างๆ ขายไก่สี่ตัวได้เงินแค่แปดหยวน แต่พวกเธอหาเงินได้เท่ากับเงินเดือนคนงานทั้งเดือนในวันเดียว
“ถังหว่าน...” พี่กุ้ยเฟินตื่นเต้นจนใจสั่น กำลังจะหันไปพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วความเ็ปรุนแรงก็แล่นพล่านในช่องท้องจนต้องทรุดตัวลง
