บทที่ 138 เข้าสู่ดินแดนสำนักเป่ยเฉิน
แม้จะแสร้งทำเป็แสดงสีหน้าโเี้อำมหิต ทว่าดวงตาที่ไร้ซึ่งความอาฆาตและใบหน้าที่งดงามนั้น ไม่ได้ทำให้ใครกลัวนักเลย ในทางกลับกัน กลับทำให้ลู่อวี่รู้สึกว่าสตรีผู้นี้ช่างไม่รู้ความ และน่ารักไม่เบา นับว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลหลินเลย
ในที่สุดนางก็จับนายน้อยตระกูลลู่มาไว้ในมือได้เสียที ทุกคนต่างรู้สึกดีใจและตื่นเต้น ทำราวกับว่าได้ยา์น้อยมาไว้ในมือแล้วเช่นนั้น
เจิ้งชวนวิ่งเข้าไปหาลู่อวี่ และยื่นมือออกไปทำท่าจะัักับแหวนลับบนนิ้วมือของลู่อวี่ เพราะคิดว่า สมบัติส่วนใหญ่ของนายน้อยตระกูลลู่ต้องเก็บไว้ที่นี่อย่างแน่นอน หากได้แหวนลับนี่มา ไม่เพียงแต่จะได้ยาชิง์น้อยมาเท่านั้น แต่อาจจะได้โชคลาภก้อนใหญ่มาอีกด้วย!
เวลานี้เองที่ฉินเหยียนเจินได้หยิบอาวุธเวทที่บินได้เพียงชิ้นเดียวของสำนักเป่ยเฉินออกมา และเริ่มร่ายเคล็ดวิชา แม้ว่าเฉียวเฟยจะเห็นการเคลื่อนไหวของศิษย์น้องสี่เจิ้งชวน เขาเพียงทำหน้าตื่นเต้น ตอนนี้มีเพียงจ้าวจือเจี๋ยที่อยู่กับลู่อวี่ตลอดเท่านั้นที่ใ จึงรีบยื่นมือไปปัดมือของศิษย์น้องสี่ทิ้ง ด้วยความใจร้อนที่มากไปเสียหน่อยจึงใช้แรงไปไม่น้อย ก่อนจะผลักเจิ้งชวนออกไปทันที
“เ้าจะทำอะไร? อยากตายหรือ?” จ้าวจือเจี๋ยหน้าขึงขังตวาดด่าเจิ้งชวน ถึงแม้ตอนนี้นายน้อยตระกูลลู่จะเป็ตัวประกันของพวกเขา แต่พวกเขาไม่ได้คิดที่จะสร้างเื่คอขาดบาดตายกับนายน้อยตระกูลลู่ เพียงมาขอยาอายุวัฒนะเม็ดเดียวเท่านั้น ไม่ได้จะมาขโมย หากไปแตะต้องแหวนลับของเขา เื่ราวต้องกลับตาลปัตรแน่นอน
เจิ้งชวนสับสนเล็กน้อยกับปฏิกิริยาตอบกลับของศิษย์พี่รอง แต่ดูเหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าที่มีสีถึงกลับซีดลงอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะวิ่งหนีไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
จ้าวจือเจี๋ยชำเลืองมองศิษย์น้องสี่อยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็หันกลับไปมองนายน้อยตระกูลลู่ลู่อวี่ที่ถูกควบคุมพลังปราณทั้งตัวไว้ แม้จะรู้สึกอยู่เสมอว่าเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ แต่เมื่อเห็นบุรุษตรงหน้าเขาที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ด้วยท่าทีที่ไม่มีอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวในแววตาของเขาเลยแม้แต่น้อย ถึงกับหนาวสั่นไปทั้งตัว สีหน้าท่าทีเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่กังวลต่อสถานการณ์ของตัวเอง เช่นนี้ต้องมีไพ่ตายอะไรอยู่แน่ๆ
“นายน้อยลู่ ผู้เที่ยงธรรมพูดความจริงอย่างไม่อ้อมค้อม พวกเรายืนยันตัวตนของท่านมาแล้ว เพราะมีเหตุบางประการทำให้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ ถึงได้วางแผนนี้กันขึ้นมา นอกจากข่ายอาคมบนตัวนายน้อยที่ไม่สามารถปลดออกให้ได้ อย่างอื่นนายน้อยสามารถทำได้ตามที่้า!”
ลู่อวี่ฝืนตัว และหันไปมองจ้าวจือเจี๋ย ก่อนจะยิ้มและกล่าวขึ้นว่า “เ้าคิดว่าจับข้ามาได้แล้วจะบรรลุเป้าหมายงั้นหรือ? หรือคิดว่าจะจับข้าได้ง่ายๆ เช่นนั้น?”
จ้าวจือเจี๋ยใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที แต่กลับไม่ได้พูดอะไร ทำได้พูดเพียงว่า “พวกเราเพียง้ายาชิง์น้อยเม็ดหนึ่งเท่านั้น สำหรับนายน้อยลู่แล้ว มันก็เพียงคำพูดง่ายๆ เท่านั้น แต่สำหรับพวกเราแล้วมันยากแสนยาก ไม่เช่นนั้นก็คงไม่มาเสี่ยงอันตรายเพื่อวางแผนจับนายน้อยลู่เช่นนี้หรอก!”
“ลู่อวี่ หากตอนนี้เ้าให้ยาชิง์น้อยมาเม็ดหนึ่ง พวกเราก็จะปล่อยตัวเ้าเดี๋ยวนี้!” ฉินเหยียนเจินเดินเข้ามาพูดด้วยความจริงใจ
“หากเ้าเปลี่ยนมาแต่งตัวเป็สตรี ข้าอาจจะคิดดูหน่อยก็ได้!” ลู่อวี่กำเริบเสิบสานทำราวกับมองสำรวจดูร่างกายของฉินเหยียนเจิน ก่อนจะจับคางทำเหมือนครุ่นคิดไตร่ตรอง แล้วถึงได้พูดออกมาช้าๆ
“เ้า!” ฉินเหยียนเจินทั้งอายทั้งโมโหแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ และหันหน้าเดินออกไปด้วยความโมโห “เอาตัวไอ้บ้าตัณหากลับนี้ออกไป ไม่ต้องเอามาให้ข้าเห็นหน้าอีก!”
หนึ่งวันต่อมา ในลานอันวิจิตรงดงามที่ห่างไกล และเป็อิสระบนูเาด้านหลังของสำนักเป่ยเฉิน
“สหายลู่ เ้าคิดไตร่ตรองดูแล้วเป็อย่างไรบ้าง?” ฉินเหยียนเจินเดินเข้ามาพร้อมด้วยรอยยิ้มที่แข็งทื่อบนใบหน้า
ลู่อวี่หัวเราะเบาๆ เพราะเวลานี้ฉินเหยียนเจิน เปลี่ยนมาแต่งกายเป็เสื้อของสตรีแล้ว ใบหน้าและความสง่างามนั้นสวยสดหยดย้อยราวกับเทพธิดา อีกทั้งยังมีเสน่ห์และน่าหลงใหลเหมือนหญิงสาวในโลกมนุษย์ นางสวมชุดสีแดง รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวราวกับหิมะ และมีดวงตาสดใสดูมีไหวพริบ ช่างเป็หญิงงามที่หาตัวจับยากจริงๆ
แม้ว่าสตรีส่วนใหญ่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรจะหน้าตางดงามอยู่แล้ว แต่ความงามเ่าั้ก็ถูกแบ่งเป็ระดับสูงต่ำ โดยเฉพาะหญิงงามอันดับต้นๆ ที่ส่วนใหญ่จะมีโอกาสแปรสภาพรูปร่างหน้าตาใหม่ก็ต่อเมื่อบรรลุขั้นเกิดเทพเ้าแล้วเท่านั้น ก่อนที่จะบรรลุถึงขั้นเกิดเทพเ้าเป็ไปไม่ได้เลยที่จะเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวเอง อย่างมากสุดก็จะมีผิวที่ดีขึ้น หรือมีความสง่างามมากขึ้นหน่อยเท่านั้น ดังนั้นสตรีก่อนจะบรรลุสู่ขั้นเกิดเทพเ้า รูปร่างหน้าตาจะเป็ตามธรรมชาติที่เกิดมา สวยคือสวย น่าเกลียดคือน่าเกลียด แยกแยะอย่างชัดเจน!
“คิดไตร่ตรองอะไรหรือ? ไม่ใช่ว่าเ้าคิดถึงข้าก็เลยมาดูข้าหรือ?” ลู่อวี่เอ่ยถามด้วยสีหน้าที่แปลกใจ
ฉินเหยียนเจินเกือบจะทนไม่ได้ชักกระบี่ออกมาสังหารบุรุษผู้นี้ เพียงเมื่อนึกถึงเื่เมื่อวานนี้ที่ศิษย์น้องรองคาดเดา และแสดงความคิดเห็นส่วนตัวออกมา นางก็ใเช่นกัน เมื่อคิดดูดีๆ แล้วก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ แต่มันยากที่จะเชื่อเพียงนั้น
ฉินเหยียนเจินเองก็ี้เีเกินกว่าจะมานั่งเสแสร้ง นายน้อยตระกูลหายตัวไปเป็เื่ที่ใหญ่นัก แม้จะไม่มีการปล่อยข่าวออก แต่อีกไม่นานต้องเป็ข่าวสั่นะเืไปทั่วทั้งเทียนตูแน่นอน ถึงเวลานั้นสำนักเป่ยเฉินเล็กๆ ของพวกเขาจะต้องถูกค้นพบเป็ที่แรก และต้องรองรับการล้างแค้นที่ราวกับไฟระลอกใหญ่จากตระกูลลู่
แผนการในครั้งนี้ ทั้งสำนักเป่ยเฉินมีแต่พวกเขาศิษย์พี่ศิษย์น้อยสี่คนเท่านั้นที่รู้ ตอนกลับมาก็หลบเลี่ยงทุกคน และนำลู่อวี่ไปไว้ที่ลานเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลทางด้านหลังเขา สถานที่ตรงนี้เดิมทีเป็ที่พักอาศัยของหัวหน้าสำนัก ตอนนี้หัวหน้าสำนักจำศีลภาวนาปิดตาย ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงว่าง และปกติก็ไม่มีใครเข้ามารบกวนด้วย
“นายน้อยลู่ต้องรู้ต้นสายปลายเหตุทั้งหมดอยู่แล้ว ข้าเพียงขอยาเม็ดชิง์น้อยเม็ดหนึ่งเท่านั้น ในสำนักเป่ยเฉินนี้ หากมีอะไรที่นายน้อยชอบ ก็เอาไปเลย ข้าจะรีบหามาให้ทันทีโดยไม่รีรอ แม้ว่าภายหลังนายน้อยจะลงโทษสำนักเป่ยเฉิน ข้าก็จะขอน้อมรับ! หากภายภาคหน้านายน้อยมีภารกิจอะไร ทุกคนในสำนักเป่ยเฉินจะยอมบุกน้ำลุยไฟให้อย่างไม่ลังเล!” ฉินเหยียนเจินขอร้องอย่างจริงใจอีกครั้ง
ลู่อวี่มองใบหน้าที่จริงใจของหญิงสาวพราวเสน่ห์ตรงหน้าผู้นี้ ก็รู้สึกชื่นชมเป็อย่างมาก แต่ไม่ว่าจะชื่นชมมากเพียงไหน ก็ไม่สามารถมอบยาชิง์น้อยออกมาให้ได้ง่ายดาย เพราะยาชิง์น้อยเพียงเม็ดเดียวไม่คุ้มค่าที่เขาจะยอมแลก ดังคำกล่าวที่ว่า ‘บุญคุณกลายเป็ความแค้น’ อะไรที่ได้มาง่ายๆ มันไม่ทำให้คนรู้สึกซาบซึ้งใจจริง บางทีอาจนำไปสู่ความโลภอย่างไม่สิ้นสุด เื่เช่นนี้เขาเห็นมามากแล้ว ดังนั้นจึงได้แต่ยิ้มอย่างเฉยเมย ส่ายหน้าปฏิเสธและพูดขึ้นว่า “ไม่จำเป็ต้องพูดถึงเื่นี้อีก แม้ว่าข้าจะเป็ผู้หลอมยาอายุวัฒนะออกมาให้ แต่หนึ่ง ข้าไม่้าสิ่งของนี้ และสอง วัตถุดิบยาที่นำมาปรุงยาชิง์น้อยทางตระกูลเป็คนจัดหามาให้ทั้งหมด ดังนั้นหลังจากหลอมออกมาให้แล้ว ก็ต้องส่งมอบให้ทางตระกูลจัดการ ข้าไม่ได้มียาอายุวัฒนะนี้ พวกเ้าจับข้ามาก็ไม่มีประโยชน์! เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ พวกเ้านำของของข้าไปแลกเอายาอายุวัฒนะที่ตระกูลลู่มาเลยเม็ดหนึ่ง? วิธีนี้ไม่เลวนะ!”
ฉินเหยียนเจินจับตาดูสีหน้าของลู่อวี่ เพราะหวังว่าจะพบหลักฐานบางอย่างจากใบหน้าของเขา แต่รู้ว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่พบสิ่งใดแอบแฝง ส่วนคำแนะนำล่าสุดของลู่อวี่ นางก็ทำเป็เพิกเฉย เพราะมันสายเกินกว่าที่จะปกปิดตัวตนแล้ว นางเป็ฝ่ายเข้าไปหาเอง เช่นนี้มันรนหาที่ตายชัดๆ
นางทำได้เพียงหายใจเข้าลึกๆ และพูดช้าๆ ว่า “หากเช่นนั้น ขอนายน้อยลู่ช่วยปรุงยาชิง์น้อยให้เราสักเตาได้หรือไม่? พวกเรา้าเพียงยาเม็ดเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือนายน้อยก็เอาไปเลย!”
ลู่อวี่ยิ้มด้วยความโกรธและพูดอย่างไม่พอใจว่า “เ้าคิดเสียง่ายเชียว แต่วัตถุดิบยาที่จำเป็ในการหลอมยาชิง์น้อยนั้นมีค่าไม่น้อย อย่าว่าแต่ส่วนผสมหลักสองสามอย่าง แม้แต่ส่วนผสมเสริมหลายตัวพวกเ้ามีให้สักชนิดหรือไม่ เช่นนั้นจะจับตัวข้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด นำไปแลกยาอายุวัฒนะที่จัตุรัสอวี้เ้ามาเลยเม็ดหนึ่งก็ได้!”
ใช่ หากมียาวิเศษพวกนี้ เหตุใดถึงต้องมุ่งเป้ามาที่บุรุษผู้นี้ด้วย นางนำไปแลกมาเองเลยก็ได้ อีกทั้งยังไม่ต้องมาเสี่ยงชีวิตอะไรอีกด้วย แต่สำนักเป่ยเฉินจะไปหายาวิเศษพวกนี้มาจากที่ไหนกัน?
เวลานี้ฉินเหยียนเจิน ใจนนิ่งอึ้งไปทันที เพราะก่อนหน้านี้คิดเพียงว่าหากจับตัวนายน้อยตระกูลลู่มาได้ก็สามารถเอายาชิง์มาจากเขาได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการกระทำในครั้งนี้จะคิดกันง่ายไป เพราะผลที่ตามมามันร้ายแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
ทว่าตอนนี้จับตัวคนมาแล้ว จะให้ส่งกลับเช่นนี้งั้นหรือ? เมื่อนึกถึงอาจารย์ที่กำลังจะหมดสิ้นอายุขัย พวกเขาทั้งสี่คนที่ได้รับการเลี้ยงดูจากอาจารย์มาั้แ่ยังเด็กจนโต อีกทั้งยังได้รับการอบรมสั่งสอนมาั้แ่อ่าน และฝึกตนจากอาจารย์ทีละนิด หากอาจารย์จากพวกเขาไปจริงๆ พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต และผู้ที่สามารถช่วยอาจารย์ได้ก็คือคนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ ดังนั้นไม่ว่าจะยังไงก็ตามก็ต้องขอยาอายุวัฒนะมาให้ได้
“เ้ารู้หรือไม่ว่านี่คือที่ใด? นี่คือด้านหลังเขาของสำนักเป่ยเฉิน ตอนนี้เ้าพักอยู่ที่ที่พักของผู้รอบรู้อวิ๋นหยางอาจารย์ของข้า! พวกเราสี่พี่น้องเติบโตกันมาที่นี่ ตอนนี้อาจารย์จะหมดอายุขัยแล้ว ท่านกำลังจำศีลปิดตาย พวกเราในฐานะลูกศิษย์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเฝ้าดูชีวิตของอาจารย์ลดน้อยลงไปทีละวัน ความรู้สึกนี้เ้าในฐานะนายน้อยตระกูลลู่คงไม่เข้าใจ! ข้ารู้ว่าครั้งนี้พวกข้าทำเื่ที่เลวร้ายนัก และไม่คู่ควรยกโทษให้ แต่นายน้อยลู่ได้โปรดเห็นแก่ความกตัญญูของพวกเรา ช่วยพวกเราสักครั้งเถิดนะ ทุกคนในสำนักเป่ยเฉินจะซาบซึ้งและไม่ลืมบุญคุณของนายน้อยลู่อย่างแน่นอน!”
ความในใจที่จริงใจของฉินเหยียนเจิน ทำให้ลู่อวี่รู้สึกะเืใจไม่น้อย เพราะเมื่อชาติก่อนเขาผู้นี้เป็คนที่ดื้อด้านนัก แต่หลังจากได้กลับชาติมาเกิดใหม่ และได้รับอิทธิพลจากบุคลิกเดิมของร่างนี้ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะการกระทำของฉินเหยียนเจิน และศิษย์น้องสามคนนี้ที่ทำเพื่ออาจารย์ได้ทุกอย่าง ทำให้เขารู้สึกชื่นชมอยู่ไม่น้อย เพียงวิธีการที่ทำนี้มันหยาบคายเกินไป หากไม่ใช่เพราะตัวเองนึกสนุก คนกลุ่มนี้จะจับตัวเองมาได้อย่างไร
“ปัง ปัง ปัง!” มีเสียงอู้อี้ดังขึ้นในร่างกายของลู่อวี่ พลังยุทธ์ที่ฉินเหยียนเจินและจ้าวจือเจี๋ยใช้วิธีทั้งหมดในการปิดผนึกก่อนหน้านี้ถูกลู่อวี่เปิดออกทันที พลังยุทธ์่ปลายขั้นฟันฝ่าก็ได้รับการฟื้นฟูกลับมาทันใด
ฉินเหยียนเจินหรี่ตาเพ่งมอง ก่อนจะมีประกายประหลาดฉายวาววาบในแววตา เมื่อคิดดูแล้วตัวตนเช่นนายน้อยตระกูล จะยอมให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไร หากชีวิตตกอยู่ในอันตรายจริงๆ คงมอบยาอายุวัฒนะให้แล้ว เหตุที่ยังคงทำเฉยเมยอยู่เช่นนั้น คงเป็เพราะว่าเขามีความสามารถพอที่จะหนีออกไปเมื่อใดก็ได้!
“นายน้อยลู่ฝีมือดีจริงๆ!” ฉินเหยียนเจินถือโอกาสกล่าวชม แต่กลับทำหน้าไม่ยินดียินร้าย เห็นได้ชัดว่าเพียงพูดคำนี้ออกมาผ่านๆ เท่านั้น จริงใจเพียงไหนก็ไม่รู้ เพราะหากเป็ผู้อื่นถูกล้อเลียนเช่นนี้ คงไม่มีทางทำหน้ามี “ความสุข” แน่นอน!
ลู่อวี่พูดอย่างจนใจ “คุณหนูฉิน ยาชิง์น้อยไม่ใช่ยาอายุวัฒนะธรรมดา ข้าคงไม่สามารถให้เ้าได้โดยไม่มีสาเหตุ เอาเช่นนี้แล้วกัน นับจากนี้ไปสำนักเป่ยเฉินของเ้าถือว่ามาเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลลู่เรา ตระกูลเราจะส่งคนมานั่งบัญชาการรักษาการณ์ด้วยตนเอง ไม่เพียงมานั่งบัญชาการรักษาการณ์ด้วยตนเองเท่านั้น หลังจากนี้ทุกปีจะต้องส่งมอบสมบัติ และเซียนหยกตามจำนวนที่กำหนดให้เราด้วย เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร?”
